“ก็คงเป็ยังงั้นละมังคะ”...สำหรับตัวเขาน่ะสิ...ไม่ใช่สำหรับเธอแน่
เสียงเครื่องโทรศัพท์ภายในดังรัวขึ้นเธอจึงเอื้อมมือไปรับ และเงยหน้าขึ้นมองนายจ้าง
“เลขาฯคุณค่ะ มิสซิสแดนบี้บอกว่ามีโทรศัพท์ทางไกลมาถึงคุณ”
สีหน้าของมิสเตอร์สเตนเคร่งขรึมไปทันทีถอนหายใจออกมาเบาๆ
“ผมดีใจอย่างที่สุดเลยนะถ้าจะมีใครมารับ่เื่บ้าๆอย่างนี้ไปจากผมเสียที บอกแดนบี้ว่าผมจะไปเดี๋ยวนี้ละ”
พูดจบเขาก็รีบเดินออกจากห้องทำงานของเธอขณะทาเมร่าทำตามคำสั่งนั้น
เมื่อวางโทรศัพท์ลงทาเมร่าก็วางมือลงบนสมุดบัญชี ราวจะปกป้องมันไว้ เธอรู้มาตลอดว่าฮาโรลด์ สเตนนั้นไม่้าดำเนินกิจการของบริษัทต่อไป แต่ในฐานะที่เธอเป็หัวหน้าฝ่ายบัญชีทาเมร่าก็แน่ใจมาตลอดเช่นกันว่าถ้าเขาจะต้องขายบริษัทนี้ไปเสียก็ควรจะได้ปรึกษาหารือกับเธอเสียก่อนและเธอก็ไม่เคยนึกฝันว่าบริษัทใหญ่อย่างเทย์เลอร์ บิสสิเนส แมชชีนส์จะทาบทามเข้ามาในรูปของการรวมบริษัท
ซิกเนท แมชชีนส์ เป็เพียงบริษัทเล็กๆที่ผลิตอุปกรณ์ต่างๆออกสู่ตลาด แต่เธอได้มองข้ามการจดทะเบียนลิขสิทธิ์ไปและบัดนี้มันก็ได้กลายเป็สิ่งที่มีค่าที่สุดไปแล้ว...!
ทาเมร่านึกย้อนไปถึงในระยะ 2-3 เดือนที่ผ่านมาที่นายจ้างของเธอได้เข้ามาสอบถามรายละเอียดต่างๆมากมาย ซึ่งทาเมร่าก็เพิ่งจะมองเห็นอย่างกระจ่างชัดในตอนนี้เอง ว่ามันมีความเคลื่อนไหวในอะไรบางอย่างอยู่เื้ัการซักถามรายละเอียดนั้น ในตอนแรกๆเธอคิดเอาเองว่า มันเกิดขึ้นเพราะความที่เขาไม่มีความรู้ความชำนาญในการบริหารงานมากกว่า เพราะเป็การสอบถามถึงรายละเอียดต่างๆที่ไม่ได้มีความจำเป็ในการปฏิบัติหน้าที่ในงานประจำที่เขาทำอยู่แต่อย่างใด
ถ้าบริษัทเทย์เลอร์ บิสสิเนส แมชชีนส์ จะเข้ามารับงานภายในระยะเวลา 1เดือน นั่นย่อมหมายความว่าเ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารและพนักงานของบริษัท จะต้องเข้ามาเตรียมงานกันก่อนหน้านั้นซึ่งแสดงว่าเธอกำลังถูกผูกมัดเข้ากับปัญหาที่ได้ก่อขึ้นโดยไม่ได้มีสัญญาณใดๆเตือนให้รู้ตัวล่วงหน้าเลย...
ถ้าเพียงแต่มันจะมีเวลามากกว่านี้เธอก็อาจจะหาทางแก้ไขสถานการณ์ที่กำลังเป็อยู่ได้ แต่ว่าเมื่อมาถึงเวลานี้แล้วยังจะมีโอกาสเหลืออยู่อีกละหรือ...?...คำตอบคือไม่มีเลย...แต่บางทีอาจจะไม่มีใครสังเกตเห็นบัญชีที่มันไม่ลงตัวนี้บ้างก็ได้...หรือว่า...ถ้าเธอจะอธิบายในสิ่งที่เกิดขึ้นให้เ้าของคนใหม่ทราบ บางทีเขาอาจจะเข้าใจกระมัง...เพราะอันที่จริงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น มันก็ไม่ใช่ปัญหาคอขาดบาดตายอะไรเลยนี่...
ทาเมร่ารวบรวมสมุดบัญชีแยกประเภทปกสีดำทั้งหมดเข้าด้วยกัน หอบมันไปเก็บในตู้เอกสารแบบนิรภัยทันทีที่เธอปิดประตูตู้ลงและหมุนกุญแจเพื่อที่จะปิดล็อกให้เรียบร้อย ก็เป็ขณะเดียวกับที่่แขนคู่หนึ่งโอบรั้งร่างเธอจากทางด้านหลัง ริมฝีปากของเ้าของแขนคู่นั้นซุกไซ้อยู่กับ่ลำคอของเธอ
“จวนถึงเวลาเลิกงานแล้วละที่รัก”เสียงเขาพึมพำอยู่ข้างหู“ทำไมคุณถึงไม่ยอมให้ผมพาไปให้พ้นๆไอ้กองเอกสารบ้าๆพวกนี้เสียทีล่ะ?”
ทาเมร่ายืนตัวแข็งอยู่ในอ้อมแขนนั้นเธอจำเสียงบุคคลผู้นี้ได้ดี จำััที่รุกรานนั้นได้ด้วย รวมทั้งเรือนร่างล่ำสันที่กกกอดเธอไว้เธอพยายามแกะอ้อมแขนที่โอบกอดอยู่ออก พร้อมกับถอยหลังห่างออกมาด้วยท่าทางเ็า
“รู้สึกว่ายังเหลือเวลาอีกตั้ง 20นาทีเต็ม กว่าจะถึงเวลาเลิกงานนะเอ็ดดี้” ทาเมร่าเดินไปยังโต๊ะทำงาน“คุณอาจไม่มีงานทำแต่ฉันมี”
“อ้าว...ก็ทิ้งมันไว้สิ” เอ็ดดี้คอลเลียร์ เดินตามมาหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะ ไม่สะดุ้งะเืกับท่าทางไม่แยแสที่เธอกำลังแสดงต่อเขาอยู่“สเตนเขาก็กำลังยุ่ง คงจะไม่กลับมาอีกแล้วละ มันจะแปลกอะไรถ้าคุณจะเลิกงานให้เร็วกว่าทุกวัน เขาเองก็ยกพวกเราขายให้กับบริษัทั์ใหญ่ไปแล้วนี่”
“คุณไปได้ยินข่าวนี้มาจากไหนกัน?”เธอเดาเอาว่าเขากำลังหย่อนเบ็ดลงมา เพื่อใช้เหยื่อล่อหาข้อมูลต่างๆจากเธอมากกว่าและเธอก็จะไม่ยอมงับเหยื่อนั้นแน่
“ก็จากสเตนนั่นแหละเขาแวะไปเยี่ยมเราที่แผนกขายและบริการก่อนจะเข้ามาที่นี่ด้วยซ้ำ”แววในดวงตาเอ็ดดี้คล้ายจะเยาะ“ผมรู้น่าว่าคนอย่างคุณไม่มีวันที่จะเปิดปากบอกอะไรใครหรอก...คนสวยของผม”
ทาเมร่าปล่อยให้พยางค์สุดท้ายในคำพูดของเขาลอยผ่านหูไป เอ็ดดี้ คอลเลียร์เป็คนที่กล่าววาจาแบบนี้ได้สะดวกปากกว่าใครและลิ้นที่เคลือบน้ำตาลของเขานี่เองที่เป็เสน่ห์อันทรงพลัง ซึ่งเมื่อประกอบเข้ากับรูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลาเอาการ วาจาที่ไม่มีใครปฏิเสธได้ทำให้เขาประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานและกับผู้หญิงอย่างมาก...
“ท่าทางคุณเหมือนไม่ตื่นเต้นยินดีกับข่าวนี้เลยนี่”เขาว่า
“ถึงยังไงมันก็ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับฉันหรอก”นิ้วเรียวงามของทาเมร่าแตะลงตรงตัวเลขบนหน้าปัดเครื่องคิดเลขสังเกตเห็นเอ็ดดี้ที่เดินห่างออกจากโต๊ะ หวังใจว่าเขาจะเดินออกไปจากห้องเสียทีเธอไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะพูดจาหยอกล้อเล่นกับเขาได้
แต่ดูเหมือนเขาไม่ได้ทำตามที่เธอหวังเลยแม้แต่น้อย แทนที่จะทำเช่นนั้น เขากลับก้มลงถอดปลั๊กเครื่องคิดเลขที่ติดอยู่บนผนังห้องออก เครื่องมือตรงหน้าเธอหยุดทำงานลงทันทีทาเมร่าถึงกับเม้มริมฝีปากแน่น
“นี่...เสียบปลั๊กไว้ตามเดิมได้ไหมฉันไม่มีเวลาจะมาเล่นอะไรบ้าๆอย่างนี้นะ”เธอไม่อาจซ่อนความไม่พอใจไว้ในท่าทีที่แสร้งทำเป็สุภาพได้
“นี่คุณ...การทำแต่งานไม่มีการพักผ่อนเลยน่ะมันก็ทำให้คนโง่ได้เหมือนกันนะ” เอ็ดดี้ทำเสียงตำหนิ
“ฉันยอมรับว่าฉันคือไอ้ตัวงั่งตัวนั้น ทำไมคุณถึงไม่ยอมรับเสียทีล่ะ” เธอโต้กลับไป
“ก็เพราะว่า...ไม่เคยมีใครที่แสนสวยอย่างคุณจะกลายเป็คนโง่ไปง่ายๆน่ะสิ”ดูเหมือนเขาไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดของเธอเลย กลับเดินมานั่งตรงขอบโต๊ะทำงานของเธอ
และเมื่อทาเมร่าหมุนเก้าอี้ออกเพื่อจะลุกขึ้นไปเสียบปลั๊กเครื่องคิดเลขเขาที่เดิม มือของเอ็ดดี้ก็เอื้อมมาจับแขนเธอไว้ ดวงตาสีน้ำตาลของเขาโลมเลียมไปตามส่วนโค้งของเรือนร่าง ที่อยู่ภายใต้เสื้อสีน้ำตาลที่เธอสวมอยู่และมองเห็นชีพจรตรง่ลำคอที่เต้นรัวแรงขึ้นด้วยความขุ่นเคืองในอารมณ์ ดวงตาคู่นั้นมาหยุดอยู่ที่ใบหน้ารูปไข่ปราศจากตำหนิใดๆนั้น เพียงแต่ขณะนี้กำลังเคร่งเครียด เรือนผมสีบลอนด์ของเธอประหนึ่งกรอบหน้าสีซีดถูกขมวดมุ่นขึ้นเป็มวยไว้ แต่ไม่ว่าจะเป็เสื้อผ้าหรือทรงผมก็ไม่อาจทำให้ความสวยของเธอลดลงได้เลย ขนตางอนงามช่วยเน้นดวงตาสีฟ้าให้กระจ่างสดใสขึ้น และขณะนี้ ดวงตาคู่นั้นก็กำลังส่งประกายเรืองด้วยความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
ทาเมร่ารู้ซึ้งถึงความงามตามธรรมชาติของตัวเองและทำให้เธอต้องยอมยกประโยชน์ให้กับความปากหวาน ที่คอยแต่จะสรรเสริญเยินยอในความงามของเธอ ที่เอ็ดดี้มักจะทำอยู่เสมอแต่เธอก็ไม่ได้ถือว่า ความงามนั้นเป็รูปสมบัติอันมีค่าหรือจะต้องคอยเป็ภาระรับผิดชอบไปกับมันด้วย แต่จะอย่างไรก็ตาม จากภาพสะท้อนของตัวเองที่มองเห็นอยู่ในกระจกเงาทุกวัน มันก็เป็อะไรบางอย่างที่เธอมักจะคิดว่าเป็เพียงผลพลอยได้เท่านั้น ความเป็ผู้มีสติปัญญาฉลาดเฉลียว บุคลิกภาพและความเป็คนมีอารมณ์ขัน น่าจะเป็คุณสมบัติอันมีค่ามากกว่าความสวยตามธรรมชาติมากนัก
“นี่...คุณออกไปให้พ้นๆหน่อยได้ไหมฉันจะได้ทำงานให้มันเสร็จๆเสียที” เธอพยายามข่มใจถามอย่างสุภาพ
แต่เอ็ดดี้กลับสั่งศีรษะปฏิเสธ...
“ไปทานอาหารค่ำกับผมนะ” เขาว่า“เราจะได้เลี้ยงฉลองกันเนื่องในโอกาสที่ได้เข้าร่วมงานกับบริษัทใหญ่นั่นด้วยยังไงล่ะ”
“คุณก็รู้นะว่ามันเป็ไปไม่ได้เพราะฉันจะต้องรีบกลับบ้าน” เธอตอบคำถามของเขาอย่างนั้นมาจนนับครั้งไม่ถ้วนแล้วและในครั้งนี้ก็ยังต้องเตือนความจำเขาอีกอยู่ดี
“ถ้าอย่างนั้นผมก็จะไปบ้านกับคุณด้วยเราจะได้ทานอาหารค่ำด้วยกันอย่างที่ตั้งใจยังไงล่ะ ฟังเพลงเบาๆแล้วก็กระซิบคุยกัน...แล้วก็...”
“ไม่ละ ขอบใจ” ทาเมร่าปฏิเสธข้อเสนอของเขาโดยสิ้นเชิง“ครั้งหลังสุดที่ฉันเชิญคุณไปบ้าน มันก็กลายเป็ว่า...เกือบจะต้องเล่นมวยปล้ำกันบนเก้าอี้แล้ว...เพราะฉะนั้นเสียใจด้วยนะที่ฉันไม่ได้สนใจที่จะแสดงอะไรพรรค์นั้นซ้ำอีก”
“แต่ไอ้มวยปล้ำนั้นมันยังล้มไม่ถึง 3 ครั้งนี่นา” เอ็ดดี้ไล้ปลายนิ้วจากเนียนแก้มลงมายังริมฝีปากของเธอ“ครั้งที่ 3 นี้ ผมคิดว่าคุณต้องชอบแน่เลย”
ทาเมร่าปัดมือเขาออกทันที...