บทที่ 17 ชอนอีเซกับพวกขยะ 2 (2)
"เดี๋ยวก่อนนะ นี่พี่จะทำอาหารกินเองด้วยเหรอ?"
ซนซองวอนเดินออกมาจากห้องและยืนท้าวศอกกับกรอบประตูห้องครัว ผมตอบไปห้วน ๆ ว่า
"เออ จะทำอาหารลดความอ้วน"
"งั้นทำให้ผมด้วยสิ"
ผมตัดสินใจว่ามันคงปลอดภัยดีถ้าจะสวนกลับไปด้วยถ้อยคำที่ชอนอีเซน่าจะเป็คนพูด
"ทำไมฉันต้องทำด้วย?"
หลังจากนั้นซนซองวอนก็ตอบกลับมาอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว
"แล้วทำไมพี่ทำให้หมอนั่นได้?"
"เพราะว่าเ้านั่นต้องรีบลดน้ำหนักให้ได้เร็ว ๆ ไง"
"แล้วผมไม่ต้องลดน้ำหนักเหรอ?"
"สภาพนายก็ยังดูดีอยู่นี่"
"ทำไมพี่ดูแลพวกเราไม่เท่ากันล่ะ? งั้นผมปล่อยเนื้อปล่อยตัวเหมือนมันบ้างดีไหม"
ไอ้เด็กคนนี้มันปากร้ายจริง ๆ
ผมรู้สึกโชคดีอย่างแท้จริงที่ชอนอีเซยังอายุน้อยและแข็งแรง ดังนั้นเขาจึงไม่มีโรคประจำตัวเหมือนพวกผู้ใหญ่
"ฉันจะทำให้นายด้วยก็ได้ หุบปากแล้วไปนั่งรอซะ"
เมื่อได้ในสิ่งที่ตนเอง้า ซนซองวอนก็ยิ้มเยาะและเดินกลับเข้าไปในห้อง
"พี่ซองวอนเขาก็พูดแบบนี้กับทุกคนแหละครับ พี่อย่าคิดมากนะ..."
ในเวลาเดียวกันนี้ คนที่ได้รับผลประโยชน์สูงสุดอย่างนาซอนอูก็เดินเข้ามาปลอบใจผม...
ผมจ้องมองเขาและรู้สึกดีใจ แต่ความดีใจก็คงอยู่ได้ไม่นาน
เพราะจังหวะที่ผมเห็นคางของเขามีชั้นไขมันถึงสามชั้น ใบหน้าของผมก็ซีดขาวทันที
"นาย...ต้องรีบลดน้ำหนักด่วน ๆ เลย"
"ครับพี่..."
ผมจึงเริ่มต้นก้าวแรกในการลดน้ำหนักให้เขา ผมเริ่มด้วยการทำสลัดอกไก่ ผมใส่ผักหลายชนิดลงไปแบบไม่ต้องเลือก แต่ถึงจะบอกว่าไม่ต้องเลือกนั้น ผักแต่ละชนิดที่ผมซื้อมาก็ผ่านการคัดเลือกมาเป็อย่างดีแล้ว
ข้อดีของการใส่ผักลงไปหลายชนิดคือได้คุณค่าทางอาหารมาก แต่มีราคาถูก ถึงแม้ว่ามันจะไม่ค่อยมีรสชาติก็เถอะ
หรือพูดอีกนัยหนึ่งก็คือมันเป็อาหารที่ไม่อร่อยเลย
"ผมไม่ชอบสลัดผัก..."
แสดงว่านาซอนอูคงเคยพยายามลดน้ำหนักด้วยการกินสลัดผักพวกนี้มาแล้ว และมันก็เป็สลัดที่ไม่อร่อยจริง ๆ
"รอก่อน เดี๋ยวฉันจะทำสลัดอร่อย ๆ ให้นายกินเอง"
นี่คือสูตรในการทำสลัดผักที่ผมภาคภูมิใจมากในสมัยที่เป็เ้าของกิจการแฟรนไชส์ร้านอาหารทั่วประเทศ
ผมทำน้ำสลัดด้วยซอสยูซุซึ่งมีแคลอรีต่ำและให้รสชาติที่สดใหม่ โดยนำมาผสมเข้ากันกับซอสถั่วเหลือง
เรียบร้อย แค่นี้รสชาติก็หวานเค็มพอดีกันแล้ว
รสหวานของสลัดจานนี้จะมาจากซอสยูสุ ในขณะที่รสเค็มมาจากซอสถั่วเหลือง
ต่อให้เป็คนที่ไม่ชอบทานสลัดผัก แต่ก็ต้องพอใจในเสน่ห์รสหวานและเค็มอย่างลงตัวแน่นอน
ผมเติมน้ำลงไปเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ซอสพวกนั้นจับตัวกันเป็ก้อนเหนียว หลังจากนั้นจึงโรยพริกไทยลงไปพอเป็สีสัน
แต่เมื่อลองชิมดูแล้ว ผมพบว่ามันยังเค็มเกินไปหน่อย ผมจึงเติมน้ำลงไปอีกนิด รสชาติของน้ำสลัดก็ดีขึ้น
ถ้ามีเวลาผมสามารถทำให้มันอร่อยได้มากกว่านี้อีก แต่ว่า...
"..."
นาซอนอูนั่งอ้วนอยู่เงียบ ๆ ที่โต๊ะในห้องครัวและจ้องมองมาที่เคาน์เตอร์ครัวตลอดเวลา
ส่วนซนซองวอนก็เดินออกมาจากห้องของเขาอีกครั้ง เขากำลังก้มหน้าดูโทรศัพท์ด้วยสีหน้าบูดบึ้งราวกับว่ามีเื่ขัดใจอะไรบางอย่าง
ดูเหมือนว่าเขาอยากจะพูดจาเหน็บแนมใครสักคนให้ได้โดยเร็วที่สุดอีกแล้ว
หลังจากนี้ก็ต้องเตรียมอกไก่
แน่นอนว่าอกไก่นั้นไม่อร่อยเลย แต่มันเป็กุญแจสำคัญในการควบคุมน้ำหนัก
และอกไก่ก็เป็กุญแจสำคัญในการทำอาหารที่ดีต่อสุขภาพ
ผมนำอกไก่แช่แข็งมาแกะออกจากแพ็ก และใส่พวกมันเข้าไปในหม้ออัดแรงดัน จากนั้นเติมน้ำให้ท่วมเนื้อพอประมาณ...
หลังจากนั้นก็เติมเครื่องปรุงลงไป ทั้งเครื่องเทศ กระเทียม ต้นหอม และใบกระวาน เสร็จแล้วจึงปิดฝา
แค่นี้ก็กลิ่นหอมมากแล้ว
ถึงแม้อกไก่จะเป็เนื้อไก่ที่ไม่มีรสชาติ แต่เราก็สามารถเพิ่มรสชาติได้ด้วยการใส่เครื่องปรุงลงไปขณะต้ม
และถ้าปรุงได้ถูกวิธี เนื้ออกไก่ก็จะมีรสอร่อยมากกว่าเนื้อไก่ทั่วไปเสียอีก
ผมหัวเราะในลำคอเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มตั้งเวลาที่หม้ออัดแรงดันด้วยการใช้ไฟต่ำ
"ต้องทำขนาดนี้เลยเหรอครับ?"
นาซอนอูเลื่อนตัวลงมาจากเก้าอี้โดยที่ผมไม่รู้ตัว เขาเดินมายืนมองข้างไหล่ผมและดูผมตั้งเวลาหม้ออัดแรงดันด้วยความสนใจพร้อมกับถามออกมา
"ทำอาหารกินเองแบบดี ๆ สักหน่อยก็ดีกว่ารีบกินรีบเขมือบเหมือนพวกหมาแมวไม่ใช่หรือไง?"
นาซอนอูไม่เคยเห็นใครที่ไหนพยายามจะนำอกไก่ไปต้มเพื่อทำอาหารรสชาติอร่อยสำหรับการลดน้ำหนักมาก่อน
ถ้าอาหารมีรสชาติอร่อยและสามารถลดน้ำหนักได้ในเวลาเดียวกัน มันก็คงดีมาก!
"อีกนานไหมครับ?"
กลิ่นที่คล้ายกับซุปไก่ลอยออกมาผ่านรูระบายของหม้ออัดแรงดัน นาซอนอูเลียริมฝีปากไม่หยุดหย่อน
"อีกประมาณ 10 นาที นายกลับไปนั่งรอที่โต๊ะก่อนเถอะ"
ผมโบกมือไล่นาซอนอู จากนั้นจึงหั่นผัก พวกใบผักมีคุณค่าทางอาหารสูงจะให้รสััที่กรุบกรอบ และมันก็ยังเป็เหตุผลสำคัญที่ทำให้พวกเด็ก ๆ ไม่ชอบกินผักอีกด้วย
เพราะฉะนั้นผมจึงต้องกำจัดสิ่งที่พวกเด็ก ๆ ไม่ชอบกินออกไป
ผมหั่นก้านแข็ง ๆ ทิ้งไปทั้งหมด แล้วนำบร็อกโคลีลงไปแช่ในน้ำผสมผงฟูเพื่อล้างสารเคมีตกค้างและลวกพวกมันอีกเล็กน้อย
ที่ต้องทำเช่นนี้ก็เพื่อให้ตัวผักยังคงคุณค่าทางอาหารสูงสุด เพราะว่าองค์ประกอบหลักในการทำสลัดของผมในครั้งนี้ประกอบไปด้วยพวกผักใบเขียวที่ไม่มีรสขม บร็อกโคลี และอกไก่นุ่ม ๆ
ไม่ว่าผมทำเมนูนี้กี่ครั้ง ผมก็มักจะรู้สึกภาคภูมิใจทุกครั้ง...
นอกจากนี้ผมยังเพิ่มสีสันในรสััด้วยการโรยถั่วลูกไก่ และถั่วอีกหลายชนิดที่ช่วยทำให้การรับประทานมีสีสันยิ่งขึ้น
หลังจากแน่ใจว่าอกไก่สุกแล้ว ผมก็รีบนำเส้นพาสต้าใส่ลงไปในน้ำเดือด
เหลือแค่นำมาจัดใส่จาน...ก็เรียบร้อย!
ผมนำพวกผักใบเขียวและบร็อกโคลีลงมาวางบนจานเป็ชั้นแรก ตกแต่งให้สวยงามเหมือนสลัดจากร้านดัง
หลังจากนั้นก็ตามด้วยเนื้ออกไก่ชุ่มฉ่ำที่ถูกหั่นสไลด์เป็ชิ้นสวยงาม ปิดท้ายด้วยการเติมเส้นพาสต้าลงไป เพียงเท่านี้ก็ได้จานอาหารที่หน้าตาดูมีสีสันน่ารับประทาน
ผมเพิ่มรสชาติอีกเล็กน้อยด้วยการโรยพริกไทยลงไปให้ทั่วจาน เพียงเท่านี้ก็พร้อมรับประทานแล้ว!
ผมนำจานสลัดพาสต้าอกไก่ในจำนวนที่เท่ากันไปเสิร์ฟให้แก่ซนซองวอนกับนาซอนอู ซึ่งพวกเขาก็ทำสีหน้าเหมือนกับ้าถามว่า "นี่มันอะไรกันเนี่ย?"
"โอ้โห ดูน่ากินมากเลยครับ! อย่างกับสลัดที่ซื้อมาจากร้านข้างนอกยังไงยังงั้น..."
นี่คืออาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ แต่เต็มไปด้วยโปรตีนและเส้นใยอาหาร
เมื่อจานอาหารวางลงตรงหน้า นาซอนอูก็หยิบส้อมและรีบรับประทานอย่างรวดเร็ว
แต่ในเวลาเดียวกันนี้ ซนซองวอนยังคงนั่งมองจานสลัดพาสต้าอกไก่ของผมด้วยความสงสัยต่อไป
"ทำไมเหรอ?"
อาหารจานนี้...ไม่น่ามีปัญหาอะไรนี่นา แล้วทำไมเขาถึงเอาแต่นั่งจ้องมองแบบนี้? ผมมองไปที่ซนซองวอนด้วยความไม่พอใจ
"ผมรู้สึกแปลก ๆ อีกแล้ว"
ไอ้หมอนี่มันจะรู้สึกแปลก ๆ อะไรนักหนา ผมยืดตัวขึ้น ได้แต่กำชับกับตนเองว่า 'เย็นเข้าไว้ เย็นเข้าไว้'