“มึงไปทำอะไรมาเนี่ย..ถึงได้โดนแบบนี้..” ณภัทรเริ่มบทสวดเมื่อเพื่อนไม่รู้ว่าไปลองดีอะไรมาถึงได้มีาแหนักขนาดนี้
“ช่วยคน..” แถมเป็คนที่ชอบเสียด้วย
“ช่วยคนอื่น..แบบแลกด้วยชีวิตเลยเนี่ยนะ..” ทวิภาครู้สึกทึ่งในความทุ่มเทของเพื่อน
“อืม..” แต่ไม่ใช่คนอื่นหรอก เป็คนรักต่างหากคิดแล้วก็ได้แต่ยิ้มในใจคนเดียว
“เฮ่อ..เอาเถอะแล้วนี่มึงต้องไปโรงบาลอีกไหม..” วิชญ์พลถามเมื่อเห็นว่าตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว
“ไม่ต้อง..ทำแผลเอง..”
“อ่า..งั้นเดี๋ยวพวกกูไปช่วยทำให้แล้วกัน..” วิชญ์พลอาสาเมื่อเห็นว่าเพื่อนคงทำเองไม่สะดวกมากนัก
“ไม่ต้อง..”
“เอานา..มึงไม่เคยเกรงใจกูอยู่แล้ว..” วิชญ์พลว่าเพราะทุกวันนี้ที่คบกันมาพวกเขาใช้หัวใจคบกันล้วนๆขนาดตายแทนกันนี่ยังคิดว่าสามารถทำได้เลยนะ
“ไม่ได้เกรงใจ..แต่มีคนทำให้แล้ว..”
“ใครว่ะ!!..” ผสานเสียงถามพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
“น่าเบื่อ..” ส่ายหน้าให้กับพวกอยากรู้อยากเห็นเื่ชาวบ้าน
“เฮ..พีชมึงอย่าเฉไฉ..บอกมาเลย..”
“รำคาญ..”
“ไม่เอาน๊าเพื่อน..เราเป็เพื่อนกันมาตั้งเท่าไหร่..ทำไมมึงปิดบังพวกกูว่ะ..” ทวิภาคทวงกาลเวลาแห่งมิตรภาพที่เขาคิดว่าสามารถต่อรองคำตอบได้
“สักวันจะบอก..” ไม่ใช่ว่าไม่อยากบอก แต่ตอนนี้ทุกอย่างยังไม่ได้เป็ไปอย่างที่คิด เขาพร้อมแต่คิดว่าอีกคนคงไม่ได้อยากจะให้ใครรู้ว่ามีเด็กผู้ชายอย่างเขาตามจีบอยู่
ครืด.. ครืด.. ครืด..
“ครับ..”
“มาถึงแล้วนะ..อยู่หน้าดึกคณะเลย..ว่างมาเลยไหม..”
“เค..เดี๋ยวไป..” กดวางสายแล้วลุกหยิบกระเป๋าเดินออกไปจากโต๊ะทิ้งทุกความสงสัยให้ะโถามไล่หลังแต่พีชญุตม์ไม่สนใจจะหันกลับไปตอบทุกคำถาม เขาเดินออกมาหน้าตึกคณะแล้วไล่สายตามองก่อนจะเห็นรถคันเป้าหมายจอดอยู่ แล้วรีบเดินมุ่งไปหาเปิดประตูรถขึ้นไป ก่อนจะหันกลับไปหน้าคณะเห็นเพื่อนทั้งสามคนวิ่งกระหืดกระหอบมามุ่งดูอยู่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“จะกินอะไรไหม..จะได้แวะซื้อ..” ติณณภพถามเมื่อรถวิ่งอยู่บนถนนใหญ่แล้ว
“อาหารตามสั่งร้านธรรมดาก็ได้..” ด้วยเป็คนไม่ค่อยเื่มาก แม้จะดูมาดลูกคุณหนูแต่พิชญุตม์เป็คนที่สามารถใช้ชีวิตแบบติดดินได้อย่างไม่น่าเชื่อ
“พี่จะมาดูแลนายจนกว่าแผลนายจะหายดี..หลังจากนั้นนายเลิกมาหาพี่เถอะนะ..” ติณณภพพูดเมื่อรถเคลื่อนตัวไปตามเส้นทางอย่างช้าๆ คนฟังนั่งเงียบรอยยิ้มบางๆที่มุมปากจางลงจนไร้ร่องรอย สุดท้ายผลของการกระทำก็ไม่ได้รับอะไรกลับมาเลย เขายังทำได้ไม่ดีพอเหรอ..
“งั้นลงตรงนี้ก็ได้..ถ้าคุณลำบากใจ..” พีชญุตม์บอกด้วยใบหน้าเรียบเฉย
“ก็บอกไปแล้วไง..ว่าจะดูแลก่อน..” ติณณภพไม่อยากสานต่อความสัมพันธ์ให้มันรู้สึกกันไปมากกว่านี้ เพราะหากวันหนึ่งทุกอย่างมันไม่ง่ายอย่างที่คิดแต่หัวใจถลำลึกลงไปแล้ว แล้วหัวใจทั้งสองดวงจะทำยังไง ไม่ใช่พีชญุตม์เองเหรอที่จะสาหัสจนลุกไม่ไหว
“ปล่อยให้เป็หน้าที่ผมได้ไหม..ส่วนคุณแค่ใช้ชีวิตให้มีความสุขก็พอ..” ติณณภพไม่เข้าใจความหมายของคนพูด
“นายจะทำอะไร..”
“ทุกอย่าง..เพื่อให้เราได้อยู่ด้วยกัน..”
“มันไม่ง่ายอย่างที่นายคิดหรอกนะพีช..”
“แต่มันก็คงไม่ยาก..กว่าความพยายาม..”
“ครอบครัว..เพื่อน..สังคม..นายจะไหวเหรอ..” ความกดดันทุกอย่างติณณภพที่ผ่านร้อนหนาวมามากกว่า อยากอธิบายให้เด็กอย่างคนข้างๆได้เข้าใจ ความกังวลใจที่ต้องคิดให้มากมันไม่สามารถทำให้คนเราทำอะไรตามใจได้เสียทุกอย่าง
“ถ้าพี่ยอมให้โอกาส..แล้วผมจะทำให้ดู..” ความมุ่งมั่นที่พีชญุตม์กำลังสื่อให้เห็นว่าเขาเอาจริง ทำให้ติณณภพลำบากใจหนักกว่าเก่า
“ขอเวลาหน่อยแล้วกัน..”
“อืม..”
“พูดเพราะๆหน่อยกับรุ่นพี่..”
“ก็บอกแล้วไม่ได้อยากให้เป็พี่..”
“แต่ตอนนี้ยังเป็พี่..ไอเด็กนี่..”
“ครับ..พอใจยัง..” กรอกตามองบนเมื่ออีกฝ่ายดูจะไม่ยอมเข้าใจสถานการณ์เสียที เดินหน้าเต็มกำลังขนาดนี้แล้วยังจะให้เป็พี่น้องอยู่ได้
“เฮ่อ..สอนนายยากกว่าฝึกหมา..”
“ห๊ะ..หมาเลยเหรอ..”
“เออ..หมา..”
“พี่ว่าผมป่ะว่ะ..” เริ่มสับสนว่าตกลงแค่เปรียบเทียบหรือถูกด่าตรงๆ
“แล้วแต่จะคิด..” คนถูกถามมุ่งหน้าขับรถต่อไป อยู่ใกล้ไอเด็กนี่แค่ไม่กี่วันเขาก็เริ่มจะปวดประสาทแล้ว หากต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันทุกวันคงได้บ้าเสียก่อน ความเผลอคิดที่ติณณภพไม่ทันได้เอะใจว่าเขาแอบคิดถึงอนาคตที่มีเด็กคนนี้อยู่ด้วยไปเสียแล้ว ทั้งที่คอยปฏิเสธมาตลอดว่าไม่้า
“ติณ..อยากกินนม..”
“ห๊ะ..” คนที่ยืนล้างจานอยู่ในห้องครัวหันกลับมามองคนที่ยืนพิงขอบประตูพลางเอามือกอดอก
“อยากกินนม..” พูดพร้อมส่งสายตาเ้าเล่ห์มาให้ จนคนถูกมองขนลุกขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว
“กะ..ก็ไปกินสิ..” จะกินก็กินสิจะมาขออะไรกับเขา บ้าจริงดันเผลอคิดไปแสนไกลเสียแล้ว
“ฮึ..เอามาให้กินหน่อย..”
“อะไรเล่า..นายจะบ้าเหรอไง..” คนคิดไปไกลเริ่มทำตัวไม่ถูก กระสับกระส่ายไม่รู้ว่าตอนนี้ควรจะทำเช่นไรดี ไอเด็กนี่ถึงจะยอมเลิกราความ้า
“ทำไมผมต้องบ้าล่ะ..คุณคิดลามกอะไรอยู่..” ยิ้มพอใจที่ได้แกล้งหยอกให้อีกคนเสียอาการได้
“ปะ..เปล่าคิดอะไรนะ!..” ขึ้นเสียงใส่แก้เขินไปเสียเลย ไอเด็กบ้านี่ยิ้มล้อเลียนอยู่ได้ น่าอายชะมัดเลย..
“เอานมมากินหน่อย..”
“ก็ไปหยิบกินเองสิ..”
“อยากให้เอาให้อ่ะ..”
“เป็ง่อยหรือไง..”
“อืม..พิการทางใจ..”
“แหวะ..จะอ้วก..”
“แล้วชอบไหมล่ะ..ชอบไหม..”
“ชอบกับผีนะสิ..เอาๆนมไปกินเลยไป..ออกไปไกลๆเลย..” คนที่เริ่มคิดว่าตัวเองกำลังจะแพ้ให้คนอายุน้อยกว่ารีบเดินดุ่มเข้าไปหยิบนมออกมาหนึ่งกล่องแล้วยื่นพร้อมผลักไหล่อีกคนให้ออกไปให้พ้น ก่อนที่เขาจะเสียอาการไปมากกว่านี้แค่นี้ก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
“กลับแล้วนะ..” ติณณภพเดินมาจากห้องครัวแล้วเข้าไปหยิบสัมภาระของเขาที่วางกองอยู่บนโซฟาตัวเล็ก บอกคนที่นั่งดูโทรทัศน์ด้วยความตั้งใจให้ทราบ
“ค้างที่นี่ไหม..กลับดึกอันตราย..”
“ไม่เป็ไร..ไม่แวะที่ไหนแล้ว..ตรงกลับบ้านเลย..”
“แล้วแต่..”
“อืม..บ่าย..ไม่ต้องลุกมาหรอก..ไปและ..” ร่างบางว่าก่อนจะโบกมือลาแล้วเดินตรงดิ่งไปที่ประตู อาทิตย์หน้าคนาเ็ก็จะไปตัดไหมแล้ว เขาคงไม่จำเป็จะต้องมาที่นี่อีก คิดแล้วก็รู้สึกวูบไหวแปลกๆ การที่คนเราได้ลองทำอะไรติดต่อกันบ่อยๆหรือได้ลองมีสัมพันธไมตรีกับใครเป็เวลา่หนึ่งก็สามารถทำให้เกิดความเคยชินได้
