ในระบบนิยายวายย้อนยุคนั้นไม่มีวันวาเลนไทน์!
ตอนพิเศษจากเื่ปล่อยผมออกจากระบบในนิยายวายที!
ซ่งจี้หยาง xหวังฮ่าวเซวียน NC 18
หวังฮ่าวเซวียนนั้นตกตายและข้ามมายังโลกใบใหม่เขาตื่นมาในร่างของหวังฮ่าวเซวียนตัวร้ายในนิยายที่มีชะตากรรมจะต้องตกตายเป็ดั่งบันไดให้ตัวเอกเหยียบย่ำ ในนิยายเื่นี้ดำเนินเื่ด้วยแนวจีนโบราณย้อนยุคที่เต็มไปด้วยเทพเซียนปีศาจถูกกำหนดด้วยพลังพร์ในตัวตน และแน่นอนว่าผู้มีพลังแฝงเร้นที่สุดจะเป็ใครไปไม่ได้นอกจากตัวเอกแห่งนิยายเื่นี้ซ่งจี้หยาง ความจริงแล้วเขาควรจะหลบหนีอีกฝ่ายให้มากที่สุดทว่าชะตากรรมกลับไม่เป็ใจ ร่างกายถูกผูกพันด้วยระบบอย่างหนึ่งทำให้มิอาจไปจากอีกฝ่ายได้และที่สำคัญ..
“อือ...” เสียงครางแ่เบาดังขึ้นร่างเล็กที่ถูกต้อนจนแผ่นหลังชิดกับต้นไทรใหญ่มือสองข้างดึงรั้งชายแขนเสื้อผู้รุกรานด้วยความเผลอไผลปลายลิ้นถูกเกี่ยวกระหวัดกวาดหาความหอมหวาน ความรู้สึกแปลกประหลาดก่อตัวมวลอยู่ในท้อง หูได้ยินเสียงเปียกชื้นสลับกับเสียงครางในลำคอของตนเองมันเป็เสียงที่น่าอายไปเสียหน่อยดังนั้นเด็กหนุ่มจึงอยากจะหยุดยั้งทว่าชายอีกคนกลับไม่ยินยอม
“อาเซวียน” น้ำเสียงอ่อนโยนดังขึ้นมันแฝงไปด้วยความออดอ้อนในที ชายหนุ่มผู้ปิดกั้นหนทางรอดของเด็กหนุ่มคือบุรุษรูปงามหมดจด เขามีใบหน้าที่งดงามราวกับจันทร์ที่ลอยเด่นฟากฟ้า เรือนร่างสูงโปร่งแลดูผอมบางสวมใส่อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ั์ตาคู่สวยปรือลงปล่อยให้แพขนตางอนทาบทับบนใบหน้า ริมฝีปากนุ่มละออกจากรสชาติหวานล้ำตรงหน้าปล่อยให้อีกฝ่ายหอบหายใจก่อนจะแนบลงไปอีกคราอย่างเอาแต่ใจ
“พอ..แ..” เสียงประท้วงถูกกลืนหายไปในลำคอในยามที่จูบเร่าร้อนแนบลงมาปิดหลงเหลือเพียงเสียงครางในลำคอหวังฮ่าวเซวียนก่อนจะเข้ายังร่างนี้เขาเป็เพียงเด็กหนุ่มคนหนึ่งถูกขังเอาไว้ในโรงพยาบาลแถมยังบริสุทธิ์ไหนเลยจะต้านทานรสจูบรันจวนใจได้พอถูกรุกเร้ากลับกลายเป็เคลิบเคลิ้มเกาะเกี่ยวร่างเบื้องหน้าไม่รู้ั้แ่ใดที่อีกฝ่ายพยุงเอวรั้งเอาไว้ไม่ให้ล้มกว่าจูบที่ดูเหมือนดูดพลังทั้งมวลจะมลายหายไปเขาก็แทบล้มทั้งยืน
ช่างเป็ตัวเอกที่จูบเกินกว่าที่คาด
“ข้าไดรับพลังจนเพียงพอแล้ว” ั์ตากลมโตหรี่ต่ำลงเด็กหนุ่มปัดปอยผมอดไม่ได้ที่จะลูบไปที่หางม้าที่หลุดลุ่ยเพราะถูกแนบกับต้นไม้เดิมทีเขาเองนั้นสวมควานไม่เป็ได้แต่มัดหางม้าเอาไว้หลวมเมื่อถูกจู่โจมอย่างหนักหน่วงพาให้มันคลายตัวออก
“ข้ามัดให้เอง” ซ่งจี้หยางคลี่ยิ้มอดไม่ได้ที่จะรั้งร่างเล็กกว่านั้นเข้ามามือดึงรั้งเอาเชือกเส้นหนาที่อีกฝ่ายมัดผมเอาไว้ด้วยความไม่ใส่ใจนักปล่อยให้เส้นผมเรียบลื่นสยายลงเต็มแผ่นหลังรวบปอยผมนั้นขึ้นอดไม่ได้ที่จะโน้มตัวลงจุมพิตที่ปอยผมเรียบลื่น
“เ้าชอบทำเช่นนี้เสมอ” เด็กหนุ่มผู้มาจากโลกใบอื่นอดจะหยอกเย้าอีกฝ่ายไม่ได้ ซ่งจี้หยางชื่นชอบการใส่ควานให้กับเขา อีกฝ่ายเป็ผู้มีฝีมือรวบผมได้ไม่เท่าใดก็สามารถใส่ควานลงบนผมของเขาได้แล้ว ั์ตาสีสวยอดไม่ได้ที่จะทอดมองยังใบหน้างดงามเขาคือบุรุษที่สวยที่สุดในนิยายเื่นี้ หากจะถามว่าเหตุใดบุรุษจึงงดงามเช่นนี้คงต้องบอกว่าโลกนี้คือนิยายวายและตัวเขาคือคนที่หลุดมายังโลกใบนี้
“เ้าดูจะใจลอยั้แ่เช้ามีอะไรงั้นหรือ?” ซ่งจี้หยางปล่อยผมเรียบลื่นมองดูผู้ที่เป็ดั่งศิษย์น้องของเขาแม้ว่าพวกเราจะจูบกันไปเท่าใดทว่าความรู้สึกกลับไม่ได้สื่อไปยังเรือนร่างนั่นแม้แต่น้อย จะว่าซื่อบื้อหรือไร้เดียงสาเกินไปดีกันเล่า?
“วันนี้เมื่อเทียบแล้วมัน..เอ้อ ไม่มีอะไร” หวังฮ่าวเซวียนหุบปากตนเองได้ทันก่อนที่จะเผลอโผล่งไปว่าวันนี้ในโลกของเขามันคือวันวาเลนไทน์ แม้ว่าวันวาเลนไทน์สำหรับคนโสกสนิทไร้คู่รู้ใจเช่นเขาจะจืดชืดไปเสียหน่อยทว่าเขาก็เป็เด็กน่ารักมักได้รับช็อกโกแลตจากคุณพยาบาลคนสวยเสมอพอเทศกาลนั้นเวียนมาในโลกที่อยู่ตอนนั้นอดจะนึกอยากกินของหวานมิได้ “ข้าอยากทานของหวาน”
“เช่นนั้นพวกเราลงไปยังหมู่บ้านด้านล่างดีหรือไม่?” คนงามแห่งโลกเซียนคลี่ยิ้มอ่อนโยนมือเรียวเช็ดริมฝีปากที่มีคราบน้ำเคลือบดูแล้วน่าจูบอีกคราหนึ่งแต่หากทำเช่นนั้นเขาคงจะถูกอีกฝ่ายโกรธาใส่เป็แน่
“ข้าเคยบอกแล้วไง” หวังฮ่าวเซวียนปัดมือบอบบางคู่นั้นถลึงดวงตากลมโตมันเป็ท่าที่ทำแล้วราวกับแมวตัวเล็กกำลังพองขนใส่เ้าของมีแต่ความน่ารักหาได้น่ากลัวแม้เพียงสักนิด “ถ่ายพลังเ้าอย่าสอดลิ้น”
“ขออภัย” ซ่งจี้หยางยิ้มรับมันเป็รอยยิ้มที่บ่งบอกไม่ได้ว่าเข้าใจหรือไม่เข้าใจกันแน่
“เช่นนั้นชวนกัวเฉิงไปด้วยแล้วกัน” หวังฮ่าวเซวียนอดนึกถึงศิษย์คนโปรดมิได้เขาอาศัยในโลกใบนี้มาได้เกือบ 6 ปีแล้วเื่ราวทั้งหมดได้แต่ผ่านพ้นไปรากวับฝันตื่นหนึ่งในยามนี้เด็กหนุ่มผู้แสนน่าเอ็นดูได้เติบโตขึ้นมาปีกกล้าขาแข็งจนสามารถรับสืบทอดแส้ของเขา แม้ว่าเขาจะเปลี่ยนแปลงโชคชะตาไม่ถูกหลี่ป๋อเหวินเอากระบี่แทงอกหรือกลายเป็มารทว่าแต่เดิมนิยายนี้มีเขาเป็ตัวร้ายจนกว่าซ่งจี้หยางจะเหินห่างเขาจากไปหวังฮ่าวเซวียนก็มิอาจไว้ใจได้ “ข้าจะลองไปถามท่านอาจารย์ว่าจะไปด้วยหรือไม่?”
“อาเซวียน” อ้อมกอดตวัดรอบเขาจากด้านหลังแผ่นหลังประทะกับหน้าอกของซ่งจี้หยางอีกฝ่ายสูงกว่าเขาอยู่มากดังนั้นจึงชอบเอาคางมาวางบนบ่าปล่อยให้เส้นผมหอมหวานนั้นร่วงหล่นบนเรือนร่างเด็กหนุ่ม
“มันหนักนะซ่งจี้หยาง” หวังฮ่าวเซวียนขมวดคิ้วนับจาอยู่ร่วมกันมายาวนานเขาจึงได้รู้จักนิสัยตัวเอกแห่งนิยายผู้นี้อีกฝ่ายเป็คนขี้อ้อนแม้ยามปกติจะสูงส่งสง่างามต่อหน้าผู้อื่นแต่ในยามที่อยู่กันเพียงลำพังเขาชมชอบที่จะกอดรั้งและอ้อนราวกับเด็ก 3 ขวบ
“ที่เ้าบอกว่าสนิทชิดเชื้อกับข้าที่สุดนั้นคือเื่โป้ปดหรือไร เหตุใดจึงไม่ชอบไปไหนมาไหนตามลำพังกับข้านัก”
หวังฮ่าวเซวียนเงียบไปเนิ่นนานในยามก่อนเขาเคยกล่าวคำนี้เอาไว้จริงๆ ร่างเล้กใจอ่อนลงในยามที่ถูกโอบล้อมด้วยกลิ่นดอกกุ้ยฮวามันเป็กลิ่นที่ทำให้จิตใจของเขาสงบลงเด็กหนุ่มถอนหายใจแม้อยากจะหลีกเลี่ยงตัวเอกไปชั่วชีวิตแต่โชคชะตากลับพลักพวกเราให้มาอยู่ร่วมกัน
“อีกสักพักข้าคงไม่ใช่เ้าขุนเขา” หวังฮ่าวเซวียนขยับไหล่ไปมาแต่เดิมเขาก็ไม่เหมาะหน้าที่นี้แต่แรกได้ยกแส้อาวุธวิเศษประจำตัวให้กัวเฉิงไปราวกับได้ปลดภาระเพียงแต่เด็กหนุ่มตัวดีเอาแต่ร้องไห้โยเยไม่ยอมให้เขาลงจากตำแหน่งเสียที
“เ้าเป็อาจารย์ของเขา เป็ศิษย์ของสำนักนี้” อ้อมกอดใหญ่คลายออกไม่วางเกลี่ยพวงแก้มใสนับั้แ่อยู่ร่วมกันมาหวังฮ่าวเซวียนคุ้นเคยกับเขามาเป็ดั่งเ้าแมวที่เชื่องสามารถคลอเคลียได้ไม่ตื่นใเหมือนดังเช่นกาลก่อน
“ข้าคิดว่าอยากจะตกแต่งฟูเหรินสักคนใช้ชีวิตธรรมดาไม่ยุ่งเกี่ยวกับโลกเทพเซียนอีกต่อไป” หวังฮ่าวเซวียนพูดจากใจจริงเขาข้ามมายังโลกนี้เหน็ดเหนื่อยมามากการส่งแส้และตำแหน่งเ้าหุบเขานั้นคือเื่ราวสุดท้ายของเขาหลังจากนั้นเขาจะได้หาภรรยาตัวน้อยมาตกแต่งสร้างครอบครัวน่ารัก แต่เดิมเขาก็เป็เด็กหนุ่มธรรมดาที่จับพลัดจับพลูมาอยู่ในร่างตัวร้ายในยามที่เปลี่ยนชะตากรรมได้ย่อมต้องอยากมีชีวิตเป็ของตนเองจะติดก็แต่...
‘สวัสดีผุ้เล่นในยามสาย ทางเรามีเควสใหม่ให้ท่าน’
เสียงติ้งดังขึ้นในสมองของเด็กหนุ่มผู้ข้ามภพพาให้หวังฮ่าวเซวียนที่กำลังฝันหวานทำหน้ามืดมน ใช่แล้วนี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้เขาไม่อาจไปจากตัวเอกได้เพราะเ้าระบบสมควรตายมันชอบมอบเควสให้
‘โปรดเข้าร่วมอีเว้นเทศกาลโคมลอย’
“อาเซวียนเป็อะไรไปหรือ เ้ารู้สึกไม่สบายหรือไม่ ลมที่นี่อาจเย็นเกินไป” ตัวเอกแห่งนิยายนั้นเป็คนดีมากคอยดูแลเอาใจอีกฝ่ายทว่าคนที่ไม่รู้ตัวก็ย่อมไม่รู้ตัว
“ข้าอยากไปงานเทศกาล” ในเมื่อไม่อาจขัดขืนได้ก็ได้แต่ทำตามหวังฮ่าวเซวียนนึกก่นด่าระบบเฮงซวยในใจสารพัดนับั้แ่เขาอยู่ในร่างนี้ถุกมันส่งมอบเควสให้อย่างนับครั้งไม่ถ้วน
เพียงแต่สิ่งที่เด็กหนุ่มไม่รู้นั่นคือระบบนี้มีชีวิตจิตใจแถมยังเป็ระบบที่พยายามชงคู่ชิปอีกต่างหาก
*********************************
หวังฮ่าวเซวียนไม่ค่อยได้ออกมาจากนอกเขตแดนของผู้เป็อาจารย์เท่าใดร่างเล็กอดไม่ได้ที่จะตื่นตากับสภาพแวดล้อมอย่างไรเสียข้างในนี้ก็ยังคงเป็เด็กหนุ่มที่มีความอยากรู้อยากเห็นหาใช่หวังฮ่าวเซวียนตัวจริงที่มีอายุมาอย่างยาวนาน แสงสีที่แตกต่างจากโลกปัจจุบันโอบล้อมมันสว่างไสวเพราะโคมที่ประดับประดาราวกับดวงดาราในยามค่ำคืน
“เทสกาลโคมนี่เกิกจากตำนานที่พระเ้าจะทำลายโลกมนุษย์หรือเปล่า?” เื่บางเื่ในนิยายแห่งนี้ก็ไม่ได้มีในนิยายดังนั้นหวังฮ่าวเซวียนจึงมิอาจรับรุ้ทั้งหมด ซ่งจี้หยางมองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มคนตรงหน้ายังคงเป็เช่นเคย
“หาใช่เช่นนั้นพวกเราลอยโคมเพื่อขอบคุณพระเ้า”
“ขอพรด้วยได้ไหม?”
“ไม่มีใครเคยขอ พวกเราแค่ทำมันเพื่อให้เทพเ้าเห็นว่าโลกมนุษย์ที่พวกท่านเหนื่อยยากปกป้องนั้นสว่างไสว”
“อ้อ” หวังฮ่าวเซวียนหันกลับมามองโคมดวงหนึ่งที่พวกเขาต้องลอยโคมและประดับพวกมันเพียงเพราะมีเื่เล่าว่าจะมีวันหนึ่งในทุกรอบปีที่เหล่าเทพเ้าจะมองมายังบนโลกมนุษย์ดังนั้นพวกมนุษย์จึงจุดโคมประดับประดาตกแต่งเพื่อให้พวกเทพเ้าบนโลก์ได้เห็นว่าโลกยังสงบสุขเพราะพวกเขา
ว่าแต่พวกเทพเ้ามันทำอะไรบ้างกันเล่า? หวังฮ่าวเซวียนอยุ่ในนิยายแนวเทพเซียนแต่ั้แ่เริ่มเื่มาเขายังไม่พบเทพเ้าแม้สักองค์จะมีก็แต่ มารและมนุษย์
“มาเถิดข้าจองที่นั่งให้เ้าได้ร่ำสาราไปพร้อมกับมองการปล่อยโคมเสียแล้ว ต่อจากนี้เขาจะปล่อยโคมพวกนี้ให้ขึ้นฟ้า ภาพของมันยามที่เคลื่อนคล้อยสู่์งดงามหาใดเปรียบ” ซ่งจี้หยางกอบกุมมืออีกฝ่ายมองดูมือข้างหนึ่งของหวังฮ่าวเซวียนที่หอบหิ้วขนมที่ซื้อจากร้านรวงข้างทาง ปีนี้เขาไต่เต้าฝึกจนเกือบถึงขั้นสูงสุดทว่ามิอาจเป็เซวียนเพราะไม่อาจบ่วงรัก ...
ขอเพียงได้อยู่กับอีกฝ่ายเขาก็ไม่้าเป็เซียนอีกต่อไป
“ข้าไม่ดื่มสุรา” หวังฮ่าวเซวียนไม่แน่ใจว่าร่างนี้ของเขาดื่มสุราได้หรือไม่ส่วนตัวเขาที่เป็แค่เด็กหนุ่มในโรงพยาบาลดื่มแอลกอฮอล์ไม่เป็อยู่แล้ว
‘เข้าร่วมเทศกาลโคม’
เสียงจากระบบตัวดีดังขึ้นเพื่อตักเตือนผู้ร่วมเควสพาให้ใบหน้าน่ารักมุ่ยลง หวังฮ่าวเซวียนกัดขนมที่ทำจากถั่วอีกครั้งแล้วตอบตกลงไหนเลยจะรู้ว่าระบบคนร้ายนั้นหมดความอดทนเสียแล้ว
ระบบผู้ชงจนแก้วแตกมา 6 ปีเต็มแต่ยังไม่คืบหน้าไปไหนมีแต่พระเอกหลงรักเอาข้างเดียวนี่ทำเอานักชงอย่างเขาเสียชื่อเสียงชะมัด ในเมื่อชงแล้วไม่คืบหน้าเพราะอีกฝ่ายซื่อบื้อก็จับมันมอมเหล้าไปเลย รีบๆ ซวงซิงกันไปเลยต่อให้โง่เกินเยียวยาอย่างไรก็คงจะคืบหน้าบ้าง
“ท่านเซียน”
“ท่านนักพรต”
หวังฮ่าวเซวียนมองสรรพนามที่เขาถูกเรียกอดสงสัยมิได้ ซ่งจี้หยางนั้นมีพลังก้าวหน้าเพรียบพร้อมด้วยพร์แถมยังปราบจอมมารแห่งยุทธภพจนชื่อเสียงเกรียงไกรกลับยังอยู่ในหุบเขาเล็กทำตนราวกับผู้าุโผู้ไม่สนใจชื่อเสียงฐานะ ถึงจะไม่สนใจยังลาภยศก็ควรจะต้องขึ้นไปบน์ได้แล้วมิใช่หรือ
“ซ่งจี้หยาง” มือถูกจับเอาไว้จากคนงามใบหน้าที่เลอโฉมหันมายามถูกเรียกเส้นไหมสีดำขลับคลอเคลียใบหน้าขาวเขาตกแต่งด้วยอาภรณ์สีขาวโดดเด่นสว่างไสวราวกับจันทร์ที่ประดับกลางค่ำคืน
“จี้หยาง...อาเซวียน” ซ่งจี้หยางแก้สรรพนามเรียกให้เขาช้อนั์ตาราวกับภรรยาตัวน้อยที่ผู้เป้นสามีไม่ให้ความเป็ธรรมมันเป็สายตาที่ทำให้หวังฮ่าวเซวียนหน้าเปลี่ยนสีด้วยความใจอ่อน
“จี้หยาง” ใน่เวลา 6 ปีนี้พวกเขาแทบตัวติดกันไปไหนมาไหนด้วยกันจูบกันมานับไม่ถ้วนหากจะสนิทสนมจนเป็สหายรู้ใจคงได้ “เหตุใดเ้าจึงไม่ฝึกขั้นสุดท้าย?”
“ข้ามิอาจฝึกได้ ข้ามิสามารถฝ่าด่านหนึ่งได้จึงไม่อาจปล่อยวางละทางโลก” มือใหญ่โอบเอวของร่างเล็กกว่าพยุงให้ก้าวบันไดไปด้วยกันมันเป็ความเคยชินศิษย์ทั้งสำนักล่วงรู้เห็น ทั้งอาจารย์ ศิษย์พี่และลูกศิษย์ได้แต่พากันถอนใจว่าเมื่อไรคนซื่อบื้อจะรู้ตัว ทว่าแม้คนในสำนักจะคุ้นชินแต่ไม่ได้รวมกับคนในหมู่บ้านครั้นเห็นท่านเซียนรูปงามราวกับจันทร์โอบประคองบุรุษชุดดำก็พาให้หน้าร้อนหันหน้าหนีไปหมด เสี่ยวเอ้อที่รับจองห้องรีบปิดห้องโชคดีนักที่มันเป็ห้องชั้นสองและเป็ห้องส่วนตัวหลังจากท่านเซียนและท่านนักพรตจะทำรุ่มร่ามพวกเขาล้วนไม่รู้เห็น
อาหารหลายชนิด กับแกล้ง สุราและขนมหวานถูกวางบนโต๊ะราวกับวันนี้เป็วันสำคัญ หวังฮ่าวเซวียนมองทุกอย่างบนโต๊ะเขาไม่เคยเห็นซ่งจี้หยางใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายขนาดนี้แม้เงินรางวัลที่ปราบมารในวังหลวงจะได้รับมามากแต่กลับไม่เคยเห็นอีกฝ่ายมือเติบถึงเพียงนี้
“วันนี้เป็วันดีงั้นหรือ?” มือหยิบชามข้างตรงหน้าเขาคุ้นชินการที่อีกฝ่ายปรนนิบัติราวตนเองมีฟูเหรินแสนงาม
“ในเทศกาลนี้เคยมีคำกล่าวว่าหากจ้องมองโคมที่ลอยเลื่อนสู่์พร้อมอธิฐานด้วยความหวังแรงกล้าสิ่งที่หวังอาจจะเป็จริง” ซ่งจี้หยางตระเตรียมจานชามตะเกียบรินน้ำชาให้อีกฝ่าย ทุกสิ่งล้วนทำไปด้วยความคุ้นชินเขาเคยถูกผู้อื่นหาว่าตนเองเป็ฟูเหรินของอีกฝ่ายแต่กระนั้นนักพรตสีขาวรู้ดีแก่ใจว่าเป็ไม่ได้
ก็หวังฮ่าวเซวียนไร้เดียงสาถึงเพียงนี้
“เช่นนั้นเ้าคาดหวังยังสิ่งใด” หวังฮ่าวเซวียนคิดไม่ตกว่าอีกฝ่าย้ายังสิ่งใดได้อีกเขาล้วนเพียบพร้อมไปทุกอย่าง นิ้วจับตะเกียบยังไม่ทันได้คืบกับข้าวที่เขาชื่นชอบก็ถูกคีบมาวางในชามข้าวด้วยมือเรียวงาม
ช่างน่าเอ็นดูเหลือเกิน ถ้าซ่งจี้หยางเป็ฟูเหรินคงจะเป็ฟูเหรินที่เพียบพร้อมหาหญิงใดเปรียบเสมือน
“ข้าหลงรักคนผู้หนึ่งมาเนิ่นนานหวังว่าจะทำให้เขารับรู้ความรู้สึกได้เสียที” ซ่งจี้หยางรินสุราให้ตนเอง แต่กลับรินน้ำชาให้เด็กหนุ่ม
“ยังมีคนที่ไม่หลงมัวเมาไปกับความงามของเ้าอีกงั้นหรือ?” หวังฮ่าวเซวียนหัวเราะนี่คือตัวเอกของนิยายที่มีรุปโฉมงดงามที่สุดเชียวนะ ใครจะไม่ลุ่มหลงคงเป็ชายที่ตายด้าน “หรือว่าเ้าหลงรักสตรี?”
ถ้าซ่งจี้หยางได้กับหญิงสาวเื่นี้จะพลิกกลับอย่างร้ายแรงทำให้นิยายวายกลายเป็นิยายนอร์มอลเชียว
“คนที่ข้ามอบใจให้นั้นเป็บุรุษ” ั์ตาราวกับหงส์คู่นั้นหรี่ลงมองใบหน้าน่ารักตรงหน้า “เป็ศิษย์ร่วมสำนัก”
“พี่ใหญ่อย่างงั้นหรือ ข้าว่าแล้ว!” หวังฮ่าวเซวียนตบโต๊ะจนซ่งจี้หยางเกือบทำกาน้ำชาหล่น ร่างงามนวดขมับตนเองไปพร้อมกับระบบที่หากมีตัวตนก็คงอยากเอาตีนก่ายหน้าผาก
“มิใช่ ศิษย์พี่มีคนรู้ใจอยู่แล้ว”
“แต่เขาเป็ตัวเลือกที่ดีที่สุดของเ้าเลยนะ” หวังฮ่าวเซวียนกำหมัดแน่นที่เขาเดาเอาไว้ก่อนตายเข้านิยายนั้นผิดพลาดหมด เช่นนั้นจะเป็ใครกัน “ท่านอาจารย์เซวียน”
“ท่านมีคนรักอยู่แล้วอีกอย่างข้ามองท่านเหมือนบิดาแท้ๆ”
“เช่นนั้นศิษย์เอกของเ้า!”
“เจิ้งฝานซิงชมชอบคนอายุอ่อนกว่าและเขาก็มีคนรักอยู่แล้ว” ซ่งจี้หยางมองแก้มยุ้ยที่เคี้ยวจนคล้ายกับแฮมเตอร์ช่างน่ารักจนความโกรธหายไปครึ่งหนึ่ง นึกสงสัยว่าเขาไม่สังเกตหรือไรว่ากัวเฉิงลูกศิษย์เอกนั้นหายไปไหนทุกค่ำคืน ซ่งจี้หยางนึกอิจฉาศิษย์ตนเองที่ได้กอดคนรักทุกคืนแต่เขาได้แต่จูบ
“เอ ....” หวังฮ่าวเซวียนกรอกตาไปมาซ่งจี้หยางใจชื้นนึกว่าในที่สุดเขาจะเลือกได้ถูกเสียที
“จี้หลี่”
“เขาแอบหลงรักพี่ใหญ่มาั้แ่ยังเยาว์จนตอนนี้พวกเขาใจตรงกันเ้าจะแยกคู่รักยวนยานลงหรือ?”
“อ๊ะ อ๊ะ เอ๋?” หวังฮ่าวลูบหน้ารู้สึกว่ายังมีเนื้อหาซุกซ่อนอยู่ในนิยายอีกตั้งมากมาย ทุกคนมีคู่กันหมดช่างน่าอิจฉาเหลือเกินสุดท้ายเขาได้แต่เอ่ยปาก “ั้แ่เมื่อใดเหตุใดข้าจึงไม่รู้เื่”
“ตั้งนานแล้ว”
“เช่นนั้นหรือ เช่นนั้นข้าคงต้องไปอวยพรเขาทั้งคู่” ศิษย์พี่ใหญ่กับศิษย์พี่รองได้กันศิษย์น้องเช่นเขาย่อมต้องอวยพร
“ศิษย์ข้าเองก็ผูกรักกับกัวเฉิงของเ้า”
“หา!!!!” ร่างเล็กใจนลืมท่าทางของหวังฮ่าวเซวียนในนิยายไปจนสิ้นเขาทำถ้วยชาร่วงหล่นบนตักร้อนจนสะดุ้ง
“พวกเขาคบหาดูใจกันมาเนิ่นนานแล้วไยเ้าต้องใ “ร่างงามเดินอ้อมไปอีกฝั่งหยิบเอาผ้าออกมาซับน้ำร้อนอดไม่ได้ที่จะจ้องมองใบหน้าที่รักมาเนิ่นนาน
“ทำไมกัวเฉิงไม่บอกข้าเลย!” ยิ่งกว่าที่ศิษย์มีคนรักคือการที่ศิษย์ไม่บอกผู้เป็อาจารย์เหตุใดจึงปกปิดเขาเอาไว้
“เ้าก็เป็ซะแบบนี้เขาจะบอกเ้าได้อย่างไร” มือเรียวบีบยังจมูกโด่งได้รุปอดจะเกลี่ยพวงแก้มใสพาให้ั์ตากลมโตกระพริบ หวังฮ่าวเซวียนทำแก้มป่องราวกับปลาทองตัวน้อย
“แต่ข้า” หวังฮ่าวเซวียนคิ้ดว่าตนต้องพูดอะไรเสียบ้างหางตาหันไปเห็นแสงสีส้มนวลที่พร่างพราวอยู่บนฟากฟ้า มันราวกับสะเก็ดที่ลอยอ้อยอิ่งขึ้นบนฟากฟ้าท่ามกลางแสงสีนั้นคือท้องฟ้าที่ไร้จันทร์มันเป็ภาพที่งดงามจนต้องหยุดชมมอง
“เริ่มแล้ว” ซ่งจี้หยางหยุดการโต้เตียงเขาโอบไหล่ของร่างเล็กกระชับความห่วงหา “ที่ต้องทำในคืนที่ไร้จันทร์ก็เพื่อที่จะได้ขับเด่นยังแสงพวกนี้”
“อา...” หวังฮ่าวเซวียนหันมามองเสี้ยวหน้างดงาม พวงแก้มขาวจัดตัดกับริมฝีปากสีระรื่น ั์ตาหงส์เรียวคมเชิดขึ้นประดับด้วยแพขนตางามงอน “ถึงแสงของโคมเหล่านี้จะราวกับสะเก็ดไฟที่โปรยปรายทว่าข้ากลับว่าจันทร์เช่นเ้านั้นงดงามกว่า”
ความงดงามของซ่งจี้หยางแม้ดวงดาราก็มิอาจแย่งชิงโฉมของเขาไปได้
“กล่าวกันว่าเทพธิดาที่เป็ผู้สอนให้มนุษย์จัดเทศกาลนั้นเป็เทพธิดาแห่งความรัก ดังนั้นใน่เวลาที่โคมลอยสูงพวกเราจะขอพรเกี่ยวกับความรัก” ซ่งจี้หยางมองยังใบหน้าของคนตรงหน้าความรู้สึกในอกร้อนผ่าว อีกฝ่ายมักชมเชยและแย้มยิ้มน่ารักให้เขาแต่เพียงผู้เดียว
ให้ความหวังถึงเพียงนี้แต่กลับไม่ยอมรู้ความรู้สึกเขาเสียที
“งั้นหรือ เช่นนั้นเ้าต้องรีบขอแล้วละ!” หวังฮ่าวเซวียนหัวเราะเขารู้สึกตัวเองขัดเขินไปหน่อยความจริงเขาสมควรออกไปจากตรงนี้ไม่สมควรรับรู้คนในใจซ่งจี้หยาง แต่ทว่าทำไมกันขากลับไม่ยอมขยับแถมหัวใจกลับเต้นแรง เด็กหนุ่มกอบกุมหัวใจตนเองเอาไว้ตอนนี้ภายในอกกำลังปั่นป่วน
ซ่งจี้หยางมีคนรักสมควรที่เขาเป็สหายจะดีใจมิใช่หรือเหตุใดเขาจึงรู้สึกโหวงในอก มันเป็ความรู้สึกเหมือนภายในอกถูกบางอย่างคว้านออกไป ไม่ได้เจ็บแต่ว่า...แต่ว่า
“ข้าขอให้” ซ่งจี้หยางเอ่ยอย่างเชื่องช้าดวงหน้างดงามหันมาสบเข้ากับใบหน้าน่ารักของคนข้างเคียงมือเลื่อนไปกอบกุมยังมือของเด็กหนุ่มสายตาสอดประสาน “ขอให้หวังฮ่าวเซวียนรักข้าเสียที”
ท่ามกลางสะเก็ดไฟสีส้มอ่อนที่คล้อยเลื่อนขึ้นฟากฟ้ากลับมีจันทร์สีพิสุทธิ์ที่เปล่งแสงเจิดจ้ามันเป็ตัวตนที่แสนพร่ามัวดังนั้นในยามที่ริมฝีปากบอบบางคู่นั้นเคลื่อนเข้ามาแนบชิดหวังฮ่าวเซวียนจึงไม่รู้ตัว จูบรสหวานในยามที่หูอื้ออึงด้วยเสียงประทัดที่ถูกจุดขึ้น ฟากฟ้าไร้จันทร์ทว่าข้างกายเขากลับมีดวงจันทร์อันงดงามดื่มด่ำรสชาติ
“อ๊ะ ...” เด็กหนุ่มผู้ถูกรุกรานส่งเสียงในลำคอเมื่อปลายลิ้นนั้นเกี่ยวกระหวัดมันเป็จูบที่ร้อนแรงเสียจนพาให้พวงแก้มทั้งสองขึ้นสีระรื่น หวังฮ่าวเซวียนนั้นไม่ได้ขาวจัดเช่นซ่งจี้หยางทว่าเมื่อถูกย้อมด้วยสีสันอันน่าอายจึงเห็นได้ชัด
“อา...” เสียงหอบหายใจคือจุดสิ้นสุดของจูบ ซ่งจี้หยางละออกจากความหอมหวานนั้นปล่อยมือจากเรือนร่างที่สับสน ใบหน้าน่ารักขึ้นสีจนเห็นได้ชัดเขาถอยร่นอ่อนแออย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
“ทำไมเื่มันตาลปัดแบบนี้ นายแน่ใจแล้วหรือไง!”
“นาย?” ซ่งจี้หยางทวนคำเขาปลดปล่อยลุกแมวตัวนั้นให้เป็อิสระ หวังฮ่าวเซวียนหลังจากสติไม่อยู่กับร่องกับรอยก็พูดจาแปลกไปอย่างเห็นได้ชัด ร่างเล็กถอยร่นไปถึงโต๊ะอาหารหยิบเอาถ้วยขึ้นมายกดื่มเพื่อคลายความตื่นตะหนกเพียงแต่ถ้วยของเด็กหนุ่มนั้นตกร่วงไปเสียแล้วที่อยู่บนนั้นคือถ้วยของซ่งจี้หยางที่ริสุราเอาไว้ภาพตรงหน้าไม่เพียงแต่ซ่งจี้หยางที่อ้าปากค้างแต่ระบบที่กำลังชงจนตัวโก่งก็ยกนิ้วให้อย่างเงียบงัน
โอ๊ย ไม่ต้องส่งเควสก็โง่ดื่มเองดีเหลือเกิน
“อึ่ก!” หวังฮ่าวเซวียนคิดว่าตัวเองเป็คนโชคร้ายนอกจากจะตายหลงมาอยู่ในร่างตัวร้ายแล้วเขายังถูกตัวเอกของเื่สารภาพจนใดื่มสุราฤทธิ์แรงเสียอีก รสชาติร้อนที่ไหลผ่านคอไปนั้นคือจอกเดียวเมามาย มือเรียวปิดปากตัวเองอยากจะล้วงคอขึ้นมาทันทีเมื่อร่างกายอ่อนเพลีย
หวังฮ่าวเซวียนในนิยายนายคอไม่แข็งเลย! แล้วที่สำคัญทำไมตัวเอกนิยายใบหน้าอ่อนนุ่มดั่งสตรีกลับคอแข็งขนาดนี้
“อาเซวียน” อ้อมกอดอุ่นรองรับก่อนที่ร่างนั้นจะร่วงหล่น หวังฮ่าวเซวียนขยับั์ตาจ้องมองดวงหน้างดงามทีก่อความเดือดร้อนเขาั้แ่ต้นจนจบ สติถูกจอกเดียวเมามายยึดครองเด็กหนุ่มมีสติอยุ่เพียงครึ่งเดียวดังนั้นปากจึงได้กล้าขึ้นอย่างไม่เคยเป็มาก่อน
“ไม่ต้องมาเรียกข้าอย่างสนิทสนม ข้าเดือดร้อนเพราะเ้ามานักต่อนัก ให้ตายเถอะตัวเอกอะไรทำไมต้องให้ข้าช่วยทุกอย่างเลย ขนาดสามีก็ไม่รู้จักหาให้ข้าลุ้นจนตัวโก่งเฮะ!”
“อาเซวียน” ซ่งรู้ว่าอีกฝ่ายเมามายเสียแล้วจึงได้รั้งร่างเล็กเอาไว้ในอ้อมกอดหูได้ยินเสียงพลุสลับกับเสียงบ่นของคนที่อยู่ด้วยกันมาเนิ่นนาน อาเซวียนในยามเมามายกลับพูดมากเหลือเกินจู้จี้จุกจิกด่าเขาั้แ่เื่หวีผม ยันเื่สีชุด
“เ้านะ เ้านะ...บ้าที่สุด”
“ขอรับ ขอรับ” จูบแนบลงไปยังริมฝีปากอ่อนนุ่มเพราะคุ้นชินกับจูบนี้แล้วหวังฮ่าวเซวียนจึงได้ตอบสนอง มือเรียวอ้าออกรั้งรอบคอแผ่นหลังแนบกับพื้นของร้านเหล้าปล่อยให้คนงามคร่อมทาบทับ
“เ้าไม่ยอมมีคู่เสียทีจนข้า ข้า...รู้สึกแปลกๆ” เสียงตัดพ้อนั้นพาให้หัวใจของซ่งจี้หยางพองโต
โธ่เอ้ย เด็กน้อย...
จูบที่สามคือความอ่อนโยนจาบจ้วง ปลายลิ้นกวาดรอบโพรงปากร้อนคลอเคลียยังััมือเรียวดั่งจันทร์ดึงรั้งสาปเสื้อของคนเบื้องล่างแตะต้องยังลำคอระหงลากไล้ไปตามผิวเนียนนุ่มอีกฝ่ายส่งเสียงในลำคอราวกับไม่ชอบใจนักพาให้ตัวเอกแห่งนิยายหยุดมือ เขาคลี่ยิ้มสวยเอ่ยถามคนเบื้องล่าง
“อาเซวียนข้ารักเ้า” คำบอกรักอบอุ่นละมุนเอ่ยแก่อีกฝ่ายพาให้คนเบื้องล่างหน้าแดงเข้าไปใหญ่ คนที่ถูกเรียกมีสติเพียงครึ่งเดียวแต่ยังพอรับรู้ได้เขาหันหน้าหนี ครานี้ซ่งจี้หยางไม่ปล่อยให้เหยื่อตัวน้อยเล็ดลอดเขาคลี่ยิ้มประคองใบหน้านั้นให้จ้องตรงมาที่ั์ตาตนเอง “อาเซวียน”
“อยู่กับเ้ามาทั้งชีวิตแล้ว ...” หวังฮ่าวเซวียนรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างจุกในลำคอ เขาหรี่ั์ตาลงเอื้อมมือลูบไล้ใบหน้าที่งามยิ่งกว่าจันทร์ นี่คือดวงจันทร์ในโลกใบนี้ของเขา “อยู่กับเ้าต่อจะเป็ไรไป”
“เ้านี่นะ” ซ่งจี้หยางถอนหายใจสำหรับอีกฝ่ายเขาได้รับคำตอบเท่านี้ย่อมเพียงพอ พวกเราอยู่ร่วมกันมาถึง 6 ปีเต็มไม่เคยปล่อยมือข้างนี้และเขาก็ไม่คิดจะปล่อย “อยู่ด้วยกันตลอดไปเถอะ”
“ชั่วชีวิตนี้ข้าคงหนีเ้าไม่พ้นเสียแล้ว” หวังฮ่าวเซวียนรู้สึกปลงตกในชะตากรรมเขาไม่อาจไปจากข้างกายซ่งจี้หยางเพราะต้องคอยรับเควสเพียงแต่ในวันนี้ระบบที่แสนน่ารำคาญเงียบราวกับไม่มีตัวตน
ใครจะรู้ว่าระบบตัวเองจริงกำลังปิดปากกริ๊ดแตกอยู่ในอวกาศ เพราะไม่อยากไปเป็ ก ข ค ง จ อันใดทั้งนั้น
“อือ...อา “เสียงครางในลำคอดังขึ้นอีกคราในยามที่จูบหอมหวานที่ทดแทนความรู้สึกทั้งหมดแนบลง ครานี้มันไม่ใช่จาบจ้วงหรือร้อนแรงแต่เป็จูบละมุน ซ่งจี้หยางแนบจูบลงยังกลีบปากนุ่มหอมเบาๆ ตามพวงแก้มใส วนเวียนจูบราวกับลูกแมวเลียนมที่มุมปากก่อนจะแนบลงอีกคราแทรกสอดลิ้นควานเกี่ยวอีกฝ่ายดูดดื่มยังห้วงอารมณ์ถ่ายทอดความรู้สึกทั้งหมดลงในจูบอันอ่อนหวานนี้
“อา...” เสียงหอบหายใจกับั์ตาหวานฉ่ำที่ถูกย้อมด้วยสีสันนั้นพาให้คนเบื้องบนรู้สึกดีที่ตนเองได้จ่ายค่าเช้าร้านไว้ทั้งคืน ใบหน้างามโน้มลงจูบไล่ไปตามใบหน้าประคองร่างเบื้องล่างด้วยความแ่เบาลากไล้ไปตามผิวละเอียด
“ไม่เอา ...มันรู้สึก ..แปลกๆ” หวังฮ่าวเซวียนนั้นเมามายจนแทบไม่มีโอกาสขัดขืนมือเรียวรั้งแขนเสื้อขยุ้มเอาไว้ร่ำร้องให้หยุดการลูบของมือข้างนั้น ทุกจุดััที่อีกฝ่ายแตะต้องมันกลับร้อนอย่างกับไฟ
“จุ๊บ จุ๊บ จุ๊บ “ซ่งจี้หยางหูทวนลมกับเสียงร่ำร้องน่ารักนั้นเขาปลดอาภรณ์อีกฝ่ายปล่อยให้หลงเหลือเพียงชั้นในตัวบางแนบริมฝีปากร้อนโลมเลียยังผิวกายขาวนวล มือแตะต้องยังตุ่มไตจนร่างภายใต้สะดุ้งปลายเล็กสะกิดยังเนินอกสีสวยบีบสิ่งชูชันก่อนจะวนกดรอยแยกที่ส่วนบน
“ไม่ เดี๋ยว...” หวังฮ่าวเซวียนนั้นเป็หนุ่มบริสุทธิ์เขาอยู่ในโรงพยาบาลมาครึ่งกว่าชีวิตรู้จักแต่การช่วยตัวเองขนาดหนังสือโป้ยังนานๆ ได้ดูทีการที่้าประสบเหตุการณ์เช่นนี้ทำให้ร่างกายตื่นตะหนกสมองพลันว่างเปล่าได้แต่ร้องครางในลำคอไปกับความรู้สึกแปลกประหลาดที่รุมเร้าในกายา
“อื้อ...ออ” ริมฝีปากที่กำลังขบกัดแต่งแต้มผิวสีขาวให้เป็รอยจ้ำนั้นเปลี่ยนเป่าหมาย มันวนกลับมาเนินอกแสนน่าเอ็นดูดูดดุนราวกับกำลังดื่มกินบางอย่าง มือของตัวเอกแห่งนิยายเลื่อนไปยังเบื้องล่างใช้ปลายนิ้วกดรวบไปตามเนื้อขาอันแสนนุ่มนิ่ม วนเวียนยังต้นขาอ่อนแตะยังข้อพับด้านในการทำเช่นนั้นปลุกเร้าบางส่วนให้ตื่นตัวขึ้น แต่เดิมการดื่มสุราก็มีผลให้รู้สึกถึงอารมณ์มากกว่าแต่กลับถูกมือบอบบางของคนงามปลุกเร้าจนร่างเล็กทนไม่ไหว
“อือ...จี้หยาง จ...” ร่างกายของนักพรตหนุ่มนั้นบิดกายไปตามแรงที่ขับเคลื่อนเขาถูกลิ้นเปียกชื่นนั้นโลมเลียกัดเบาๆ ที่ต่อมไตราวกับว่าสิ่งนั้นเป็ของขบเคี้ยวของอีกฝ่าย ่ล่างถูกแตะต้องจนเร้าอารมณ์ส่วนแข็งขืนนั้นตกอยู่ภายในเงื้อมือของตัวเองผู้แสนงดงาม
“อ๊ะ ...อ๊ะ” เสียงครางไม่เป็ภาษาดังขึ้นในยามที่ส่วนตื่นตัวของเด็กหนุ่มถูกลูบไล้ นิ้วเรียวงามของซ่งจี้หยางจับรวบมันรูดรั้งไปพร้อมกับการไล่จูบเนินอกขาว ถูกจู่โจมทั้งข้างบนข้างล่างพาให้ปลายนิ้วของนักพรตตัวน้อยสั่นเทาได้แต่รวบศีรษะของอีกฝ่ายเอาไว้แน่น “จี้หยาง จี้หยาง”
“ใจเย็นอาเซวียน” น้ำเสียงไพเราะกระซิบข้างหูมองดูใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความสุขสมจูบซับยังหน้าผากชื้นเหงื่อปล่อยให้ร่างเบื้องใต้บิดเร่าไปตามจังหวะการรูดรั้งฟังเสียงครางหวานแ่เร่งเร้าจังหวะไปพร้อมกับการการจูบ
“อื้อ อื...” หวังฮ่าวเซวียนได้แต่ครางในลำคออารมณ์ของเขาถูกปลุกเร้า มือคู่งามขยับไหวราวกับรู้หน้าที่อย่างดีมันเนิบนาบในคราแรกก่อนจะเร่งเร้าจังหวะในคราหลังความเสียวซ่านกลืนกินร่างกายไปพร้อมกับความสุขสมในยามสุดท้าย ร่างเล็กร่วงหล่นนอนหอบหายใจเมื่อปลดปล่อย
“อาเซวียน” ซ่งจี้หยางจูบซับหยาดเหงื่อนี่เพิ่งเป็การเริ่มต้นหาใช่จุดสิ้นสุดร่างภายในลืมตาปรือลงครึ่งหนึ่งมัวเมาในรสกามรมณ์ไปพร้อมกับรสสุรา ร่างสูงโน้มตัวหยิบเอาตลับเล็กกดปลายนิ้วลงในของเหลวลื่นนั้นสิ่งนั้นพาให้ระบบเบิกตากว้าง
ระบบชงมาเนิ่นนานเพิ่งจะรู้ว่าตัวเอกแห่งนิยายพกสารหล่อลื่นไปไหนมาด้วยทุกที่ นี่ต้องเป็ชายเช่นใดที่พกของแบบนี้ติดตัวเสมอ ...
“อือ...มะ..ไม่เจ็บ” หวังฮ่าวเซวียนกำลังเคลิ้มราวกับจะหลับกลับถูกปลุกด้วยความเ็ป มีของแปลกปลอมอย่างหนึ่งรุกล้ำเข้าไปในร่างกายเขา มันทั้งเย็นทั้งเจ็บพาให้ร่างเล็กดิ้นรน
"ชู่ว เด็กดีไม่เป็อะไร” ซ่งจี้หยางปลอบโยนร่างนั้นเขารับรู้แล้วว่าภายในหาใช่ศิษย์น้องของเขาแต่เป็เด็กหนุ่มผู้อื่นที่น่าจะอายุน้อยกว่าเขาอยู่มาก แต่สิ่งนั้นหาได้สำคัญเพราะ่เวลา 6 ปีที่ใช้ชีวิตร่วมกันนั้นมีความหมายมากกว่าการคิดเื่เล็กน้อย คนงามจูบหน้าผากปลอบนิ้วแทรกสอดเข้าไปในช่องทางคับแคบเพราะมันไม่เคยใช้งานมาก่อนถึงได้ตอดรับนิ้วอุ่น ซ่งจี้หยางใช้สองนิ้วทาของเหลวจนเสียงแห่งความเ็ปแปรเปลี่ยนเป็อย่างอื่น
“อือ..ตรงนั้น” หวังฮ่าวเซวียนแอ่นแผ่นหลังเมื่อรับรู้ถึงความเสียวซ่านความเ็ปเดิมค่อยถูกแทนด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจบอกได้ ปลายนิ้วเย็นนั้นกวาดไปตามผนังอ่อนบางกระตุ้นยังจุดเร้าอารมณ์พาให้ร่างเล็กบิดเร่าภายใต้อ้อมกอดใหญ่
“อาเซียน ...ไม่เสียแรงที่บำเพ็ญมานาน” ซ่งจี้หยางคลี่ยิ้มการหาจุดอ่อนไหวในคราแรกที่ร่วมรักแทบเป็ไปไม่ได้ทว่าเขาคือผู้ฝึกเซียนที่เกือบบรรลุเป็เซียนเื่หาจุดในร่างกายทำไมจะทำไม่ได้
ระบบที่กำลังแอบดูอยากเอาฝ่าเท้าก่ายหน้าผากกับตัวเอกนิยายที่ถึงขั้นเอาพลังมาใช้กับเื่แบบนี้
“อือ...” หวังฮ่าวเซวียนเหมือนตกอยู่ในห้วงความฝันแม้สุราจะมึนเมาเขาจนไม่หลงเหลือสติ ร่างกายกระตุกไปตามความรันจวนนิ้วที่สอดเสียดแทงสร้างความคุ้นชินขยับเข้าออกไปพร้อมกับจูบรสหวานมันถูกถอนออกในนาทีที่ของบางอย่างแทรกเข้ามาแทนที่ทำให้สติที่ล่องลอยของร่างเล็กตื่นเต็มที่
“เจ็บ อื้อ อ...” หวังฮ่าวเซียนร่ำไห้ั์ตาสีทับทิมลืมขึ้นมามองเห็นใบหน้างดงามที่อยู่เบื้องหน้าความเ็ปนั้นปลุกสติของเด็กหนุ่มให้ตื่นเต็มที่ หัวคิ้วเรียวขมวดคิ้วมองร่างกายเปลือยเปล่าของชายเบื้องหน้าด้วยความสับสน
เกิดอะไรขึ้น? เมื่อครู่นี้เขาดื่มสุรา
“อ๊ะ อ๊า...ดะ..” ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรมันก็กลายเป็เสียงครางหวานใสในยามที่ส่วนตื่นตัวที่ค้างคาในร่างกายขยับไหว
“อาเซวียน” ซ่งจี้หยางไม่ปล่อยให้คนรู้สึกตัวทัดทานอันใด เขานิ่งค้างตัวตนในร่างกายอ่อนนุ่มปล่อยให้อีกฝ่ายตอดรัดขยับไปตามแรงอารมณ์ เขาโอบกอดรัดร่างเล็กกระชับสะโพกสอดเสียดยังความปรารถนากระแทกความ้าะเข้าไปในร่างกายเร้าอารมณ์ หูฟังเสียงครางยิ่งอีกฝ่ายร้องเรียกชื่อเขาเท่าใดก็เหมือนปลุกเร้าบางอย่างในกายให้ตื่นขึ้น
“จี้หยาง อ๊ะ ...อ๊า” หวังฮ่าวเซวียนยังไม่ทันตั้งตัวความเ็ประคนสุขสมก็แล่นแย่งชิงสติของเขาไปจนหมด หัวของเขาว่างเปล่าบิดกายไปตามอารมณ์ของคนเบื้องบน สิ่งแปลกปลอมที่กำลังรุกรานร่างกายเขามีขนาดใหญ่เกินกว่าจะรองรับไหวเด็กหนุ่มได้ยินเสียงกระดูกตัวเอง จมูกได้กลิ่นเืสองมือกอดก่ายแผ่นหลังกว้างหวังจะเป็ที่พึ่งพิงจิกปลายเล็บลงไประบายความอึดอัดในร่างกาย “เจ็บ อื้อ”
“ข้า้าเ้า” ซ่งจี้หยางจูบปลอบประโลมเด็กน้อยในอ้อมกอดแม้จะเตรียมการอย่างดีทว่าขนาดร่างกายของตัวเองที่แตกต่างกันไปทำให้ร่างเบื้องล่างเจ็บจนได้ “หวังฮ่าวเซวียนข้าอยากได้เ้ามาโดยตลอด”
“อึ่ก อา...” หวังฮ่าวเซวียนน้ำตาคลอเพราะความเ็ปซบใบหน้าลงกับไหล่กว้างมือลูบแผ่นหลังนั้น เขาได้กลิ่นดอกกุ้ยฮวาโอบล้อมไว้ สุ้มเสียงอ่อนโยนที่แสนน่าอาบนั้นกระซิบแ่เบาข้างหูปิดกับเรือนร่างที่แนบชิดเข้ามาราวกับหิวโหย ร่างกายของเด็กหนุ่มโอบรัดผู้รุกรานจนแน่นปล่อยให้อีกฝ่ายขยับกายตามใจชอบ หวังฮ่าวเซวียนรู้สึกเหมือนตนเองเป็ตุ๊กตาตัวหนึ่งที่เคลื่อนไปตามแรงที่นำทางเขาบิดเร่าภายใต้อ้อมกอดใหญ่ขาเรียวรัดสะโพกใหญ่พร่ำร้องเรียกชื่อคนที่กระทำ “จี้หยาง จี้หยาง...อ๊ะ.. อ๊า....”
“อาเซียนเ้าน่ารักมาก” เสียงเปียกชื้นเลื่องล่างดังขึ้นไปตามจังหวะร่วมรักที่ปลุกเร้าอดไม่ได้ที่จะจูบซับน้ำตาที่ร่วงหล่น
“อ๊ะ...อ๊า” หวังฮ่าวเซวียนไม่มีจังหวะให้อ้าปากอันใดร่างกายของเขาเหมือนไม่ใช่ของตัวเองอีกต่อไปในยามที่มันสอดประสานไปกับจังหวะแห่งรักเขาก็รู้สึกว่าร่างกายของตนเองนั้นช่างน่าอับอายยิ่งนัก แม้จะไม่สมยอมในทีแรกแต่เมื่อถึง่ท้ายเขาล้วนแต่เป็ผู้ขยับสะโพกหาอีกฝ่ายแม้เสียงเปียกชื้นนั้นจะดังแค่ไหนกลับเป็ฝ่ายเรียกร้องเพื่อให้ตนเองรู้สึกดีมากกว่านี้ “จี้หยาง จี้หยาง อา...ดะ..ดี”
“อา..เ้าชอบให้ทำตรงนี้สินะ” ซ่งจี้หยางรู้ว่าอีกฝ่ายได้ถูกตัณหาครอบจนหมดสะโพกนั้นตอบโต้เขาจนต้องเม้มริมฝีปากไม่ให้ปลดปล่อยเร็วเกินไปเขา เขาประคองร่างเล็กกระแทกไปด้วยความรุนแรงกว่าเดิม
“อาเซวียน ข้ารักเ้า” คำบอกรักถูกบอกมาในยามที่ร่างสูงกระแทกสุดตัวจูบปิดปากน่ารักก่อนที่จะเอื้อมมือไปกระตุ้นแก่นกลางของเด็กหนุ่มปลดปล่อยให้ไปพร้อมกัน
“อ๊า...” หวังฮ่าวเซวียนกรีดร้องในนาทีสุดท้ายแผ่นหลังแอ่นตัวรับหยาดหยดกามรมย์จนหมด เขาหอบหายใจปรือตาลงรู้สึกเหน็ดเหนื่อยจนขยับไม่ได้ เรียวขาเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบสีขาวตัดกับสีแดงของเื
“อาเซียนเ้าน่ารักเหลือเกิน” ซ่งจี้หยางเคยวาดฝันใบหน้าในยามนี้เช่นนี้ของคนรักมานานนับแต่เมื่อได้ยลโฉมเขากลับรู้สึกว่าใบหน้าของอาเซียนนั้นเร้าอารมณ์เกินไป ใบหน้าน่ารักที่ปรือลงครึ่งหนึ่งหอบหายใจยั่วเย้าให้บางอย่างตื่นตัวมาอีกครา มือโอบอุ้มคนน่ารักที่นอนอยู่ให้ขึ้นมาบนตักตนเองสอดแทรกความ้าเข้าไปอีกครา เพราะเป็ครั้งที่สองและภายในยังเอ่อล้นด้วยของเหลวทำให้การเข้าไปในครั้งนี้ราบรื่นกว่าเดิมกว่า
“อ๊ะ ..เดี๋ยว ..พะ..พอ อื้อ!!” หวังฮ่าวเซียนถูกอุ้มขึ้นตักสะโพกถูกกดเพื่อรองรับความใหญ่โตอีกครั้งกรีดร้องเสียงดัง สะโพกถูกจับเอาไว้แน่นแรงกระแทกจากเบื้องล่างเติมเต็มความปรารถนาให้เขา แก่นกายของเด็กหนุ่มเสียดสีกับกล้ามหน้าท้องของตัวเอง
“อ๊ะ อ๊า..ไม่ อือ” ร่างกายขยับไหวไปบนตักนั้นตามแรงขับเคลื่อนแห่งรัก หยาดน้ำตาร่วงหล่นอีกคราท่ามกลางสติพร่ามัวเขาเห็นใบหน้างามล้ำของตัวเอกแห่งนิยาย ั์ตาคู่สวยที่เอ่อล้นไปด้วยความยินดี ผิวขาวที่ขึ้นสีแดงจัดและร่างกายสวยงามที่เกาะพราวด้วยหยาดเหงื่อทั้งหมดล้วนแต่เป็ความงดงามจนยากจะละั์ตา
“พอ...อื้อ อ๊า..” ไม่ว่าจะต่อต้านแค่ไหนสุดท้ายแล้วร่างกายของเขาก็ทรยศยอมหลอมรวมไปกับการร่วมรักเป็ฝ่ายกอดอีกฝ่ายเอาไว้แน่นอ้าขาเพื่อให้สิ่งนั้นสอดแทรกเข้ามาได้ถนัด
“อาเซวียน ข้าจองห้องนี้เอาไว้ถึงเช้า”
หวังฮ่าวเซวียนรู้สึกว่าคำพูดนั้นช่างน่ากลัวเหลือเกิน ...
*************************************
“เ้าว่า่นี้อาจารย์ของข้าแปลกไปหรือไม่?” กัวเฉิงกำลังใช้สมองอย่างนักเขามีเื่กลุ้มใจนับั้แ่ผ่านพ้นเทศกาลลอยโคมอาจารย์ของเขากลับล้มป่วยบ่อยๆ “ท่านก็อายุมากแล้วข้าเกรงว่าท่านจะอยู่กับข้าได้ไม่นาน”
กัวเฉิงไม่ทราบอายุที่แน่ชัดของอาจารย์ แม้ในโลกแห่งนี้ขอเป็ผู้ฝึกตนที่พยายามพอจะทำให้คงวัยหนุ่มเอาไว้ได้ก็ตามที
“ไม่ต้องห่วง ...” เจิ้งฝานเชิงตอบคนรักคลอเคลียพวงแก้มคลี่ยิ้มอ่อนโยน “อาจารย์เ้าแค่ยังไม่ชิน”
“ไม่ชินอันใด?” กัวเฉิงยังไม่เข้าใจมือของคนรักก็มายุ่งย่ามจนตนเองต้องตีมือกลับไป “ข้าปวดสะโพกไปหมดแล้วพอเถอะ”
ใช้แล้วกัวเฉิงเองก็ถูกคนรักทำอย่างหนักเช่นกัน แต่ว่าลูกศิษย์เป็อย่างไรอาจารย์ย่อมเ็ปกว่า ในยามเช้าของหวังฮ่าวเซวียนนั้นไม่เคยได้ตื่นนอนอย่างมีความสุขสักวัน
“อ๊ะ ..พะ..พอ...แล้ว..อา” เสียงห้ามดังไม่เป็ศัพท์มือขยุ้มผ้าปูที่นอนเขาถูกจับให้นอนคว่ำสะโพกแนบติดกับแก่นกลางร้อนระอุ ร่างกายเคลื่อนไหวจนเตียงสั่นไหวเพราะผู้ที่เื้ัเขานั้นไม่ปราณีแม้แต่น้อย
“อาเซวียนน่ารักเกินไปตอนตื่นนอน” ซ่งจี้หยางเกาะกุมสะโพกน่ารักกระแทกตัวตนเข้าไปจนเตียงส่งเสียงฟังเสียงครางหวานใสจูบซับยังแผ่นหลังเปล่าเปลืองมองดูเรือนร่างขาวผ่องที่เต็มไปด้วยรอยจากเขา
“อ๊ะ ..อื้อ...มะ..เมื่อคืน...5 ..ตอนเช้าก็อีก” หวังฮ่าวเซวียนร่ำร้องทั้งน้ำตาร่างกายส่งเสียงประท้วงในยามที่ความสุขสมแล่นริ้วเข้าสู่สมอง นับั้แ่เทศกาลโคมลอยอีกฝ่ายก็ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านของเขาทำทุกที่ั้แ่ระเบียง ห้องหนังสือ เตียง ต้นไม้ แม่น้ำ เขาเพิ่งรู้ว่าตัวเอกแห่งนิยายที่หน้าหวานเคะหนักหนาหื่นขนาดนี้ เมื่อคืนก็ทำเขาไป 5 รอบตื่นเช้าก็ทำอีก
“ข้า้าเ้า อาเซวียน” ร่างสูงรั้งอีกฝ่ายขึ้นมานั่งบนตักจับสะโพกขยับสั่นไหวท่ามกลางเสียงกรีดร้องจูบลงยังซอกคอระหง กระแทกความ้าปลดปล่อยหยาดน้ำใสประคองเรือนร่างที่ร่วงหล่นราวกับตุ๊กตาเอาไว้แนบอก “อาเซวียนข้ารักเ้า”
“ข้า...กะ..” คำว่าเกลียดถูกกลืนหายไปในลำคอพร้อมกับจูบหวานหวังฮ่าวเซวียนขนลุกเมื่อคิดว่าเขาต้องรับแท่งหยกขนาดใหญ่นั้นอีกแล้ว
ให้ตายเถอะเ้าควรจะเป็ฝ่ายรับไม่ใช่ฝ่ายรุกหื่นกาม โธ่เว้ย
“ข้าขออีกรอบ” ซ่งจี้หยางออดอ้อนแบบไม่เคยรอคำตอบ มือใหญ่พลิกร่างกายเล็กให้นอนราบพาดเรียวขาเรียวไว้บนบ่าแล้วเติมเต็มอีกฝ่ายไปทั้งวันท่ามกลางเสียงกรีดร้องของหวังฮ่าวเซวียน
ส่วนระบบที่ชงแก้วมาตลอดได้แต่อมยิ้มแก้มปริอัดคลิปวีดีโอไว้ย้อนดูแต่มันเยอะเหลือเกินเพราะตัวเอกขยันเกินไป
*******************************************
“ฮ่าวเซวียน...” หวังฮ่าวเซวียนได้ยินเสียงร้องเรียกเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาพบเข้ากับดวงตางดงามเขาก็ผวาไปอึดใจหนึ่งอยากจะลุกหนีทว่ากลับทำไม่ได้เมื่อร่างกายหนักไปหมด ััได้ยังความเ็ปจนต้องกัดฟันจากมือทั้งสองข้าง
“อา...” หวังฮ่าวเซวียนกระพริบตาเขามองดวงหน้างามล้ำของซ่งจี้หยางสลับกับห้องที่คุ้นเคยกลิ่นสมุนไพรฉุนจมูกมือทั้งสองข้างไม่สามารถขยับได้ ร่างกายร้อนราวกับมีไฟสุมทรวง
“เป็อย่างไรบ้างเ้าไข้ขึ้น” ซ่งจี้หยางหยิบผ้าจุ่มน้ำบิดแล้วลูบใบหน้าเช็ดตามตัวศิษย์น้องหวังจะระบายความร้อนจากพิษไข้ “เ้าเอาแต่พูดว่า ไม่ ไม่ กรีดร้องฝันร้ายงั้นหรือ?”
“อา ที่นี่...”
“ลืมแล้วหรือเพราะว่าเ้าช่วยข้าจากน้ำแข็งมือทั้งสองข้างจึงได้ลุกไหม้ แถมยังได้าแเป็อันมาก ตอนนี้เ้ากำลังไข้ขึ้นเพราะพิษาแ”
“เมื่อครู่..ฝัน?” หวังฮ่าวเซวียนทบทวนความทรงจำเลือนรางของตนเอง ใช่แล้วเขาทำเควสระบบเพื่อช่วยซ่งจี้หยางจึงทำให้าเ็หนัก “ข้าฝันร้ายเกี่ยวกับเ้านะ”
เด็กหนุ่มรู้สึกโล่งใจใช่แล้วคนที่งามนุ่มนวลราวกับดอกไม้เช่นนี้จะไปเป็ฝ่ายรุกแสนหื่มกามได้เยี่ยงไร นี่มันฝ่ายรับอ่อนแอบอบบางที่แสนน่าถะนุถนอมต่างหาก
“ฝันร้ายเกี่ยวกับข้าหรือ มีอะไรหรือ?” ซ่งจี้หยางขยับมานั่งข้างเตียงเขาอยากจับมือทว่าไม่อาจทำได้จึงได้แต่ดึงรั้งชายแขนเสื้อหวังฮ่าวเซวียนเอาไว้
“ช่างมันเถอะ” หวังฮ่าวเซวียนหลุบตาลงเขาได้กลิ่นหอมหวานของดอกกุ้ยฮวาได้แต่คลี่ยิ้ม
ดีจังเลยที่เป็ฝัน! ตัวเอกจะไปเป็รุกได้อย่างไรแถมยังเลือกข้าไปเป็ฟูเหรินของเขาอีกด้วย โอ้ย เพ้อเจ้อเหลือเกิน
End
**********************
น้องฝันค่ะ ไม่ใช่เื่จริงนะคะ ...ใช่แล้วความจริงนั้นโหดร้ายกว่า คิดว่าพระเอกที่วางยานายเอกช่วยตัวเองนั้นจะอดทนรอมา 6 ปีแล้วกินนุ่มขนาดนั้นหรือไง 55+ แต่ความอึดนี่น่าจะสูสี