
เครดิตภาพประกอบจากgoogle รูปภาพไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเนื้อหาในนิยายค่ะ
“อย่าบอกเื่นี้ให้พ่อฉันรู้นะ” เขากำชับด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเพราะเื่นี้เขาต้องหาทางออกให้ตัวเองก่อนทุกอย่างจะวุ่นวายไปมากกว่านี้
“ออกไปคนใจร้าย!”กมลเนตรปาหมอนใส่เขาก่อนชายหนุ่มจะรีบออกไปจากห้องนอนและขับรถไปอย่างรีบเร่ง
ผ่านไปสามวัน
เสียงป้าเอียดดังเอะอะในเวลาใกล้เที่ยงคืนเมื่อต้องพยุงเ้านายร่างหนาขึ้นไปบนบ้าน
“ลิลลี่เธอนี่มานม่ายอาวหนายเลย หลบไปช้านจาปายหาเด็กที่บ้าน”เขาพูดเสียงดังใส่หน้าคนที่พยุง
“เมาแล้วพูดไม่รู้เื่ลิลลี่คนไหนคะป้าจำไม่ได้หรอก แต่ตอนนี้ป้าหนักนะคุณติณ ทำไมเมาแบบนี้ อ้าวเฮ้ยพวกแก! มาช่วยเร็วสิ ไปไหนกันมาวะ” ป้าเอียดะโเรียกชายร่างสันทัดสองคนที่อยู่ด้านล่าง
“อยู่ด้านหลังบ้านไงป้า”ลูกน้องสองคนของนายใหญ่รีบเข้ามาช่วยพยุงติณภัทรแล้วพาไปที่ห้องนอน
“ปล่อยสิจานอนโหลบปาย” ติณภัทรผลักลูกน้องสองคนจนร่างเซ
“คุณติณไหวไหมคะเมาหนักมากเลยนะคะ” ป้าเอียดถามด้วยสีหน้าวิตกกังวลเพราะยังมีอีกคนอยู่ในห้องนอนของชายหนุ่ม
“หวาย ป้าปายหนายก็ปาย”ติณภัทรพูดจบก็ปิดประตูแล้วเดินเซไปเซมาก่อนจะทิ้งตัวลงที่นอนอย่างคุ้นเคย
“นังหนูเอาตัวให้รอดนะแต่ปกติคุณติณก็ยุ่มย่ามกับใครง่ายๆนะนอกจากผู้หญิงที่หอบหิ้วมาจากที่อื่นไปพวกเอ็งไปด้านล่างได้แล้วหมดหน้าที่แล้ว”
“อี๋ แหวะ” กมลเนตรยืนมองชายหนุ่มที่มุมห้องก่อนจะค่อยๆย่องออกไปที่ประตูแต่ต้องใเมื่อเสียงตวาดดังลั่นอยู่ด้านหลัง
“เนตร! มานี่ ช้าน จา กอด”
“อึ๋ย”กมลเนตรหันไปมองก่อนจะเงื้อมือไปแง้มประตู
“บอกห้ายมานี่หูตึงหรืองายวะ!” น้ำเสียงแบบนี้คนฟังถึงกับรีบหันกลับไปพร้อมกับเดินไปยืนข้างๆเตียงอย่างกลัวๆ
“นอน!” มือหนาคว้าข้อมือหญิงสาวแล้วดึงให้ไปนอนข้างๆเขา
“ว้าย!”กมลเนตรร้องทันทีเมื่อริมฝีปากปะทะที่ข้างแก้มเขาพร้อมกลิ่นเหล้าคละคลุ้งไปหมด
“คุณเมา”
“มาวสิกอดเมียหน่อย”
“เมียเหรอ” กมลเนตรห่อตัวจนลีบเมื่อเขาเริ่มกอดรัดแน่นมากขึ้น
“หนูจะไปนอนที่ระเบียงค่ะ”
“อือ”เขาตอบพร้อมกับนอนนิ่ง
“คุณนอนนี่ล่ะถ้ามีอะไรเดี๋ยวหนูเรียกป้าเอียดมาดู”
“อือ”
ร่างอรชรลุกอย่างรวดเร็วแต่ก็ช้าไปเมื่อมือหนารั้งรอบเอวไปกอดและกดให้นอนราบบนที่นอน
“ไม่นะคุณเมาอีกแล้วไม่ทำแบบวันนั้นนะ”
“อือมาวก็ทำได้” เขาตอบแบบยิ้มๆก่อนจะซุกหน้าตรงกลางอกพร้อมกับกดข้อมือนิ่มไว้ทั้งสองข้าง
“ไม่นะอย่าทำหนูเลยหนูกลัว” กมลเนตรเริ่มสะอื้นเล็กน้อย
“แค่จูบ”เขาพูดจบก็จูบปากนิ่มเบาๆ
“แล้วก็จูบ”เขาเลื่อนริมฝีปากมาแตะที่ใบหูบ้าง
“แล้วก็ดูด”คราวนี้กมลเนตรตาลุกโตเมื่อมือหนาเลื่อนมาสอดใต้เสื้อตัวหลวมพร้อมกับดึงบราตัวจิ๋วออกเหลือเพียงเนินนุ่มนิ่มชวนััมือหนาถลกเสื้อขึ้นจนพ้นทรวงอกงามพร้อมกับก้มดูดยอดถันที่สีชวนชิมและยั่วยวนเขาเต็มที
“อือเพาะพอเถอะหนูไม่เอาแบบนี้”
“อาวแบบหนาย”ชายหนุ่มทำเสียงอู้อี้ก่อนจะถอนริมฝีปากออก
“ไม่เอาเลยหนูกลัว”กมลเนตรไม่รู้จะขอร้องเขาอย่างไรเมื่อสภาพเขาเหมือนคนเมาแต่การกระทำและตอบโต้กลับมันคืออาการของคนปกติ
“อือเอาด้านล่างเหรอได้สิ ถนัด” ชายหนุ่มเลื่อนริมฝีปากไล่ลงและหยุดสำรวจรอบเนินเนื้อฉ่ำด้านล่างก่อนจะสอดปลายนิ้วทักทายอย่างคุ้นเคย
“อือตรงนี้เหรอ” เขาพึมพำและยิ้ม
แรงรักที่โหมกระหน่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าร่างอรชรแทบแตกเป็เสี่ยงๆก่อนบทรักที่เร่าร้อนที่เขามอบให้จะจบลงเสียงหวีดร้องด้วยความเ็ปจะดังลั่นและนิ่งเงียบไปจนติณภัทรแทบจะสร่างเมาเป็ปลิดทิ้ง
“เนตร”เขาเขย่าร่างอรชรไปมา
“เนตรๆ” เขาเรียกซ้ำๆอีกกว่าคนที่ถูกเรียกจะลืมตามองเขาแล้วเบือนหน้าหนี
“เธอเป็อะไร”
“หนูเจ็บพอใจหรือยังปล่อยหนูไปได้หรือยัง”
“ไม่ทำแล้วนอนเถอะเดี๋ยวฉันจะไปอาบน้ำ”เขาพูดพร้อมกับผละตัวออกเล็กน้อยแล้วหยิบผ้าขนหนูเดินเข้าห้องน้ำทิ้งให้คนที่รู้สึกเ็ปและทุกข์ทรมานอยู่บนเตียงตามลำพัง
ติณภัทรพันผ้าขนหนูแค่ท่อนล่างพร้อมกับเดินออกมาแต่เขาต้องใกับภาพตกหน้ากมลเนตรกำลังพยายามเอาผ้าห่มผืนเล็กที่ผูกเป็ห่วงคล้องที่คอและปลายผูกติดกับคานไม้ในขณะที่เท้ากำลังพยายามสะบัดปลายนิ้วเพื่อสะกิดให้เก้าอี้ล้ม
“อื้อๆ อึ๊ๆ”
“เนตร!” เขาวิ่งไปอุ้มหญิงสาวไว้พร้อมกับใช้เท้าเกี่ยวเก้าอี้ที่พื้นขึ้น
“ไม่! ปล่อยนะ! หนูอยากตาย!” เสียงร้องโวยวายปนสะอื้นก่อนคนร่างหนาจะจัดการเอาผ้าที่ผูกเป็ห่วงสำหรับคล้องคอออกและอุ้มหญิงสาวไปที่เตียงนอน
“ห้ามตาย! พ่อฉันยังไม่คิดบัญชีกับเธออย่างสาสมเลยนะอีกอย่างเธอไม่รอพ่อเธอหรือไงถึงคิดจะตายเด็กบ้า”
“คุณมันใจร้ายผิดมนุษย์ คนใจร้าย หนูเกลียดคุณ ฮือ…”ติณภัทรเริ่มรู้สึกเหมือนตัวเองเลวร้ายอย่างที่กมลเนตรว่าเพราะขนาดลูกสาวคนงานเขายังทำแบบนี้ได้ทั้งที่ไม่เคยรู้สึกคุ้นเคยหรือรักชอบกันมาก่อนเลย
“ฉันเลวไงฉันเลยทำแบบนี้ แต่เธอเป็เมียฉันจำใส่สมองเธอไว้” เขาพูดออกไปทั้งที่รู้สึกเ็ปเมื่อนึกถึงเสียงร้องของกมลเนตรในวันที่อยู่กับพ่อตัวเองในห้องนอน
กมลเนตรถูกเขานอนกอดและรัดแน่นยันรุ่งเช้าแม้แต่จะขยับตัวก็ลำบากหญิงสาวได้แต่นอนร้องไห้จนตาบวมแม้คนข้างๆจะรับรู้ตลอดคืนก็ตามแต่เขายังคงทำนิ่งเฉยราวกับไม่มีหัวใจ ติณภัทรเองยังลืมไปด้วยซ้ำว่าผู้หญิงที่เขากอดคือเด็กสาวที่พ่อเขา้าแม้ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่สิ่งที่เขาทำลงไปคือการกระทำที่ขาดสติและก็สายเกินกว่าจะแก้ไขอะไรได้อีก
‘ฉันเป็เมียคุณเหรอ เมียแบบไหนเราไม่เคยรักกันมาก่อนเลย คนใจร้ายฉันจะอดทนฉันจะรอพ่อ พ่อต้องมาช่วยฉันแน่นอน’ เสียงสะอื้นในหัวใจยังคงก้องดังย้ำเตือนสติของกมลเนตรตลอดเวลา