Thinking of 23
“ไม่ต้องหยุด”
ความอดทนผมขาดลงเมื่อคนตัวเล็กเอ่ยประโยคสุดยั่วยวนนั้นออกมา ผมบดจูบคนตัวเล็กอยู่นานหลายสิบนาทีถึงตัดสินใจอุ้มน้องออกจากห้องลับนี่เมื่อเดินออกจากห้องลับก็เดินไปล็อกประตูห้องนอนโดยที่ยังมีน้องอยู่ในอ้อมกอด ร่างเล็กถูกวางลงบนเตียงอย่างนุ่มนวล เสื้อที่สวมอยู่ถูกปลดและโยนไว้ที่ปลายเตียงก่อนจะคลานขึ้นไปคร่อมร่างน้องไว้และเริ่มจูบที่ซอกคอขาว เสียงครางผะแ่ของน้องทำให้ไอร้อนในกายเพิ่มสูงขึ้นจนไม่รู้ว่าจะะเิออกมาตอนไหนกันแน่
“อื้อ!” ร่างเล็กสั่นเทาอย่างกับลูกนกในตอนฝนตก ผมเลื่อนมือไปปลดชุดออกจากร่างน้อง ร่างเพรียวเล็กมีเพียงชุดชั้นในที่กำลังปกปิดร่างกายอยู่ น้องดูผอมมากแต่พอได้เห็นอะไรเยอะขึ้นกลับพบว่าน้องซ่อนรูปไม่น้อย หรือเป็เพราะน้องไม่ได้แต่งตัวเปิดเผยมากเลยทำให้ไม่รู้ว่าน้องมีอะไรซ่อนอยู่ ร่างเล็กสะดุ้งเฮือกเมื่อปลายนิ้วร้อนแตะลงบนสะโพกเล็กและรั้งซับในตัวจิ๋วออกจากเรียวขา ยามที่คนตัวเล็กมองต่ำพร้อมกับกัดริมฝีปากมันทำให้เืร้อนในกายไหลเวียนอย่างหนัก ให้ตายเถอะ ทำไมน้องถึงได้น่ากินน่าขย้ำแบบนี้กัน
“เบา ๆ นะคะ”
“ครับ” ผมขานรับ เลื่อนใบหน้าลงที่ซอกขาก่อนจะจูบลงไปเบา ๆ พร้อมกับปลายลิ้นที่ชิมรสหวานจากกายเล็ก ยามที่ได้ละเมียดชิมยิ่งทำให้ความเห็นแก่ตัวมีมากขึ้นอยากจะน้องมากยิ่งขึ้น ความอ่อนหวานความนุ่มนวลถูกส่งไปยังน้องด้วยััร้อน แรงขับเคลื่อนเข้าหาร่างเล็กเริ่มแรงขึ้นตามอารมณ์ที่กำลังเกิดขึ้นระหว่างเราสองคน บทรักที่ทั้งเร่าร้อนและและอ่อนหวานเดินทางมาจนถึงเกือบตีสามน้องหลับไปทั้งที่เราเพิ่งถึงจุดหมายปลายทางด้วยกัน ผมเองถึงแม้จะอยากรักน้องต่อแต่ก็กลัวน้องจะไม่สบายเลยผละออกจากร่างเล็กเดินไปหยิบผ้าไปชุบน้ำมาทำความสะอาดให้ เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยถึงได้เข้าไปอาบน้ำและรีบกลับมานอนกอดน้อง
เกือบเที่ยงน้องตื่นด้วยอาการงอแง ลองยกหลังมือทาบหน้าผากถึงได้รู้ว่าไม่สบาย เมื่อคืนคงจะเอาแต่ใจมากไปหน่อยล่ะมั้งนะ ผมยิ้มให้คนที่นั่งกอดหมอนรองคอมองผมหน้ามุ่ย ฝุ่นออกไปทำงานแล้วั้แ่เช้าส่วนผมก็ให้เลขาเอางานมาให้ที่นี่ ก็ตั้งใจไว้แล้วว่าจะอยู่กับน้องไม่อยากให้น้องอยู่คนเดียวน่ะ
“ทำไมมองพี่แบบนั้นล่ะครับ?” ผมเอ่ยถาม ทั้งยังกลั้นขำ เมื่อเห็นท่าทางน่าเอ็นดูของน้อง น่าฟัดนักเชียวคิดว่าผมความอดทนสูงหรือไงถึงได้มานั่งแก้มป่องมองแบบนี้
“ตาแก่โรคจิต!” น้องว่างอน ๆ ก่อนจะทิ้งตัวนอนบนโซฟา ผมหัวเราะลั่นกับท่าทางเด็ก ๆ นั่น รวมทั้งเดินไปหยิบผ้าห่มมาคลุมร่างเล็กไว้ ยิ่งไม่สบายอยู่
“หิวหรือยังครับ? คุณเลขาจะเข้ามานะ อยากทาน...”
“ไม่เอา ไม่หิว” น้องเอ่ยปฏิเสธ
“ไม่ได้นะ เดี๋ยวจะปวดท้องเอาได้นะครับ งั้นเดี๋ยวให้คุณเลขาแวะซื้อร้านโปรดเรากันนะครับ” น้องไม่ตอบแต่นอนหลับตานิ่ง เป็อันเข้าใจว่าไม่ปฏิเสธแล้วกัน เกือบหนึ่งชั่วโมงคุณเลขามาถึงห้องพร้อมกับเอกสารและอาหารของคนตัวเล็ก คุณเลขายิ้มล้อเลียนเมื่อเห็นร่างเล็กนอนขดตัวอยู่บนโซฟา ไม่พูดอะไรมากคุณเลขารายงานทุกอย่างให้จากนั้นก็บอกว่าจะส่งตารางงานให้อีกครั้งในไลน์ มีเลขาดีมีชัยไปกว่าครึ่งล่ะ ผมไม่ได้ใช้งานหนักนะเวลาพักก็มีให้แถมโบนัสประจำเดือนด้วย เอาละ ๆ ผมขอไปปลุกคนตัวเล็กมาทานข้าวด้วยกันก่อนจะบ่ายโมงแล้วน้องยังไม่ได้ทานอะไรเลยกลัวจะปวดท้องเอาได้
“ฝัน ฝันครับ ตื่นมาทานข้าวก่อนเร็ว” ผมกระซิบเรียก น้องงัวเงียตื่นยังไม่เต็มที่ก็ถูกผมอุ้มไปนั่งที่โต๊ะทานข้าว อาหารน่าทานถูกจัดเรียงบนโต๊ะ มันคงจะดีกว่านี้ถ้าน้องทานเยอะ ๆ กว่าจะบังคับขู่เข็ญให้ทานได้ทำเอาน้องเกือบงอนไปหลายรอย
“คุณ...”
“ครับ?”
“อยากให้เราเรียนต่อไหม เราเรียนได้นะ”
“ทำไมล่ะ?” ผมถามกลับ วางงานในมือขยับไปอุ้มน้องมานั่งตัก
“ก็ เรากลัวคนอื่นจะมองว่าเราไม่คู่ควรกับคุณ เราไม่ได้จบนอกเหมือนคนอื่น”
“ถ้าจะเรียนเพราะกลัวคนอื่นมองไม่ดี พี่ไม่ให้เรียนครับ”
“...”
“ถ้าหนูไม่อยากเรียนจริง ๆ พี่ไม่บังคับ ที่เคยถามเพราะเวลาหนูเข้ามาบริหารบริษัทช่วยกันกับฝุ่นจะได้เรียนรู้กลไกการบริหาร พี่ไม่อยากบังคับให้หนูฝืนตัวเอง...”
“แต่หนูเรียนได้” น้องยังยืนยัน
“เอางี้ พี่ให้เวลาหนูคิดก่อน ถึงหนูไม่เรียนก็ไม่มีใครมาว่าหนูได้ทั้งนั้น ใครว่าหนูบอกพี่ พี่จะจัดการมันเอง”
“ค่ะ”
“ไม่เอาครับ ไม่ต้องเครียด พี่ไม่อยากให้หนูเครียด”
“หนูขอนอนต่อได้ไหม...”
“ได้ครับ ทานยาก่อนเดี๋ยวพี่พาไปนอนในห้อง”
End Talk
หลายเดือนผ่านไป...
“เราคุยกันแล้วไม่ใช่เหรอ? ทำไมยังดื้ออยู่แบบนี้ครับ” เสียงคนที่นั่งบนเก้าอี้ตัวใหญ่ถามกลับอย่างไม่พอใจ หมายถึงคุณยูนั่นแหละ เราหมั้นกันแล้วนะ เพราะอีกฝ่ายบอกว่าต้องแสดงความชัดเชนและให้เกียรติฉันเลยหมั้นกันไว้ก่อน ส่วนเื่ที่เรากำลังตึง ๆ ใส่กันเป็เื่ที่คุยกันทีไรก็ทะเลาะกันทุกที เื่เรียนต่อ...
“ก็...”
“ทำไมต้องไปแคร์คนอื่นขนาดนั้น ใครเขาจะพูดยังไงก็ช่างเขาสิ จะเก็บมาใส่ใจยังไง ไร้สาระเกินไปนะครับ” ระ เื่ที่ฉันต้องเจอทุกวันแต่ต้องอดทนมันเป็เื่ไร้สาระในสายตาเขาอย่างนั้นเหรอ
“ไม่ต้องไปเรียนต่อ...”
“คุณก็เอาแต่พูดแบบนี้ คุณไม่ใช่คนที่พวกเขาพูดให้นี่ เราสิ ทั้งสายตาทั้งคำพูดทั้งคนใกล้ตัวไกลตัวพวกเขาพูดยังไงให้เรา คุณคงไม่สนใจอยู่แล้วนี่ ถ้างั้นคิดว่ามันไร้สาระต่อไปเถอะค่ะ เื่ที่เราเจอมันคงไม่สำคัญที่จะต้องบอกหรือเล่าให้คุณฟังแล้ว” คนที่นั่งทำงานอยู่เงยหน้ามองฉันนิ่ง ๆ ฉันเองก็จ้องเขากลับ เราต่างเงียบและไม่ได้พูดอะไรกัน จังหวะที่กำลังเดินออกจากห้องทำงานเขา ประโยคที่เ้าของห้องเอ่ยออกมาทำเอาหัวใจฉันเจ็บชาไปหมดเช่นเดียวกัน
“ถ้าออกไปตำแหน่งหนูจะมีคนเข้ามาแทน คนที่หนูไม่ชอบเขา...”
“แล้วแต่คุณยูเมะพิจารณาค่ะ”
หลังจากที่ทะเลาะกันในวันนั้นฉันไม่ยอมรับการติดต่อจากคนฝั่งเขาเลย มีเพียงฝุ่นที่ช่วยหาที่เรียนและมหาลัยให้ สรุปฉันจะเรียนที่เนเธอร์แลนด์ ที่พักคุณน้าก็เป็คนจัดการหาให้เป็บ้านติดกับท่าน มหาลัยฝุ่นช่วยตัดสินใจเลือกซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่พักมาก เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยฉันก็นัดเพื่อนมาเจอกันและพูดคุยกันเพื่อบอกลา แม้จะหวนคิดถึงบรรยากาศเก่า ๆ เวลามีความสุขและสนุกเวลาที่อยู่กับเพื่อน แต่ฉันไม่เสียดายเลยที่จะไปเรียนต่อ อย่างน้อยถ้าฉันเรียนจบก็มีโอกาสเข้าทำงานที่บริษัทใหญ่ถึงตอนนั้นฉันก็จะเก็บเงินไปเที่ยวทั่วโลกได้แล้ว
“เก็บของหรือยัง?” ฝุ่นเดินเข้ามาในห้อง เอ่ยถามเสียงอบอุ่น ในมือถือนมอุ่น ๆ มาให้
“เสร็จแล้ว ไปถึงต้องคิดถึงมากแน่ ๆ เลย” ฉันบอกคนเป็พี่ชายอ้อน ๆ ฝุ่นยกมือลูบผมฉันเบา ๆ ก่อนจะพาเดินไปนั่งที่เตียงนอน
“ถ้าว่างจะไปหาบ่อย ๆ อีกอย่างกลับมาแล้วเราย้ายไปอยู่บ้านด้วยกันนะ”
“อื้อ! ได้ เดี๋ยวเค้าจะเก็บเงินซื้อบ้านข้าง ๆ ฝุ่น เราซื้อบ้านสองหลังในรั้วเดียวกันนะ”
“ได้ รีบกลับมาหาพี่นะ”
“สองปี”
“ครับ พี่จะรอ แล้วนี่บอกทางนั้นหรือยัง”
“ยัง...” ฉันไม่กล้าคุยกับเขาหรอก โดนพูดแบบนั้นใส่ เขาก็คงอยากจะให้คนที่จบสูง ๆ มาทำงานมากกว่าฉันที่จบแค่นั้น เอาเถอะ เขาเลือกแล้วนี่นา ฉันมองฝุ่นก่อนจะส่งยิ้มให้ มือวางแก้วนมบนโต๊ะก่อนจะรูดแหวนบนนิ้วออกมา
“ฝากคืนเขาหน่อยนะ มันคงไม่เหมาะกับเราหรอก”
“ฝัน...”
“เขาบอกเองว่าจะให้ผู้หญิงคนนั้นเข้ามาทำงานแทนเรา ก่อนจะพูดมาแบบนั้นเขาก็คงจะคิดมาอย่างถี่ถ้วนแล้ว ั้แ่ที่ทะเลาะกันจนถึงวันนี้เรามั่นใจแล้วล่ะว่าที่ว่างข้าง ๆ เขามันไม่เหมาะกับเราเลยสักนิด เราต่างกันเกินไป...”
“ฝัน ลองคุยกับพี่เขาก่อนไหม...”
“ไม่คุยแล้วล่ะ ระหว่างที่ห่างกันไป เขาเป็เหมือนอีกคนที่เราไม่เคยรู้จักเลยนะรู้ไหม เหมือนคนแปลกหน้า เอาเถอะพอแล้ว จะนอนแล้วล่ะ พรุ่งนี้พาไปหาแม่หน่อยนะ”
“ได้ครับ นอนพักเถอะ”
====
ขอโทษค่ะทุกคน เราลืมว่าวันนี้ต้องอัพอีกตอน พอนึกได้ก็ดึกแล้ว ใครยังไม่นอนก็ขอให้สนุกนะคะ ใครที่เพิ่งเจอในตอนเช้าก็ขอให้สนุกเช่นกันค่ะ