สนมรักของเจิ้นวันวันคิดแต่จะหาตังค์ [จบ]

    เล่มที่ 3 บทที่ 64 บังคับแต่งงาน

            หมิงเป่าจูได้ยินเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วสีหน้านิ่งขรึมลงทันที ในที่สุดก็เข้าใจจุดประสงค์ที่พวกนางมาครานี้แล้ว

            ในที่สุดก็มาจนได้!

            ตนเองเพิ่งได้ข่าวมาจากกู้ชิงชิงยังไม่ถึงสองวันปัญหาก็ตามมาถึงบ้าน ดูท่าทางแล้วครานี้คิดจะเปลี่ยนแนวทาง มาใช้วิธีสานสัมพันธ์ฉันญาติมิตรกระมัง?      

            หมิงเป่าจูคาดเดาไม่ผิดพวกเขาวางแผนกันไว้ว่าจะแสดงบทใช้แผนทุกข์กาย [1]

            เริ่มจากใช้ความสัมพันธ์ทางสายเลือดมาทำให้หมิงเป่าจูใจอ่อนเกิดความสงสารในชะตากรรมของพวกเขา แล้วจึงยอมตกลงแต่งงาน

            ขณะที่หมิงเป่าจูครุ่นคิดอยู่นั้นหวังซื่อก็ยังร้องห่มร่ำไห้รำพึงรำพันของตนเองไป

            “ไม่คิดเลยว่าซุนเถียนจะเป็นพวกใจบาปหยาบช้าฆ่าคนตาไม่กะพริบพอเห็นว่าพวกเราจะยกเลิกสัญญา ไม่เพียงแต่บุกมาทำร้ายพวกเราอย่างหนักหน่วงยังขู่จะเผาเรือนของพวกเราอีกด้วย เจ้าดูสิ ข้ากับมารดาก็พลอยถูกซ้อมจนสะบักสะบอมไปด้วยส่วนท่านลุงเจ้าป่านนี้ยังนอนพังพาบ ลุกจากเตียงไม่ขึ้นเลย”

            หวังซื่อหันใบหน้าซีกข้างให้หมิงเป่าจูดูบาดแผลมีรอยฟกช้ำดำเขียวดูน่าตกใจอยู่จริง

            หมิงเป่าจูเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าอีกคนที่มายืนร้องไห้อยู่ด้วยกันก็คือมารดาของหวังซื่อเมื่อสังเกตเห็นว่าทั้งสองคนต่างใช้ผ้าโพกบนศีรษะทั้งคู่ก็รู้สึกว่าน่าขบขันเหลือเกิน

            คนที่รู้อาจบอกว่าได้รับบาดเจ็บแต่คนไม่รู้อาจคิดว่าพวกนางสองแม่ลูกเพิ่งคลอดบุตรและกำลังอยู่เดือน [2] พร้อมกัน!

            “เป่าจู เด็กดี นั่นคือลุงแท้ๆ ของเจ้าเจ้าจะนิ่งดูดายปล่อยให้คนตายต่อหน้าต่อตาไม่ได้เชียวนะ”

            เหมียวซิ่วหลันก็แสร้งบีบน้ำตาสองหยดเข้ามาจะจับมือหมิงเป่าจูอีกครา แต่อีกฝ่ายกลับหลบเลี่ยงอย่างรวดเร็วจึงคว้าได้แต่อากาศ ได้แต่ถูมือแก้เก้อ แล้วถอยกลับไปอย่างเจียมตัว

            “ได้ เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ” หมิงเป่าจูเอ่ยเสียงเย็น

            สองแม่ลูกที่กำลังแสดงละครอย่างสุดความสามารถร้องไห้สะอึกสะอื้น พอได้รับคำตอบรวดเร็วเช่นนี้ก็ตั้งตัวไม่ติดอึ้งงันไปชั่วขณะนี่คือตกลงแต่งงานแล้วหรือ ไยจึงรวดเร็วเช่นนี้เล่า

            “เป่าจู ป้านึกแล้วว่าเจ้าเป็นเด็กจิตใจดีงาม กตัญญูมาตั้งแต่เด็กตอนนี้ยังไม่ต้องรีบร้อน พวกเรากลับไปค่อยกำหนดวันแต่งงาน รออีกสองวัน...”หวังซื่อกลัวหมิงเป่าจูจะเปลี่ยนใจ จึงรีบเอ่ยปาก

            “ใครบอกว่าข้าจะแต่งงานกัน ข้าแค่รับปากว่าจะไปช่วยรักษาให้เท่านั้นเอง”หมิงเป่าจูตัดบทการพร่ำพรรณนาไม่หยุดของหวังซื่อพลางเหยียดมุมปากมองดูสีหน้าอึ้งงันของคนทั้งสอง

            “อย่างไรเสียก็เป็นท่านลุงของข้า ข้าไม่นิ่งดูดายปล่อยให้เขาตายหรอกแต่ถึงเป็นญาติกันก็ต้องคิดบัญชีให้ชัดเจนค่าตรวจสำหรับการไปรักษาถึงบ้านก็ยังเก็บตามปกติ ข้าคิดพวกท่านแค่ตำลึงเดียวคงไม่มากเกินไปกระมังไปเถอะ ยังยืนนิ่งอยู่ทำไม เห็นบอกว่าท่านลุงเป็นอัมพาตติดเตียงลุกไม่ขึ้นมิใช่หรือ”

            “นางเด็กสาร...” หมิงเป่าจูพูดเสียจนคนทั้งสองมึนงงสับสนหวังซื่อตั้งสติได้ก่อนก็พลั้งปากด่าทอ

            “มิใช่ เป่าจู ป้ามิได้หมายความว่าอย่างนั้น ทางท่านลุงเจ้าไม่รีบ ไม่รีบ”

            พอนึกได้ว่าตนเองมาที่นี่เพื่อสิ่งใดถ้อยคำหยาบคายที่มาถึงริมฝีปากก็ถูกหวังซื่อกลืนกลับไปทั้งหมดนางพยายามสะกดกลั้นจนใบหน้าและลำคอแดงก่ำ แต่ยังคงเอ่ยวาจาอ่อนหวาน

            “เช่นนั้นท่านหมายความว่าอย่างไร” หมิงเป่าจูเบิกตากว้างพลางกะพริบปริบๆแสร้งทำเป็นโง่งมทั้งที่เข้าใจ นางก็เล่นละครเป็นเหมือนกัน!

            “ความหมายของป้าก็คือ... เจ้าคิดดูสิ อย่างไรเสียเลือดก็ข้นกว่าน้ำหากเจ้ารับปากแต่งงาน สกุลซุนร่ำรวยมั่งคั่งเจ้าแต่งไปที่นั่นก็จะได้สุขสบายชั่วชีวิต ยิ่งไปกว่านั้นซุนเถียนก็จะไม่มาหาเรื่องท่านลุงของเจ้าอีกด้วย”

            หวังซื่อมองดูท่าทางแกล้งทำไขสือของหมิงเป่าจูพลางขบเขี้ยวเคี้ยวฟันในที่สุดนางก็เข้าใจ หากไม่พูดให้รู้เรื่องนางเด็กน่าตายคนนี้ก็จะพานางอ้อมไปอ้อมมาจนถึงพรุ่งนี้เช้า หมิงเป่าจูอาจมีเวลาแต่นางไม่ว่างขนาดนั้น จึงตัดสินใจพูดออกไปโดยตรงไม่อ้อมค้อมอีกต่อไปดูซิว่าอีกฝ่ายจะแสร้งทำเป็นโง่เง่าได้อีกหรือไม่!

            “แต่งไปแล้วจะสุขสบาย?” คำพูดประโยคนี้ทำให้หมิงเป่าจูโกรธเลือดขึ้นหน้าทำสีหน้าเย็นชาขึ้นมาทันที “เรื่องดีเช่นนี้ ไยท่านไม่นึกถึงหลานสาวแท้ๆของตนเองบ้างเล่า”

            หมิงเป่าจูจำได้ว่าหวังซื่อมีพี่ชายซึ่งมีบุตรสาวอยู่หนึ่งคน เมื่อมีอะไรดีๆ ก็มักนึกถึงครอบครัวของตนเองก่อนเสมอเคยเวียนมาถึงนางเสียที่ใดกัน!

            พอได้ยินเช่นนี้สีหน้าของหวังซื่อก็เปลี่ยนไป นางเด็กคนนี้สวมหน้ากากแสดงบทบาทต่อหน้านางมาโดยตลอดทั้งที่รู้ทุกอย่างอยู่แก่ใจ และตัดสินใจไว้ก่อนแล้วด้วย

            ยิ่งไปกว่านั้นยังยืนมองตนเองแสดงละครราวกับผู้ชมภายนอกทำราวกับว่านางเป็นละครลิง

            “หน็อย...นางเด็กน่าตาย เจ้ารู้อยู่แล้วยังมาแกล้งเสแสร้งอะไรกับข้าอีก”

            หวังซื่อถอดหน้ากากจอมปลอมออกกลับสู่ท่าทางร้ายกาจดั้งเดิมของตนเอง เช่นนี้หมิงเป่าจูเห็นแล้วค่อยสบายตาขึ้นอีกฝ่ายไม่เหมาะที่จะแสดงละครครอบครัวรักใคร่จริงๆ

            “ข้าก็แค่ให้ความร่วมมือกับพวกท่านหน่อยเท่านั้นเองมิใช่หรือ”แสดงอยู่ฝ่ายเดียวก็น่าเบื่อแย่ ต้องมีคู่ซ้อมถึงจะน่าสนใจ

            “ข้าว่าเจ้าสุราคารวะดีๆ ไม่ดื่ม ชอบดื่มสุราลงทัณฑ์ [3] เข้ามากันให้หมด!” หวังซื่อตะเบ็งสุดเสียงทันควัน น้ำเสียงสูงแหลมทำเอาหมิงเป่าจูแสบแก้วหู

            ประตูใหญ่เปิดผลัวะเข้ามาหมิงเถี่ยจู้กับบุรุษแปลกหน้าอีกคนบุกเข้ามาอย่างเกรี้ยวกราดหมิงเป่าจูเดาว่าคนผู้นี้ก็คือซุนเถียนที่หวังซื่อเอ่ยถึง

            “เฮอะ นี่ไปเชิญหมอเทวดาคนใดมาเล่า พอกินยาปุ๊บก็หายขาดทันทีช่างเป็นหัตถ์เทพคืนชีวิตขนานแท้ ถ้ามีโอกาสคงต้องไปคารวะสักหน่อยแล้ว”        

            เมื่อเห็นหมิงเถี่ยจู้ที่หวังซื่อบอกว่าจะเป็นจะตายลุกจากเตียงไม่ขึ้นเดินตรงเข้ามาหานางด้วยสีหน้าโกรธกริ้ว ไม่มีท่าทางของคนป่วยอ่อนแอแม้แต่กระผีกก็อดที่จะเหน็บแนมมิได้

            “หยุดพูดไร้สาระกับข้าได้แล้ว เรื่องวันนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเจ้าถึงไม่อยากแต่งก็ต้องแต่ง” หวังซื่อตวาดแว้ดเสียงแหลมนิ้วชี้เกือบจะจิ้มไปที่จมูกของหมิงเป่าจูอยู่รอมร่อ

            “พูดเกลี้ยกล่อมดีๆ ไม่ฟัง ก็อย่าหาว่าพวกเราโหดเหี้ยมก็แล้วกัน”หมิงเถี่ยจู้ถลึงตาพลางย่างสามขุมเข้าหาหมิงเป่าจูในมือยังถือเชือกป่านขนาดเท่าหัวแม่โป้งมาด้วยเส้นหนึ่ง

            หมิงเป่าจูหรี่ตาโกรธจนตัวสั่นนี่คือคิดจะจับนางมัดไปแต่งงานกับชายชราโดยไม่สนใจว่านางจะเป็นจะตายอย่างไรสินะ!

            “มัดเบาๆ หน่อยเล่า สาวน้อยผิวบอบบาง อย่าให้บาดเป็นแผลเชียว”ซุนเถียนมองหมิงเป่าจูด้วยสีหน้าหื่นกระหาย

            เขาจ่ายได้คุ้มค่าจริงๆสาวน้อยงดงามดุจบุปผาดุจหยกเช่นนี้หากแต่งงานไป นอกจากอาการป่วยของบิดาอาจดีขึ้นแล้วเรือนร่างนุ่มนี้ก็ตกเป็นของตนเองอยู่ดีไม่ใช่หรือ

            อย่างไรเสียบิดาก็เสพสุขไม่ไหวอยู่แล้วมิสู้ครอบครองไว้เสียเอง ก็ยังสามารถหาความสำราญไปพลางๆ ได้

            กว่าบิดาจะตายไปจริงๆคาดว่าตนเองก็คงเล่นจนหนำใจแล้วถึงตอนนั้นค่อยฝังนางไปพร้อมกับบิดาเท่านี้ก็สมบูรณ์แบบมิใช่หรือ

            เห็นสายตาอันโจ่งแจ้งของซุนเถียนทุกคนต่างก็เข้าใจว่าเขาคิดอย่างไร แต่ไม่มีใครกล้าออกความเห็นตราบใดที่เงินมาถึงมือ อย่างอื่นก็ไม่ต้องไปสนใจมากมาย

            เสียงวิ้งดังกระหึ่มในสมองของหมิงเป่าจูความเศร้าใจ คับแค้น และเดือดดาลผสมปนเปเข้าด้วยกัน

            นางมองหมิงเถี่ยจู้ที่ก้าวช้าๆใกล้เข้ามา เห็นแววตาสาแก่ใจของหวังซื่อและเหมียวซิ่วหลันรวมถึงสีหน้าชวนสะอิดสะเอียนของซุนเถียนโทสะที่พลุ่งพล่านในใจก็ไม่อาจระงับไว้ได้อีกต่อไป

            ขณะถอยหลังไปเรื่อยๆก็สังเกตรอบด้านไปพร้อมกันจนกระทั่งมาถึงใต้ชายคาก็ย่อตัวลงอย่างรวดเร็วแล้วคว้าก้อนอิฐข้างโอ่งน้ำจากด้านหลังมาฟาดศีรษะของหมิงเถี่ยจู้สุดแรง

            “โอ๊ย”

            เสียงร้องโหยหวนดังสนั่นหวั่นไหวดึงดูดให้ชาวบ้านที่อยู่ละแวกนั้นเข้ามาอย่างรวดเร็ว

            คนที่มาถึงก่อนเห็นหมิงเถี่ยจู้ตัวงอเหมือนกุ้งมือข้างหนึ่งกุมศีรษะไว้ มีเลือดไหลออกมาตามร่องนิ้วมือ ปากร้องโอดโอย

            “โอย...”

            ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าเด็กผู้หญิงคนหนึ่งจะขวัญกล้าถึงเพียงนี้หมิงเถี่ยจู้ก็ไม่ทันระวังตัว จึงถูกตีเข้าอย่างจัง

            ทุกคนต่างตกตะลึงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันตรงหน้าหวังซื่อตั้งสติได้ก่อนคนแรก ก็กรีดร้องวิ่งเข้าไปดูอาการของหมิงเถี่ยจู้ทันที

            หมิงเป่าจูฉวยโอกาสนี้โยนก้อนอิฐในมือออกไปแล้ววิ่งตรงไปที่ประตู นี่คือโอกาสเดียวของนางแล้ว!

             

            เชิงอรรถ

            [1] แผนทุกข์กาย คืออุบายเสแสร้งทำร้ายร่างกายของตนเอง เพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามเชื่อหรือตายใจ

            [2] อยู่เดือน คือการอยู่ไฟของสตรีหลังคลอดบุตร รวมถึงสตรีแท้งบุตรปกติสตรีอยู่เดือนจะโพกผ้าที่หน้าผากเพื่อรักษาความอบอุ่น

            [3] สุราคารวะดีๆ ไม่ดื่ม ชอบดื่มสุราลงทัณฑ์ ใช้ในความหมายว่า พูดดีๆด้วยไม่ชอบ ชอบให้ลงไม้ลงมือ

    คล้ายกับเรื่องสนมรักของเจิ้นวันวันคิดแต่จะหาตังค์ [จบ] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120