เช้าวันต่อมา เจียงมั่วเพิ่งจะก้าวขาเข้าห้องเรียนมาได้ข้างหนึ่ง กระบอกใส่ปากกาก็บินดิ่งตรงมาทางเธอทันที เธอเอียงหัวหลบเล็กน้อย กระบอกใส่ปากกาจึงเฉียดใบหูไปกระแทกเข้ากับประตูเสียงดังแทน
ห่าวซือฉีกอดอกเดินวางท่าเข้ามาหยุดตรงหน้าเจียงมั่ว “โอ้โห วันนี้ยังกล้าโผล่หัวมาอีกเหรอ ใจกล้าไม่เบานี่!”
เธอส่งสายตาจิกไปทางด้านหลัง เพื่อนร่วมห้องผู้หญิงคนหนึ่งจึงเดินหิ้วตั้งหนังสือที่ชุ่มหมึกจนดำเป็ตับเข้ามาสมทบ “ฝีมือเธอใช่ไหม?”
เจียงมั่วปรายตามองแวบหนึ่ง ต้องยอมรับคนอย่างฉีอิ้นหรานเลยว่า หมอนั่นลงมือได้โหดหินจริง ๆ เพราะเขาจงใจทำลายเฉพาะหนังสือเรียนวิชาหลักทั้งภาษาจีน คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยา หนังสือทั้งหกเล่มถูกทำลายยับเยินจนไม่เหลือชิ้นดีสักเล่มเดียว
“ฉันถามเธออยู่นะ เป็ฝีมือเธอใช่ไหม?”
“ไม่ใช่” เจียงมั่วตอบด้วยสีหน้าราบเรียบ
“ไม่ใช่?” ห่าวซือฉีโมโหจนพยักหน้ารัว ๆ “ไม่ยอมรับใช่ไหม?”
เธอโยนหนังสือที่พังยับเยินพวกนั้นลงพื้น ก่อนจะหันไปแย่งกระเป๋านักเรียนของเจียงมั่วทันที “หนังสือของฉันพังหมดแล้ว จะปล่อยให้ฉันเรียนโดยไม่มีหนังสือดูได้ยังไงล่ะ?”
เจียงมั่วดึงสายกระเป๋าเป้ของตัวเองแน่น สายตาพลันเย็นเยียบขึ้นมาทันที ยัยหัวโจกคนนี้จะรังแกกันเกินไปแล้ว เธอเหยียดขาถีบเข้าใส่ห่าวซือฉีเต็มแรง!
แต่ต่อให้ห่าวซือฉีจะโดนถีบจนหงายหลังล้มลงไปกองกับพื้น มือของเธอก็ยังกำสายกระเป๋าของเจียงมั่วไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ผลลัพธ์คือกระเป๋าผ้าใบหนาไม่อาจรับแรงดึงไหว จึงขาดออกจากกันเป็สองซีก ทำเอาข้าวของภายในร่วงกระจายเกลื่อนพื้นห้อง
ในบรรดาสิ่งของที่หล่นเรี่ยราด มีกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มกล่องหนึ่งดูสะดุดตาเป็พิเศษ ตัวกล่องกระแทกพื้นจนดีดเปิดออกเผยให้เห็นของที่อยู่ด้านใน มันคือสร้อยคอฝังเพชรระยิบระยับล้อแสงไฟเส้นหนึ่ง เป็สร้อยคอที่กู้หลิงเยว่มอบให้เธอตอนที่เธอย้ายเข้าไปอยู่บ้านตระกูลกู้วันแรก
เจียงมั่วอึ้งไปครู่หนึ่ง เธอจำได้แม่นว่ายัดสร้อยคอเส้นนี้ไว้ด้านในสุดของลิ้นชัก หลังจากนั้นก็ไม่เคยหยิบออกมาอีกเลย แล้วทำไมมันถึงมาอยู่ในกระเป๋านักเรียนได้?
เพียงไม่นานเธอก็เข้าใจทันที นี่คงเป็แผนการใส่ร้ายของกู้หลิงเยว่อีกตามเคย!
ทุกคนในห้องพากันมุงดู จู่ ๆ จ้าวตงอวี่ก็ฝ่าฝูงชนพุ่งตัวออกมาเขาเก็บกล่องนั้นขึ้นมา แล้วคาดคั้นถามด้วยตาที่เริ่มแดงก่ำ “สร้อยเส้นนี้มาอยู่กับเธอได้ยังไง?”
“กู้หลิงเยว่ให้ฉันมา”
“เป็ไปไม่ได้! นี่เป็ของขวัญวันเกิดอายุสิบแปดปีที่ฉันตั้งใจให้หลิงเยว่ เธอเคยบอกว่าชอบมาก ไม่มีทางเอาไปให้คนอื่นหรอก!” จ้าวตงอวี่โต้แย้งอย่างมีอารมณ์
“แต่ความจริงก็คือเธอให้ฉันมา”
ทันใดนั้น จ้าวตงอวี่ก็ถลาเข้ามาคว้าคอเสื้อของเจียงมั่วพลางกัดฟันพูดว่า “ฉันจะให้โอกาสเธออีกครั้ง สร้อยเส้นนี้ได้มายังไงกันแน่?!”
เจียงมั่วขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอแกะนิ้วมือของจ้าวตงอวี่ออกทีละนิ้ว จากนั้นก็จัดคอเสื้อเชิ้ตที่ยับยู่ยี่ให้เรียบร้อย แล้วค่อยพูดซ้ำอีกรอบ “ฉันบอกไปแล้วว่า กู้หลิงเยว่เป็คนให้ฉันเอง ต่อให้นายจะถามฉันอีกร้อยครั้ง ฉันก็ยังยืนยันคำเดิม”
จ้าวตงอวี่ง้างหมัดแน่น ดึงแขนไปข้างหลังจนสุดแรง
เจียงมั่วเห็นแบบนั้นก็แค่นหัวเราะออกมา “ทำไม? อยากต่อยฉันเหรอ? ตัวนายเองมีค่าในใจหล่อนแค่ไหน ไม่มีคำตอบเลยหรือไง?”
จ้าวตงอวี่หมดท่าราวกับลูกโป่งที่ถูกปล่อยลมจนฟีบ เขาจ้องเจียงมั่วด้วยความโกรธแค้น ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปข้างนอกอย่างเสียหน้า และแน่นอนว่าเขาหยิบสร้อยคอเส้นนั้นติดมือไปด้วย
เจียงมั่วถึงมีเวลาหันไปมองห่าวซือฉีที่อยู่ข้าง ๆ แล้วพูดเนิบ ๆ ว่า “หนังสือของเธอ ฉันไม่ได้ทำหรอกนะ เป็ฝีมือฉีอิ้นหรานต่างหาก”
แน่นอนว่าห่าวซือฉีไม่เชื่อเื่นี้เด็ดขาด “เลิกพูดจาไร้สาระได้แล้ว! ฉันกับคุณชายฉีไม่เคยมีเื่บาดหมางอะไรกัน เขาจะมาพังหนังสือฉันทำไม?”
“ก็เพราะเขาช่วยฉันเอาคืนไงล่ะ!” เจียงมั่วยิ้มหวานให้เธออย่างจริงใจ
“เธอคิดว่าตัวเองหน้าตาดีตายล่ะ! คุณชายฉีจะช่วยเธอทำไม? เลิกหลงตัวเองได้แล้ว!”
เจียงมั่วเหลือบมองฉีอิ้นหรานที่กำลังนั่งเท้าคางรอดูเื่สนุก ก่อนที่เธอจะหลุดขำออกมาเบา ๆ แล้วพูดจิกกัดใส่ห่าวซือฉี “เมื่อวานหมอนั่นเพิ่งจะบอกว่า คนน่าสนใจแบบฉันเรียกร้องความสนใจจากเขาสำเร็จแล้วไม่ใช่เหรอ?”
ห่าวซือฉีชะงักไป ท่าทางเธอตอนนี้ดูเหมือนจะนึกเื่บางอย่างที่เคยเกิดขึ้น แต่... ทำไมเธอถึงรู้สึกว่ามีอะไรแปลก ๆ อยู่เรื่อยเลยนะ?
เจียงมั่วก้มเก็บหนังสือของตัวเองทีละเล่ม แล้วจับไหล่ห่าวซือฉีให้หันไปอีกทาง “เพราะฉะนั้น คนที่เธอต้องไปคิดบัญชีด้วยไม่ใช่ฉัน แต่เป็เขาต่างหาก”
ห่าวซือฉีมองสีหน้าเหมือนคนนอนไม่พอและพร้อมที่จะมีเื่ของฉีอิ้นหรานก็กลัวขึ้นมาทันที ถึงแม้เธอและฉีอิ้นหรานจะถูกขนานนามว่าเป็คู่หูตัวร้ายของห้องแปด แต่ถ้าต้องงัดกับฉีอิ้นหรานจริง ๆ เธอรู้ดีว่าพวกเธออยู่คนละระดับกันเลย
ฉีอิ้นหรานแค่นหัวเราะทันทีที่เจียงมั่วหอบหนังสือกลับมานั่งที่โต๊ะตัวเอง “เนรคุณเก่งจังเลยนะ เมื่อวานเพิ่งบอกขอบใจฉันไปแท้ ๆ วันนี้ก็แว้งกัดฉันซะแล้ว เจียงมั่ว เธอนี่มันร้ายจริง ๆ !”
“ชมเกินไปแล้ว”
หลังเจียงมั่วเพิ่งจัดระเบียบตั้งหนังสือบนโต๊ะเสร็จ ก็เห็นมือข้างหนึ่งยื่นมาจากโต๊ะข้าง ๆ “ยืมลอกการบ้านหน่อย”
“การบ้าน?” ซวยแล้วไง ชีวิตมัธยมปลายมันผ่านมานานเกินไป จนเธอเกือบลืมไปแล้วว่าโลกนี้มีการบ้านด้วย!
“นี่... คงไม่ได้ไม่ได้ทำมาหรอกนะ?”
เจียงมั่วส่งยิ้มแห้ง ๆ กลับไปตามมารยาท
ฉีอิ้นหรานเริ่มควงปากกาในมือพลางแค่นยิ้ม “ที่แท้ก็พวกี้เีไม่เอาถ่านเหมือนกัน” เขาเตะเก้าอี้ของเ้าอ้วนที่นั่งอยู่แถวหน้า “เ้าอ้วน เอาการบ้านมา”
เ้าอ้วนรีบโยนกระดาษข้อสอบส่งมาให้สองสามแผ่นอย่างรู้งาน ฉีอิ้นหรานก็รับมาพลางทำสีหน้ารังเกียจเต็มทน “นี่นายเคยฝึกคัดลายมือบ้างไหมเนี่ย? ทำไมตัวหนังสือยังเป็ลายแทงโบราณเหมือนเดิมวะ?”
“ฝึก...ฝึกแล้วครับคุณชายฉี ผมแค่พัฒนาการไม่ค่อยชัดเจนเฉย ๆ ...”
ฉีอิ้นหรานกำลังนั่งลอกการบ้านอยู่ จู่ ๆ กระดาษข้อสอบก็ถูกดึงยื้อเบา ๆ เขาหันไปมองก็พบว่าเจียงมั่วกำลังส่งยิ้มเจื่อน ๆ มาให้
“ลอกคนเดียวก็ลอก สองคนลอกก็ลอกเหมือนกัน ไม่เป็ไรหรอก นายลอกของนายไปเถอะไม่ต้องสนใจฉัน ฉันขอชำเลืองดูนิดเดียวก็พอ” เจียงมั่วพูดพลางยิ้มให้ ก่อนเริ่มใช้ทรัพยากรร่วมกันกับเขาหน้าตาเฉย จนฉีอิ้นหรานฮึดฮัดในลำคอทีหนึ่งแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร
กว่าจะลอกการบ้านเสร็จก็ไม่ใช่เื่ง่าย เจียงมั่วนวดข้อมือที่เริ่มเมื่อยล้า พอเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นจ้าวตงอวี่เดินดุ่ม ๆ กลับเข้ามาด้วยความโมโห เขาตรงดิ่งมาที่โต๊ะของเจียงมั่ว แล้วคว้าแขนเธอฉุดกระชากให้ออกไปข้างนอก
“เฮ้ย ๆ นายจะทำอะไรเนี่ย?”
จ้าวตงอวี่พูดด้วยความโกรธจัด “เจียงมั่ว ถ้าเธอฉลาดพอก็ตามฉันออกไปดี ๆ เพราะฉันไม่แคร์หรอกนะถ้าจะทำให้เธอต้องขายหน้าต่อหน้าทุกคนตรงนี้”
เจียงมั่วสะบัดมือเขาออก “พูดให้มันชัด ๆ สิว่า นี่มันเื่บ้าอะไร?”
จ้าวตงอวี่หัวเราะ “ดี! ในเมื่ออยากให้พูดตรงนี้ ฉันก็จะจัดให้!”
เขาหยิบสร้อยคอเส้นนั้นออกมา “เมื่อกี้ฉันถามเธอว่าสร้อยเส้นนี้ได้มายังไง เธอบอกว่าหลิงเยว่ให้เธอมา แต่เมื่อกี้ฉันเพิ่งไปถามหลิงเยว่มา หลิงเยว่เพิ่งรู้ตัวว่าสร้อยคอหายไป! เพราะฉะนั้น สร้อยเส้นนี้ได้มายังไง คงไม่ต้องให้ฉันพูดให้มากความแล้วมั้ง?”
เจียงมั่วหรี่ตาลง “นี่คือกำลังจะบอกว่า ฉันขโมยสร้อยของกู้หลิงเยว่มางั้นเหรอ?”
เธอคิดไว้ไม่มีผิด ยัยผู้หญิงคนนั้นให้สร้อยเธอมาคงไม่ใช่เื่ดีแน่
จ้าวตงอวี่แค่นยิ้มพลางย้อนถาม “ถ้าไม่ได้ขโมยมา แล้วมันจะมาจากไหนได้อีก? อย่ามาบอกนะว่าเป็ของรุ่นเดียวกัน สร้อยที่ฉันให้หลิงเยว่เส้นนี้ด้านหลังมันสลักตัวอักษรเอาไว้!”
เขาพลิกด้านหลังของจี้สร้อยคอขึ้นมา ด้านในมีตัวอักษรภาษาอังกฤษสองตัวสลักอยู่จริง ๆ มันคือคำว่า Y&Y
ห่าวซือฉีทำตัวเป็พวกชอบดูเื่ชาวบ้าน รีบเข้ามาผสมโรงทันที “ฉันก็ไปสืบมาเหมือนกัน บ้านเก่าของเจียงมั่วจนมาก แค่ค่าเทอมโรงเรียนมัธยมปลายธรรมดายังจะทำเอาหมดเนื้อหมดตัวเลย สร้อยคอแบบนี้คนอย่างเธอไม่มีปัญญาซื้อหรอก”
จ้าวตงอวี่ได้ยินแบบนั้น ก็ยิ่งมองเหยียดเจียงมั่วหนักกว่าเดิม “ไม่รู้จริง ๆ ว่าคนประเภทเธอมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกับหลิงเยว่ได้ยังไง แต่โชคดีที่หลิงเยว่เป็คนสวยใจดี ถึงเธอจะโกรธแต่ก็ใจกว้างมาก หลิงเยว่บอกว่าแค่เธอไปขอโทษเื่นี้ก็ถือว่าแล้วกันไป”