บัลลังก์นี้ ข้าขอพิชิต

    บทที่33

    เสียงหวานหยดย้อยจากในรถม้าสูงศักดิ์ กระซิบคำสั่งแก่บุรุษชุดดำ ชายชุดดำเมื่อรับฟัง ริมฝีปากสีแดงสดมันขยับ


    “ให้พวกเขาเข้าไปด้วย พวกข้ารับรองเอง”

    นายทหารเมื่อได้ยินก็ทำหน้าตาลำบากใจ ป้ายของตระกูลหงส์แดงถือว่าไม่มีใครกล้าลบหลู่ แต่ตอนนี้ตระกูลเฟิงเสื่อมถอย นายทหารก็ไม่กล้าขัดคำสั่งของวังเทียนอี้ จึงต้องจำใจทำหน้าประจบ

    “หากเป็นนายท่านย่อมเข้าไปได้ แต่หากมีผู้ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าเข้าไปด้วย ข้าขอรายงานหัวหน้าสักครู่หนึ่ง”

    เสียงมันประจบสอพลอยิ่ง ชายชุดดำถอนหายใจเบาคราหนึ่ง


    “เราขอฆ่ามัน”

    เสียงกระซิบแห้งส่งถึงหยินชิงที่อยู่ภายในรถ นางจำต้องกระเสือกกระสนออกมาจากรถโดยเร็ว

    “ท่านอย่า!”

    นางกระซิบเสียงสั่น “เดี๋ยวข้าจัดการเอง”


    เมื่อนางออกจากรถม้า เหล่าผู้คนภายนอกก็ตกตะลึงกับความงดงาม นางชี้นิ้วไปที่ทหารยาม

    “เราคือคุณหนูตระกูลเฟิง! บุตรตรีเพียงคนเดียวของท่านเฟิงอวี้เฉิน... ดูซิใครจะกล้าขวาง!”


    นายทหารที่ได้ยินคำขู่ระดับบุตรหลานของสี่ตระกูลใหญ่ก็ใจฝ่อลงทันที พวกมันขอโทษอย่างลนลาน รถทั้งสองขบวนต่างเคลื่อนผ่านประตูเมืองใหญ่

    เมื่อผ่านพ้นประตูเมืองมาได้ จางฟู่คุกเข่าขอบคุณคุณหนูตระกูลเฟิงและบุรุษชุดดำ จางฟู่น้ำตาไหลพราก

    “บุญคุณนี้ไม่มีวันลืมเลือน เราขออภัยคุณหนูที่เราไม่มีอะไรตอบแทน”

    จางฟู่ชำเลืองมองคาราวานของตนเองด้วยความเร่งรีบ

    “พวกเราขอตัวพาเหล่าสหายไปรักษา”

    มันก้มหัวคำนับอย่างนอบน้อมพร้อมหันกายกลับไป


    “เดี๋ยว!”

    เป็นหยินชิงที่เดินมาหา

     “กองคาราวานพวกท่านคงบาดเจ็บหนัก หากเป็นหมอทั่วไปใช่ว่าจะยอมรักษา”


    นางพยายามมองเข้าไปในรถม้าที่มืดมิดด้วยสายตาที่ห่วงใย “พวกท่านจงมากับข้า เราจะให้หมอประจำวังของตระกูลเรารักษาให้”


    จางฟู่สายตาฉายแววลังเลและความซาบซึ้งสลับกัน ตระกูลหงส์แดงมีแต่ชื่อเสียงด้านการเอาเปรียบผู้คน บุตรหลานของตระกูลกลับมีเมตตาถึงเพียงนี้หรือ? มันได้แต่คิดในใจ


    “ข้าบอกให้ไปก็ไป”

    หยินชิงตวาดเสียงแข็งขึ้นเล็กน้อยเพื่อปกปิดความสั่นไหวในใจ นางปรายตาไปทางมารดำที่ยังคงนั่งนิ่งเป็นรูปสลักบนหลังม้า ก่อนจะหันมาสั่งจางฟู่

    “ฉินตั้วยามนี้ไม่ใช่ที่ที่คนต่างถิ่นจะเดินสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปหาหมอได้ เจ้าอยากให้เพื่อนของเจ้าตายก่อนถึงมือหมอหรือไง? ตามข้ามาที่ ‘เรือนพรรณไม้แดง’ มันเป็นจวนพักผ่อนส่วนตัวของข้าที่ท้ายเมือง ที่นั่นสงบและไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่มย่าม”


    จางฟู่เมื่อได้ยินดังนั้นก็ประสานมือขอบคุณอีกครา คำพูดของหยินชิงถือว่าไม่ผิด อย่างไรตอนนี้ชีวิตเหล่าสหายสำคัญกว่าจึงยอมตกปากรับคำ เมื่อตกลงเสร็จสิ้นหยินชิงก็กลับขึ้นรถม้าไป


    ภายในรถม้าหรู บุรุษชุดดำหายตัวเข้ามานั่งอยู่ที่มุมมืดภายในรถม้าตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครรู้ หยินชิงสะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นเงาร่างสายหนึ่งนั่งจ้องนางอยู่ใต้เงาหมวกปีกกว้าง

    “ถึงกับพาพวกมันไปที่เรือนไม้แดงเลยหรือ?”

    เสียงทุ้มต่ำของมันทำเอาขนลุก หยินชิงกำหมัดแน่นจนเล็บแทบจิกเข้าเนื้อ นางฝืนปั้นหน้าเคร่งขรึมและเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา


    “ข้าเพียงแค่อยากให้มันมีชีวิตอยู่เพื่อคายความลับออกมาเท่านั้น หากมันตายไปกลางทาง แผนที่ท่านพ่อวางไว้ก็พังทลาย มารดำ!... ท่านควรหุบปากแล้วทำหน้าที่ ‘ผู้คุม’ ของท่านไปเสียจะดีกว่า”

    มารดำขยับริมฝีปากสีแดงสดเป็นรอยยิ้มที่ชวนขนหัวลุก ก่อนเลือนหายไปจากในรถ มันไปปรากฏที่บนหลังม้าเช่นเคยก่อนควบออก



    ที่โรงหมอในเรือนพรรณไม้แดง…

    เมื่อถึงที่หมาย ร่างของซูหมิงและซีเกียงถูกลำเลียงลงจากรถสัมภาระอย่างเร่งรีบ หยินชิงยืนมองอยู่ห่างๆ ในเงามืด แสงโคมไฟสลัวจับใบหน้าของนางที่เต็มไปด้วยความทุกข์ระทม นางมองเห็นบาดแผลฉกรรจ์บนตัวซูหมิงแล้วใจแทบจะสลาย ‘เป็นเราเองที่ทำให้เขาต้องกลายเป็นแบบนี้’….



    “ข้าจะเฝ้ามองอยู่ไกลๆ หากภารกิจลุล่วง ท่านคงรู้ว่าขั้นสุดท้ายต้องจัดการอย่างไร..” เสียงของมารดำดังไปมาอยู่ข้างหู แต่หันมองรอบตัวกลับไม่พบผู้ใด ความเงียบสงัดอันน่าอึดอัดของราตรีนี้ได้ผ่านพ้นไป พร้อมกับหัวใจที่หนักอึ้งของนาง….



    สามวันต่อมา...

    กลิ่นกำยานหอมอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นยาสมานแผลเข้มข้นโชยเข้ากระทบโสตประสาทของซูหมิงเป็นสิ่งแรก สติที่เคยพร่าเลือนเริ่มปะติดปะต่อกันช้าๆ เปลือกตาที่หนักอึ้งค่อยๆขยับเปิดออก ภาพเพดานไม้แกะสลักอย่างประณีตและม่านมุ้งสีขาวสะอาดตาทำให้มันต้องขมวดคิ้วด้วยความงุนงง  ซูหมิงพยายามยันกายขึ้นอย่างเชื่องช้า สะบัดหน้าเบาๆ เพื่อขับไล่ความมึนงง สายตาค่อยๆ เลื่อนลงมาข้างเตียง ก่อนจะชะงักนิ่งไปราวกับถูกมนต์สะกด


    ที่ข้างเตียงนั้น... ร่างบางในชุดแพรพรรณงดงามสีแดงจางๆ กำลังฟุบหน้าหลับอยู่ข้างกายมัน เส้นผมดำขลับสลวยปรกใบหน้าที่นิ่งสงบในยามนิทรา แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาจับที่ดวงหน้าของนาง ทำให้ซูหมิงรู้สึกเหมือนตนเองกำลังตกอยู่ในฝันตื่นหนึ่ง

    …หยินชิง...

    หัวใจของซูหมิงพองโตด้วยความโหยหาอย่างประหลาด ความคิดถึงที่ถูกเก็บกักไว้ภายใต้ความเป็นความตายพรั่งพรูออกมาเพียงแค่เห็นหน้านาง ซูหมิงลืมความเจ็บปวดไปชั่วขณะ มันอยากเอื้อมมือไปสัมผัสนางเหลือเกิน แต่ต้องห้ามใจไว้ มันไม่รู้ว่านางคิดกับมันอย่างไร?


    “หยินชิง..” ซูหมิงเอ่ยเรียกเบาๆ ทว่าแค่เสียงเรียกเบาบางดั่งเสียงกระซิบ กลับปลุกหยินชิงให้ตื่นขึ้น นางสะดุ้งสุดตัว ลุกขึ้นมาทันที

    หยินชิงรีบถอยเก้าอี้ออก มองไปที่ซูหมิงด้วยความรู้สึกยากจะอดกลั้น นางไม่ต้องการสนิทกับบุรุษเบื้องหน้ามากกว่านี้ ยิ่งอยู่ด้วยกันมีแต่จะยิ่งถลำลึก


    “ทะ... ท่านฟื้นแล้ว ข้าจะไปเอาอาหารมาให้”

    นางรีบเอ่ยตัดบท พลางหมุนกายเดินออกจากห้องไปด้วยท่าทีลนลาน ทิ้งให้ซูหมิงมองตามแผ่นหลังนาง

    เพียงชั่วครู่ หยินชิงก็กลับเข้ามาพร้อมกับถาดไม้ที่มีถ้วยข้าวต้มร้อนระอุและถ้วยยาสมุนไพรสีเข้มส่งกลิ่นฉุน ใจของนางไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ตลอดเวลาสามวันที่ผ่านมานางแทบไม่ได้พักผ่อน ความเหนื่อยล้าสะสมกับความเครียดที่กดทับ ทำให้ขาที่ก้าวเดินนั้นหนักอึ้งและไร้เรี่ยวแรง


    โครม!

    ปลายเท้าของนางขัดกับขอบพรมหนา ร่างบางเสียหลักถลาไปข้างหน้า ถาดอาหารในมือร่วงหลุด ถ้วยน้ำแกงเดือดพล่านพุ่งกระจายเข้าหาตัวนางอย่างรวดเร็ว  “หยินชิง!”

    ซูหมิงที่อยู่บนเตียงดีดตัวขึ้นมาอย่างลืมตาย มันพุ่งตัวลงจากเตียงกางแขนออกกั้นร่างของหญิงสาวไว้ น้ำแกงที่ร้อนจัดราดรดลงบนแผ่นหลังและไหล่ที่พันผ้าพันแผลไว้จนเปียกโชก ซูหมิงกัดฟันกรอดแต่ไร้เสียงร้อง มันไม่สนใจความร้อนที่ลามเลียผิวหนังแม้แต่นิด มือที่สั่นเทาคว้าไหล่นางไว้แน่น


    “เจ้า... เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง? โดนตรงไหนหรือไม่?!”


    ซูหมิงละล่ำละลักถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า หยินชิงที่ยังคงตกใจเงยหน้าขึ้นมองดวงตาคู่เดิม คู่ที่นางเคยหลอกลวงเขามาตั้งแต่แรก แต่ในยามที่เขาปางตายและบอบช้ำที่สุด เขากลับไม่นึกถึงตัวเองแม้แต่นิดเดียว สิ่งเดียวที่เขานึกถึงคือความปลอดภัยของนาง กำแพงที่นางเพียรสร้างมาตลอดสามวันพังทลายลงในพริบตา ความอดกลั้นทั้งหมดสิ้นสุดลง หยินชิงปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาจกดไว้ได้อีกต่อไป นางโผเข้าสวมกอดซูหมิงแน่น ซุกใบหน้าลงกับอกที่เต็มไปด้วยบาดแผลของชายหนุ่ม


    ซูหมิงชะงักไปครู่หนึ่ง ร่างกายแข็งทื่อด้วยความคาดไม่ถึง ทว่าสัมผัสอบอุ่นจากกายเนื้อและความอัดอั้นที่ส่งผ่านอ้อมกอดนี้กลับซึมลึกเข้าสู่หัวใจ น้ำตาของชายหนุ่มไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว มันค่อยๆ ยกแขนโอบกอดนางกลับคืนอย่างหวงแหน ท่ามกลางความเงียบสงัดของเรือนพรรณไม้แดง มีเพียงเสียงสะอื้นไห้ของสองหัวใจที่พยายามปกป้องกันและกันภายใต้เงาของหายนะที่กำลังคืบคลานเข้ามา...

    คล้ายกับเรื่องบัลลังก์นี้ ข้าขอพิชิต ที่คุณอ่าน

    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    271K 1043
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    337K 1011
    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 982
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    449K 1017
    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185