..
เวลาบ่ายโมงที่อุณหภูมิพุ่งสูงปรี๊ด กุลแม่ของเอกก็กำลังนั่งพักผ่อน หลังจากที่ทำงานเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน อยู่ใต้ต้นมะม่วงหน้าบ้านกับพ่อของเขาที่พึ่งสีข้าวแล้วเสร็จ
กว่าพ่อของเอกจะใช้เครื่องสีข้าวชำนาญก็เล่นเอาคนสอนงานเหนื่อยไปสองวันเลยทีเดียว ดีหน่อยที่ทุกวันนี้คล่องมือแล้วงานเลยเสร็จไว
ขณะเดียวกันที่สองสามีภรรยาคุยกันอยู่นั้น ทั้งคู่ก็มองไปที่ทิศทางเดียวกันอย่างฉับพลัน นั่นก็คือประตูบ้าน...ที่พี่น้ำย่างเท้าเดินออกมาด้วยบุคลิกที่ต่างออกไปจากเดิม...
มันสวยและน่ารักจนพ่อและแม่ตกตะลึง!
เด็กวัยสิบสี่ปีผมสั้นตรงสลวย ติดกิ๊บสีชมพูอย่างประณีต ด้วยใบหน้ารูปไข่และผิวหน้าอวบอิ่มและขาวผ่อง พอเปิดหน้าม้านี่น่ารักอย่างกับเด็กญี่ปุ่น...
“พ่อ พ่อเห็นเหมือนแม่ใช่ไหม!” กุลแม่ของเอกมีท่าทีใเมื่อเห็นน้ำเดินออกมาจนเผลอใช้มือสะกิดสามีของเธออย่างแรง เล่นเอาแขนของพ่อแดงช้ำเลยทีเดียว
เทียนไม่แน่ใจจึงจ้องมองสักพัก “ยัยน้ำนี่! แต่งชุดนี้โตเป็สาวเลย แหมๆ สวยเหมือนแม่จริงๆ” เทียนไม่ปล่อยโอกาสนี้ให้เสียเปล่า กล่าวชมภรรยาเพื่อทำคะแนน ซึ่งโดนตีแขนไปอีกดอกเพราะแม่กุลขัดเขิน
ที่สำคัญ ยังซ้ำรอยแผลเดิมอีกด้วย! เทียนได้แต่กล้ำกลืนฝืนทนจนใบหน้าบิดเบี้ยว
“ยัยน้ำมานี่มา” กุลเรียกลูกสาวในเวลาถัดมาซึ่งพี่น้ำก็ตอบรับด้วยความเต็มใจเพราะเอกบอกให้รออีกหน่อย
“จ้า!!”
“จะไปไหนเหรอ แต่งตัวซะสวยเลย” แม่สงสัยเลยอดถามไม่ได้ ขณะเดียวกันก็ลูบแผ่นหลังลูกสาวอย่างทะนุถนอม
“เอกจะให้ไปนั่งสวยๆ แล้วได้ตังค์ค่ะ” พี่น้ำกล่าวตามที่เอกบอกไว้
“เอ๊ะ! เ้าลูกเวรจะออกไปหาเงินอีกแล้วเหรอ? เื่นี้ชักช้าไม่ได้แล้ว!” เทียนรู้สึกโดนท้าทาย เพราะหลังๆ มานี้เป็เอกที่หาเงินอยู่คนเดียวภายในบ้าน
ศักดิ์ศรีผู้นำครอบครัวโดนท้าทายมันยอมกันไม่ได้! ยิ่งเมื่อคืนก็เอาเงินมาให้ตั้งสองพันกว่าบาท ทั้งยังบอกว่าเป็ค่าชุดนักเรียนอีก...
“ก็ดีแล้วนี่พ่อ ที่ลูกรู้จักทำมาหากิน” กุลพูดเบี่ยงเบนเพื่อปลอบใจสามี
“พ่อว่าพ่อต้องเร่งมือทำอะไรสักอย่างแล้ว...” พูดจบพ่อก็เดินจากไป
“ลูกใครเนี่ยสวยจริงๆ” กุลไม่สนใจเทียนพลางหันมาสนใจลูกสาวต่อพร้อมเอ่ยปากชมไม่ขาด
“ก็สวยเหมือนแม่อยู่แล้วค่ะ~” พี่น้ำก็ชมกลับอย่างรู้ใจ ผู้หญิงดีใจอยู่แล้วเมื่อโดนชมว่าสวย
“ปากหวานจริงเชียว” แม่กุลจุ๊บแก้มพี่น้ำหนึ่งที
สองแม่ลูกคุยกันสักพักเอกก็เข็นรถเข็นออกมาจากหลังบ้าน รถเข็นที่เอกเข็นมาถูกแต่งเติมโดยตาข่ายไม้ให้สูงขึ้นสองเมตรครอบด้วยมุ้ง ซึ่งภายในมีแต่จิ้งหรีดเต็มไปหมด
แค่มองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าเอกจะเอาจิ้งหรีดไปขาย
ตอนนี้ขาดแค่ตาชั่งน้ำหนักเท่านั้น เอกคิดว่าจะไปเช่าบ้านยายแดงที่เป็ร้านขายของชำใกล้บ้าน เห็นว่ามีอยู่สองสามอันแกน่าจะให้เช่า
พอเอกเข็นมาถึงหน้าบ้านที่แม่และพี่น้ำอยู่เอกก็พูดขึ้น “แม่ ผมฝากดูหน่อยนะครับผมจะไปร้านค้าแป๊บเดียว อย่าให้ไก่มากินละ..” พูดจบเอกก็วิ่งไปทันที
ระหว่างที่วิ่งอยู่นั้นเอกก็คิดได้ว่ายังไม่มีถุงพลาสติกไว้ใส่เลยของให้ลูกค้าเลย เคราะห์ดีที่เอาเงินที่ไว้สำหรับทอนติดตัวมาด้วยไว้ ซื้อไปเลยแล้วกัน
“ยายครับ ผมขอเช่าตาชั่งได้ไหมครับ พอถึงตอนเย็นผมจะเอามาคืน” เอกพูดด้วยความตั้งใจ
“โอ้! จะเอาไปทำอะไรล่ะเอกน้อย” ยายแดงพูดเชื้องช้าแต่ชัดถ้อยชัดคำ ไม่สมกับเป็คนชราวัยเจ็ดสิบปี
“จะเอาไปชั่งจิ้งหรีดขายครับ”
“จิ้งหรีด! เอามาขายให้ยายก่อนได้ไหม ส่วนชั่งเอาไปเลย ยายไม่เอาเงินหรอก” ยายแดงยิ้มตอบ
ยายแกเป็คนใจดีมากๆ คนหนึ่ง ปีก่อนเอกเดินผ่านหน้าบ้านของแกกับพี่น้ำ ยายแกก็ยังเอาผลไม้มาแบ่งให้เลย ทั้งๆ ที่วันนั้นไม่ได้เข้ามาซื้อของด้วยซ้ำ
“ขอบคุณครับ” เอกตอบขอบคุณอย่างซึ้งใจ
พอได้ของที่้าครบแล้ว เอกก็ยกชั่งแล้วเดินกลับบ้าน พอไปถึงเขาก็ต้องใ เมื่อเขาเห็นพ่อของเขากำลังเอาปืนมาขัด โดยที่ร้อยวันพันปีไม่เคยเอาออกมาทำความสะอาดเลย
(สำหรับคนอีสานบางครอบครัวจะมีปืนไว้สำหรับล่าสัตว์ครับ)
เอกตรงไปถาม “พ่อทำอะไรเนี่ย! ถ้าตำรวจผ่านมาเดี๋ยวก็โดนจับหรอก”
พ่อทำเป็ไม่สนใจ เอามือแคะหูแล้วตั้งใจขัดปืนต่อ ในจังหวะที่พ่อกำลังเล็งปืนเพื่อเช็กอยู่นั่นเองพ่อก็พูดขึ้น “ข้าก็เอาออกมาดูว่ามันยังยิงได้อยู่หรือเปล่า เผื่อได้ใช้เร็วๆ นี้”
“พ่อจะไปล่าหนูเหรอ ผมไปด้วย!” เอกทำเป็ใสซื่อไม่รู้เื่ ทั้งที่จริงๆ แล้วรู้อยู่เต็มอกว่าเอาออกมาขู่พวกที่จะมาจีบลูกสาวต่อจากนี้
ลูกใคร ใครก็หวงจริงไหม?
พ่อทำเป็ไม่สนใจเช่นเคย ส่วนแม่กับพี่น้ำนี่หัวเราะคิกคัก “เอ็งจะไปไหนก็ไปไป! ข้าจะเช็ดปืนอย่ามารบกวนสมาธิ” พอเทียนเข้าสู่บทโหดก็เอาเื่อยู่เหมือนกัน
เอกพาพี่น้ำไปที่บ้านยายแดงเพื่อขายให้แกก่อนตามที่ตกลงกันไว้ ยายแดงนี่อุทานเสียงดังเมื่อเห็นพี่น้ำ แซวเอกยกใหญ่ว่ามีแฟน พอรู้ความจริงว่าเป็พี่น้ำนี่ก็ช็อกเหมือนกัน
เอกขายให้ยายแดงในราคาพิเศษเพราะเขายืมตาชั่งแกมา ซึ่งยายแกน่าจะรู้ ก็คนค้าคนขายนี่นะ พวกเขาค่อนข้างรู้ราคา ยายแกก็ยิ้มแล้วก็จ่ายเงินโดยไม่พูดอะไร
...การให้ของหยิบยืมต่อผู้อื่นเพื่อเป็การลองใจคน นี่เป็การลงทุนที่ถูกและคุ้มค่าทีเดียว แล้วคุณล่ะลงทุนอะไรบ้างเพื่อลองใจคนอื่น?
หลังจากนั้นสองพี่น้องก็ตรงไปที่ตลาด ไปบล็อกที่ทางหัวหน้าหมู่บ้านเตรียมไว้ให้ ตอนนี้ผู้คนยังไม่ค่อยออกมาที่ตลาดเยอะเท่าไหร่เพราะยังมีแดดอยู่ รอแดดหายเมื่อไหร่คนก็ออกมาจับจ่ายใช้สอยแล้ว
ส่วนพ่อค้าแม่ค้าที่มาตั้งร้านก่อนเอกก็เอ่ยชมพี่น้ำไม่ขาดปากเมื่อเห็นพี่น้ำ ทำเอาพี่น้ำหน้าแดงอมชมพูเหมือนแอปเปิลเลยทีเดียว ซึ่งนั่นช่วยเสริมความน่ารักมากขึ้นไปอีก!
หลังจากชมเสร็จพวกเขาก็ออกมาถามไถ่ว่ามาขายอะไร เอกก็ตอบไปว่าจิ้งหรีด พอเห็นของใหม่พวกเขาก็รุมซื้อเอกในทันที ซึ่งขายไปทั้งหมดครึ่งกิโลกรัมหรือห้าขีด เกือบครึ่งที่เอกเตรียมมาขาย
ขายจิ้งหรีดครึ่งกิโลเอกได้เงินมาหนึ่งร้อยห้าสิบบาทเพราะเขาขายขีดละหนึ่งร้อยบาทซึ่งถูกกว่าในเมืองถึงยี่สิบบาท ดังนั้นถึงได้ขายดีแบบนี้ เอกไม่ได้ขายให้คนคนเดียวเขาขายให้ตั้งห้าคน คนละหนึ่งขีดเลยดูค่อนข้างเยอะ
ถึง่นี้จิ้งหรีดจะหาค่อนข้างง่าย แต่พ่อค้าแม่ขายเขาไม่มีเวลาไปหาเองหรอก ส่วนมากก็จะยุ่งอยู่กับเื่ค้าขายของตนเอง
พอพี่น้ำเห็นเงินพี่น้ำก็ตาโตกันเลยทีเดียว ทีนี้พี่น้ำรู้แล้วว่านั่งสวยๆ แล้วได้เงินคืออะไร นี่ขนาดผู้คนยังไม่ค่อยมี ยังทำเงินได้ตั้งหนึ่งร้อยห้าสิบบาทแล้ว ถ้าพวกแม่บ้านพ่อบ้านออกมาจ่ายตลาด น้ำไม่อยากจินตนาการว่าจะเป็อย่างไร...
พี่น้ำหยิบเก้าอี้ออกมานั่งข้างๆ รถเข็นพร้อมกับพัดในมือแกว่งไปมาอย่างสง่างาม เพื่อเรียกลูกค้าด้วยรอยยิ้มต่อไป...
"เร่งเข้ามาค่ะ~"