“ ใช่ค่ะเมื่อวานมีคนไข้รีวิว เื่การรักษาของคุณหมอ ทำให้คนมาดูวันเดียวห้าแสนวิวแต่เขาไม่ได้ถ่ายเห็นหน้าคุณหมอนะคะ แต่ก็มีคนมากันเยอะเลย ท่านผอ.ได้สั่งว่า ให้รับคนไข้ได้ไม่เกิน 100คนที่เหลือให้พวกเขามาพรุ่งนี้แทน”
“ อืม ไม่เป็ไรพวกเขามากันแล้ว ผมจะช่วยรักษาพวกเขาจนหมด เปิดห้อง เริ่มรักษาเลย”
“ คือว่านี่เพิ่งเจ็ดโมงเช้า เองนะคะ ห้องยา ห้องแลปก็ยังไม่เปิดเ้าหน้าที่คัดกรองก็ยังไม่มาเลยและอีกอย่างคุณหมอเองก็ยังไม่ได้ทานอะไรมาเลยใช่ไหมคะ”
“ ไม่เป็ไรคนที่ไม่ได้เจาะเื ก็เรียกคิวแรกให้เข้ามาหาผมได้เลย”
อัสนีเองก็ยังไม่หิวเท่าไรแต่คนไข้ที่มารอหมอนั้น เขาก็คงไม่หิวเช่นกัน
คนไข้ที่มาส่วนใหญ่เป็โรคเรื้อรัง พวกเบาหวาน ความดัน หัวใจหมอส่วนใหญ่ตรวจเืแล้วก็ปรับยาให้ตามขนาดและอาการเท่านั้น แต่วันนี้คนไข้ที่เข้ามาส่วนใหญ่ เป็โรคเกี่ยวกับกระดูกและเส้นเอ็น มากกว่าเมื่อวานดังนั้น อัสนีจึงใช้วิธีรักษาอาการในคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็น และคัมภีร์ปราณบริสุทธิ์ ทำให้พวกเขาที่มีอาการขาแขนอ่อนแรง ยกไม่ขึ้น เดินไม่ได้ทำให้คนไข้สามารถยกแขน ขา และบางคนที่เพิ่งเป็ไม่นาน สามารถเดินได้เลย ยิ่งพอเข็นรถเข้ามาหาหมอ แต่พอออกมาจากห้องตรวจกลับเดินได้เป็ปกติ คนไข้ที่รออยู่ก็ส่งเสียงร้องเฮ ดีใจกัน
คนที่เฝ้ารอก็มีความหวังมากยิ่งขึ้น ซึ่งค่ารักษาของโรงพยาบาลซานตาครอสนี้ก็เก็บในเรทของโรงพยาบาลเอกชนแพงกว่าของรัฐบาลหลายเท่า แต่ก็มีคนไข้เข้ามาตลอด แม้นว่าทางโรงพยาบาลจะปิดรับคนไข้แล้ว ก็ตาม
ณ ห้องของผู้อำนวยการโรงพยาบาล
ผอ.อีริคมองดูผู้คนที่ขับรถเข้ามาในโรงพยาบาลของเขาด้วยความรู้สึกดี
“ผมไม่เคยเห็นโรงพยาบาลของเราคึกคักเช่นนี้มาก่อนเลย”
รองผอ.เกรียงไกรที่ยืนมองอยู่ด้วยก็กล่าวเสริมว่า
“ ผมเองก็ไม่คิดว่าคุณหมออัสนีจะสามารถช่วยรักษาโรคได้มหัศจรรย์เช่นนี้”
“ราวกับหมอเทวดาจริงๆ”
“ ใช่ครับ”
“่นี้เพื่อนที่หายไปนานของผม กลับโทรมาหาผม แทบทุกวันอยากจะพาคนมาให้หมออัสนีช่วยรักษา ผมถามอาการของพวกเขาก็เป็ธรรมดาๆไม่เห็นจะต้องให้หมออัสนีมารักษาเลย”
“ ผมก็เหมือนกันแม่ยายของผมก็อยากจะมาให้หมออัสนีรักษา ทั้งๆที่ท่านเองก็เดินเหินได้สดวก ผมก็ไม่เข้าใจจริงๆ”
รองผอ.ก็ได้แต่เหนื่อยใจกับเื่นี้จนเสียงมือถือของ ผอ.อีริคดังขึ้น
“ สวัสดีครับท่านได้ครับ เดี๋ยวผมจะไปเชิญคุณหมออัสนีเดี๋ยวนี้เลย ครับ ได้ครับ”
ผอ.อีริคสีหน้าเคร่งเครียดหันมามองหน้ารองผอ.เกรียงที่มองหน้ากำลังรอให้ท่านผอ.อีริคพูดก่อน
“ วิหารอนันดาสั่งให้หมออัสนี ไปช่วยรักษาคน”
“ อะไรนะ วิหารอนันดาที่ลึกลับและทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศ แม้แต่รัฐบาลจะยกให้ วิหารอนันดาเป็สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ห้ามใครบุกรุก เข้าได้เฉพาะผู้นำรัฐบาลเท่านั้น”
“ เมื่อสักครู่ท่านธานี รองนายกรัฐมนตรีความมั่นคง เป็คนโทรมาเองเลย พวกเราไปหาหมออัสนีกันเถอะ”
สองคนรีบเดินไปหาหมออัสนีทันที
“ สิบโมงเช้าแล้วคุณหมอจะพักทานข้าวก่อนไหมคะ” พยาบาลแอล ถามด้วยความเป็ห่วง
“ ยังไม่หิว นี่เพิ่งรักษาไปแค่50 คนเอง เรียกคิวต่อไปเถอะ”
พยาบาลแอลนึกในใจว่าห้าสิบคนนี่ถือว่าเร็วแล้วทุกคนที่มาแทบจะต้อบอุ้มกันมาพอรักษาเสร็จแทบจะลุกขึ้นวิ่งกันได้เลยนี่ไม่ใช่หมอเทวดาแล้วจะเรียกว่าอะไรเนี่ย
คนที่เข้ามาก็คือทนายเคนกับริวแฟนสาวนั่นเอง
“ อ้าว มาั้แ่เมื่อไรไม่เห็นโทรบอกก่อน”
“ มาั้แ่ตีห้าแล้วผมได้คิวที่ 51 ดีใจมากเลยครับที่ได้คิวนี้”
“พี่หมอเก่งจังเลยนะคะ คนไข้ที่เดินไม่ได้มาหลายปี พี่หมอรักษาจนหายเป็ปกติได้เลย”ริวเอ่ยอย่างยินดี แต่สีหน้านั้นซีดเซียวยิ่งนัก
“พวกเขาดีใจเร็วเกินไป การรักษามันต้องใช้เวลา เตือนแล้วนะ อย่าเพิ่งลุกเดินไม่เชื่อกันบ้างเลย” อัสนีเอ่ยเบาๆ แต่เขายังคงจับชีพจรที่ข้อมือของ ริว
พบว่าอวัยวะภายในเริ่มทำงานไม่ถึง 50 %แล้วเปรียบได้กับพลังชีวิตเหลือน้อยลงไปเรื่อยๆแล้ว โดยเฉพาะไต ตอนนี้ทำงานเพียงแค่ 30 % เท่านั้น
โรคภูมิคุ้มกันบกพร่องนี่มันอันตรายจริงๆโลกนี้ไม่มียาที่จะรักษา ต้องคอยระมัดระวังตัวเอง ไม่ให้สิ่งรอบตัวภายนอกมาทำร้ายร่างกายเป็อันขาด
ภูมิคุ้มกันในร่างกายแทนที่จะคอยปกป้องดูแลกับทำลายอวัยวะภายในร่างกายของตนเองซะงั้น
อัสนีตอนนี้ทำได้โดยให้ยาเม็ดรักษาภายในที่ได้มาจากกระเป๋าปฐมพยาบาลยมโลกก่อน
“นี่คือยาบำรุงที่พี่หมอได้มา กินตอนนี้เลย” ริวเห็นเม็ดยาสีทอง ก็ไม่ลังเลหยิบแล้วกลืนลงคอไปในทันที
อัสนีใช้นิ้วปล่อยพลังปราณบริสุทธิ์เพื่อช่วยให้ตัวยากระจายเข้าสู่อวัยวะภายในได้อย่างเต็มที่ทันใดนั้นเอง ผิวพรรณของริวที่ขาวซีด เืลมไม่ไหลเวียน ก็พลันแปรเปลี่ยนมีน้ำมีนวล มีแก้มแดงปานตำลึกสุก ผมที่แห้งกรอบบาง ก็ค่อยๆ ฟื้นฟูเป็นุ่มสลวยอัสนีตรวจสอบการทำงานของไต ก็ค่อยเพิ่มขึ้นมาถึง 70 %
นึกไม่ถึงยาเม็ดรักษาภายใน จะมีสรรพคุณวิเศษเช่นนี้
“ตอนนี้พี่หมอใช้เม็ดยาเพื่อฟื้นฟูอวัยวะภายในให้มันเพิ่มขึ้นมาถึง 70 % แต่ก็ยังเพิ่งดีใจไปนัก่นี้ต้องระมัดระวังเื่แสงแดด อากาศที่มีมลภาวะ ความเครียดต้องหลีกเลี่ยงไปก่อน แล้วอีก 1 เดือน ค่อยมาหาพี่หมอเพื่อตรวจอีกทีคราวหน้ามาก็จะตรวจชุดใหญ่เลย”
“ ริวเหมือนเป็คนละคนเลยนะ” ทนายเคนมองหน้าแฟนสาวที่ดูเปลี่ยนไปก็รู้สึกดียิ่ง
“ ขอบคุณพี่หมอมากค่ะแต่ว่าเื่ค่าใช้จ่ายนี่?”
“ ไม่ต้อง พยาบาลแจ้งบัญชีว่าเคสนี้เบิกกับมูลนิธิ เป็หนึ่งในโรคที่รักษาฟรี”
“ คะ คุณหมอ”
สองคนยกมือไหว้อัสนีแล้วเดินอกไปด้วยสีหน้ามีความสุข เสียงภายนอกก็ดังเฮขึ้นมาอีก
แต่แล้วผอ.อีริคกับรองผอ.เกรียงก็เข้ามาในห้องตรวจของอัสนี
“ คุณหมอคงต้องหยุดรักษาก่อน ต้องรีบไปแล้ว”
ผอ.อีริคเอ่ยทันที
“ ไปไหนครับ”
“ วิหารอนันดา” รองผอ.เกรียงรีบเอ่ยแทนทันที
อัสนีฟังแล้วขมวดคิ้วเขาเคยได้ยินชื่อวิหารอนันดา มานานแล้วรู้แต่เพียงว่า ผู้นำประเทศหรือไม่ก็คนที่สำคัญๆ เท่านั้น ถึงจะมีโอกาสเข้าไป แต่ไม่รู้ว่า ด้านในเป็อะไรคนภายนอกก็ไม่มีใครรู้ ยกเว้น ผู้นำของประเทศเท่านั้น
“รอผมรักษาคนไข้ที่เหลือก่อนแล้วผมจะไป”
“ไม่ได้ท่านรองนายกฝ่ายมั่นคงโทรมาให้ไปเลย ตอนนี้ท่านส่งรถมารับคุณหมอแล้ว” ผอ.อีริคเอ่ยเตือน
“ หากท่านผอ.กับท่านรองไม่ออกไป ผมจะยิ่งใช้เวลานานกว่านี้นะครับ เชิญ”
อัสนีถึงกับลุกขึ้นแล้วดึงคนทั้งสองออกไปจากห้อง แล้วเรียกอันดับต่อไปเข้ามา
โดยที่ไม่สนใจว่าวิหารอนันดา หรือ รองนายกฝ่ายความมั่นคงจะคิดอย่างไร
อัสนีรักษาคนไข้ไปอีก20 คน รถตู้สีดำคันใหญ่ก็มาถึง พร้อมกับรถนำขบวนอีก สามคน มีตำรวจทหารนั่งในรถขบวนหลายสิบคน
ท่านผอ.อีริคกับรองผอ.เกรียงไกร ออกไปต้อนรับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีอยู่
“ คุณหมออัสนีเล่า”
“ คือคุณหมอ กำลังตรวจรักษาคนไข้อยู่ครับ”
“ อีกนานไหม”
“ คือว่าเอ่อก็หมดนี่แหละครับ” ผอ.อีริคมองไปที่คนไข้อีก 100คนที่กำลังเฝ้ารออยู่ก็ไม่กล้าสบตากับ รองนายกรัฐมนตรี
“ อะไรนะคนมากมายขนาดนี้ กว่าจะรักษาเสร็จ ก็มืดค่ำพอดี แล้วจะบอกกับท่านเ้าวิหารได้ยังไงไป ไล่พวกเขากลับไปก่อน พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่”
รองนายกรัฐมนตรีประกาศออกไปทหารตำรวจ พร้อมกับอาวุธปืน เดินปรี่เข้ามากลางวง แล้วไล่ทุกคนออกไปในทันที
อัสนีที่ได้ยินเสียงโวยวายก็รีบออกมาดู พบว่า คนไข้ของเขาต่างหวาดกลัว แล้วก็ค่อยๆ ทยอยเดินกลับไป
“ คุณหมออัสนีนี่ท่านรองนายกธานี”
อัสนีไม่สนใจเดินตรงไปที่ทหารและตำรวจสิบนาย ที่กำลังถืออาวุธปืนอยู่
เขาใช้ความไวบุกเข้าไปต่อยเข้าหน้าของทหารคนหนึ่งจนล้มคว่ำ แล้วถีบทหารตำรวจ ที่เข้ามาจับกุมจนกระเด็นกลิ้งไปมา เพียงแค่กระพริบตา ทหารและตำรวจถูกอัสนีตบเกรียนลงไปนอนกับพื้น มีคนหนึ่งชักปืนสั้นออกมากำลังจะจ่อยิงเขา
แต่ว่าเขาวาร์ปร่างเข้าไปใกล้แล้วดึงปืนออกมาแล้วปลดะุปืนออกแล้วเหวี่ยงใส่หน้าทหารจนล้มหงายหลังไป
“ห้ามไล่คนไข้ของผมอีก ไม่อย่างนั้นผมจะไม่เกรงใจแล้ว” อัสนีก้าวขึ้นไปบนรถตู้สีดำที่เปิดเอาไว้ ทุกคนต่างอ้าปากค้าง ไม่ทันที่จะได้พูดอะไรต่ออัสนีก็เอ่ยออกมาว่า
“ จะไปวิหารอนันดาไม่ใช่หรือไงรีบไปซิ”
คราวนี้ทุกคนก็รีบขึ้นรถกันไปในทันทีทหารตำรวจที่ถูกอัด ก็รีบตะเกียกตะกายกลับไปขึ้นรถเช่นเดียวกัน
ระหว่างทางไปนั้นท่านผอ.อีริค ก็พยายามเอ่ยถามว่าใครเป็คนป่วย และป่วยเป็อะไร แต่คำตอบที่ได้คือไม่มีใครทราบ แม้แต่ตัวรองนายกธานีเองก็ไม่ทราบเช่นกัน
จนกระทั่งขบวนรถเข้ามาที่หน้าวิหารอนันดาผู้ดูแลวิหารมีจำนวนกว่าสี่สิบคนแต่งกายคล้ายชุดนักรบสมัยโบราณแต่ในมือมีปืนกลที่ทันสมัย สพายติดตัวอยู่ทุก คน
มีผู้ดูแลสตรีฝ่ายในที่แต่งตัวด้วยชุดฝ้ายสีขาวประดับด้วยด้ายทองคำ เดินเข้ามาต้อนรับสี่คน โดยพวกเขาบอกให้ผู้คุ้มกันรออยู่ที่พักในลานจอดรถด้านนอก ส่วนรองนายกธานี ผอ.อีริค และรองผอ.เกรียงและอัสนีถูกเชิญเข้าไปด้านในของวิหาร ภายในห้องโถงมีความสวยงามราวกับพระราชวัง ผอ.อีริค ถึงกับเอ่ยออกมาว่า
“ ทองคำเครื่องประดับเพชร เหล่านี้หากเป็ของจริง คงประเมินค่ามิได้อย่างแน่นอน”
“ นี่คือของจริง” ผู้ดูแลฝ่ายในคนหนึ่งเอ่ยยิ้มๆ
ทั้งสามคนถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น……….