"คุณหนูหลินดูท่าทางรีบร้อนมาขอพบคุณชายเก้า นางอยากขออนุญาตคุณชายให้บ่าวพาไปพบฮูหยินผู้เฒ่าเ้าค่ะ" สุยอันเอ่ยเสียงเบา
ฉู่ยี่มุมปากกระตุกเล็กน้อย ทว่าไม่ได้เอ่ยอะไร จนกระทั่งคัดเสร็จไปหนึ่งแผ่น สุยอันเข้ามาช่วยเปลี่ยนกระดาษให้ถึงได้เอ่ยขึ้น "เช่นนั้นเ้าก็ไปเถิด"
สุยอันช้อนตามองเขา พลันรู้สึกว่าสายตาของเขาคมกริบ จึงไม่กล้ามองต่อก่อนเอ่ยรับ "เ้าค่ะ" เบาๆ และถอยออกมา
ั้แ่สุยอันเข้าไปในห้องหนังสือจนกระทั่งออกมาใช้เวลาไปทั้งหมดหนึ่งเค่อ หลินซ่งหลุนรอจนใจร้อนรุ่ม ดวงหน้าบึ้งตึง เอ่ยถามเสียงแข็ง"จะไปกันได้หรือยัง"
"เชิญทางนี้เ้าค่ะคุณหนูหลิน" สุยอันโค้งกาย
หลินซ่งหลุนสะบัดผ้าเช็ดหน้าก่อนเดินนำออกไป เดินประคองมารดาไปได้สักพัก ไฟโทสะในใจก็มลายหายไปเกือบครึ่ง จึงถามสุยอันว่า"พักนี้เ้ายุ่งเื่อะไรอยู่ ไม่เห็นเ้าออกมาเลย"
"ก่อนหน้าที่คุณหนูหลินจะมา พี่เหลียนเซียงจากเรือนไผ่ขาวได้เรียกบ่าวไปพบ บอกว่าอยากให้บ่าวช่วยวาดแบบปักลายให้หน่อย แต่แบบปักลายพวกนั้นลวดลายซับซ้อน บ่าวกำลังปวดหัวกับเื่นี้อยู่เลยเ้าค่ะ"
หากเป็เื่อื่นหลินซ่งหลุนอาจไม่กล้าพูด แต่เื่วาดรูปนางมีความมั่นใจในตนเองไม่น้อย จึงเอ่ยไปว่า"ไยเ้าไม่มาหาข้า"
"พวกเขารีบเอาเ้าค่ะ บ่าวเห็นว่าไม่น่าจะทำได้ จึงปฏิเสธไป"
หลินซ่งหลุนยิ่งดูแคลนสุยอัน ในใจพลันบังเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา ถามสุยอันถึงเื่ความชอบของฮูหยินผู้เฒ่า
สุยอันคิดว่าเื่น้อยลงหนึ่งเื่ดีกว่าเื่มากขึ้นหนึ่งเื่จึงตอบแบบส่งๆไป แม้นางจะปลงตกได้ขนาดไหน ทว่าเมื่อเผชิญกับความเห็นแก่ตัวของคนจำนวนมากเช่นนี้ ก็อดที่จะเหนื่อยล้าไม่ได้เช่นกัน
หากเป็ไปได้ นางยอมที่จะทำงานหนักทำไร่ไถนาทุกวัน ดีกว่าต้องมาคอยฟังคำพูดถากถางที่แฝงมากับคำพูดของคนพวกนี้เป็ไหนๆ
สุยอันตอบปัดตอบเลี่ยงมาตลอดทาง จนกระทั่งทั้งสามเดินมาถึงหน้าประตูเรือนเจิงหยาง และบังเอิญพบกับฉีเพ่ยที่เพิ่งกลับมาจากด้านนอก
สุยอันสาวเท้าขึ้นหน้าคารวะ ฉีเพ่ยจับมือของนาง พลางหันไปยิ้มกับฮูหยินหลินและเอ่ยถามสุยอัน "เหตุใดเ้าถึงมานี่ ข้าไม่ได้ยินว่าฮูหยินผู้เฒ่าเรียกพบเ้านี่ หรือว่าคุณชายเก้ามีธุระอันใด"
หลังสุยอันกล่าวทักทายเสร็จจึงตอบคำถาม "มีสาวใช้ไปเรียนฮูหยินหลินว่าฮูหยินผู้เฒ่าอยากพบเ้าค่ะ แต่พอฮูหยินหลินและคุณหนูหลินเข้าไปเปลี่ยนชุดออกมาก็ไม่พบคนแล้ว พวกนางจึงไปไหว้วานคุณชายเก้า คุณชายเก้าจึงสั่งให้ข้านำทางมาให้"
ดวงตาของฉีเพ่ยโค้งขึ้นเล็กน้อย ทุกคนล้วนรู้ว่าอะไรเป็อะไร แม้สุยอันจะพูดกระชับทว่าสื่อความหมายออกมาอย่างชัดเจน ฉีเพ่ยบีบมือสุยอันเบาๆ และหันไปเอ่ยกับฮูหยินหลิน "ฮูหยินและคุณหนูได้โปรดรอสักครู่ ข้าจะเข้าไปแจ้งบัดเดี๋ยวนี้"
สุยอันรีบเอ่ยขอบคุณ ฮูหยินหลินก็ขอบคุณตาม
ผ่านไปชั่วครู่ก็มีคนออกมาพาฮูหยินหลินและบุตรสาวเข้าไปข้างใน
ขณะที่สุยอันกำลังจะจากไป ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงคนเรียก เมื่อหันกลับไปมองตามทิศทางเสียงก็เห็นจื่อยวี่เรียกอยู่ในห้องน้ำชา จึงเดินเข้าไปหา ทั้งสองพูดคุยกันสองสามคำ ฉีเพ่ยก็เดินเข้ามาสมทบเอ่ยอย่างแย้มยิ้ม "พวกเ้าลองทายดูสิว่าเกิดอะไรขึ้น...คุณหนูหลินเสนอตัวช่วยเหลียนเซียงวาดแบบปักลายเชียวล่ะ" ขณะพูดก็ยื่นมือมาบีบแก้มของสุยอัน "นางบอกว่าเ้าอายุยังน้อย จึงเป็ธรรมดาี้เีอยากเลี่ยงงาน"
จื่อยวี่พูดงึมงำ "ข้าไม่เคยเห็นใครหน้าไม่อายเท่านี้มาก่อนเลย"
สุยอันเล่าเื่ที่หลินซ่งหลุนบอกกับฉู่ยี่ว่ากำลังช่วยนางทำความสะอาดเรือนอยู่ให้พวกจื่อยวี่ฟัง
ทั้งจื่อยวี่และฉีเพ่ยเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็พากันหัวเราะงอหงาย
สุยอันขอตัวกลับ ทว่าจื่อยวี่จะรั้งให้อยู่ต่อ จึงรีบเอ่ยขึ้น "ท่านพี่แสนดี ข้าต้องกลับไปแล้วจริงๆ มิเช่นนั้นหากคุณหนูหลินออกมาคงต้องให้ข้านำทางไปเรือนไผ่ขาวอีกเป็แน่"
จื่อยวี่หัวเราะพลางรุนร่างนางออกไปและเอ่ยว่า "เช่นนั้นเ้าก็เดินเบาๆ ล่ะ อย่าให้นางได้ยิน เดี๋ยวจะวิ่งตามเ้าออกมาอีก" พูดจบจื่อยวี่ก็ใช้ผ้าปิดปากหัวเราะร่า
สุยอันเดินออกมาจากเรือนเจิงหยาง ก็ทอดถอนใจออกมาคำรบใหญ่ เร่งฝีเท้าเดินกลับไปยังห้องหนังสือ เมื่อเดินไปได้ครึ่งทางก็บังเอิญพบวู่เจี๋ย เมื่อวู่เจี๋ยเห็นว่าเป็สุยอันก็เอ่ยอย่างร้อนรน "ท่านพี่รีบกลับไปเถิด คุณชายเก้ากำลังพ่นไฟใหญ่เลย วู่ยิงฝนหมึกและเผลอใส่น้ำเยอะเกินไป ทำให้คุณชายเก้าต้องทิ้งกระดาษที่กำลังจะเขียนเสร็จไป"
สุยอันได้ยินเช่นนั้นก็ไม่กล้าเสียเวลา รีบยกกระโปรงขึ้นและวิ่งตะบึงไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เมื่อก้าวพ้นประตูยังไม่ทันจะได้หายใจ ฉู่ยี่ก็ยื่นมือมากระชากข้อมือของนาง ทำให้ตุ่มพองบนข้อมือแตก
ความเจ็บระดับแสบทรวงทำให้นางอดร้องออกมาไม่ได้
ฉู่ยี่ชะงักปล่อยมือพลัน เมื่อเห็นสุยอันน้ำตาไหล เขาถึงกับเลิกคิ้วสูง เพราะนึกว่านางสะดีดสะดิ้ง ขณะกำลังจะยกเท้าขึ้นถีบ สายตาก็เหลือบไปเห็นมือทั้งสองข้างของนางเต็มไปด้วยจุดสีแดง จึงถามเสียงเย็น"นี่มันเื่อะไร"
สุยอันเล่าเื่ที่เกิดในเรือนไผ่ขาวด้วยสุ้มเสียงเบาหวิว
ฉู่ยี่ไม่ใช่คนโง่ เขาขมวดคิ้วมุ่นจ้องมองสุยอัน เขามองจนนางร้องไห้ออกมาอีกระลอก จึงด่านางไปว่า"โง่เง่า"
สาวใช้ทุกคนได้เรียนกฎการชงชาจากเรือนส่วนหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า หากไม่มีคำสั่งจากเ้านาย จะมีใครกล้ารินน้ำชาร้อนจัดให้แขก? เห็นได้ชัดว่ามีคนประสงค์ร้าย
"มีปัญญามาร้องห่มร้องไห้ต่อหน้าข้าเช่นนี้ ไฉนจึงไม่มีปัญญาสาดกลับไป?"
"เรียนคุณชายเก้า กฎของจวนบัญญัติไว้ว่า หากสาวใช้ทะเลาะเบาะแว้งกัน ไม่ว่าฝั่งใดถูกหรือผิด ต้องโดนโบยก่อนสิบไม้ค่อยถามความเ้าค่ะ" สุยอันตอบสะอึกสะอื้น
ฉู่ยี่ลอบด่านางว่าโง่อีกครั้ง เมื่อเห็นว่าวู่ยิงและวู่เจี๋ยทำลับๆ ล่อๆ อยู่นอกประตู จึงเอ็ดตะโรเสียงดัง "ยังไม่รีบไปเอายามาอีก!"
ในเรือนมียาทาว่านหางจระเข้เตรียมไว้อยู่แล้ว ตอนที่วู่ยิงถือยาเข้ามา ฉู่ยี่นั่งอยู่บนตั่ง สุยอันคุกเข่าร้องไห้อยู่บนพื้น ฉู่ยี่เห็นแล้วก็รู้สึกสงสาร แต่ปากกลับพูดออกไปว่า "ยังไม่รีบไสหัวมานี่อีก คิดจะใช้กลยุทธ์ทุกข์กาย* กับข้าหรือ"
เมื่อฉู่ยี่ถลกแขนเสื้อของสุยอันขึ้น ก็เห็นตุ่มพองที่แตกแล้วขนาดเท่าเหรียญตำลึงสามตุ่ม เขาขมวดคิ้วแน่นจนร่องคิ้วแทบจะบีบยุงตายได้
สุยอันยื่นมือไปรับยาว่านหางจระเข้ "คุณชายเก้า แผลนี่ดูแล้วน่ารังเกียจยิ่งนัก บ่าวจัดการเองดีกว่าเ้าค่ะ"
นางถูกฉู่ยี่ตีมือข้างที่ยื่นออกไป และถูกเขาตวัดสายตามองอีกทีหนึ่ง "ทำไมไม่ลวกให้มือเ้าสุกไปเลยนะ ปกติเห็นเ้าฉลาดออกปานนั้น ไม่รู้จักหลบหรือ"
สุยอันกำลังจะแค่นยิ้ม แต่ถูกเขาดึงมือไปเสียก่อน จึงหลุดร้องซี้ดด้วยความเจ็บ จากนั้นก็พยายามอธิบาย "แบบปักลายนั้นได้มายากหากบ่าวหลบแล้วน้ำไปรดใส่ ชุดที่คุณชายจะใส่เข้าวังอาจจะเสร็จไม่ทัน... โอ๊ย เจ็บเจ็บ เจ็บ เ้าค่ะ"
ฉู่ยี่ออกแรงบีบมือของนางพลางแค่นเสียงต่ำ "ยังกล้าปากแข็งอีกนะ" พูดจบเขาก็ก้มหน้าทายาว่านหางจระเข้ให้นางมั่วๆ
"บ่าวจงรักภักดีต่อคุณชายเสมอ สุริยันจันทราเป็ประจักษ์"
ฉู่ยี่เกือบจะหลุดหัวเราะออกมา เขาต้องพยายามอย่างหนักที่จะไม่หัวเราะออกมาก่อนทายาเสร็จ เขายัดยาทาที่เหลือใส่มือของนาง "เรียบร้อยแล้ว จะไปที่ไหนก็ไป"สาวใช้คนอื่นแค่มีแผลถลอกเล็กกระจิริดก็หาวิธีร้อยแปดพันเก้ามาออดอ้อนเขา แต่นางกลับมาแสดงความจงรักภักดีกับเขาเสียอย่างนั้น
ยามที่เขาบันดาลโทสะ นางใหวาดกลัว ทว่ายามที่เขาไม่โมโหและมอบความอ่อนโยนให้แม้จะน้อยนิด แต่นั่นก็พอจะทำให้สุยอันตื้นตันได้แล้ว แม้ความอ่อนโยนอันน้อยนิดนั่นจะถูกห่อหุ้มด้วยสุ้มเสียงอาฆาตก็ตาม
ฉู่ยี่มองสุยอันที่ยืนทำปากขมุบขมิบ คล้ายไม่รู้ว่าจะเอ่ยอะไร จึงลอบด่านางว่าโง่ในใจอีกหนึ่งครั้ง
เมื่อก่อนเขาเคยเห็นฟางฮวาสาวใช้ของฉู่ยวี่ถูกกระดาษบาดเพียงเล็กน้อยตอนตัดกระดาษและขึ้นไปนั่งออเซาะบนตัก แม้ตอนนั้นจะรู้สึกหมั่นไส้ ทว่าเมื่อโตขึ้น เขากลับรู้สึกว่าแบบนั้นก็ถือเป็ความรื่นรมย์อย่างหนึ่ง หากเขาคาดหวังให้สุยอันที่เป็ห่านหน้ามึน* สร้างความสุขเช่นนั้นให้เขาบ้าง ไม่สู้เขาไปคาดหวังสุกรยังจะดูเป็ไปได้มากกว่า ช่างทึ่มทื่อโง่เขลาเสียนี่กระไร!
แม้เขาจะมีความคิดเช่นนี้ แต่กลับลืมไปแล้วว่ามีสาวใช้มากมายที่คอยออดอ้อนเขา แต่ตัวเขาเองที่กลับรู้สึกรังเกียจจึงไล่ตะเพิดไปเสียหมด
สรุปก็คือ เขามีความรู้สึกดีๆ ต่อสุยอัน แม้จะน้อยนิดก็ตามที...
แม้สุยอันจะได้รับความเมตตาเพียงน้อยนิดจากฉู่ยี่ ทว่ากลับคิดที่จะตอบแทนเขาอย่างสุดใจ
นางมีหินชิงเถียน* อยู่หนึ่งก้อน ฉู่ชิวส่วยเก็บสะสมหินพวกนี้ ทว่าหินก้อนนี้รูปร่างบิดเบี้ยว ขายไม่ได้ราคา บิดาเห็นว่านางชอบจึงมอบให้
แม้หินชิงเถียนจะสู้หินโซ่วซาน* และหินเืระกา* ไม่ได้ ทว่าหินชนิดนี้มีความละเอียดอ่อนมันวาว เป็วัสดุที่ดีสำหรับการแกะตราประทับ
ก้อนหินมีแล้ว มีดแกะก็มีแล้ว แล้วจะแกะคำว่าอะไรดีล่ะ? สุยอันคิดไม่ตก
หากมอบให้คนรัก สามารถแกะคำว่า 'สยายปีกบินเคียงคู่*' มอบให้บัณฑิตก็แกะคำว่า 'การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด' ฉู่ยี่ไม่ใช่ทั้งคนรักของนางและคนที่รักเรียน หากนางแกะคำพวกนี้ให้เขาจริง คงถูกเขาถีบตกทะเลสาบเป็แน่
นางตรองอยู่นานโข ถึงตัดสินใจแกะคำว่า 'อินทรีโฉบนภา*'
แม่ทัพฉู่ปีนี้ก็อายุหกสิบกว่าแล้ว แม้จะได้รับชัยชนะบ่อยครั้ง แต่ก็ตรงกับคำกล่าวที่ว่าราชวงศ์ิไร้แม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ไร้ผู้สืบสกุล จากที่นางรู้มา บุรุษสกุลฉู่ออกรบมากมาย แต่คนที่ประสบความสำเร็จกลับมีน้อย คุณชายใหญ่ได้รับาเ็ หลังถอนตัวก็กลับมารักษาตัวที่จวน คุณชายสองและคุณชายสามต่างตายในสนามรบ แม้ยามนี้คุณชายหกและแปดกำลังติดตามนายท่านออกรบ ทว่าก็เป็เพียงแม่ทัพเล็กๆ แม้แต่คุณชายเจ็ดและคุณชายเก้าเองต่างก็เคยถูกพาเข้าสนามรบเช่นกัน แต่ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ยอม ดึงดันที่จะพาพวกเขากลับมาให้ได้
คุณชายเจ็ดไม่น่าเป็ห่วงเพราะแต่งงานแล้ว กอปรกับมีคุณงามความดีสอบติดซิ่วไฉ มีผิงจวิ้นหวางคอยส่งเสริม ไม่ว่าอย่างไรอนาคตคงไม่ขี้ริ้วขี้เหร่มากนัก
มีเพียงคุณชายเก้าเท่านั้นที่หลายปีมานี้ เอาแต่เฝ้านึกฝันถึงว่าจะเป็แม่ทัพใหญ่ให้ได้
หลังสุยอันมีความสุขกับความคิด'เอาอกเอาใจ' ของตนเองไปหนึ่งเค่อ ก็ตัดสินใจลงมือทำเสียที
จังหวะที่นางกำลังถลกแขนเสื้อขึ้น เหลียนเซียงก็พาสาวใช้รุ่นเล็กมาที่เรือนอย่างรีบร้อน
ขณะที่สุยอันกำลังจะออกไป ก็ถูกวู่ยิงขวางไว้ที่หน้าประตูก่อนเอ่ยเสียงเบา "คุณชายเก้าให้ท่านพี่ดูเป็ตัวอย่างเอาไว้ขอรับ"
สุยอันแบะปาก ยืนมองและฟังสิ่งที่เหลียนเซียงพูดอยู่ข้างประตู
"ฉุนหลันเป็บ่าวที่เกิดและเติบโตในจวนนี้ เป็คนกระตือรือร้นชอบช่วยเหลือ ครั้งนี้จะโทษแต่นางก็ไม่ได้ สุยอันรีบหมุนตัวเอง ทำให้ไม่ทันหลบจึงชนเข้าให้...ตอนนี้ฉุนหลันสำนึกผิดแล้วเ้าค่ะ บ่าวพานางมาให้น้องสุยอันลงโทษได้ตามอำเภอใจ...เพียงขอแค่ให้น้องสุยอันหายโกรธเท่านั้น" เหลียนเซียงเลิกกระโปรงยอบกายคำนับ จังหวะการพูดไม่ช้าไม่เร็ว ทำให้ผู้ฟังรู้สึกว่าคำพูดของนางเต็มไปด้วยความกลัดกลุ้มใจและความโศกเศร้า
ฉุนหลันที่คุกเข่าอยู่ด้านหลังก็น้ำตาไหลอาบสองข้างแก้มพลางเอ่ยอย่างจริงใจ "คุณชายเก้า บ่าวไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะเ้าคะ สุยอันเป็คนมีความรู้ บ่าวเห็นแล้วก็อยากตีสนิท จึงแย่งงานของพี่ฟางเอ๋อร์ช่วยรินน้ำชา..."
ฉู่ยี่วางพู่กันลง ปรายตามองมาทางห้องเอ่อร์ฝางเล็กน้อย ก่อนเอ่ยกับเหลียนเซียงอย่างเนิบช้า "นี่มันเื่ไร้สาระอันใดกัน เ้าเป็สาวใช้ขั้นหนึ่งของเรือนไผ่ขาว เพียงสาวใช้เล็กๆ ไม่รู้ความ เ้าสั่งสอนเองก็ได้แล้วนี่"
เมื่อเหลียนเซียงได้ยินเช่นนี้ ดวงหน้าพลันปรากฏความลำพองใจก่อนหายไปอย่างรวดเร็ว และตีสีหน้ากลัดกลุ้มแทน "เ้าค่ะ คุณชายเก้าสั่งสอนด้วยชอบแล้ว...แต่ว่าบ่าวเป็คนเรียกน้องสุยอันไปเอง เดิมทีคิดว่าทุกคนล้วนมีหน้าที่ปรนนิบัติคุณชายเก้าทั้งนั้น คุณชายเก้ามีความสุข พวกบ่าวไพร่ถึงมีความสุข...คิดไม่ถึงว่าน้องสุยอันไม่เพียงปฏิเสธ หนำซ้ำยังนำเื่นี้ไปเล่าให้คุณหนูหลินฟัง บ่าวคิดว่า ภายในเรือนของพวกเราไม่ว่าจะผิดใจกันเช่นไร ก็ไม่ควรไปป่าวประกาศให้คนนอกรู้ ครานี้คุณหนูหลินรู้เื่แล้ว ไม่เพียงทำให้พวกบ่าวดูไร้ความสามารถ ยังหัวเราะเยาะพวกบ่าวอีก ซ้ำยังทำให้คุณชายเก้าขายหน้า..."
ฉู่ยี่ปรายตามองเหลียนเซียงอย่างเฉยเมย "ในเมื่อเ้ารู้ว่าตนลอกแบบปักลายนั่นได้ไม่ดี ไยยังรับงานนั้นมาอีก"
เหลียนเซียงชะงักไปเล็กน้อย ก่อนเอ่ยตอบตะกุกตะกักฟังแล้วไม่เป็ธรรมชาติ "ฮูหยินผู้เฒ่ายุ่งจนไม่มีเวลา คนก็ไม่พอ บ่าวจึงคิดว่าการช่วยฮูหยินผู้เฒ่าแบ่งเบาก็เหมือนช่วยคุณชายเก้าแบ่งเบาก็เลย...บ่าวผิดเองเ้าค่ะ ยังดีที่คุณหนูหลินยื่นมือเข้ามาช่วย นางบอกว่าใช้เวลาลอกลายเพียงครึ่งวันก็เสร็จ หากพวกบ่าวทำงานกันหามรุ่งหามค่ำก็น่าจะทำเสร็จกันเ้าค่ะ"
ฉู่ยี่เอ่ย "ในเมื่อเป็เช่นนี้ เ้าก็รีบกลับไปทำชุดให้เสร็จเสียดีกว่า"
เหลียนเซียงพลันยิ้มดีใจ ทว่าเอ่ยอึกอักต่อ "เช่นนั้นน้องสุยอัน..."
"คุณหนูหลินไปหาฮูหยินผู้เฒ่า จึงเรียกให้นางไปเป็เพื่อนด้วย ตอนนี้ไม่รู้ไปเตร็ดเตร่อยู่ไหนแล้ว ยังไม่กลับมาเลย หากนางกลับมา ข้าจะบอกนางให้" ฉู่ยี่เอ่ยพลางหยิบพู่กันขึ้นมาเขียนการบ้านต่อ
เหลียนเซียงไม่กล้ารบกวนอีก เื่ที่ต้องพูดก็พูดหมดแล้ว เมื่อแน่ใจว่าไม่มีอะไรที่ขาดตกบกพร่อง ก็ตวัดสายตาส่งสัญญาณให้ฉุนหลันลุกขึ้น ทั้งสองจึงเอ่ยลาจากไป
*กลยุทธ์ทุกข์กาย เป็หนึ่งในสามสิบหกกลยุทธ์ศึก (สามสิบหกกลยุทธ์ศึกคือตำราพิชัยา) โดยกลยุทธ์นี้จะใช้การทำร้ายตนเองเพื่อให้อีกฝ่ายเชื่อใจ แล้วค่อยวางแผนตลบหลัง
*ห่านหน้ามึนเปรียบเปรยคนที่โง่เขลา ไม่รู้จักพลิกแพลง ซื่อบื้อ
*หินชิงเถียนเป็หินที่ใช้แกะตราประทับของจีน แหล่งกำเนิดของหินชนิดนี้อยู่ที่มณฑลเจ้อเจียง อำเภอชิงเถียนตัวหินมีลักษณะมันวาว ลวดลายเป็เอกลักษณ์ ความแข็งปานกลางแม้จะมีหลากสีทว่าหินชนิดนี้เน้นสีเขียวเป็หลัก
*หินโซ่วซานได้ขึ้นชื่อว่าเป็หนึ่งในสี่สุดยอดหินตราประทับและเป็หินขึ้นชื่อราคาแพงที่มีเฉพาะในฝูโจว ตัวหินมีลักษณะใสเป็ประกาย มันวาวโดยมากเป็สีน้ำตาล เป็ที่นิยมทั้งในและต่างประเทศ
*หินเืระกาเป็หินที่ได้จากแร่ซินนาบาร์และได้รับการตั้งชื่อตามแร่ชนิดดังกล่าวเพราะมีสีแดงสด หินชนิดนี้มีจำนวนจำกัดดังนั้นราคาในตลาดจึงมีราคาสูงและราคาไม่มีตก
*สยายปีกบินเคียงคู่ใช้เปรียบเปรยคู่รักที่รักกันชื่นมื่นคลอเคลียไม่ห่าง สามีภรรยารักใคร่
*อินทรีโฉบนภา หมายถึงคนที่มีความทะเยอทะยานอยากแสดงความสามารถให้ผู้อื่นรับรู้
***ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/b42d15240c9075c343f762590f4baa36
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่แม่สาวใช้ตัวดีในจวนท่านแม่ทัพที่ไหน ขอฝากแฮชแท็ก #แม่สาวใช้ตัวดีในจวนท่านแม่ทัพ #readAwrite ด้วยน้า