หนึ่งพฤกษาหมื่นกระบี่ (一木化万剑 - Yī Mù Huà Wàn Jiàn)

    ตอนที่ 70: คมมีดพฤกษาฝ่าม่านมายา,ร่องรอยที่ถูกเปิดเผย (เกลาสำนวน)

    ตอนที่ 70 : คมมีดพฤกษาฝ่าม่านมายา, ร่องรอยที่ถูกเปิดเผย

    การต่อสู้ภายในม่านหมอกลวงตา ณ ชั้นนอกของหุบเขาเร้นเมฆา (隐云谷) ยังคงดำเนินไปอย่างตึงเครียด เจี้ยนหลิน เผชิญหน้ากับ "ภูตไผ่เร้นฝัน" (隐竹梦灵) อย่างน้อยสองตน สัตว์อสูรขั้นหลอมรวมปราณระดับเจ็ดเหล่านี้เคลื่อนไหวรวดเร็วและซ่อนเร้นกายในม่านหมอกหนาทึบ แม้การมองเห็นจะเป็นอุปสรรค แต่ "สัมผัสแห่งพฤกษา" และ "การรวมสำนึก" ที่เฉียบคม ทำให้เขาสามารถ "รับรู้" ถึง "กระแสสำนึก" ที่พวกมันปลดปล่อยออกมาได้ "ขาวน้อย" ที่ซุกอยู่ในอกเสื้อก็คอยส่งสัญญาณเตือน พร้อมกับถ่ายทอดกระแสไออุ่นบริสุทธิ์มาหล่อเลี้ยงพลังปราณของเขาอย่างต่อเนื่อง

    เพลงกระบี่ "เมฆาไหล" ถูกใช้ออกมาอย่างพลิ้วไหว "กระบี่ไม้" ที่เขาก่อรูปขึ้น ปลายกระบี่แฝงความมุ่งมั่นอันเฉียบคม ปะทะเข้ากับ "ลำต้นไผ่" ที่ปรากฏขึ้นอย่างฉับพลันของเหล่าภูตไผ่ เกิดเป็นเสียง "เคร้ง! แคร่ก!" และประกายแสงสีเขียวอ่อนสาดกระจายในม่านหมอกเป็นระยะ

    'พวกมันอาศัยหมอกนี่ในการซ่อนตัวและประสานการโจมตี หากข้ายังคงตั้งรับอยู่อย่างนี้ มีแต่จะเสียเปรียบมากขึ้นเรื่อยๆ' เจี้ยนหลินวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรวดเร็ว 'ช่างเป็นเจ้าบ้านที่ "ให้การต้อนรับ" อย่างอบอุ่นเสียนี่กระไร ข้าคงต้องหาทาง "เปิดม่านการแสดง" ของพวกมันเสียหน่อยกระมัง!' ด้วยความเข้าใจในพลังธาตุพฤกษา (草木之力) ที่สั่งสมมา เขารู้ดีว่าพืชพรรณรอบกายคือพันธมิตรที่มองไม่เห็น!

    เจี้ยนหลินตัดสินใจในเสี้ยววินาที! เขาตวัดกระบี่ไม้ในมือปัดป้องการโจมตีของภูตไผ่ตนหนึ่งที่พุ่งเข้ามา พร้อมกับเพ่งจิตแน่วแน่ ส่งผ่านความตั้งใจไปยังเถาวัลย์ (藤蔓) และพืชเลื้อย (爬藤植物) ที่เลื้อยพันอยู่ตามพื้นดินและโขดหินในบริเวณนั้น มิได้เอ่ยคำใด มีเพียงความคิดที่แน่วแน่ และกระแสพลังธาตุพฤกษาที่แผ่ซ่านออกไป ราวกับเส้นใยแห่งชีวิตที่มองไม่เห็น กำลังปลุกเร้าและเชื่อมโยงจิตวิญญาณของเขากับหัวใจของผืนป่า!

    พริบตานั้น! เถาวัลย์และพืชเลื้อยเหล่านั้นพลัน "ตื่นตัว" ขึ้น! พวกมันสั่นไหวรุนแรง ก่อนดีดตัวและแผ่ขยายออกไปทุกทิศทางราวกับอสรพิษนับร้อยตื่นจากหลับใหล ม่านเถาวัลย์หนาทึบก่อตัวขึ้น กวาดและสะบัดผ่านม่านหมอกลวงตาอย่างรุนแรง!

    เสียงร้องแหลมของภูตไผ่เร้นฝันดังขึ้นพร้อมกัน! การเคลื่อนไหวที่เคยลื่นไหลกลับติดขัดและสับสน ม่านหมอกบางส่วนถูกกวาดออก เผยให้เห็นร่างแท้ของภูตไผ่สองตนที่กำลังเสียหลัก!

    เจี้ยนหลินไม่รอช้า! "ก้าวพริ้วเยี่ยงเมฆา" ถูกใช้ออกมาอย่างเต็มกำลัง! ร่างของเขาทะยานเข้าใส่ภูตไผ่ตนหนึ่งราวกับสายฟ้าแลบ! พลังธาตุพฤกษาโคจรสู่ฝ่ามือทั้งสอง "กระบี่ไม้" เล่มที่สองพลันก่อรูปขึ้นในมือซ้ายอย่างรวดเร็ว! บัดนี้เขาถือกระบี่สองมือพร้อมปลดปล่อยพลัง!

    มือขวาใช้เพลงกระบี่เมฆาไหลที่เน้นความต่อเนื่องและปัดป้อง คล้ายสายน้ำที่โอบล้อม ส่วนมือซ้ายที่เพิ่งจะก่อรูปกระบี่ขึ้นมานั้น กลับใช้ออกด้วยกระบวนท่าที่ "เรียบง่าย" แต่ "เฉียบคม" และ "มุ่งตรง" ไปยังจุดเชื่อมต่อกลางลำตัวของภูตไผ่ตนนั้น! ปลายกระบี่ไม้ทั้งสองเล่มส่องประกายคมกล้า แฝงด้วยไอสังหาร (杀气) ที่เยียบเย็น!

    "ฉัวะ! เคร้ง! ฉึก!"

    การโจมตีประสานจากสองทิศทางรวดเร็วและคาดไม่ถึง! ภูตไผ่เร้นฝันตนนั้นแม้พลังจะสูงกว่า แต่เมื่อถูกเปิดเผยร่างและเผชิญกับการโจมตีที่แปลกประหลาดก็มิอาจต้านทานไหว ถูกคมกระบี่ไม้ตัดและแทงจนเกิดเป็นรอยแผลลึก ไอพลังสีเขียวเข้มพวยพุ่งออกจากบาดแผลราวกับหมอกควัน ก่อนที่ร่างของมันจะค่อยๆ สลายกลายเป็นเศษไม้ผุๆ ร่วงลงสู่พื้นดิน

    ภูตไผ่ตนที่เหลือเมื่อเห็นสหายถูกสังหารในพริบตา ก็บังเกิดความหวาดกลัวอย่างสุดขีด มันกรีดร้องเสียงแหลมอีกครั้ง ก่อนจะรีบพรางกายหายเข้าไปในม่านหมอกส่วนที่ยังคงหนาแน่น และหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

    ความเงียบสงัดกลับคืนสู่บริเวณนั้นอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจของเจี้ยนหลินและเสียงหยดน้ำที่เกาะอยู่ตามใบไม้ที่ค่อยๆ หยดลงสู่พื้น เจี้ยนหลินยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แววตาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าแต่ก็แฝงไว้ด้วยความเข้าใจที่ลึกซึ้งขึ้น เขาค่อยๆ ลดกระบี่ไม้ในมือลง

    เขาก้มลงเก็บ "แก่นอสูร" (妖丹) สีเขียวเข้มขนาดเล็กที่ตกอยู่บนพื้นตรงจุดที่ภูตไผ่ตนนั้นสลายไป 'อย่างน้อย...ก็มิได้เหนื่อยเปล่า ได้ "ของที่ระลึก" ชิ้นงามกลับมาเสียด้วย' เขาม้วนริมฝีปากเล็กน้อย พลางเก็บแก่นอสูรนั้นใส่ย่ามผ้าอย่างระมัดระวัง

    หลังจากพักฟื้นจนพลังปราณเริ่มกลับคืนมาบ้างแล้ว เขาก็เริ่มสำรวจพื้นที่โดยรอบอย่างละเอียดอีกครั้ง หมอกบางส่วนได้จางลงไปบ้างแล้ว เผยให้เห็นพืชพรรณแปลกตาและสมุนไพรบางชนิดที่ซ่อนเร้นอยู่ บางต้นมีลักษณะตรงกับที่บันทึกไว้ในตำรา "สรรพคุณเร้นลับแห่งพฤกษาบรรพกาล" (太古草木秘谱) ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นยินดีอยู่เงียบๆ

    ขณะที่กำลังก้มลงเก็บ "สมุนไพรใบดาวห้าแฉก" (五星叶草) ที่ส่งกลิ่นหอมเย็นชื่นใจอยู่นั้น ปลายเท้าของเขาก็สะดุดเข้ากับซากกองไฟที่เพิ่งจะมอดไปได้ไม่นาน ถ่านไม้ยังคงมีความอุ่นจางๆ หลงเหลืออยู่ รอยเท้าหลายคู่ปรากฏอยู่บนพื้นดินอ่อนนุ่มบริเวณนั้นอย่างชัดเจน

    'มีคนอื่นอยู่ในหุบเขานี้ด้วยงั้นรึ!' เจี้ยนหลินตื่นตัวขึ้นอีกครั้ง เขาก้มลงพิจารณาร่องรอยเหล่านั้นอย่างละเอียดถี่ถ้วน 'ดูจากขนาดของกองไฟและจำนวนรอยเท้าแล้ว...น่าจะเป็นกลุ่มคนประมาณสามถึงห้าคน และดูเหมือนจะเพิ่งจากไปได้ไม่นานเท่าใดนัก'

    ข้างก้อนหินก้อนหนึ่ง เขาพบเครื่องมือเล็กๆ ชิ้นหนึ่งตกอยู่ มันคือ "ขอเกี่ยวสมุนไพร" (药镰) ที่ทำจากเหล็กธรรมดา ด้ามจับดูเก่าและผ่านการใช้งานมาพอสมควร 'ลักษณะคล้ายกับที่ศิษย์ในสำนักบางคนใช้...หรือว่าจะเป็นคนจากภายนอกที่ลักลอบเข้ามาในหุบเขาแห่งนี้?' ความคิดนั้นทำให้เขายิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวัง หุบเขาเร้นเมฆาแห่งนี้แม้จะอยู่ในอาณาเขตป่าชั้นนอกของสำนัก แต่ก็ขึ้นชื่อเรื่องความลี้ลับและเข้าถึงได้ยาก การที่มีคนกลุ่มอื่นสามารถเข้ามาถึงที่นี่ได้ แสดงว่าพวกมันย่อมต้องมี "เป้าหมาย" หรือ "ความสามารถ" ที่ไม่ธรรมดา และที่แห่งนี้...อาจจะมีบางสิ่งที่ล้ำค่าซ่อนอยู่ก็เป็นได้

    ทันใดนั้นเอง! เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดของหญิงสาวก็ดังแว่วมาจากทิศทางที่กลุ่มคนเหล่านั้นน่าจะจากไป! ตามมาด้วยเสียงคำรามอย่างดุร้ายของสัตว์อสูรและการปะทะกันของพลังปราณอย่างรุนแรง!

    เจี้ยนหลินสะดุ้งสุดตัว! เขารีบเคลื่อนกายเข้าไปแอบอยู่หลังโขดหินใหญ่อย่างรวดเร็ว กวาดตามองไปยังทิศทางของเสียงนั้นด้วยความระแวดระวัง หัวใจเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง 'เสียงการต่อสู้รุนแรงยิ่งนัก...ดูเหมือนว่ากลุ่มคนที่ข้าเพิ่งจะพบร่องรอยนั้นจะกำลังประสบกับอันตรายร้ายแรง!'

    ความคิดแรกที่ผุดขึ้นในใจคือการหลีกหนี โลกแห่งการบำเพ็ญเพียร (修炼界) นี้...ผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้นจึงจะอยู่รอด การเข้าไปพัวพันกับเรื่องของผู้อื่นโดยไม่จำเป็น มีแต่จะนำภัยมาสู่ตนเอง 'ดูเหมือนว่าโชคชะตาจะโปรดปรานการมอบ "บททดสอบ" ที่น่าระทึกใจให้ข้าอย่างต่อเนื่องเสียจริง...ข้าควรจะ "ขอบคุณ" สำหรับความบันเทิงนี้ดีหรือไม่นะ?'

    ทว่า...เสียงร้องครวญครางนั้นยังคงแว่วมาเป็นระยะ มันปลุกเร้าความทรงจำอันขมขื่นในอดีตของเขา...ความทรงจำแห่งความอ่อนแอและความสิ้นหวังที่เคยถูกทอดทิ้ง

    เขากัดริมฝีปากล่าง แววตาครุ่นคิดอย่างหนักหน่วง 'การเข้าไปช่วยเหลือในตอนนี้ย่อมเสี่ยงเกินไป...แต่หากเพิกเฉย ข้าก็คงไม่ต่างจากพวกที่เคยเหยียบย่ำข้าในวันวาน!' แม้จะยังคงลังเลและหวาดหวั่น แต่ความปรารถนาที่จะเข้าใจสถานการณ์และความอยากรู้เกี่ยวกับผู้คนที่อยู่ในหุบเขาลึกลับแห่งนี้ ก็เริ่มจะมีน้ำหนักมากขึ้นในใจ

    'เอาเถอะ...ข้าอาจจะไม่จำเป็นต้องเข้าไป "ช่วยเหลือ" โดยตรง เพียงแค่เฝ้าดูสถานการณ์จากระยะไกลอย่างเงียบๆ เพื่อประเมินความเป็นไป หากมีโอกาสที่จะ "ฉวย" หรือ "เรียนรู้" บางสิ่งบางอย่างได้โดยไม่เป็นการเสี่ยงชีวิตจนเกินไป...ก็น่าจะคุ้มค่าที่จะลองดูสักครั้ง'

    การตัดสินใจครั้งนี้...มิได้มาจากคุณธรรมอันสูงส่งเสียทีเดียว แต่มาจากการชั่งน้ำหนักระหว่างความเสี่ยงกับผลประโยชน์ที่อาจจะได้รับ และบางที...อาจจะมาจากความปรารถนาลึกๆ ที่จะทดสอบ "ขีดจำกัด" ของตนเองอีกครั้ง

    เขาสูดลมหายใจเข้าลึก เก็บงำกลิ่นอายของตนเองให้มิดชิดที่สุด ก่อนจะเริ่มเคลื่อนกายไปยังทิศทางของเสียงการต่อสู้นั้นอย่างเงียบเชียบและระมัดระวังที่สุด ทุกย่างก้าวของเขาเบาหวิวราวกับใบไม้ที่ร่วงหล่น การตัดสินใจครั้งนี้...อาจจะนำพาเขาไปสู่ความยุ่งยากครั้งใหม่...หรืออาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการพบพาน...ที่จะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของเขาไปตลอดกาล...

    (จบตอนที่ 70)