แฮตตี้ปฏิเสธความเอื้อเฟื้อของนายแพทย์ แฮรี่ เลนนาร์ด ที่ว่าจะไปส่งที่บ้านให้ เธอจับรถแท็กซี่มุ่งไปทางเวสท์ไซด์ ซึ่งเป็ที่ตั้งอพาร์ตเมนท์ของเธอ แฮรี่นั้นเดินกลับบ้านซึ่งอยู่บนถนนสาย 72
เขาได้ขอหมายเลขโทรศัพท์ของเธอไว้
“เผื่อว่าถ้าผมได้ตั๋วละครเื่ใหม่ที่คุณอยากดูมาไงล่ะ” แฮตตี้ได้แสดงความสนใจในกิจการงานแสดงให้ฟัง เล่าเื่ที่เธอออกแบบตุ๊กตาต่างๆ ตอนที่อยู่ในบอสตัน และรอเวลาคลอดอยู่ และเคยช่วยในงานสโมสรนักแสดงซึ่งทอมข้องเกี่ยวอยู่ในมหาวิทยาลัยของเขาด้วย
“ฉันชอบเย็บเสื้อผ้าด้วยค่ะ แม่คิดว่ามันเป็สิ่งจำเป็ในคุณสมบัติของลูกผู้หญิงที่ควรจะมีความรู้เื่การเย็บปักถักร้อยติดตัวไว้”
สิ่งจำเป็... ใช่สิ... ถูกต้องอย่างที่สุด เพราะแฮตตี้ใช้มือทั้งสองข้างนี้ทำงานเพื่อหาเงินมาเลี้ยงครอบครัวเบลลีเวียร์ ซึ่งไม่มีผู้ชายจะหาเลี้ยงได้ แต่ภาพที่เธอวาดออกมาให้ แฮรี่ เลนนาร์ด ฟังนั้น ราวกับว่าตัวเธอนั่งเอนหลังพิงกับพนักเก้าอี้ภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ยามบ่ายของวันในฤดูร้อน และมีงานฝีมือที่ปักเล่นเป็งานอดิเรก
แฮรี่ติดเนื้อพึงใจในผู้หญิงคนนั้น แต่ถ้าจะว่าไปแล้วเขาก็ชอบผู้หญิงสาวๆ สวยๆ ทุกคน เพียงแต่ว่าท่าทีของแฮตตี้ไม่เหมือนคนอื่น รูปร่างมิได้ยวนตายวนใจ มิได้กระจายคลื่นเสน่หาอยู่ตลอดเวลาเหมือนหญิงอื่น แต่มันมีอะไรบางอย่างที่น่าต้องใจนัก ดูเป็คนที่เชื่อมั่นในตัวเองอย่างประหลาด ดูบริสุทธิ์ ้าคนคอยช่วยคุ้มครองป้องกัน และชี้แนะแนวทางให้ ซึ่งเป็วิธีล่อใจอีกแบบหนึ่ง
“เป็ไงคะ การแสดงคืนนี้สนุกไหม?” เอลซ่าถามเมื่อเขากลับถึงบ้าน
“เอ้อ...ก็...มากทีเดียวละ”
เธอครึ่งนั่งครึ่งนอนรอเขาอยู่ในเตียง พิงศีรษะอยู่กับปลอกหมอนผ้าต่วน เส้นผมสลวยยาวลงมาถึงกลางหลัง เอลซ่าเป็ผู้หญิงที่มีเสน่ห์ ในวันเกิดคราวหน้าที่จะมาถึงนี้อายุจะครบ 51 ปีแล้ว มีความเฉลียวฉลาดช่างพูดเล่นเจรจา สง่าผ่าเผยและเข้ากับผู้คนได้ดี โดยเฉพาะในแวดวงธุรกิจ แฮรี่เชื่อมั่นการตัดสินใจของเธอมาก
แต่ขณะนี้ เขากำลังนึกถึงอุ้งมือของแฮตตี้ที่อยู่ในมือเขา...
“แล้วนางเอกคนใหม่ล่ะคะ?”
“ใคร... อ๋อ... เด็กใหม่นั่น ก็ไม่ดีเท่าคนเก่าหรอก” ความคิดคำนึงไปถึงแฮตตี้ถูกขัดจังหวะลงอีกครั้งหนึ่ง
และเอลซ่าก็รู้ได้ในทันทีว่า ได้มีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นแล้ว เป็อุบัติเหตุของวัยกลางคน แต่ก็นับว่ายังโชคดีที่นานๆ มันจะเกิดขึ้นสักครั้ง และไม่นานก็หายไป
แฮตตี้มิได้วิตกกังวลเลยว่า นายแพทย์ แฮรี่ เลนนาร์ดจะเลือกผู้ชายคนไหนมาเป็พ่อเด็กในครรภ์...
“คุณจะไม่มีทางรู้จักผู้ชายคนนั้นเลย ที่รัก อย่ากังวลไปเลย”
“ไม่สำคัญอะไรหรอกค่ะ แฮรี่ ฉันวางใจในตัวคุณ” เธอหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของเขา ดูแฮรี่จะไม่สบายใจเอาจริงๆ จังๆ กับสถานการณ์ที่เผชิญอยู่ในขณะนี้ “เด็กเท่านั้นค่ะที่สำคัญ ฉันอยากจะให้คนสองคนนั้น ไม่ว่าจะเป็ใครก็ตาม ได้ลูกที่น่ารักสุขภาพสมบูรณ์ที่สุด และโดยเฉพาะ” น้ำเสียงของเธออ่อนลง “ฉันรู้ค่ะว่ามันเป็ความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ชายที่้าจะให้มีผู้สืบสกุลของเขาต่อไป”
“ผมคิดว่าไม่จำเป็ที่จะต้องประกันว่า...พ่อหนูนั่น...เอ้อ...ความจริงก็หนักไปหน่อย ที่จะคิดว่าแกจะเป็เด็กผู้ชายนะ”
“ต้องเป็สิคะ” แฮตตี้ ย้ำ
ดังนั้น ในขณะที่แฮรี่ต่อสู้กับความกังวลใจในสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่ แฮตตี้เชื่อฟังปฏิบัติตามคำสั่งของเขาทุกอย่าง เพื่อที่จะให้สุขภาพของเธอสมบูรณ์พอ เตรียมตัวให้พร้อมอย่างที่ไม่เคยเตรียมมาก่อนเลย เพื่อทารกน้อยที่จะอุ้มไว้ในครรภ์ต่อไปในวันข้างหน้า
ฝันร้ายนั้นผ่านมาในยามราตรีอย่างสม่ำเสมอ และยิ่งใกล้เวลาที่การผสมเทียมจะเกิดขึ้น เธอก็เริ่มฝันเห็นทอมในทุกครั้งที่หลับตาลง บางครั้งเขาจะเดินออกมาจากเปลวไฟ และร่างของเธอถาโถมเข้าไปหาเขาด้วยความแรงร้อนของอารมณ์อย่างที่เธอไม่เคยเป็เช่นนั้นมาก่อนเลย นับแต่วันที่ตายลงนอกเสียจากในครั้งแรกที่เขาพาเธอไปนอนด้วยความเต็มใจของเธอเอง ซึ่งในครั้งกระนั้นมันเป็ข้อพิสูจน์ให้เห็นว่า เขาเองก็รักใคร่ไยดีเธออยู่ไม่น้อยเหมือนที่เธอมีความรู้สึกต่อเขา...เขาจึงได้รักเธอ...และจะต้องรักด้วย...
เด็กน้อยคนนี้ไงเล่าที่จะเข้ามาแทนที่ลูกของเขาและเธอ...
“มันเป็วิธีการง่ายๆ” แฮรี่บอกเธอ “ผมจะทำเองในห้องทำงานนั่นแหละ เมื่อถึงเวลาอันสมควร”
เมื่อเวลามาถึงเข้าจริงๆ มันกลับง่ายกว่านั้นมาก
แฮตตี้นั่งรออยู่ตามลำพังในห้องตรวจโรค มิส แวร์เยี่ยมหน้าเข้ามามองว่าเธอยังเป็ปรกติดีอยู่หรือไม่ ตอนนั้นแฮรี่ถูกตามตัวด่วนไปที่โรงพยาบาล มิดทาวน์ เมมโมเรียลแฮตตี้คิดว่าสายตาของมิสแวร์ที่มองเธออยู่นั้น เหมือนจะรู้ว่าทำไมเธอจึงมาที่นี่ เพียงแต่มองไม่เห็นว่าทำไมจึงต้องมาทำที่นี่ด้วย
เธอจึงไม่ยอมแสดงความรู้สึกใดๆ ให้ปรากฏออกมาในสีหน้า แต่ก็รู้สึกตื่นเต้นอยู่ มันมิใช่ตื่นเต้นแบบเพศสัมพันธ์ซึ่งเต็มไปด้วยความฝันมากมาย มันเป็ความตึงเครียดเหมือนยืนอยู่บนหน้าผา และก้มลงมองไปเบื้องล่างพร้อมกับอธิษฐานอยู่ในใจว่า เมื่อตัวเองได้ก้าวลงจากหน้าผาแห่งนั้น จะไม่เป็สภาพของลูกดิ่งที่หย่อนลงไปเพื่อหยั่งวัดความลึก ขอให้เป็เสมือนใบไม้ที่ปลิวละลิ่วลงด้วยแรงลม
ใบไม้ที่ลุกโชนอยู่ในเปลวไฟนั่นไง...ชีวิตที่ถือกำเนิดขึ้นจากเปลวไฟแห่งอดีต...
“มิส เบลล์คะ” มิส แวร์ชะโงกหน้าเข้ามาในห้อง ปลุกเธอให้ตื่นจากภวังค์ของฝันร้าย “คุณหมอมาแล้วเดี๋ยวจะเข้ามาหาคุณค่ะ” สีหน้าของนางพยาบาลเหมือนจะยิ้มเยาะตอนที่เดินออกไปจากห้อง
ท่าทางของแฮรี่ตื่นเต้นจริงๆ เหมือนไม่เป็ตัวของตัวเอง
“เดี๋ยวผมจะเรียกมิส แวร์มาช่วยนะ เราจะลงมือกันเลย”
“ฉันไม่อยากให้เธอเข้ามาหรอกค่ะ” แฮตตี้ว่า
“แต่ปรกติแล้ว….”
“แฮรี่คะ ครั้งหนึ่งคุณก็เคยเป็คู่รักของฉัน” สีหน้าของแฮตทตี้มิได้บอกความรู้สึกอะไรเลยเมื่อกล่าวคำพูดประโยคนั้น “เราไม่จำเป็จะต้องให้มิสแวร์เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในเื่นี้ หรือเพื่อป้องกันดูแลอะไรฉันเลย”
เธอขึ้นไปนอนอยู่บนเตียงสำหรับตรวจโรค ปิดเปลือกตาลง
“ได้โปรดเถอะค่ะ ลงมือเลยจะได้เสร็จๆ ไปเสียที” แฮตตี้พูดห้วนๆ
การตรวจร่างกายนั้น มิได้มีอะไรผิดแผกแตกต่างไปกว่าการตรวจภายในทั่วไปเลย มิได้ก่อให้เกิดความรู้สึกทางเพศนอกเสียจาก จะเป็บ้างเมื่อเครื่องมือที่เย็นเยียบถูกสอดเข้าไปภายใน
แต่เธอก็ปล่อยให้ความทรงจำแต่หนหลังเข้ามาขจัดความรู้สึกที่เกิดขึ้นไว้ กล้าหาญชาญชัยพอที่จะนึกไปถึงภาพของทอมในครั้งที่ได้พบกัน ช่างเป็คนหนุ่มที่มีหน้าตาท่าทางดีอะไรอย่างนั้น แต่ภาพสุดท้ายที่เธอเห็นเขา...ร่างทั้งร่างที่เผือดซีดจนเป็สีเทา ใบหน้ายับเยิน...เป็ภาพสุดท้ายจริงๆ ที่ได้เห็นเพราะเขานอนตายอยู่ที่นั่น...
เปลวไฟแลบแปลบปลาบเข้าไปในดวงความคิด...และแฮตตี้ก็ร้องออกมาดังๆ
“เป็อะไรไปน่ะ?” แฮรี่ก้มลงมองเธออย่างกังวล
“ฉันท้องแล้วน่ะสิคะ” แฮตตี้ตอบไปเสียอีกทางหนึ่ง
แฮรี่ฝืนหัวเราะออกมา แต่ท่าทางผ่อนคลายลงมาก
“ผมคิดว่าเราจะต้องรอเวลาไปสักระยะกว่าจะรู้ว่ามันจะเป็ไปได้หรือไม่” เขาบอก “วิธีการนี้บางครั้งจำเป็จะต้องใช้ซ้ำๆ กันหลายเดือนกว่าจะได้ผล”
“คุณจะพูดอย่างไรก็ตามทีเถอะค่ะ แต่ฉันรู้”
ความรู้สึกตอนนั้น แฮตตี้มองสภาพสเปิร์มที่กำลังเข้าผสมอยู่ในรังไข่ เป็ภาพที่มองเห็นได้อย่างชัดเจนขณะที่แต่งตัวไปพลาง บัดนี้เธอได้ก้าวลงมาจากหน้าผาแห่งนั้น ลอยละล่องลงสู่เชิงเขาอย่างนุ่มนวลเหมือนเกล็ดหิมะ
แต่เธอยังไม่รู้ว่าจะมีอะไรอยู่ตรงเชิงเขานั้น ทารกน้อยในครรภ์? ... หรือพ่อของเด็ก? ... มันเป็รูปแบบของชีวิตที่มโนภาพไม่อาจช่วยให้มองเห็นได้เลย