ภายในป่าแห่งหนึ่งมักจะเงียบสงบมีเพียงแค่เสียงสายลมพัดผ่าน แต่ภายในชั่วพริบตาความสงบก็ถูกทำลายด้วยเสียงกรีดร้องของหญิงสาวคนหนึ่ง น้ำเสียงของเธอฟังดูทรมานราวกับคนจะขาดใจตาย แต่ขณะเดียวกันมันก็แฝงไปด้วยความสุขอย่างยากจะอธิบาย ไม่อาจทราบว่าเธอคนนั้นกำลังเผชิญกับอะไร แต่มีเพียงอย่างเดียวที่สามารถแน่ใจได้คือ
เธอกำลังมีความสุขกับมัน…
ภายในบ้านหลังกลางป่าดูไม่มีพิษมีภัยอะไร ข้าวของภายในก็ตกแต่งอย่างเรียบง่าย และมีหนังสือเต็มไปหมด แต่บ้านหลังนี้กลับมีทางลงไปยังชั้นใต้ดินซ่อนอยู่ ซึ่งภายในชั้นใต้ดินก็มีคบเพลิงติดอยู่เป็นระยะ
เสียงของหญิงสาวคนนั้นยิ่งดังขึ้นเมื่อลงมายังชั้นใต้ดิน ท่ามกลางความมืดที่ถูกขับไล่ด้วยแสงสว่าง หญิงสาวคนหนึ่งในชุดผ้าคลุมปกปิดหน้าตาตัวเอง เธอกำลังแอบแสยะยิ้มให้กับเสียงกรีดร้องของหญิงสาวคนหนึ่งที่อยู่ตรงหน้าเธอ
สิ่งมีชีวิตประหลาด บรรดาสัตว์ร้าย และปีศาจมากมายกำลังรุมล้อมบางสิ่ง บวกกับเสียงของหญิงสาวอยู่ท่ามกลางปีศาจพวกนั้น จึงเดาได้ว่าเธอคงอยู่กลางวงล้อมของปีศาจพวกนั้น แต่ว่า เธอกำลังเผชิญอะไรอยู่ ปีศาจพวกนั้นกำลังกัดกินเธอเหรอ
ไม่เลย ตรงกันข้ามเลยต่างหาก สิ่งที่ปีศาจกำลังกัดกินไม่ใช่ร่างกายของเธอ แต่กลับเป็นจิตใจมากกว่า ปีศาจมากมายที่อยู่ในที่แห่งนี้ต่างอยู๋ในสภาพเปลือยเปล่าพร้อมกับท่อนเอ็นขนาดใหญ่ที่แข็งตัวเต็มที พวกมันจับร่างของหญิงสาวคนนั้นมาเสียบแก่นกายตัวเองเข้าไปในร่องรักของหญิงสาว โดยที่ไม่สนใจว่าลักษณะทางกายภาพของเธอจะสามารถรองรับมันได้ไม่
เสียงกรีดร้องดังขึ้นมาอีกครั้งเมื่อแก่นกายทะลวงเข้าไปในร่องรัก หญิงสาวส่งเสียงร้องออกมาอีกครั้ง แต่คราวนี้แทนที่เธอจะอ้อนวอนขอให้ปีศาจพวกนั้นหยุด หรือส่งเสียงโหยหวนราวกับสุนัขติดสัดในฤดูผสมพันธุ์ เธอกลับส่งเสียงออกมาด้วยความสุขสม แต่ก็ได้ไม่นานนัก
ปากของเธอที่ว่างอยู่ ปีศาจตัวหนึ่งได้แทงแก่นกายเข้าไปในปาก กระพุ้งแก้มถูกถูไถอย่างหยาบโลน ก่อนที่มันจะแทงลึกเข้าไปถึงลำคอ ทำเอาคอของหญิงสาวนูนของมาอย่างเด่นชัด เธอส่งเสียงสำลักออกมาอย่างทรมาน คล้ายกับคนกำลังจะอาเจียน และก็ใช่ การที่มีบางอย่างแทรกเข้ามาทางลำคอโดยไม่สมยอม ทำให้ร่างกายพยายามขับมันออก ผลสุดท้าย เธอก็อาเจียนออกมา
อาเจียนพุ่งออกมาทางมุมปากและจมูกของเธอ กลิ่นของอาเจียนคลุ้งไปทั่วประสาทสัมผัสการรับกลิ่น แต่ปีศาจพวกนั้นไม่มีท่าทีจะหยุดเลย แก่นกายของมันกระแทกเข้ามาในลำคอของเธอแรงขึ้น และแรงขึ้น นอกจากจะทำให้เธอทรมานขึ้นไปทุกทีแล้ว ก็ยังทำให้เธออาเจียนออกมาเรื่อยๆ
และเมื่อการเสียดสีถึงจุดหนึ่งอย่างที่ควรจะเป็น บรรดาปีศาจที่อยู่หน้าและหลังของเธอก็ปล่อยน้ำเชื้อจำนวนมากออกมา ผสมกับอ้วกของเธอทำเอาลำคอของเธอบวมเปล่ง และต้องรีบสำลักมันออกมาเพื่อไม่ให้หลอดอาหารของตัวเองได้รับความเสียหาย ทางด้านมดลูกของเธอก็ถูกเติมเต็มไปด้วยน้ำเชื้อ ที่พุ่งเข้ามาแรงราวกับน้ำตกจากหน้าผาสูง ทำเอาเธอรู้สึกจุกเหมือนโดยต่อยท้องจากภายใน ท้องน้อยของเธอนูนออกมาอย่างเด่นชัด
หญิงสาวดูทรมานเหลือเกิน แต่ใบหน้าของเจ้าตัวก็เต็มไปด้วยความสุข ผ่านไปสักพักหนึ่งบรรดาปีศาจก็ทำการเวียนเทียนเสพสมกับร่างกายเธอจนเสร็จสิ้น แล้วปล่อยให้เธอนอนจมอยู่ท่ามกลางน้ำเชื้อ
ทรมานเหลือเกิน ไม่ไหวแล้ว เธอไม่อาจรับการรุกล้ำไปมากกว่านี้ได้แล้ว เธอขอร้องอ้อนวอนให้หญิงสาวที่ปิดหน้าปิดตาทำการฆ่าเธอซะ แต่สิ่งที่ได้รับตอบกลับมาก็คือคำปฏิเสธ จากนั้นด้วยความสงสัย เธอจึงเอ่ยถามพร้อมกับสำลักน้ำกามไปในขณะเดียวกันว่า ตนไปทำอะไรให้เธอแค้น เจ้าตัวถึงไปพาเธอมาในนรกแห่งการทรมานแบบนี้
“เปล่านี่… ก็แค่ผลพลอยได้จากการทำลายอาณาจักรหนึ่งเท่านั้น ได้เจ้าหญิงจากอาณาจักรที่ล่มสลายมาเป็นของเล่น จากเจ้าหญิงสูงศักดิ์หยิ่งในศักดิ์ศรี ตอนนี้ทำได้แค่แหกขารับแก่นกายจากพวกปีศาจ เห็นแล้วมันก็เพลินตาดี ฉันไม่ได้แค้นอะไรเธอทั้งนั้น แค่อยากสนุกไปกับความทรมานของเธอ อยากเห็นเธอเสียสติ”
คำพูดของหญิงสาวไม่ได้สร้างความเข้าใจให้กับเธอเลย มีหลายอย่างที่เธออยากจะถาม แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว ช่วงเวลาพักหมดลง ปีศาจที่หมดแรงกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง ก่อนจะจับร่างกายเธอขึ้นมา เพื่อรับการทรมานและความสุขสมต่อไป
เรื่องราวทั้งหมด เกิดขึ้นเมื่ออาณาจักรหนึ่งเกิดมีกองทัพที่แข็งแกร่ง และเริ่มกำจัดปีศาจในรูปแบบที่หวังจะทำลายล้างให้สิ้นเผ่าพันธุ์ ทำให้บรรดาปีศาจน้อยใหญ่ต่างนัดรวมตัวกันมาประชุมเพื่อหาทางรับมือกับอาณาจักรดังกล่าว
“ถ้าอาณาจักรอะไรนั่นมันเลวร้ายนัก ก็ทำลายมันซะสิ ไม่เห็นจะยากเลย” เป็นคำพูดของแม่มดคนหนึ่ง ที่เอ่ยออกมาอย่างหน้าตาเฉยท่ามกลางการประชุมของบรรดาปีศาจ
คำพูดของเธอได้รับการคัดค้านและต่อว่าอย่างรุนแรง ราวกับว่าสิ่งที่เธอพูดออกมาเป็นเรื่องง่ายนัก แต่แทนที่แม่มดจะรู้สึกผิดหรือกล่าวขอโทษ เธอกลับบอกว่า
“ถ้างั้น เรื่องทำลายอาณาจักรนั่น ให้ฉันจัดการเองละกัน” หลังจากนั้นเธอก็จากไป กลับไปอยู่ในบ้านกลางป่าของเธอ แม่มดทำการสืบข้อมูลของอาณาจักรดังกล่าว อาณาจักรแห่งนั้นมีชื่อที่ไม่ชวนจำและเธอก็ไม่คิดจะจำมันด้วย เพราะอีกไม่นานอาณาจักรแห่งนั้นก็จะถูกทำลายแล้ว
แต่ว่า เธอจะทำยังไงล่ะ เธอเป็นเพียงแค่แม่มดและใช้เวทมนตร์ได้ไม่กี่อย่างเท่านั้น ว่ากันตามตรง จะบอกว่าเธอเป็นแม่มดฝึกหัดก็ไม่ได้มากเกินไปเลย จะมีดีก็แค่มันสมองอันแสนฉลาดปราดเปรื่องจนควรเอาเธอไปเป็นนักประดิษฐ์ ผู้วางแผนในสงคราม หรืองานที่ต้องใช้สมอง ไม่ใช่ของจำพวกเวทมนตร์คาถาอะไรแบบนี้
ว่าแต่ ทำไมแม่มดถึงอาสาทำลายอาณาจักรหนึ่งอย่างไม่คิดมากแบบนั้นล่ะ จะบอกว่าเธอมีความแค้นกับอาณาจักรงั้นนั้นเหรอ ไม่เลย แม่มดคนนี้ชอบอยู่คนเดียวในป่าอย่างสันโดษ แต่เวลามีการประชุมหารือเกี่ยวกับปัญหาของบรรดาสิ่งมีชีวิตที่เป็นปฏิปักษ์กับมนุษย์ เธอก็ไม่อยากไปเฉยเพราะงั้นก็เลยพูดตัดบทแบบนั้นแล้วรับอาสากำจัดอาณาจักรดังกล่าวเอง
หรือจะถูกอีกนัยหนึ่ง การทำลายอาณาจักรที่กำลังเป็นภัยกับบรรดาพวกปีศาจ ยังง่ายกว่าการไปประชุมกับปีศาจพวกนั้นยังไงล่ะ
แต่ว่าเธอจะทำยังไงกับปีศาจที่ตอนนี้มีกำลังพลมากมายที่พร้อมจะต่อสู้กับปีศาจร้าย จะบอกให้เธอใช้เวทมนตร์เข้าต่อกรกับคนพวกนั้นเหรอ ไม่มีทาง เธอไม่ได้มีพลังอำนาจแบบนั้น หรือต่อให้เธอมี เธอก็ไม่คิดว่าการโจมตีจากภายนอกจะส่งผลให้อาณาจักรนั้นถูกทำลาย
เพราะถึงอย่างไร มนุษย์ก็เป็นสัตว์สังคม ตราบที่ยังมีชีวิต ก็จะเกิดการรวมตัว แล้วอาณาจักรดังกล่าวก็จะเกิดขึ้นในสักวันหนึ่ง ดังนั้น ต้องมีอะไรสักอย่างที่เธอจะสร้างความบาดหมางภายในอาณาจักรได้สิ
แม่มดทำการเปลี่ยนค้างคาวภายในป่าเป็นหูเป็นตาให้เธอ ก่อนจะส่งไปยังปราสาทเพื่อสืบข้อมูล และแล้วธอก็ได้รับข่าวดี องค์ชายที่อายุยังน้อย ตอนนี้ไม่ได้อาศัยอยู่ในอาณาจักร แต่กลับศึกษาวิชาการทำสงคราม การปกครอง และเวทมนตร์ จากอาจารย์ท่านหนึ่งที่อยู่ในหมู่บ้านซึ่งห่างไปจากอาณาจักรพอสมควร
เหตุผลที่ต้องส่งองค์ชายไปในที่แบบนั้นน่ะเหรอ?
อย่างแรกเพื่อเป็นการปกปิดวิชาความรู้ของพวกชนชั้นสูง จนมีการเรียนการสอนจากภายนอกอาณาจักร ดังนั้น ต่อให้ส่งคนมาสืบวิชาความรู้ภายในปราสาทก็จะไม่พบอะไร และอย่างที่สอง องค์ชายคนนั้นต้องการความสงบและชอบที่จะอยู่อย่างเรียบง่าย
เมื่อแม่มดได้ทราบข้อมูลดังนั้น เธอก็มองชายคนนั้นเป็นเป้าหมาย การกำจัดรัชทายาทก็เป็นการตัดอนาคตของอาณาจักร แต่ว่าเธอเป็นเพียงแค่แม่มดตัวคนเดียว จะทำอย่างไรถึงจะสามารถฆ่าองค์ชายคนนั้นได้ล่ะ?
“มนุษย์นี่… ช่างไร้เดียงสาเสียจริงนะ”
แม่มดพูดขึ้นมา หลังจากได้ข้อมูลเกี่ยวกับความขัดแย้งภายในราชวงศ์ โดยความขัดแย้งดังกล่าว เกิดขึ้นระหว่างองค์ราชาและแม่ทัพ ซึ่งเป็นพี่น้องกันมาก่อน ทางด้านแม่ทัพนำเสนอลูกชายของตัวเองที่ผ่านการรบมานับครั้งไม่ถ้วน สร้างผลงานมากมายขยายพื้นที่ของอาณาจักรให้กว้างใหญ่ขึ้น
แต่องค์ราชาก็ไม่สนใจแล้วยังคิดจะนำลูกชายของตัวเองที่เรียนอยู่ในหมู่บ้านอันห่างไกลเป็นองค์ราชาคนต่อไป เพราะคิดว่าวิถีแห่งสงครามไม่สามารถนำมาซึ่งความสงบสุขได้
ทั้งสองคนไม่ถูกกันเท่าไร และครั้งสุดท้ายที่พวกเขาทะเลาะกัน องค์ราชาก็สั่งให้แม่ทัพ หรือน้องชายของตัวเองเอาเวลาไปกำจัดบรรดาปีศาจดีกว่า
“นั่นล่ะ โอกาสของฉัน” แม่มดดีดนิ้วใจหลังคิดแผนการบางอย่างออก
เช้าวันถัดมา แม่ทัพและกองทัพของเขาตระเวนไปตามล่าปีศาจเหมือนกับทุกวัน และแม่มดก็ปลอมตัวเป็นชาวบ้านแกล้งเดินไปขอความช่วยเหลือกับแม่ทัพคนนั้น แน่นอน เธอถูกตรวจร่างกายว่าได้พกอาวุธมาหรือไม่ และเธอก็ผ่านการตรวจสอบไปอย่างง่ายดายเพราะเธอมีแค่มือเปล่า พอถึงตัวแม่ทัพ เธอก็ทำการเคารพเขา ก่อนจะแจ้งกับแม่ทัพคนนั้นว่า
“ที่หมู่บ้านทางใต้ เป็นที่กบดานของปีศาจ เดิมทีครอบครัวของข้าอาศัยอยู่ที่นั่น แต่ตอนนี้พวกเขาตายหมดแล้ว ได้โปรดแก้แค้นให้กับครอบครัวของข้าด้วย ท่านแม่ทัพ” แม่มดกล่าวพร้อมกับร้องไห้ออกมา
ทางด้านแม่ทัพได้ยินดังนั้น ตัวเขามีความแค้นกับปีศาจเป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว จึงได้เดินไปจับไหล่ของแม่มด ที่ก้มกราบเขาและบอกกับเธอว่า เขาจะจัดการทุกอย่างเอง
แต่แม่มดก็ใช้จังหวะนั้น ร่ายเวทมนตร์สะกดจิต เปลี่ยนการรับรู้ของแม่ทัพ ให้มองเห็นใบหน้าของมนุษย์กลายเป็นปีศาจร้าย แต่แม่ทัพก็ไม่ได้รู้ตัวในเรื่องนั้นเลย เพราะว่าแม่มดได้ใช้ผ้าคลุมปิดหน้าตัวเองไว้ ส่วนทางด้านทหารก็สวมใส่ชุดเกราะอัศวิน
แม่มดออกมาจากกองทัพของทหาร แล้วรอฟังข่าวดีจากค้างคาวของเธอ ผลลัพธ์เป็นไปตามที่เธอคำนวณ กองทัพมุ่งตรงไปยังหมู่บ้านทางใต้ และด้วยเวทมนตร์ของเธอ แม่ทัพจึงสั่งให้ฆ่าปีศาจทุกตัวที่อยู่ในหมู่บ้าน หรือก็คือมนุษย์ทุกคนที่เขาเห็นใบหน้ากลายเป็นปีศาจไม่หมดแล้ว
แน่นอนว่าในทหารตอนแรกไม่กล้าทำร้ายชาวบ้าน แต่แม่ทัพก็จัดการตัดหัวทหารคนหนึ่งแล้วบอกกับนายทหารคนอื่นว่า ถ้าหากไม่ทำตามคำสั่งของเขา อย่าหวังว่าคอจะอยู่บนบ่าต่อไป ทำให้บรรดาทหารทั้งหลายกลัวแล้วเข้าโจมตีหมู่บ้านนั้น
แน่นอน องค์ชายที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านนั้นถูกฆ่าไปด้วย แม่มดเห็นความสำเร็จตัวเองแล้วปรบมือหัวเราะชอบใจ แต่ว่า น่าเสียดาย ที่เวทมนตร์ของเธอมีผลเพียงแค่สามวันเท่านั้น กว่าแม่ทัพจะกลับไปรายงานองค์ราชา ถึงตอนนั้นเขาก็คงไม่เห็นหน้าองค์ราชาเป็นปีศาจ แต่เป็นแค่มนุษย์ธรรมดา
“น่าเสียดาย ถ้าได้เห็นน้องชายหยิบดาบไปบั่นคอพี่ชายตัวเอง คงสนุกกว่านี้น้า” แม่มดพูดลากเสียงยาวขณะที่มองผ่านตาของค้างคาว ตอนนี้เธอยังไขว่ห้างอยู่ในป่าอย่างสบายอารมณ์และมองดูการล่มสลายของอาณาจักรไปอย่างช้าๆ
การกระทำของแม่ทัพสร้างความโกรธแค้นให้กับองค์ราชาเป็นอย่างมาก นอกจากแม่ทัพจะฆ่าน้องชายขององค์ราชา เขายังกลับมารายงานว่าบรรดาคนในหมู่บ้านนั้นเป็นปีศาจอีก แม่ทัพจึงถูกองค์ราชาสั่งให้นำตัวไปทรมาน ก่อนจะประหารท่ามกลางสายตาของประชาชนทั่วไป
แม่ทัพไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองทำผิดอะไร เขาตายไปพร้อมกับความสงสัยและความแค้นของพี่ชายตัวเอง ส่วนบรรดาทหารหรือกระทั่งลูกชายของแม่ทัพคนนั้น ก็ถูกประหารหมดทั้งสิ้น
“เท่านี้.. มันสมองของอาณาจักรก็ลดไปกว่าครึ่ง ส่วนกองกำลังทหารที่เหลือ จะทำยังไงดีนะ” แม่มดยิ้มออกมาอย่างมีความสุขแล้วกับเด็กน้อยที่สนุกสนานกับการบีบมดเล่น “ไหนๆ ก็กำลังเบื่ออยู่ เพราะงั้น มาทำให้มันสนุกขึ้นกันไหม”