หลังจากที่พ่อได้จับกระต่ายและซ่อนไว้แล้ว ก็ได้หันมาเห็นลูกทั้งสองของตน โดยเฉพาะลูกสาวที่ส่งยิ้มกว้างจนเห็นฟันแทบครบทุกซี่ส่งมาให้ พ่อจึงได้รับรู้อย่างแน่ชัดว่าต้องเป็เพราะลูกสาวของตนเป็แน่ที่สามารถทำให้ตนและผู้เป็แม่จับกระต่ายได้อย่างง่ายดาย
“พ่อจ๋า อุ้ม” เมื่อเห็นพ่อเดินเข้ามาใกล้ตนแล้ว ซินซินก็ได้พูดขึ้นกับผู้เป็พ่อแล้วก็อ้าแขนของตนออกทั้งสองข้าง
“ครับลูกสาวพ่อ แต่ต้องทนเหม็นเหงื่อจากตัวพ่อนะครับ” ฝ่ายผู้เป็พ่อผู้หลงลูกอยู่แล้วมีหรือจะขัดใจ เขาได้ถอดเสื้อตัวนอกออกเพราะกลัวลูกน้อยจะคันตัว เพราะเขาทำงานในทุ่งนามาทั้งวัน
“ม่ายเหม็นค่ะ” ฝ่ายลูกสาวเมื่อถูกพ่ออุ้มขึ้นมาแล้วก็พูดขึ้น คนทั้งหมดก็พากันเดินกลับบ้านของตน แต่พวกเขาไม่ได้รับรู้เลยว่า ในขณะที่พวกเขาจับกระต่ายได้มีสายตาคู่หนึ่งมองตามพวกเขาอยู่ตลอดเวลา เมื่อพวกเขาพากันเดินห่างออกไปแล้ว ร่างที่แอบมองอยู่นั้นก็ได้วิ่งตามออกมาเช่นกัน
“จินเป่า หยุด! แฮกๆ” ร่างที่วิ่งตามมานั้นได้ะโให้จินเป่าหยุด ขณะที่พวกของจินเป่ากำลังจะเดินเลยบ้านตระกูลหลง เมื่อได้ยินเสียงที่บอกให้หยุด จินเป่าก็หยุดชะงักลงทันทีด้วยความแปลกใจว่าใครมาเรียกตนกัน
เมื่อหันหลังกลับไปมองก็พบว่าคนที่เรียกตนนั้นเป็น้องชายต่างมารดาของตน เมื่อจินเป่าเห็นแล้วว่าเป็ใคร เขาจึงไม่ได้สนใจอีกและกำลังจะหันหลังให้กับคน คนนั้น
“แหมพี่จับกระต่ายได้ตั้งสองตัว พี่ไม่คิดจะแสดงความกตัญญูกับย่าและปู่่บ้างเหรอ” หลงเหวินได้ะโเสียงดังขึ้นถามกับจินเป่า
“ถ้านายอยากแสดงความกตัญญูก็ไปจับเอาเองซิกระต่ายในทุ่งมีเยอะแยะ แล้วอีกอย่างที่บ้านของนายคนก็ตั้งมาก กระต่ายแค่ตัวสองตัวคงไม่พอกินหรอกมั้ง” ฝ่ายพ่อเองก็ไม่ยอมจึงได้โต้เถียงกลับไป
“ใครมาเอะอะหน้าบ้านของฉันกัน ห๊ะ” เสียงร้องแหลมที่ดังมานี้จะเป็ใครไปไม่ได้นอกจากจินเซียง ยายย่าทวดมหาประลัย ซินซินอยากจะกลอกตาขึ้นฟ้าแหมช่างโผล่มาได้จังหวะจริงๆ
“ย่าครับผมเห็นพี่สามจับกระต่ายมาได้ตั้งสองตัว ผมก็แค่ถามว่าจะไม่แบ่งมาให้ย่ากับปู่เพื่อแสดงความกตัญญูบ้างเหรอแค่นั้นพี่สามก็ตอบโต้ผมขึ้นมาว่าให้ผมไปจับเอาเอง” หลงเหวินก็รีบกุลีกุจอมาฟ้องย่าของตน
“แหมๆ คนบ้านซูนี่ดีนะคะเคยเข้ามาอยู่บ้านหลงก็ต้องหลายปี พอได้ดิบได้ดีก็ไม่เคยเห็นหน้าเห็นตากันเลย” เสียงจีบปากจีบคอที่พูดออกมาก็คืออี้เหลียน ที่ตอนนี้ยิ่งมองก็จะยิ่งหาความงามใดๆไม่ได้เหมือนแต่ก่อน เพราะั้แ่ที่ย่าตัดขาดออกมา งานทุกอย่างผู้หญิงคนนี้จะต้องเป็คนทำทั้งหมดก็เลยทำให้ไม่สามารถเอาแต่นั่งๆนอนๆได้เหมือนแต่ก่อนนั่นเอง
เมื่อย่าเย่วจินและพ่อได้ฟังก็ไม่ได้โตเถียงอะไร และก็กำลังจะเดินจากไปอยู่เช่นเดิม ในขณะที่กำลังจะก้าวเท้าเดินออกมา “นี่จินเป่า เย่วจิน พวกเธอยังไปไม่ได้นะ ต้องเอากระต่ายที่จับมาได้เอามาให้พวกฉันก่อนสิ” ย่าจินเซียงพูดกับจินเป่า
“ถ้าอยากกินกันมากก็ไปจับกันเอาเองเถอะครับ ผมไม่่ให้ใครทั้งนั้นแหละ อีกอย่างพวกผมก็คนบ้านซูไม่ใช่คนบ้านหลง พวกคุณลืมกันไปหรือเปล่า ว่าเราได้ตัดขาดกันมานานหลายปีแล้ว” พ่อก็พูดขึ้นมาอย่างเหลืออดกับความหน้าด้านของคนบ้านนี้
“นี่เย่วจิน หล่อนเลี้ยงลูกของหล่อนมาแบบไหนกัน ถึงได้ไม่มีความเคารพกับผู้าุโเลย” ย่าทวดปากร้ายก็พูดขึ้นมาอีก
“พ่อจ๋าย่าจ๋ากับบ้านเตอะจ๊ะ" ซินซินพยายามจะพูดใหชัดแล้วนะแต่มันได้แค่นี้จะให้ทำไง
เมื่อทั้งสองได้ยินที่หลานสาวและลูกสาวตัวน้อยพูดก็กำลังจะก้าวเดินจากไป และไม่คิดที่จะสนใจเหล่าคนตรงหน้านี้อีก เมื่อหลงเหวินเห็นว่าพี่ชายต่างแม่ของตนกำลังจะจากไปก็ได้เดินมาดึงแขนของจินเป่าที่กำลังอุ้มซินซินอยู่แล้วกระชากอย่างแรง เป็เหตุให้ซินซินรีบผวากอดคอพ่อของตนด้วยความใทันที
ด้านจินเป่าเองก็ใไม่แพ้กัน เพราะหากลูกรักของเขาตกลงมา อาจจะต้องได้รับาเ็เป็แน่ ดังนั้นเมื่อเขาตั้งสติได้แล้วและเห็นว่าลูกสาวตัวน้อยกลัวจนตัวสั่นเขาก็ได้มาปลอบลูกสาวของตนพร้อมลูบหัวลูบหลังไปด้วย ย่าและพี่ชายของเ้าตัวน้อยต่างก็ใไม่แพ้กันและรีบเข้ามาดูซินซินด้วยความเป็ห่วงทันที
เมื่อเขาทั้งสามเห็นว่าซินซินปลอดภัยดีแล้ว พ่อจึงได้วางซินซินลงกับพื้นส่วนตัวเองก็ได้เดินเข้าไปหาหลงเหวินทียืนอยู่ห่างจากเขาไม่มากนัก
“โอ๊ย พี่ทำบ้าอะไรมาต่อยหน้าผมทำไม” หลงเหวินร้องโวยวายขึ้นมา เพราะเมื่อจินเป่าเดินมาถึงตัวเขาก็เข้ามาชกที่ใบหน้าของเขาโดยที่เขาไม่ทันได้ตั้งตัว
“ก็เป็การลงโทษที่นายมากระชากแขนของฉันเมื่อกี้จนเกือบทำให้ลูกสาวของฉันตกลงมาไง อยากได้อีกสักหมัดไหม” จินเป่าพูดขึ้นด้วยความโมโห
“ช่วยด้วยจ๊า ช่วยด้วยฆ่าคนแล้ว จินเป่ามันจะฆ่าน้องชายมันแล้ว” เสียงที่ร้องดังแสบแก้วหูะโโหวกแหวกขึ้นมานี้มาจากอี้เหลียนแม่ของหลงเหวินนั่นเอง
ชาวบ้านหลายคนต่างก็ได้ออกมายืนดู คอยชมเื่สนุุกตรงหน้า เข้าทำนองที่ว่าเื่คนอื่นคืองานของเรา แต่ถ้ามีเหตุการณ์บานปลายก็ไม่เกี่ยวกับฉันอยู่ดี
“เกิดอะไรขึ้นกันล่ะจินเป่า แห่กๆ ” เสียงนี้เป็เสียงของลุงผู้ใหญ่บ้าน ที่มีคนวิ่งไปตามเขาว่าจินเป่ากำลังมีเื่กับคนบ้านหลงอยู่ เมื่อเขาได้ยินจึงรีบวิ่งมาดู
“ก็คนบ้านหลงนะสิพี่ผู้ใหญ่ มาขวางทางพวกเราไม่ให้กลับบ้านและเ้าหลงเหวินก็ยังมากระชากแขนของจินเป่าที่กำลังอุ้มเ้าตัวเล็กอยู่ ทำให้เ้าตัวเล็กเกือบจะตกลงมาที่พื้น จินเป่าก็เลยเดินไปชกหน้าของมันหนึ่งทีด้วยความโกรธนี่แหละจ๊ะ” คนเป็ย่าของเ้าตัวเล็กเป็คนพูดกับผู้ใหญ่บ้านขึ้นมา
ในระหว่างที่ทุกคนกำลังชุลมุนวุ่นวายกันอยู่ทางด้านจินเป่ากับหลงเหวิน จึงไม่มีใครได้สังเกตุเห็นซินซินที่กำลังเดินเตาะแตะมายังอดีตย่ารองจอมวายร้ายนี้ อยากได้เนื้อกันนักใช่ไหม อยากได้ใช่ไหมกระต่ายอ่ะ เดี๋ยวซินซินจัดให้ตามความ้า หึๆ
“จิวจิว ผงเรียกสัตว์ตัวน้อยเหล่านี้ได้ผลแน่นะซินซินกลัวเห็นผลช้า ซินซินเลยโรยไปที่ร้องเท้าทั้งสองข้างของผู้หญิงเสียงแหลมนี้หมดซองเลย” ซินซินพูดขึ้นมา พร้อมคิดว่าก็อยากจะโรยให้สูงกว่านี้แต่จนใจ ก็ตัวเตี้ยได้แค่นี้ก็ดีแล้ว
“เทซะหมดซองแบบนั้นเดี๋ยวก็ได้เรียกมากันยกทุ่งหรอกเพื่อนรัก”จิว จิวตอบกลับมา
“ก็ดีแล้วนิพวกเขาจะได้เนื้อสมใจถ้าจับพวกมันได้ละนะ” ซิน ซินก็ยกยิ้มอย่างเ้าเล่ห์
จิว จิวก็ได้แต่ส่ายหัวให้กับความเ้าคิดเ้าแค้นของเพื่อนตนแต่มันก็ไม่ได้แย้งอะไรในสายตามันเพื่อนทำอะไรก็ถูกเสมอ เพราะซินซินไม่เคยรังแกใครก่อนนั่นเอง
เมื่อเ้าตัวน้อยวางกับดักเรียบร้อยแล้ว ก็ค่อยๆ เดินเตาะแตะกลับมายืนข้างย่าของตนดังเดิม ทุกการกระทำของซินซินตกอยู่ในสายตาของพี่ชายอยู่ตลอดเวลา แต่ที่เขาไม่ได้ห้ามน้องสาว เพราะคิดว่าน้องสาวคงมีเหตุผลที่จะทำ ก็ใครใช้ให้น้องสาวฉลากกว่าเขากันล่ะ ยังไม่ได้เข้าโรงเรียนก็อ่านหนังสือออกหมดแล้ว
เขาผู้ซึ่งเป็พี่ชายหากน้องไม่ทำอะไรที่เกินเลย เขาก็จะพยายามปิดหูหลับตาทำไม่รู้ไม่ชี้ไปก็แล้วกัน ฝ่ายซินซินที่ย่อมรู้ว่าพี่ชายคิดยังไงก็ได้แต่หันไปยิ้มหวานๆ ให้พี่ชายตาใส ประมาณว่าหนูไม่ได้ทำอะไรเลยพี่เชื่อหนูนะ
ตอนนี้ทางด้านบ้านหลงทั้งสามคนต่างก็ไม่ยอม ที่จินเป่าเขามาชกหน้าหลงเหวินก่อน แม้หลงเหวินจะเป็ฝ่ายผิดที่ไปกระชากแขนจินเป่าก่อนก็ตามแต่ลูกสาวของจินเป่าก็ยังไม่ได้รับาเ็สักหน่อยแต่ตรงกันข้ามกับจินเป่าที่เข้ามาชกใบหน้าหลงเหวินจนมุมปากเริ่มที่จะมีสีม่วงๆจากรอยช้ำให้ได้เห็นแล้ว
“ให้ทางคนบ้านซูส่งกระต่ายที่จับได้มาวันนี้มาชดใช้ แล้วเราจะไม่เอาเื่”เสียงเล็กแหลมของอี้เหลียนพูดขึ้นมา
“ใช่ๆ ส่งมาทั้งหมดด้วยนะ ไม่อยากนั้นฉันจะแจ้งทางการข้อหาทำร้ายร่างกายหลานชายฉัน” เสียงที่ไม่ต่างจากลูกสะใภ้ของตนก็ดังขึ้นมาสมทบ
“จินเป่าจับกระต่ายได้หรือทำไมพวกเราถึงไม่มีใครเห็นกันล่ะ” เสียงชาวบ้านก็พากันพูดขึ้นมาอย่างเอ็ดตะโร
เพราะยุคนี้การจะได้มีเนื้อกินไม่ได้จะมีโอกาสหาได้บ่อยๆ ซินซินเมื่อได้ยินเสียงชาวบ้านพูดคุยเื่ที่พ่อเธอจับกระต่ายได้ก็คิดขึ้นมาอย่างรำคาญใจ ถ้าอยากกินกันก็ไปหากันตามโพรงตามรูกันเองจะดีกว่าการใช้ปากพูดไหมค่ะ
“จิว จิวเก็บกระต่ายเข้ามิติตัวเองก่อนเร็วเข้าเราต้องรีบซ่อนเอาไว้ก่อน” ซินซินรีบสื่อสารกับจิว จิวในหัวของตน
“รับทราบ” หลังจากจบคำของจิวจิว กระต่ายที่อยู่ในตะกร้าทั้งสองตัวก็ได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย
จิวจิว เป็ภูติผู้พิทักษ์ต้นไม้และสัตว์พิเศษบางชนิด มีมิติเก็บสิ่งมีชีวิตได้ รวมทั้งสามารถทำการควบคุมเหล่าพืชพันธ์ุต่างๆได้เป็อย่างดี ถึงจะได้ขึ้นชื่อว่าผู้พิทักษ์สัตว์แต่ห่วงโซ่อาหารก็ต้องเป็ไปตามนั้น ดังนั้นเ้าตัวเล็กนี้จึงชอบกินอาหารที่ทำจากเนื้อเป็พิเศษ ไม่ว่าจะทอด จะตุ๋น จะย่างก็ตาม
ซินซินได้มาดึงขากางเกงของพ่อของตน เพื่อที่เธอจะให้พ่อก้มลงมาคุยกับเธอ เมื่อจินเป่าเห็นลูกสาวตัวน้อยกระตุกขากางเกงตน ก็มองด้วยความแปลกใจ ซินซินจึงได้ทำมือให้พ่อนั่งลงเพื่อคุยกับตัวเอง
ฝ่ายจินเป่าเมื่อได้ยินสิ่งที่ลูกสาวบอกแล้ว ก็ได้ยืนตัวตรงขึ้น แล้วหันไปทางคนบ้านหลง พร้อมพูดว่า
“หากในตะกร้าของผมไม่มีกระต่าย และการที่พวกคุณมาหาเื่ผมพวกคุณจะชดใช้ยังไงกัน” จินเป่าพูดขึ้นมาบ้าง ทางด้านอีเหลียบและแม่สามีตอนนี้ต่างก็เริ่มลังเลใจขึ้นมาบ้างแล้ว เพราะเธอสองคนก็ไม่ได้เป็คนเห็นเอง มีแต่อาเหวินที่เป็คนพูดขึ้นมา
“อย่ามาทำเฉไฉผมเห็นกับตาว่าพี่จับกระต่ายแล้วซ่อนไว้ในตะกร้ามันจะไม่มีได้ยังไง แต่ถ้าหากมันไม่มีจริงๆ ผมจะไม่เอาเื่ที่พี่มาชกหน้าผม” หลงเหวินก็พูดขึ้นมาอย่างคนเห็นแก่ตัว
“ลุงผู้ใหญ่มู่เป็พยานให้ผมด้วยนะครับ” จินเป่าก็หันมาทางผู้ใหญ่บ้านเพื่อให้เป็พยานในเื่นี้
“ได้ซิ เดี๋ยวลุงเป็พยานให้ ชาวบ้านที่อยู่ก็ตั้งเยอะคงไม่มีใครกล้าบิดพลิ้วหรอก” ผู้ใหญ่บ้านตอบตกลง และเหล่าชาวบ้านที่อยู่ล้อมรอบก็พยักหน้าตกลง
“เอาตระกร้าไปค้นดูได้เลยตามสบายทั้งสองใบนี้แหละ” จินเป่าก็ได้เป็ฝ่ายยื่นตะกร้าให้กับคนบ้านหลง คนทั้งสามค้นจะถึงกับเทตะกร้าออกมาก็ไม่เจออะไรนอกจากเศษใบไม้และเสื้อตัวนอกของจินเป่าเพียงเท่านั้น
“ข้าว่าแล้วกระต่ายมันจะจับได้ง่ายๆที่ไหนกัน เหอะเสียเวลา พวกเรากลับบ้านใครบ้านมันกันเถอะหมดเื่สนุกแล้ว” เสียงหนึ่งในชาวบ้านพูดออกมา แล้วชาวบ้านเ่าั้ก็ได้แยกย้ายกันไปรวมทั้งผู้ใหญ่บ้านและคนบ้านซูที่เก็บตะกร้าของตนกลับมาแล้วเช่นกัน