หลังจากแยกกับคุณกวินอย่างยากเย็นแล้วเพราะอีกฝ่ายจ้องจะเข้ามาส่งถึงห้องนอนให้ได้แนชก็เอาแต่ฟุ้งซ่านจนนอนไม่หลับจึงหยิบแท็บเล็ตที่คนเป็พี่ทิ้งโน้ตไว้ให้ขึ้นมาเปิด นึกขอบคุณไม่น้อยที่อุตส่าห์หาหนังให้ดูแก้เหงา
เป็หนังจีนยุคกลางๆนำแสดงโดยซุป’ตาร์ชื่อดังระดับนานาชาติที่ใครก็รู้จักโดยเฉพาะหนังแอ็คชั่น
แนชรู้สึกตื่นเต้นทันทีเมื่อเห็นภาพนักแสดงที่น่าสนใจแต่พอดูๆ ไป มันกลับไม่ใช่อย่างที่คิด...
โอ่ว...พระเ้า! นี่มันหนังชายรักชาย แค่ฉากแรกก็ลากขึ้นเตียงกันเลยเรอะ?
‘เอาไงดีล่ะ จะไปต่อหรือพอแค่นี้’ แนชถามตัวเองในใจแต่เอาเถอะ ไหนๆ ก็นอนไม่หลับแล้วนี่ ดูๆ ไปก็แล้วกันจะได้ไม่ผิดต่อความตั้งใจของพี่หลินด้วย อุตส่าห์หาหนังไว้ให้น้องดู
เพราะเป็ชายแท้มาตลอดและไม่เคยมีความสนใจเื่เซ็กส์กับเพศเดียวกันมาก่อนพอได้เห็นภาพแบบนั้นก็อดจะอัดอึดเล็กๆ ไม่ได้ จู่ๆ ความทรงจำเมื่อครู่ระหว่างเขากับคุณกวินก็ฉายวาบขึ้นมาพลันใบหน้าร้อนผ่าวเนื้อตัววูบวาบอย่างบอกไม่ถูกแนชรีบสะบัดความคิดฟุ้งซ่านแล้วตั้งใจดูหนังต่อไป
ภาพยนตร์เริ่มเล่าถึงเื่ราวความรักของชายหนุ่มทั้งคู่ที่ไม่ได้แตกต่างจากคู่รักชายหญิงทั่วไปมีทั้ง่หวานชื่น ่ขมขื่น ทั้งรักกัน ทะเลาะกัน โกรธกัน มีอะไรกันและแยกทางกันเพราะนิสัยเข้ากันไม่ได้ หรือหมดประโยชน์ต่อกันเหมือนที่แก้มขอเลิกกับเขามันเป็เื่ปกติธรรมดาที่ไม่ได้แบ่งแยกเพศ ทุกคนล้วนมีความรักต่อกันได้
ใช่แล้ว! ตอนเขาเรียนอยู่ที่อังกฤษ มีอาจารย์ท่านหนึ่งกล่าวสุนทรพจน์ไว้ว่า... ความรักที่แท้จริงไม่เกี่ยวกับเพศ
พอดูหนังจบ แนชล้มตัวลงนอนด้วยใจเหม่อลอยครุ่นคิดพี่หลินให้เขาดูหนังเื่นี้ทำไม? ให้เขาดูเพื่อเป็แนวทางในการแสดง ก็ใช้ได้นะเป็ประโยชน์มากทีเดียว หรือว่า... เพื่อทดสอบความรู้สึกของเขากันแน่ สรุปแล้วเขาไม่ได้รังเกียจความสัมพันธ์และความรักแบบนี้เลยเหมือนจะ เอ่อ... เริ่มรู้สึกดีด้วยซ้ำ โดยเฉพาะตอนที่ถูกคุณกวินจูบ เห้ย! ...หรือผมจะเป็เกย์
“ั้แ่เมื่อไรกันไม่นะ ไม่ใช่ ไม่จริง ม๊าย...” แนชสะบัดศีรษะขับไล่ความคิดฟุ้งซ่านแล้วพยายามข่มตาหลับ เพราะนึกถึงงานกองโตที่วางอยู่บนโต๊ะ พรุ่งนี้เขาต้องเซ็นเอกสารรับทราบอีกหลายเื่คิดแล้วก็ปวดหัว เฮ้อ...
วันรุ่งขึ้นกวินตื่นนอนแต่เช้าทั้งที่เป็วันหยุด เพราะมีบางอย่างทำให้เขาอยากตื่นเร็วๆเพื่อไปหาใครบางคนที่เขาคิดถึงตลอดทั้งคืน รวมถึงรสจูบที่แสนหวานนั้นด้วย
ในชั้นบนสุดนี้ถูกแบ่งไว้เพียง3 ห้องเท่านั้น ห้องรับรองกับห้องผู้ช่วยอยู่ติดกันทางฝั่งซ้าย ซึ่งเขาคิดว่าน่าจะเป็ห้องพักของเจ๊หลินอะไรนั่นส่วนห้องเดียวทางฝั่งขวาคือห้องประธานอันเป็เป้าหมายของเขา
แก๊ก!
กวินใช้คีย์การ์ดที่ยึดมาจากแนชเมื่อคืนเปิดประตูเข้าไปก็เจอกับห้องทำงานใหญ่ที่เขาเคยมาครั้งก่อน‘ไม่น่าเชื่อว่าแค่คีย์การ์ดใบเดียวสามารถไปได้ทุกที่จริงๆ’
เขามองไปยังประตูบานหนึ่งด้านใน คิดว่าน่าจะเป็ห้องพักส่วนตัวของแนช
“แกรออยู่นี่แหละ”กวินหันไปสั่งลูกน้องคนสนิท ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปที่ประตูบานนั้น
ปรากฏว่ามันไม่ได้ล็อกร่างสูงจึงเปิดแล้วก้าวเข้าไปเงียบๆ ทั้งตื่นเต้นดีใจระคนกรุ่นโกรธที่อีกฝ่ายไม่ล็อกประตูห้องให้เรียบร้อยถ้าคนอื่นเข้ามาทำร้ายจะว่าอย่างไร
กวินเดินผ่านชุดโซฟารับแขกหรูหราไปยังประตูห้องนอนพบว่าไม่ได้ล็อกอีก... ฮึย! มันน่าจับฟาดให้ก้นลาย ทำไมสะเพร่าแบบนี้นะ
หลังจากเข่นเขี้ยวเ้าของห้องอยู่ในใจก็มายืนชะงักมองภาพงดงามเบื้องหน้าราวกับต้องมนต์สะกดร่างเล็กเพรียวบางซุกตัวอยู่ในผืนผ้านวมสีขาว ใบหน้าที่โผล่ออกมามีความอ่อนเยาว์หล่อละมุนและหวานล้ำจนทำให้ลมหายใจสะดุด
ทางด้านคนนอนที่ยังง่วงงัวเงียปรือตาขึ้นมาช้าๆเพราะรู้สึกเหมือนมีคนเข้ามาในห้อง คิดว่าคงเป็พี่หลินเข้ามาปลุกแต่พอขยี้ตามองดีๆ
“เห้ย! คุณเข้ามาได้ไง” แนชดีดตัวลุกขึ้นนั่งด้วยความใ ยกมือขึ้นเสยผมลูบหน้าลูบตาเรียกสติความง่วงหายไปเป็ปลิดทิ้ง
“อรุณสวัสดิ์”กวินเอ่ยทักทายแล้วโชว์คีย์การ์ดในมือด้วยรอยยิ้มร้ายกาจ ภาพตรงหน้าทำให้เขาไม่อาจละสายตาไปได้เลย...เหมือนกระต่ายตัวน้อยสีขาวขนนุ่มฟูไม่มีผิด ช่างน่ารักน่าฟัดเหลือเกิน
แนชกอดอกทำแก้มป่องสะบัดหน้าพรืดเป็การแสดงออกเฉพาะตัวถึงความไม่พอใจที่ใครเห็นก็อดเอ็นดูในความน่ารักน่าหยิกไม่ได้กวินก็เช่นกัน...ร่างสูงตรงเข้าไปบีบแก้มนุ่มด้วยความมันเขี้ยวแล้วก้มลงหอมแก้มอีกข้างไปฟอดใหญ่แบบเต็มปอด
“คุณกวิน!” แนชหันขวับมองเขาตาขวาง
“ครับ”กวินขานรับยิ้มๆ “ฉันอยู่นี่แล้วไง มีอะไรก็พูดมาสิ”
“ทำไมคุณไม่เคาะประตูห้อง”
“เื่นั้นฉันขอโทษ แต่มันอดใจไม่ไหวจริงๆ อยากเห็นตอนที่นายนอนหลับน่ะ”
“โรคจิต!” แนชว่าให้เขาพร้อมทั้งเหลือบมองนาฬิกาบนฝาผนังที่บ่งบอกว่าเป็เวลาแปดโมงครึ่งแล้วจึงลุกขึ้นก้าวลงจากเตียงเดินหนีเข้าห้องน้ำไป
กวินหัวเราะอารมณ์ดีเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายเขินอายมากกว่าจะโกรธกันจริงๆ ร่างสูงหันซ้ายหันขวากวาดสายตาสำรวจรอบห้องครู่หนึ่งก็เดินกลับออกไป
**********
เขาเดินไปนั่งที่เก้าอี้ตัวใหญ่หลังโต๊ะทำงานแล้วมองแฟ้มเอกสารที่กองเรียงรายตรงหน้าด้วยความรู้สึกสงสารเ้าของห้องขึ้นมาจับใจ...กลางวันไปถ่ายซีรีส์กลับมายังต้องเคลียร์งานเอกสารพวกนี้อีก
กวินหยิบแฟ้มเล่มบนสุดมาเปิดดูอย่างถือวิสาสะไล่อ่านหนังสือฉบับนั้นฉบับนี้พิจารณาความเร่งด่วนของงานแต่ละเื่... อืมดูเหมือนที่นี่จะมีลูกค้าเยอะขึ้นหลังจากที่เขามาพัก ถือเป็เื่ที่น่ายินดีทีเดียว
เสียงเคาะประตูห้องเบาๆก่อนจะมีใครบางคนเปิดเข้ามาอย่างมีมารยาท
“สวัสดีครับคุณนะ...แนช?”คุณอนันต์ชะงักไปชั่วขณะเมื่อเห็นคนที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม่ใช่เ้านายคนเดิมของตัวเอง...นี่มันเกิดอะไรขึ้น หรือว่าคุณแนชจะขายกิจการให้คุณกวินไปแล้ว!
“ไม่ต้องใ เ้านายของคุณยังเป็คนเดิมเพียงผู้เดียวนั่นแหละ”กวินพูดขึ้นคล้ายเข้าใจความคิดของผู้มาเยือน
“...ครับ”ผู้จัดการาุโรับคำด้วยท่าทีเกรงอกเกรงใจ ด้วยรู้ดีว่าอีกฝ่ายคือลูกค้าวีไอพีที่โคตรวีไอพีดับเบิ้ลวีไอพี ที่ไม่อาจขัดใจได้ และการจะเข้ามาในห้องนี้ต้องได้รับอนุญาตจากคุณแนชแล้วเท่านั้น
“หนังสือพวกนี้แนชเอ่อ... คุณแนชได้อ่านหรือยัง” กวินถามพลางก้มอ่านเอกสารในมือไปด้วย
“คุณแนชจะได้รับเป็อีเมลก่อนพอมาดูเอกสารก็เซ็นได้เลย เพื่อความรวดเร็วครับ”
คุณอนันต์ตอบแล้วมองไปรอบๆห้องเพื่อหาเ้านายของตัวเองหรือไม่ก็ผู้ช่วยคนสนิทก็ยังดี
“คุณแนชกำลังอาบน้ำเดี๋ยวฉันพิจารณาให้ก่อนก็แล้วกัน”กวินเน้นเสียงจริงจังสวมิญญาผู้บริหารในแบบฉบับของตัวเองเต็มที่
เคิร์ทเห็นว่าผู้าุโมีท่าทีกระวนกระวายคล้ายไม่สบายใจจึงเอ่ยสำทับ
“คุณกวินไม่ได้คิดร้ายกับที่นี่แน่นอนครับคุณผู้จัดการไม่ต้องกังวล พวกเราหวังดีกับคุณแนชจริงๆ”
คุณอนันต์พยักหน้าเข้าใจแล้วรอฟังคำสั่งอย่างสงบ
“เื่กลุ่มนักกีฬาทีมชาติที่ติดต่อจองห้องพักมาเ้านายคุณเขาว่าไงบ้าง” กวินพูดเื่งานทันที
“คุณแนชพูดไว้เบื้องต้นให้ปฏิเสธไปก่อนเพราะเกรงว่าเราจะรับไม่ไหวครับโดยให้แจ้งกลับไปว่าโรงแรมกำลังอยู่ใน่ปรับปรุงจึงไม่สะดวก”
“ไม่ได้!” กวินตัดสินใจเด็ดขาด “ทำหนังสือตอบรับไปด้วยความยินดี พร้อมจัดเลี้ยงบุฟเฟ่ต์มื้อค่ำเป็การต้อนรับส่วนห้องพักก็เปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ใหม่ทั้งหมด อ้อ!อาคารที่ถูกไฟไหม้นั่นจัดการทุบทิ้งปรับพื้นที่ให้สะอาดแล้วทำเป็ร้านกาแฟในสวนดอกไม้ไม่รู้จะเก็บซากพวกนั้นเอาไว้ทำไมเกะกะลูกตา”
“เอ่อเราก็อยากทำแบบนั้นครับ แต่ขาดงบประมาณในการรื้อถอนปรับปรุง จึงต้องพักไว้ก่อน”
โชคดีที่อาคารหลังนั้นเป็เพียงห้องเก็บอุปกรณ์จึงไม่กระทบกับตึกที่พักอาศัยไม่อย่างนั้นคงเสียชื่อมากกว่านี้และคงไม่มีใครกล้ามาพักแน่ๆ
“ไปเตรียมจัดตัวเลขค่าใช้จ่ายมาแล้วหานักออกแบบวางโครงสร้างให้ดี เสนอขึ้นมาได้เลย...ต่อไปนี้ที่นี่จะไม่ขัดสนอีกต่อไปแล้ว ฉันรับประกัน”
“ครับ”
“คุณควรจะมีผู้ช่วยที่คล่องแคล่วสักคนไว้ใช้งานนะ”กวินขมวดคิ้วมองผู้าุโอย่างเห็นอกเห็นใจ
“เมื่อก่อนเคยมีครับแต่เพราะเห็นว่าโรงแรมเป็แบบนี้ก็เลยขอลาออกไป”
“อืมฉันเข้าใจ” กวินครุ่นคิดครู่หนึ่ง “รู้จักนายบอลไหม”
“รู้จักครับเป็เด็กฝ่ายดูแลอาคาร อยู่ที่นี่มานานพอสมควรครับ”คุณอนันต์ตอบตามตรงพลางคิดถึงเด็กหนุ่มผู้ขยันขันแข็งคนนี้ไปด้วย
“ไปตามขึ้นมาพบฉัน”กวินหันไปสั่งเคิร์ท จากนั้นก็พูดคุยเื่งานกันต่อ
ไม่นานเด็กหนุ่มที่ชื่อบอลก็ถูกพาขึ้นมาแม้จะงุนงงในตอนแรกแต่ก็ก้มหน้ารับคำสั่งแต่โดยดี
ระหว่างนั้นแนชเดินออกมาจากห้องพักส่วนตัวพอเห็นคุณกวินกำลังสะสางการงานของเขา ก็เกือบจะโวยวายแสดงความไม่พอใจแต่พอได้ยินสิ่งที่อีกฝ่ายสั่งงานแล้วเขาจึงลองฟังและคิดตามไปด้วยอดยอมรับไม่ได้ว่าคุณกวินเก่งกาจในเื่ธุรกิจจริงๆ เขายังต้องเรียนรู้อีกเยอะเฮ้อ...
พอคุณอนันต์และบอลเห็นแนชก็โค้งตัวทักทายแนชพยักหน้ารับแล้วส่งสัญญาณให้ฟังคุณกวินไปก่อน ส่วนเขาก้าวเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ใกล้ๆซึ่งเคิร์ทนำมาวางไว้ให้ จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กดูพบข้อความที่พี่หลินทิ้งไว้บอกว่าเพิ่งกลับมาตอนตีห้าและปลอดภัยดีตอนนี้คิดว่าคงยังหลับอยู่ วันนี้ถือเป็วันหยุดของพี่หลินไปก็แล้วกัน
“ต่อไปนี้ให้บอลมาเป็ผู้ช่วยคุณอนันต์ส่วนหน้าที่เก่าของบอลให้หาคนอื่นมาทำแทน แล้วรับสมัครพนักงานเพิ่มให้เต็มอัตรา”
ฟังแล้วแนชได้แต่ถอนหายใจกลัดกลุ้มอันที่จริงมันก็ควรเป็แบบนั้น โรงแรมไม่ควรขาดพนักงานหรือมีใช้สอยไม่เพียงพอแต่ถ้าจะรับเข้ามาเยอะขนาดนั้นเขาคงต้องหางานในวงการบันเทิงเพิ่มอีกแน่ๆไม่อย่างนั้นคงไม่มีเงินจ่ายค่าแรง
“ออกไปจัดการตามที่สั่งได้เลย เดี๋ยวเอกสารพวกนี้คุณแนชเซ็นแล้วจะส่งลงไป”
สิ้นคำพูดนั้นของคุณกวินทุกคนก็พากันเดินออกไปจากห้องรวมถึงเคิร์ทด้วย
แนชลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินไปที่โต๊ะทำงานของตัวเองอย่างรู้หน้าที่แต่... คนที่นั่งอยู่ก่อนแล้วกลับไม่ยอมขยับออกไป
“นี่คุณ! ผมจะรีบทำงาน”
“นั่งตักฉันก็ได้นะฉันไม่ถือ” กวินยิ้มเ้าเล่ห์
“คุณจะบ้าเหรอลุกออกไปเลยเร็วๆ”
กวินแค่จะหยอกเล่นเท่านั้นพอเห็นแนชทำหน้ามุ่ยยุ่งเหยิงก็ยิ่งมันเขี้ยว ร่างสูงดีดตัวลุกขึ้นพรวดเป็จังหวะเดียวกับที่แนชก้มลงมาพอดีเขาจึงจุ๊บปากอีกฝ่ายอย่างตั้งใจไปหนึ่งทีแบบเน้นๆ
“เห้ย!” จิ๊ ถึงจะใแต่ก็หน้าแดงนะ
กวินหัวเราะเบาๆแล้วยืนกอดอกอยู่ข้างๆ พลางหยิบเอกสารบนโต๊ะขึ้นมาช่วยดู
“หนังสือสองสามฉบับนี้นายรีบเซ็นแล้วส่งลงไปก่อน”
แนชรับมาอ่านดูคร่าวๆแล้วจรดปากกาเซ็นชื่อลงไป ส่วนหนังสืออีกหลายฉบับจะมีลายมือของคุณกวินเขียนคำสั่งเอาไว้แล้วแนชแค่เซ็นกำกับเท่านั้น อดยอมรับไม่ได้ว่าอีกฝ่ายมีความคิดไปในแนวทางเดียวกันกับเขาทำให้งานกองโตบนโต๊ะผ่านไปอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นด้วย
กวินมองคนตรงหน้าด้วยความพึงพอใจแนชเป็ผู้ชายในแบบที่เขาชอบจริงๆ ตรงสเปคไปหมดทุกอย่างจนต้องยอมรับกับตัวเองว่า...‘เขาหลงรักแนชเข้าแล้ว’
เสียงเคาะประตูเบาๆ ทำลายบรรยากาศที่ชวนหวั่นไหวของคนในห้องพอกวินส่งเสียงอนุญาตประตูก็เปิดเข้ามาพร้อมร่างสูงใหญ่ของเคิร์ทและพนักงานที่นำอาหารเช้ามาเสิร์ฟ
“ทานข้าวก่อนเถอะที่เหลือค่อยมาทำต่อ” กวินบอกกับคนที่ยังนั่งเคร่งเครียดกับงานบนโต๊ะ
แนชไม่ได้สนใจเื่อาหารเพราะงานตรงหน้าทำให้เขาคิดหนักจนกินอะไรไม่ลง
“นี่คุณจะให้ผมอนุมัติทำนั่นทำนี่ปรับปรุงขนาดนี้ผมคงต้องไปถ่ายนู้ดหาเงินมาจ่ายแล้วล่ะ”
“ได้!...” กวินยิ้มชอบใจ “แต่ถ่ายให้ฉันดูคนเดียวนะ”
“คุณกวิน! ผมไม่ได้ล้อเล่นนะ” แนชลุกขึ้นมองหน้าเขาตรงๆ
“ฉันมีทางที่ดีกว่านายไม่ต้องไปเปลืองตัวหรอก”
“...?”
“ไปทานข้าวกันเถอะเดี๋ยวฉันจะบอกให้ฟัง”
ระหว่างที่ทานอาหารเช้าด้วยกันกวินได้บอกแผนงานให้แนชฟังคร่าวๆ โดยหลังจากที่โรงแรมปรับปรุงเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาจะนำสินค้าแบรนด์ Dean Parkerของเขามาเช่าพื้นที่เพื่อจัดแสดงและจำหน่ายที่นี่เป็เวลาหนึ่งเดือนหากได้ผลตอบรับดีอาจจะขยายเวลาเช่าออกไปอีกและอาจได้รับการพิจารณาเป็ที่ตั้งสาขาเพิ่มขึ้นด้วยรับรองว่านอกจากลูกค้าจะมาพักที่โรงแรมเยอะขึ้นแล้ว ยังสามารถดึงดูดคนภายนอกเข้ามาได้อีกด้วย
พอแนชได้ฟังก็โล่งอกหายใจหายคอสะดวกขึ้นหน่อยพร้อมกล่าวขอบคุณอีกฝ่ายที่ช่วยเหลือกันถึงเพียงนี้
“เดี๋ยวตอนบ่ายเราไปเดินห้างกันนะ”กวินชวนแต่เหมือนเป็การออกคำสั่งมากกว่า
“เชิญคุณตามสบายเลยครับ”แนชปฏิเสธตามตรง “ผมต้องทำงาน”
“นี่ก็เรียกว่าไปทำงานเหมือนกัน”
“...?”
กวินยื่นมือไปรับแท็บเล็ตจากเคิร์ทมาเปิดแล้วส่งให้แนช
......
[...กองถ่ายซีรีส์วายปั่นป่วน เพราะนายเอกดันต่อยพระเอกเข้าจริงๆ แบบไม่ไว้หน้ากันเลยคราวนี้วงแตกแยกย้ายกลับบ้านแถมยังถูกพักงานอีก...]
......
แนชอ่านหัวข้อข่าวแล้วเงยหน้ามองคุณกวินคล้ายเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเขาต่อยอีกฝ่ายจนได้รอยฟกช้ำที่มุมปากแต่ตอนนี้รอยนั้นจางลงมากแล้วหากไม่สังเกตดีๆ ก็แทบไม่เห็น
......
A:[งานนี้คุณกวินโกรธแน่นอน เผลอๆ กองถ่ายจะล่มซะล่ะมั้ง!]
B:[โธ่! ก็แนชเขาเป็ผู้ชายป่ะ จู่ๆมาถ่ายฉากแบบนี้มันต้องมีสะดุ้งกันบ้างแหละ]
C:[คุณกวินอย่าโกรธน้องเลยนะ น้องยังมือใหม่ ยังไงฉันก็เชียร์คู่นี้ #กวินแนช]
...
......
แนชไล่อ่านผ่านๆพลางถอนหายใจไปด้วย กวินจึงพูดย้ำขึ้นอีก
“เราควรออกไปสร้างภาพแก้ข่าวกันหน่อยฉันปรึกษาคุณปกรณ์แล้ว”
เจอแบบนี้เข้าไปแนชถึงกับนั่งนิ่งเถียงไม่ออกและไม่ควรปฏิเสธด้วย เพราะคุณปกรณ์ก็รับทราบแล้วเขาจะทำให้ซีรีส์พลอยได้รับผลกระทบไปด้วยไม่ได้เด็ดขาด
“ก็ได้ครับ”แนชรับปากแล้วบอกแผนของตัวเอง “เดี๋ยวผมขอเคลียร์งานบนโต๊ะนั่นก่อนแล้วรอพี่หลินตื่นด้วย เราไปเจอกันที่ห้างเลยก็ได้ครับ”
“ไม่!เราจะไปพร้อมกัน” กวินปฏิเสธหนักแน่น
“เห้ยไม่เอา” แนชส่ายหัวดิก “ไปกับคุณได้เป็ข่าวใหญ่เข้าไปอีก” ต่างคนต่างไปสิ!กวินห้างแตกใครๆ ก็รู้
“ไม่หรอกน่า...เราไปเดินเล่นเป็การส่วนตัว ให้พวกปาปารัสซี่ถ่ายรูปนิดหน่อย เดี๋ยวคนของฉันจัดการเองรับรองไม่วุ่นวายแน่นอน”
อ๋อลืมไปคุณกวินเป็ทั้งดาราและมาเฟียแถมยังเป็เ้าพ่อธุรกิจแฟชั่นที่แม้แต่สื่อมวลชนยังต้องยอมฟังคำสั่ง...แนชค่อนแคะอีกฝ่ายอยู่ในใจ
ทั้งคู่นัดเจอกันที่ล็อบบี้ของโรงแรมในเวลาบ่ายโมงตรงพอตกลงกันเรียบร้อยแล้วกวินก็กลับห้องพักเพื่อไปทำงานของตัวเองเช่นกัน
พอถึงเวลานัดหมายแนชกับเจ๊หลินลงลิฟต์มาที่ชั้นใต้ดินแล้วเดินเข้าไปที่ล็อบบี้ทางประตูหน้าของโรงแรมหากแต่การมาในครั้งนี้ของผู้บริหารหนุ่มไม่ได้มาเพื่อตรวจงาน แต่มาเพราะนัดลูกค้าคนสำคัญเอาไว้
เสียงฮือฮาปนเสียงกรีดร้องที่พยายามสะกดกลั้นไม่ให้ดังมากนั้นทำให้เจ๊หลินยิ้มเชิดหน้าบานเพราะรู้ว่าสาวๆ ตื่นเต้นแค่ไหนเมื่อเจอแนชในลุคนี้
ร่างสูงเพรียวอยู่ในชุดเสื้อกล้ามสีขาวทรงย้วยคอกว้างสบายๆเผยให้เห็นแผงอกขาวผ่องรำไร สวมทับด้วยสูทเบลเซอร์สีส้มอิฐตัวใหญ่เข้ากับกางเกงขายาวสีเทาเข้มดูเรียบหรูและแถมเซ็กซี่เล็กๆ แม้แต่คุณกวินยังต้องมองตาค้าง
“ไปกันได้หรือยังครับ”แนชพูดขึ้นเมื่อเห็นทุกคนเดินมารวมตัวกันตรงหน้าแล้วหยุดนิ่งไปพักใหญ่
“ไปสิ!” กวินกะพริบตาเรียกสติ “นายไปรถฉันนะ ให้คุณหลินไปรถเคิร์ท”
“ไม่ดีมั้งคุณเดี๋ยวเป็ข่าว” แนชรีบปฏิเสธ
“ก็ฉันตั้งใจจะให้เป็ข่าวน่ะสิหึ! เป็คู่จิ้นกันหน่อยเป็ไร” พูดจบร่างสูงใหญ่ก็เดินนำดิ่งไปที่รถของตัวเองซึ่งเคิร์ทเตรียมมารอไว้แล้วที่หน้าตึก
แนชสบตาเจ๊หลินพออีกฝ่ายพยักหน้าให้เขาจึงยอมเดินตามคุณกวินไปขึ้นรถ
**********
ทั้งหมดเดินทางมายังห้างสรรพสินค้าชั้นนำชื่อดังย่านธุรกิจ พอเดินเข้าไปข้างในเท่านั้นแหละแนชจึงได้รู้ว่าการจะไปไหนมาไหนของคุณกวินไม่ใช่เื่ง่ายแค่ผู้ติดตามหรือบอดี้การ์ดก็ปาเข้าไปเกือบสิบคนแล้ว มิน่าล่ะ! ถึงไม่มีใครกล้าเข้าใกล้
กวินอยู่ในลุคเสื้อสูทลำลองสไตล์แจ็คเก็ตสีขาวครีมตัดกับกางเกงสีเข้มดูหล่อหรูสุดคูลและยิ่งทั้งคู่เดินเคียงข้างกันช่างเหมาะสมดั่งกิ่งทองใบหยกทีเดียว
“คุณจะมองอะไรนักหนา”แนชเริ่มไม่พอใจเพราะั้แ่นั่งรถมาด้วยกันอีกฝ่ายก็เอาแต่มองจนเขารู้สึกไม่มั่นใจตัวเอง
“นายน่ามองฉันก็มองสิ” กวินยิ้มแล้วสะกิดแนชให้หันไปส่งยิ้มกับสาวๆ ที่คลั่งไคล้ดารา
ตอนนี้ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็มีแต่คนยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปพวกเขาบางคนถึงกับกรี๊ดลั่นแบบไม่อายใคร
“ถ่ายรูปได้ทุกมุมแต่ไม่ให้เข้าใกล้และไม่ให้สัมภาษณ์” กวินบอกกับลูกน้องคนสนิท
เคิร์ทรับคำสั่งเรียบร้อยก็ออกไปสั่งการกับกลุ่มบอดี้การ์ดต่ออีกที
“นายรู้ไหมShopDean Parker อยู่ตรงไหน” กวินถามคนข้างๆ พลางกวาดตามองไปรอบตัวเหมือนว่าที่นี่จะปรับปรุงใหม่จนเขาไม่แน่ใจว่าชอปแบรนด์ของตัวเองอยู่ตรงไหน
“รู้ครับ” แนชพยักหน้าแล้วเดินนำอีกฝ่ายไป... ทำไมจะไม่รู้ล่ะ! เขาหมดเงินกับแบรนด์นี้ไปตั้งเท่าไรกับผู้หญิงที่เคยคบคิดแล้วก็เ็ปใจ เสียดายเงินนะ ไม่ใช่เสียดายผู้หญิงพวกนั้น
กวินและแนชเดินเข้ามาในShopDean Parker โดยมีเจ๊หลินกับเคิร์ทตามเข้ามาด้วย
พอพนักงานเห็นผู้ที่เป็ทั้งเ้าของแบรนด์และซุป’ตาร์ชื่อดังปรากฏตัวที่นี่ ก็ลุกลี้ลุกลนทำตัวไม่ถูกเพราะผู้เป็นายไม่ได้แจ้งล่วงหน้า
“ไม่ต้องตื่นเต้นฉันมาซื้อของตามปกตินั่นแหละ” กวินยิ้มเล็กน้อยให้พวกเธอคลายกังวล
“คุณแนชสนใจกระเป๋าใบนี้ให้คุณแก้มไหมคะสวยน่ารักเหมาะกับคุณแก้มมากๆ เลยค่ะ” จู่ๆ พนักงานสาวคนหนึ่งก็เชื้อเชิญอย่างเป็กันเองจนแนชรู้สึกกระอักกระอ่วน
แค่กๆเจ๊หลินกระแอมกระไอรีบดิ่งเข้ามาแทบจะฉีกอกพนักงานคนนั้น
“เขาเลิกกันไปตั้งนานแล้วย่ะหล่อนตามข่าวหน่อยสิยะ! แล้วเนี่ย...คุณแนชเขามาเป็เพื่อนคุณกวินซื้อของ อย่าได้พูดจาไร้สาระพวกนั้นอีก”
พนักงานสาวรีบยกมือไหว้ขอโทษแล้วสงบปากสงบคำไม่เข้าไปรบกวนลูกค้ากิตติมศักดิ์ทั้งสองท่านอีก
กวินมองแนชด้วยแววตาขบขันแต่ภายในใจแฝงความริษยาอยู่เล็กๆที่รู้ว่าแนชเคยซื้อของพวกนี้ให้แฟนเก่า หัวใจดวงแกร่งเหมือนโดนแมวข่วนเบาๆ
“หยิบสร้อยเส้นนี้ให้ฉันที”กวินชี้ที่สร้อยไวท์โกลด์ประดับจี้เพชรรูปไม้กางเขน
พนักงานไขกุญแจตู้กระจกแล้วหยิบสร้อยเส้นนั้นส่งให้กวินรับมาจับพลิกตรวจสอบดูให้แน่ใจว่าเป็ของแท้แล้วหันไปส่งสายตาให้แนชเดินมาหา
แนชเดินเข้าไปอย่างว่าง่ายแบบงงๆจนกระทั่งกวินสวมสร้อยให้เขานั่นแหละ จึงได้รู้ตัว
“เห้ยคุณ! ผมไม่เอา” แนชแทบดีดตัวออกจากวงแขนแกร่งที่กำลังโอบคล้องคอเขาเอาไว้
“อยู่นิ่งๆสิ” กวินปรามเสียงดุ แล้วตั้งหน้าตั้งตาสวมสร้อยคอให้อีกฝ่ายจนเรียบร้อย
“เห็นไหมมันเหมาะกับนายมาก” ทั้งคู่มองไปที่กระจกบานใหญ่ตรงหน้าพร้อมกัน
กวินมองแผงอกเนียนขาวผ่องของแนชด้วยใจร้อนรุ่มมันยั่วยวนจนเขาแทบอดใจไม่ไหวอยากฝากรอยจูบตีตราเอาไว้ตรงนั้นเพื่อแสดงความเป็เ้าของไม่ให้ใครหมายปองคนของเขาได้อีก
ระหว่างที่กวินกำลังพูดคุยกับพนักงานเกี่ยวกับสินค้าและยอดขายประจำสาขาแนชรีบเดินเลี่ยงออกไปหาเจ๊หลินอย่างรวดเร็ว
“พี่หลิน! ผมไม่อยากได้ คุณกวินเขาคิดอะไรอยู่เนี่ย”
“เออน่า...ใส่ๆ ไปก่อน กลับถึงโรงแรมแล้วค่อยถอดไปคืนเขาตอนนี้ต้องสร้างภาพให้ดีห้ามตีกันเข้าใจไหม”
แนชจำต้องพยักหน้าถอนใจอยู่คนเดียวจากนั้นกวินก็เดินตามออกมา
“ไปทานอาหารญี่ปุ่นกันเถอะ”
เมื่อไม่มีใครคัดค้านทั้งหมดจึงเดินไปที่ร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดังที่รู้จักกันดีระหว่างนั้นร่างสูงของใครบางคนก้าวออกมาจากลิฟต์พอดี
“แนช!” เสียงเรียกของชายหนุ่มที่ฟังดูคุ้นเคยทำให้แนชหันไปมอง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเป็ใครก็ยิ้มกว้างด้วยความดีใจแล้วรีบตรงดิ่งเข้าไปหา
“พี่ภีม!... พี่ภีมกลับมาั้แ่เมื่อไร แล้วคุณเกรซล่ะ เด็กๆ มาด้วยหรือเปล่าครับ”แนชยิงคำถามรวดเดียวจนคนตอบได้แต่อมยิ้มแฝงความหม่นเศร้าเล็กน้อย
ทั้งคู่โผกอดกันกลมจนกวินแทบคลั่งเขาพยายามสูดลมหายใจลึกๆ หลายครั้งเพื่อสงบสติอารมณ์ แต่พอได้ยินคำถามที่แนชถามคนผู้นั้นแล้วกวินจึงโล่งอกขึ้น... ดูท่าคงจะเป็ญาติกัน
ภีมไม่ได้ตอบคำถามของแนชแต่กลับหันไปทักทายลูกค้ารายใหญ่แทน
“สวัสดีครับคุณกวิน”
“สวัสดีครับคุณ...?” กวินยิ้มรับตามมารยาท รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาอีกฝ่ายเหมือนกันแต่นึกไม่ออก
“ผมภีม ภีรภัทร ครับ”
“อ๋อคุณภีรภัทรเ้าของห้างนี่เอง ผมขอโทษจริงๆ ครับ ที่จำคุณไม่ได้ในตอนแรก”กวินมองสองคนสลับกันไปมาเหมือน้าจะถามว่าทั้งคู่เป็อะไรกัน
“พี่ภีมเป็เหมือนญาติผู้พี่ของผมครับเราสนิทกันมาก” แนชแนะนำอย่างเป็กันเอง
“เหมือนญาติ?”กวินขมวดคิ้วไม่เข้าใจ
“คุณพ่อของแนชกับคุณพ่อผมพวกท่านเป็เพื่อนรักและนับถือกันเหมือนญาติน่ะครับ”ภีมอธิบายเพิ่มเติม
แสดงว่าไม่ใช่ญาติทางสายเื!กวินหางคิ้วกระตุก ตอนนี้หน้าตึงขึ้นมาทันที ยิ่งเห็นสายตาที่ภีมมองแนชแล้วต้องบอกตามตรงว่าเหมือนผีเห็นผีนั่นแหละมันเป็เกย์แน่ๆ เห็นแนชถามหาพวกเด็กๆแสดงว่าอีกฝ่ายต้องมีครอบครัวแล้ว และยังจะมองแนชด้วยแววตากลืนกินแบบนั้นอีกร้ายกาจมาก!
“แล้วนี่กำลังจะไปไหนกันครับ”ภีมถามขณะที่วงแขนยังโอบอยู่บนเอวของแนช “หรือว่ามาโปรโมตซีรีส์ผมได้เห็นทีเซอร์แล้วนะ น่าติดตามมากเลย”
“ก็ประมาณนั้นครับสร้างกระแสนิดหน่อย” กวินแสร้งยิ้มกลบเกลื่อน แล้วสะกิดแขนแนชเป็การเตือน“นายมายืนกับฉันนี่ เดี๋ยวจะเสียแผนหมด”
“อ๊ะ! ขอโทษที ผมมาแทรกผิดคิวสินะเนี่ย”ภีมยกแขนออกจากเอวแนชแล้วขยับออกห่างอย่างมีมารยาทด้วยเข้าใจว่าทั้งคู่ออกมาเพื่อทำงานโปรโมต
“พี่หลินสบายดีนะครับ”ภีมยังชวนคุยต่อ
“สบายดีค่ะคุณภีมแต่ก่อนหน้านี้สิคะ เฮ้อ... ไหนจะพวกบ้านนั้นอีก” เจ๊หลินทอดถอนใจหันไปสบตาแนชที่ยืนน้ำตาคลอก็ยิ่งปวดใจ
“ผมเข้าใจครับ”ภีมยิ้มบางๆ แล้วหันไปพูดกับแนช “พี่เพิ่งกลับมาถึงเมื่อคืนนี้ เดี๋ยวว่างๆพี่ไปหาที่โรงแรมนะ เราค่อยคุยกัน”
“ครับขอบคุณครับ” แนชยิ้มรับ รู้สึกตื้นตันที่อย่างน้อยเขายังมีพี่ชายคนนี้อยู่เคียงข้างเสมอ
หลายปีก่อนได้ยินว่าพี่ภีมแต่งงานกับนางแบบสาวชาวอเมริกันแล้วพากันย้ายครอบครัวไปอยู่ที่นั่น หลังจากนั้นต่างก็เงียบหายขาดการติดต่อกันไปจนเพิ่งมาเจอกันนี่แหละ
ทั้งหมดพูดคุยกันอีกสักพักก็แยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัวเองพอทานอาหารญี่ปุ่นเสร็จแนชกับกวินก็กลับโรงแรมด้วยกันเหมือนตอนขามาระหว่างที่อยู่ในรถแนชรู้สึกถึงอารมณ์คุกรุ่นของคนข้างๆจึงไม่กล้าส่งเสียงหรือชวนคุย ได้แต่นั่งไปเงียบๆ จนกระทั่งถึงโรงแรมเขาจึงรีบขอตัวแยกขึ้นห้องของตัวเอง
กลับมาถึงก็เย็นค่ำแล้วแนชกับเจ๊หลินจึงแยกกันไปพักผ่อน เพราะพรุ่งนี้ต้องไปกองถ่ายแต่เช้า
แนชอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยก็หยิบโทรศัพท์มือถือไปนั่งเล่นบนเตียงพอเช็กอีเมลต่างๆ เสร็จ ก็เปิดอ่านข่าวในโซเชียลต่อแน่นอนว่าต้องมีรูปที่เขาไปเดินห้างกับคุณกวิน... ยุคนี้อะไรๆ ก็รวดเร็วจนแทบตามไม่ทัน
......
A:[ใครว่าโกรธกันล่ะ เห็นไหมพวกเขาไปเดินห้างด้วยกันแล้ว #กวินแนช]
B:[เหมาะสมที่สุด เห็นแล้วจิ้นเลย แนชหล่อละมุนมากลุคนี้ คุณกวินก็หล่อเนี๊ยบกร้าวใจสุดๆ]
C:[มีคนแอบเห็นคุณกวินซื้อสร้อยแบรนด์ตัวเองให้แนชด้วยจีบน้องจริงๆ ใช่ไหมคุณพี่ #กวินแนช]
...
......
“จีบเหรอ?!” แนชหัวใจกระตุก จีบไม่จีบไม่รู้แต่ตอนนี้ได้จูบไปแล้ว นั่นสิ! คุณกวินจูบเราทำไมแถมยังซื้อสร้อยให้อีก ไม่ได้ๆ รับไว้ไม่ได้ต้องรีบเอาไปคืน
แนชะโลงจากเตียงพลันหยุดชะงักพอคิดถึงอีกฝ่ายขึ้นมาจู่ๆ กลับรู้สึกผิดอย่างไม่มีสาเหตุคล้ายว่าตัวเองทำอะไรให้คุณกวินไม่พอใจอย่างนั้นแหละ แต่ก็นึกไม่ออกจะว่าไปคุณกวินอารมณ์ไม่ดีั้แ่เจอกับพี่ภีม หรือว่าจะเคยมีเื่ขัดแย้งกันทางธุรกิจแล้วทำไมเราต้องรู้สึกผิดด้วยเนี่ย เฮ้อ ฟุ้งซ่านไปกันใหญ่แล้ว
แนช:ผมจะไปพบคุณตอนนี้สะดวกหรือเปล่าครับ
แนชตัดสินใจส่งข้อความไปก่อนอย่างน้อยจะได้มีเวลาเตรียมตัว รออยู่พักใหญ่ๆ กว่าอีกฝ่ายจะตอบกลับมา
กวิน: ฉันประชุมอยู่ เสร็จแล้วจะขึ้นไปหา
“...”เอิ่ม... จะให้อีกฝ่ายเตรียมตัว กลายเป็ว่าเขาต้องเตรียมตัวเสียเอง
ระทึกไปสิทีนี้ไม่รู้คุณกวินจะมาเมื่อไร แนชเดินออกจากห้องนอนไปรอที่ห้องทำงานจากที่เดินไปเดินมากระวนกระวายพอนานเข้าเริ่มเมื่อยจึงนั่งที่โซฟาสักพักถึงได้นอนราบลงไป และ... หลับจนได้
**********
กวินยืนมองคนหลับด้วยแววตาอ่อนโยน พอกลับมาจากข้างนอกเขามีงานด่วนพอดีจึงต้องประชุมกันยาวจนดึกดื่นแต่ที่ทำให้หงุดหงิดั้แ่ตอนนั้นก็เพราะเห็นแนชทำตัวสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่นแบบถึงเนื้อถึงตัวแม้จะบอกว่าเป็ญาติกันก็เถอะ แนชน่ะมองว่าภีมเป็ญาติจริงแต่ภีมมองแนชเป็อย่างอื่นแน่ๆ เขามั่นใจ คิดแล้วก็เครียดหรือเขาจะเปิดใจขอแนชเป็แฟนให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย... ฮึย ถ้าตกลงกันได้นะ คราวนี้พ่อจะหวงยันเงาไม่ให้ใครเข้าใกล้เลยคอยดู!
กวินคิดหมายมั่นอยู่ในใจพลางก้มลงช้อนอุ้มร่างบางของแนชขึ้นแนบอกแม้ความสูงจะพอๆ กัน แต่เื่น้ำหนักแล้วแนชผอมเพรียวกว่าเขามากจึงสามารถอุ้มขึ้นมาได้อย่างสบาย
“อ๊ะ! คุณ คุณกวิน ปล่อยผมลงนะ” แนชงัวเงียทั้งดีดดิ้นเมื่อรู้สึกว่าตัวเองลอยหวือขึ้นมาจากเบาะโซฟา
“อยู่นิ่งๆเดี๋ยวก็ร่วงลงไปหรอก” กวินทำหน้าดุจนแนชต้องหุบปากเกร็งตัวไม่กล้าขยับ
ร่างสูงใหญ่สาวเท้าเข้าไปในห้องนอนแล้ววางคนในอ้อมกอดลงบนเตียง
“ง่วงก็นอนในห้องดีๆจะไปนอนข้างนอกทำไม”
“รอคุณนั่นแหละ”แนชมองคนตรงหน้าด้วยใจเต้นรัว ตอนนี้คงไม่ต้องถามอีกแล้วว่าอีกฝ่ายเข้ามาได้อย่างไร“ถ้าจะดึกขนาดนี้คุณก็ควรนอนได้แล้วนะ ไม่ต้องขึ้นมาก็ได้ ยังไงพรุ่งนี้ก็เจอกันอยู่ดี”
“กำลังจะนอนอยู่นี่ไง”ร่างสูงะโข้ามไปอีกฝั่งแล้วล้มตัวลงนอนแบบเนียนๆ
“เห้ย! ไม่ได้” แนชแย่งผ้าห่มจากมืออีกฝ่าย “กลับไปนอนที่ห้องคุณเลยนะ”
“หรือนายอยากไปนอนที่ห้องฉัน” กวินยิ้มกรุ้มกริ่ม “อ๋อ มิน่าล่ะถึงได้ส่งข้อความบอกว่าจะไปหา”
“อะไรนะ!?”
“ก็นายบอกจะไปหาฉันอยากนอนที่ห้องฉันก็พูดมาเถอะน่า...” ร่างสูงผุดขึ้นนั่ง “งั้นลุกสิไปนอนกันที่ห้องฉัน หรือต้องให้อุ้มไป”
“เห้ย! ไม่ใช่ ไปกันใหญ่แล้ว” แนชเสยผมสีหน้ายุ่งเหยิงแล้วล้วงหยิบสร้อยในกระเป๋าเสื้อขึ้นมา“ผมจะเอาสร้อยไปคืนคุณ แต่คุณบอกติดประชุมแล้วจะขึ้นมาหาเอง ผมก็รอนี่ไง” เขายื่นสร้อยไปให้คนตรงหน้า
“นายนี่เสียมารยาทจริงๆ”กวินแสร้งส่ายหน้าระอาใจ “ผู้ใหญ่ให้ของยังจะเอามาคืนอีก”
“แล้วคุณจะให้ผมทำไมเราไม่ได้เป็อะไรกันสักหน่อย”
“อยากเป็ไหมล่ะ?”
“ห๊า?...อื้อ!...” แนชมีเวลาสูดหายใจแค่เฮือกเดียวเท่านั้นก็ถูกอีกฝ่ายพรากลมหายใจไปทันทีริมฝีปากที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนากดทับลงมาบนกลีบปากบางอย่างรวดเร็ว แนชเบิกตากว้างสมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ สร้อยที่อยู่ในมือพลันร่วงหล่นไร้ทิศทาง
พอตั้งสติได้ร่างกายก็ปฏิเสธขัดขืนตามสัญชาตญาณแต่มันกลับเร่งเร้าให้จุมพิตรุนแรงยิ่งขึ้น กวินขบกัดกลีบปากนุ่มบังคับให้อีกฝ่ายเผยอปากยอมรับการรุกรานลิ้นร้อนสอดเข้าไปเกี่ยวกระหวัดโรมรัน ดูดกลืนซ้ำแล้วซ้ำเล่า มือข้างหนึ่งของกวินรวบจับข้อมือที่เล็กกว่าเอาไว้แล้วดึงเข้าสู่อ้อมแขนอันทรงพลังโอบรัดแน่นราวกับจะให้ร่างบางจมลงในอกแกร่งเสียให้ได้
กวินใช้แรงที่มากกว่ากดร่างเล็กนอนราบไปบนที่นอนแล้วยกตัวขึ้นทาบทับจนแนบสนิท ตั้งหน้าตั้งตาบดจูบขยี้อย่างหื่นกระหายเอาแต่ใจครู่หนึ่งจึงยอมปล่อยริมฝีปากอิ่มสวยให้เป็อิสระดวงตาคมหรี่มองคนใต้ร่าง พวงแก้มเนียนอาบไปด้วยน้ำตากลีบปากเห่อแดงสั่นระริกสีหน้ามีทั้งความหวาดกลัวและสับสนจนน่าสงสาร
“...แนช”กวินคล้ายเพิ่งได้สติ นึกโกรธตัวเองที่ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ “ฉันขอโทษ”
แนชไม่ได้เปล่งเสียงใดๆมีเพียงดวงตาสวยที่มองมาอย่างเลื่อนลอย
กวินยกมือข้างหนึ่งขึ้นเช็ดน้ำตาบนแก้มใสเกลี่ยไล้ปลอบโยนแ่เบาแล้วลูบลงไปตามลำคอขาวเนียน ใบหน้าหล่อเหลาก้มต่ำลงอย่างอดใจไม่ไหวกดริมฝีปากประทับบนเนื้อนวลที่เขารู้สึกว่ามันหอมกรุ่นยั่วยวนเหลือเกิน
“ฉันชอบนาย”เสียงต่ำแหบพร่าดังชิดใบหู
“ชอบ?... อะไรนะครับ!” แนชตื่นตะลึงจนลมหายใจสะดุดแทบไม่เชื่อหูตัวเอง หัวใจดวงน้อยในอกเต้นรัวโครมครามเหมือนจะทะลุออกมาให้ได้ก่อนจะรู้สึกถึงความเปียกชุ่มที่กวาดไล้ไปทั่วซอกคอซึ่งทำเอาร่างกายสั่นระริก
“คุณ...ชอบผม” แนชครางแ่คล้ายละเมอ
กวินกลับขึ้นมาจูบกลีบปากอิ่มสวยที่เผยอน้อยๆอีกครั้ง คราวนี้ค่อยๆ ละเลียดเลาะเล็มช้าๆ ใช้ลิ้นเลียไล้หยั่งเชิงแล้วขยับแทรกเข้าไปไล่ต้อนเรียวลิ้นเล็กนุ่มดูดดึงแ่เบาจนพอใจจึงผละออก
“...ใช่”เขาตอบขณะที่ริมฝีปากร้อนยังอ้อยอิ่งอยู่บนกลีบปากสวย “ฉันชอบนาย”
กวินพรมจุมพิตลงบนหน้าผากแล้วสบตาคนใต้ร่างเพื่อสื่อความในใจก่อนประกบจูบปิดริมฝีปากอิ่มสวยนั้นอีกครั้งและสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากโดยไม่เปิดโอกาสให้แนชมีเวลาขบคิดร่างสูงกดเอวลงมาให้ส่วนกลางกายของทั้งคู่แนบชิดกันยิ่งขึ้น ทั้งสองต่างััได้ถึงความตื่นตัวแข็งขืนและร้อนผ่าวของกันและกัน
ขณะนั้นแนชมีความรู้สึกแปลกๆเขามีชีวิตมายี่สิบกว่าปีเพิ่งเคยใกล้ชิดกับผู้ชายถึงขั้นนี้เป็ครั้งแรกใบหน้าหล่อที่ละม้ายไปทางสวยจึงแดงก่ำไปหมด อยากผลักไสอีกฝ่ายออกห่างแต่กวินกลับรุกไล่บดเอวลงมาหนักหน่วงจู่โจมทำลายสติของเขา
แนชนอนนิ่งเนื้อตัวสั่นสะท้านดื่มด่ำกับความรู้สึกแปลกใหม่ที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนมันซาบซ่านจนอ่อนแรงไปหมด ระหว่างที่กำลังหอบหายใจกลืนน้ำลายไม่หยุดแนชรับรู้ได้ว่าฝ่ามือใหญ่ของอีกฝ่ายกำลังลากไล้ลงไปด้านล่างก่อนสอดเข้าไปในกางเกงััตัวตนที่อยู่ตรงหว่างขาของเขาส่วนอ่อนไหวที่กำลังขยายตัวของแนชโดนกวินกอบกุมเอาไว้ในอุ้งมือ ทุกครั้งที่อีกฝ่ายขยับหยอกเย้าทำให้เขาสั่นสะท้านและหดเกร็งไปทั้งตัวโดยอัตโนมัติ
“คุณกวิน...อย่าครับ” แนชร้องห้ามเมื่อริมฝีปากผละออกจากกัน ใบหน้าสวยแดงก่ำมีเม็ดเหงื่อผุดซึมตามไรผม
“ชู่วว์ลองดูก่อนนะ ถ้าไม่ไหวจริงๆ ฉันจะหยุดมัน” กวินปลอบเสียงทุ้มแหบพร่า
เขาสูดหายใจลึกแล้วกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ของตัวเองอย่างสุดกำลังกลัวว่าจะทำอะไรผลีผลามรุนแรงจนอีกฝ่ายตื่นกลัวและกลายเป็แผลในใจไปตลอดกาล
พอเห็นแนชเริ่มโอนอ่อนร่างสูงจึงขยับดึงรั้งกางเกงนอนและกางเกงชั้นในออกจากสะโพกบางแล้วรูดลงไปทางปลายเท้าจากนั้นก็มาถอดกางเกงของตัวเองออกเช่นกันแล้วรีบกลับลงมาทาบทับคร่อมตัวอีกฝ่ายเอาไว้ทุกอย่างผ่านไปรวดเร็วจนห้ามไม่ทัน
แนชเบือนหน้าหลบซ่อนความเขินอายที่จู่ๆก็ตีตื้นขึ้นมาอย่างน่าประหลาดเมื่อเห็นส่วนกลางกายของกวินที่ทั้งใหญ่ยาวตั้งตรงดูน่ากลัวแต่แวบหนึ่งเขากลับมองว่ามันงดงามและทรงพลังชั่วขณะนั้นแนชใกับความคิดของตัวเอง... ั้แ่เมื่อไรที่เขารู้สึกว่าส่วนนั้นของผู้ชายงดงามน่ามอง
กวินก้มหน้าลงจุมพิตซอกคอและถูไถปลายจมูกโด่งรินรดลมหายใจอุ่นร้อนพร้อมทั้งสูดดมกลิ่นกายหอมกรุ่นจนเต็มปอดขณะยื่นแขนลงไปรวบท่อนเนื้อแก่นกายของทั้งคู่เอาไว้ในอุ้งมือหนาแค่เพียงผิวนุ่มหยุ่นร้อนผ่าวัักันแนชถึงกับสูดปากครางโดยไม่รู้ตัว
กวินยิ้มพอใจกับปฏิกิริยานั้นของคนใต้ร่างพลางขยับมือรูดรั้งเคลื่อนไหวเบาๆ มือหนึ่งจับคางเรียวมารับจูบดูดดื่มจากเขาส่วนอีกมือนวดคลึงเบื้องล่างไม่หยุดทั้งคลึงเคล้าบดขยี้ท่อนเนื้อทั้งคู่ไปพร้อมๆ กันแนชเสียวซ่านกับความรู้สึกแปลกใหม่ที่ได้รับมันก็แค่เปลี่ยนจากมือตัวเองเป็มือผู้ชายคนอื่นเท่านั้น ทำไมถึงได้เสียวอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนเสียวเหมือนจะละลายจนถูกอีกฝ่ายกลืนกินเข้าไปทั้งตัว
“อ๊า!...อือ...” แนชร้องครางออกมาอย่างหักห้ามไม่อยู่
เสียงครางหวานทำให้กวินแทบคลั่งมือใหญ่ที่รวบแก่นกายของทั้งคู่เอาไว้เริ่มขยับหนักหน่วงและเร่งจังหวะให้เร็วขึ้นเรื่อยๆคอเสื้อของแนชที่กระดุมหลุดออกไปสองเม็ดเผยให้เห็นแผงอกขาวยั่วยวนจนกวินอดใจไม่ไหวใช้ริมฝีปากและปลายลิ้นดูดดุนผิวเนื้ออ่อนนุ่มบนนั้นฝากฝังรอยตีตราความเป็เ้าของอย่างตั้งใจ
“อ๊ะ!..ซี้ด...”
แนชหอบหายใจกระชั้นถี่ไม่รู้มาก่อนเลยว่าการถูกดูดบริเวณนั้นจะเสียวซ่านกระตุ้นอารมณ์ได้ถึงเพียงนี้ร่างบางชาวาบ เอวสั่นสะท้านเป็ระลอก
“คุณกวิน!ผม... อ๊ะ... ดะ เดี๋ยว!” ไม่จริง! เขากำลังจะปลดปล่อยไม่นะ! นี่เขาเสร็จสมด้วยมือผู้ชายอย่างนั้นเหรอ?
“พร้อมกันนะอ๊า...” กวินเร่งมือรัวเร็วขึ้นในจังหวะสุดท้าย จนทั้งคู่เกร็งกระตุกและทะลักทลายหลั่งหยาดน้ำขาวขุ่นออกมาพร้อมกัน
แนชหอบหายใจแรงความสุขสมแผ่ซ่านทั่วสรรพางค์กายจนสั่นไปทั้งตัวกวินขยับมือต่ออีกสองสามครั้งเพื่อซึมซับความสุข ก่อนจะปล่อยมือจากแก่นกายของทั้งคู่แล้วพรมจุมพิตลงบนใบหน้าสวยชื้นเหงื่อการกระทำนั้นทำให้แนชยิ่งใจสั่นระรัว รู้สึกราวกับเป็ที่รักใคร่ทะนุถนอม
พักสงบใจครู่หนึ่งกวินก็ยื่นมือไปดึงกระดาษทิชชู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงมาเช็ดทำความสะอาดมือตัวเองจึงได้รู้ว่าตอนนี้เสื้อของพวกเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำรักเหนียวเหนอะ
“คืนนี้ต้องถอดเสื้อนอนแล้วล่ะ”กวินเปรยยิ้มๆ กับคนใต้ร่าง แล้วยกตัวลงมานั่งข้างๆ ปลดกระดุมถอดเสื้อออกไปเผยให้เห็นแผงอกขาวที่ตึงแน่นไปด้วยมัดกล้ามงดงาม ซิกแพคเป็ลอนเรียงตัวสวยปานรูปปั้นเกาะสลักแนชลอบกลืนน้ำลายอย่างควบคุมตัวเองไม่อยู่
“เดี๋ยวใส่เสื้อผมไปก่อนก็ได้ครับ”แนชเบือนหน้าขยับตัวลุกขึ้นเก้ๆ กังๆ ทั้งเขินอายทั้งทำอะไรไม่ถูก
“ช่างมันก่อนตอนนี้เราต้องคุยกัน” กวินพูดบอกพลางยื่นมือปลดกระดุมเสื้ออีกฝ่ายแล้วถอดออกไป จากนั้นก็รวบร่างบางเข้ามากอดซุกตัวในผ้าห่มด้วยกัน
แนชนอนลงอย่างเลื่อนลอยความคิดในหัวตีกันวุ่นวายสับสนจนยอมถูกอีกฝ่ายควบคุมได้ตามอำเภอใจโดยไม่รู้ตัว
คนตัวใหญ่สวมกอดร่างเล็กจากทางด้านหลัง ร่างกายเปลือยเปล่าที่กอดก่ายกันภายใต้ผ้าห่มผืนหนาให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็สุขอย่างบอกไม่ถูกทั้งคู่หลับตาซึมซับอารมณ์แสนรัญจวนครู่หนึ่ง ก่อนที่กวินจะเป็ฝ่ายพูดขึ้น
“เมื่อกี้นายรู้สึกยังไง?”
ผ่านไปนานกว่าแนชจะตอบด้วยเสียงสั่นเครือกระวนกระวาย
“ผม...ผมสับสน ผมไม่เข้าใจตัวเอง ผม... ไม่รู้สิ ผมบอกไม่ถูก”
“ชู่วว์ใจเย็นๆ ก่อน ไม่ต้องคิดพร้อมกันหลายเื่” มือใหญ่ลูบแขนปลอบโยนเบาๆ
“รังเกียจหรือเปล่า?”
แนชส่ายหน้าอยู่ในอ้อมกอดของอีกฝ่าย
“งั้นก็ดีแล้ว”กวินยิ้มกระชับวงแขนแแ่ กดจูบที่ต้นคอขาวเป็การให้รางวัล
“ผม...ผมเป็เกย์เหรอ?”
“นายอยากเป็หรือเปล่าล่ะ”
“...ไม่อยาก”แนชส่ายหน้าน้ำเสียงหม่นเศร้า
“งั้นก็ไม่ต้องเป็สิใครบังคับให้นายเป็ล่ะ” ร่างสูงยกตัวขึ้นมองคนในอ้อมกอดอย่างนึกเอ็นดู “เด็กโง่...นายอยากเป็อะไรก็เป็ไปเถอะ เป็ในสิ่งที่ตัวเองอยากเป็และมีความสุขกับชีวิตก็พอแล้ว ไม่ต้องหากฎเกณฑ์มากมายมาจำกัดเพศนั่นนี่คิดอะไรเยอะแยะ ตัวแค่นี้คิดเยอะจัง” กวินกัดริมฝีปากอิ่มสวยที่เผยอน้อยๆ ด้วยนึกมันเขี้ยว
“แล้วคุณล่ะครับเป็อะไร?” แนชสบตาเขาอย่างรอคอยคำตอบ
“เป็แฟนกันไหม?”กวินถามเสียงแหบพร่าจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยอย่างสื่อความหมายลึกซึ้ง
“คุณกวิน..!”
“ยังไม่ต้องตอบฉันตอนนี้ก็ได้ ฉันแค่อยากบอกความในใจให้นายได้รู้ไว้เท่านั้น”เขาไล้ปลายนิ้วเกลี่ยแก้มเนียนแ่เบา “ฉันก็เป็ฉัน เป็คุณกวิน...เป็ผู้ชายธรรมดาๆ คนหนึ่งที่อยากมีความรักอยากความสุขเหมือนคนอื่นทั่วไปนั่นแหละและฉันจะมีความสุขมากกว่านี้ถ้าได้เห็นคนที่ฉันรักมีความสุข”
ทั้งคู่สบตากันครู่หนึ่งก่อนที่ร่างสูงจะเอนตัวลงนอนแล้วกอดร่างบางเอาไว้ในวงแขนตามเดิมไม่มีใครเอื้อนเอ่ยคำใดออกมาจนกระทั่งต่างหลับใหลเข้าสู่ห้วงนิทราไปด้วยกัน
....................
ขอบคุณที่ติดตามค่ะ
^_^
***ติดตามเื่ราวสนุกๆ เต็มๆ ได้จาก E-Book ค่ะ***
สนใจนิยายเล่มนี้ในรูปแบบ E-Book สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่
mebmarket ...และ... ธัญวลัย
***แนะนำให้ซื้อ E-book ที่หน้าเว็บ จะได้ราคาถูกกว่าในบางแอปมือถือค่ะ***
หรือ้าลิ้งค์ซื้อ E-Book สามารถติดต่อผู้แต่งได้โดยตรงทาง
E-mail : oilza24@hotmail.com
ไลน์ : oilza_writer
(ในเว็บไม่สามารถวางลิ้งค์ได้ค่ะ)