โจวเยี่ยนหยิบกระเป๋าเอกสารของฉินฟางยื่นให้อย่างลนลานฉินฟางเปิดกระเป๋าหยิบสมุดเช็คและปากกาออกมา ตวัดปากกาเขียนตัวเลขจำนวนสิบล้านก่อนจะยื่นให้เหอปู้ฝาน “เช็คสิบล้าน คุณเอาไปสิ!”
เหอปู้ฝานทั้งตกใจทั้งดีใจที่ตกใจเพราะฉินฟางยื่นเช็คสิบล้านให้ด้วยสีหน้าถมึงทึงจนอีกนิดจะจับเขากินอยู่แล้วหากเขารับเงินสิบล้านมา เขาอาจจะถูก ‘เกลียด’ ไปเลยก็ได้ แต่นี่มันเงินสิบล้านเลยนะ เงินก้อนโตขนาดนี้ ตัดใจไม่เอาไม่ได้จริงๆไม่ว่าจะเกลียดหรือไม่เกลียดก็ต้องรับเงินจำนวนนี้ไว้เดิมพันแล้วต้องรับความพ่ายแพ้ หากเปลี่ยนเป็นเขาแพ้พนันสิบล้านฉินฟางจะไม่ให้เขาจ่ายหรือไง
ส่วนที่ดีใจเพราะในที่สุดก็ทำเงินได้สิบล้าน หักเงินทุนสองล้านเขาก็ยังทำกำไรได้ถึงแปดล้าน แปดล้านเลยนะ ลำพังธุรกิจของเขายังต้องตรากตรำอยู่หลายปีถึงจะได้!
เหอปู้ฝานรับเช็คสิบล้านมาด้วยมือสั่นเทาแต่ความจริงไม่ต้องคิดสักนิด เขาต้องเอาเงินนี่อยู่แล้ว!
ฉินฟางส่งเช็คให้ แต่ใจยังยากจะขจัดอารมณ์โกรธออกไป ทว่าจะระเบิดออกมาต่อหน้าทุกคนก็ไม่ได้จึงหอบหายใจตัวโยน
โหมวซือฉิงถอนหายใจบรรยากาศเดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลงนี่มันน่าอกสั่นขวัญแขวนจริงๆ เธอไม่เคยเห็นวิธี ‘พนัน’ แบบนี้มาก่อนแล้วยังเป็นธุรกิจถูกกฎหมายเสียด้วย นี่ก็คือการทดสอบ ‘ทักษะการดูของ’!
ตอนแรกโหมวซือฉิงอยากเตือนว่าอย่าลงพนันอะไรง่ายๆ สิ แต่เมื่อคิดได้ว่าในเมื่อฉินฟางเสียเงินสิบล้านไปแล้วในชั่วพริบตาไม้กลายเป็นเรือ เรื่องเกิดขึ้นแล้ว เธอพูดมากไปจะมีประโยชน์อะไร
แล้วฉินฟางก็ยังโกรธมาก พูดแล้วก็กลัวว่าเขาจะระเบิดอารมณ์ใส่คนอื่นเหลือเกินดังนั้นเงียบไว้ดีกว่า
ทว่าโหมวซือฉิงกลับคิดถึงสวี่ตง เจ้าเด็กนี่ทักษะการดูของยอดเยี่ยมนักไม่ใช่เหรอทำไมไม่เห็นเขาลงสนามซื้อหินสักก้อน ไม่แน่นะ เขาอาจจะเป็นเหมือนเหอปู้ฝานก็ได้พริบตาเดียวก็สร้างรายได้หลายล้าน ง่ายกว่าซื้อลอตเตอรี่อีก มิน่าล่ะ คนพวกนี้ถึงเป็นบ้าเพราะหินกันไปหมด!
ความจริงโหมวซือฉิงไม่รู้ว่าหินพนันคือการเดิมพันที่แพ้เก้าในสิบ ที่เดิมพันจนทำเงินได้มีเพียงหนึ่งในหมื่นเหอปู้ฝานโชคดีจริงๆ ให้หม่าตงเซิงตัดหินครั้งแรกก็ได้สีเขียวเลย แน่นอนว่าเพราะ ‘เขียวหนังผี’ ตอนตัดครั้งแรกนี่แหละที่ทำฉินฟางสูญเสียครั้งใหญ่!
เถี่ยเฉิงจินแอบดีใจอยู่เงียบๆ หากไม่ใช่เพราะฉินฟางลงสนามมา ‘ขวางทาง’ เขา คนที่จะสูญเงินก้อนใหญ่คงเป็นตัวเขา เถี่ยเฉิงจินคนนี้นี่แหละแน่นอนว่าหากฉินฟางไม่ลงมือ เขาก็ให้ได้มากสุดที่หกล้านหยวนหากจะขาดทุนก็ขาดทุนที่หกล้านหยวน
แต่จากต้นทุนแล้ว ฉินฟางทำเงินกลับมาได้สองล้าน จ่ายออกสิบล้านขาดทุนจริงเพียงแปดล้าน เถี่ยเฉิงจินขาดทุนหกล้านซึ่งก็ไม่ได้ต่างจากแปดล้านเท่าไรนัก!
เมื่อเห็นว่าทุกคนเงียบกริบ บรรยากาศดูจริงจังโหมวซือฉิงจึงรีบยิ้มให้สวี่ตง “สวี่ตง นายเป็นผู้เชี่ยวชาญไม่ใช่เหรอเลือกหินมาเล่นสักก้อนสิ อาจทำเงินได้หลายล้านเหมือนเขาก็ได้ นายจะทำเงินได้ก้อนโตเลยนะ!”
โหมวซือฉิงแค่ทำเสียงกึ่งล้อเล่นกึ่งจริงจังกับสวี่ตงสองคนไม่ได้ตั้งใจจะเยาะเย้ยใคร ทว่าคำพูดนั้นดันบาดหูฉินฟางเป็นพิเศษคิดว่าคำพูดพวกนี้กำลังเยาะเย้ยที่เขาสูญเงินสิบล้าน!
ฉินฟางเหลือบมองสวี่ตงแล้วก็ทนไม่ได้ที่เห็นโหมวซือฉิงหัวร่อต่อกระซิกกับเขาความโกรธยิ่งพุ่งพล่านจนหลุดพูดอย่างเย็นชา “อ้อ คุณเป็น ‘ผู้เชี่ยวชาญ’ สินะ งั้นทำไมไม่เล่นสักหน่อยล่ะครับดีเลย ทุกคนกำลังตื่นเต้น คุณถูกใจหินก้อนไหนล่ะคุณดูสิเถ้าแก่เหอทำเงินได้ตั้งสิบล้าน ง่ายเหมือนหยิบจากพื้นเลย!”
ตอนนี้ฉินฟางกำลังระเบิดอารมณ์โกรธทั้งหมดใส่สวี่ตงขอเพียงหลอกให้เขาลงเล่นหินพนันได้ก็ไม่พ้นแพ้ยับเยินจนบ้านแตก!
ก่อนหน้านี้โหมวซือฉิงช็อกตาตั้งกับการเล่นหินพนันทั้งยังตื่นเต้นมากจึงขอให้สวี่ตงลงพนันสักตาโดยไม่คิดอะไรแต่พอฉินฟางพูดแบบนี้เธอก็รู้สึกได้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติหินพวกนี้ราคาขึ้นเป็นหมื่นเป็นแสน สวี่ตงจะเอาที่ไหนมาจ่าย
แล้วก็จริงอย่างที่คิด สวี่ตงครุ่นคิดพักใหญ่ก่อนจะพูดกับฉินฟางว่า “ประธานฉิน ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญอะไร เป็นแค่คนยากจนคนหนึ่งทั้งตัวมีอยู่ประมาณสามร้อยหยวน หินก้อนที่ถูกที่สุดของคุณก็ยังราคาตั้งหลายพันผมจะมีปัญญาซื้อได้ยังไง หรือไม่คุณก็ลดให้ผมหน่อยก้อนนั้นน่ะขายให้ผมสามร้อยหยวนได้ไหมครับ”
คำพูดของสวี่ตงทำเอาทุกคนในที่นี้อึ้งกันเป็นแถบผ่านไปครู่ใหญ่ถึงได้เข้าใจว่าสวี่ตงกำลังต่อรองเขา ต่อราคาเหลือสามร้อยหยวนช่างกล้าพูดออกมาได้!
ฉินฟางจ้องหน้าสวี่ตงชนิดที่ลูกตาแทบพ่นไฟ สามร้อยหยวน นี่เขากำลังล้อเล่นหรือไง
ทว่าเห็นสีหน้าของสวี่ตงจริงจังมาก ฉินฟางก็หัวเราะเยาะ ‘หึๆ’ พักใหญ่ถึงโพล่งออกมาว่า “ได้ ขายให้คุณสามร้อย!”
หินก้อนนั้นคือก้อนที่ถูกที่สุดเพียงสามพันหยวน สามร้อยก็สามร้อย ดูซิว่าเขาจะเล่นกลเม็ดอะไรอีกอย่างหากโหมวซือฉิงเห็นเองกับตาว่า ‘เด็กบ้านนอก’อย่างสวี่ตงแค่อวดฉลาดละก็ เธอยังจะมองเขาต่างจากคนอื่นอีกไหม
ราคาสามร้อยหยวนย่อมไม่คุ้มที่จะเอ่ยถึงฉินฟางขบคิดว่องไวก็ยังรู้สึกดี จะได้ใช้โอกาสนี้เปิดโปง ‘ข้อบกพร่อง’ ของสวี่ตงให้โหมวซือฉิงเห็นกันชัดๆไปลย!
สวี่ตงดีใจมาก ทั้งเนื้อทั้งตัวเขาไม่มีเงินแล้วจริงๆก้อนอื่นเขาไม่อยากได้ ต้องก้อนนี้เท่านั้นเมื่อครู่การตัดหินของหม่าตงเซิงก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาไม่ได้มองผิดหรือวิเคราะห์ผิดถึงแม้หินก้อนนั้นจะถูกปั่นราคาจนสูงถึงสิบล้านแต่ข้างในไม่มีออร่าสมบัติก็เป็นเพียงหินไร้ค่าก้อนหนึ่ง!
แต่ข้างในหินก้อนที่ถูกที่สุดก้อนนี้มีออร่าสมบัติสีน้ำเงินเข้มข้นมากหากพลังของเขาปกติดีก็หมายความว่าข้างในหินก้อนนี้มีหยกชั้นดีอยู่จริง มิเช่นนั้น คงไม่แผ่ออร่าสมบัติเข้มข้นขนาดนี้!
กระทั่งฉินฟางใช้น้ำเสียงดูถูกเขาอยู่หรือไม่สวี่ตงก็ไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย จะดูถูกหรือไม่ดูถูกแล้วมันเกี่ยวอะไรกันล่ะ
ทันทีที่ฉินฟางตกลง สวี่ตงก็ควักสามร้อยหยวนออกมาจากกระเป๋ากางเกงเขามีเงินทั้งหมดเพียงสามร้อยยี่สิบเจ็ดหยวนห้าเหมา เป็นธนบัตรหนึ่งร้อยหยวนสองใบธนบัตรห้าสิบหยวนหนึ่งใบ ธนบัตรยี่สิบหยวนหนึ่งใบ ธนบัตรสิบหยวนห้าใบธนบัตรหนึ่งหยวนเจ็ดใบ แล้วยังมีเหรียญห้าเหมาหนึ่งเหรียญ ควักออกมาได้เป็นกำใหญ่
สวี่ตงกำธนบัตรหนึ่งร้อยหยวนสองใบและห้าสิบหยวนหนึ่งใบไว้ในมือซ้ายมือขวาก็นับธนบัตรสิบหยวนอีกห้าใบ ก่อนจะรวมเงินสามร้อยยื่นไปตรงหน้าฉินฟาง “ประธานฉิน สามร้อยหยวนครับ คุณนับดู!”
ฉินฟางรับมาด้วยสีหน้าบึ้งตึงไม่คิดจะมองมันด้วยซ้ำก็หันไปยื่นให้หม่าเชาที่อยู่ข้างๆ “หม่าเชา สามร้อยหยวนนี่ให้นายไว้ซื้อบุหรี่ เอาไปสิ!”
หม่าเชารับเงินไปพร้อมขอบคุณเสียงเบา เขาไม่ใช่คนโง่ดูออกว่าตอนนี้เถ้าแก่ฉินฟางกำลังหัวเสียจึงไม่กล้ายั่วโมโหเขาเขาให้ทำอะไรก็ทำตามนั้น เชื่อฟังเขาหน่อยดีกว่า!
สวี่ตงไม่สนใจว่าฉินฟางจะเอาเงินให้ใครแค่เขาซื้อหินก้อนนี้มาไว้ในมืออย่างเปิดเผยตรงไปตรงมาก็พอขอแค่อีกฝ่ายตกลงขายและรับเงินเขาไป ไม่ว่าหลังจากนี้หินก้อนนี้จะ ‘เปลี่ยน’ เป็นมูลค่าเท่าไรฉินฟางก็ไม่มีสิทธิ์พูดอะไร!
ผู้คนล้อมเข้ามาดูมากขึ้นเรื่อยๆหลายคนที่กำลังดูเครื่องประดับก็เดินมาดูการเล่นหินพนันทว่าเจอกับสวี่ตงที่ซื้อหินด้วยราคาสามร้อยหยวนเข้าก็ไม่ได้รู้สึกน่าดูชมสักนิด
สิ่งที่ทำให้พวกเขาตื่นเต้นคือเรื่องที่เหอปู้ฝานทำกำไรได้ถึงแปดล้านในพริบตาเดียวต่างหากการได้เห็นเองกับตายิ่งทำให้พวกเขาเลือดสูบฉีดในหัวฉายภาพกองเงินหลายล้านหรือกระทั่งหลายสิบล้าน!
ฉินฟางเห็นสวี่ตงทำหน้าดีใจก็แค่นเสียงถามเขา “หินก้อนนี้ก็ซื้อแล้ว อยากให้ช่างหม่าผ่าเปิดตรงนี้เลยไหมครับ”
“แน่นอนครับ!” สวี่ตงตอบด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า“ยังไงมันก็แค่สามร้อยหยวน ขาดทุนก็ไม่น่ากลัวหรอกครับในเมื่อเป็นการพนัน ถ้าผมไม่ตัดแล้วจะให้อุ้มมันกลับไปนอนกอดด้วยเหรอครับ”
ฉินฟาง ‘อึ้ง’ จนพูดไม่ออกการที่สวี่ตงพูดออกมาต่อหน้าเขาว่า ‘ยังไงมันก็แค่สามร้อยหยวน’เหมือนกำลังตบหน้าเขาชัดๆ แล้วเมื่อกี้ใครที่ต่อรองราคากับเขาทั้งเนื้อทั้งตัวควักออกมาได้แค่สามร้อยกว่าหยวน แต่ตอนนี้กลับหน้าด้านพูดว่า ‘ก็แค่สามร้อยหยวน’ งั้นเหรอ
“ช่างหม่า ตัดเปิดให้เขา!”ฉินฟางที่โมโหสุดขีดโบกมือสั่งหม่าตงเซิงกำลังคิดว่าโหมวซือฉิงทั้งสูงส่งทั้งสง่างามคงไม่มีทางไปชอบไอ้ด้วงดินนี่หรอกมั้ง
น่าจะเป็นไปไม่ได้ บางทีอาจเป็นแค่เพื่อนที่รู้จักกันเฉยๆ มิเช่นนั้นหากโหมวซือฉิงชอบอะไรแบบนี้หน้าตาของตระกูลโหมวคงจะเสียหายย่อยยับแน่แล้วก็ขายหน้าตัวเขาเองด้วยหากคนอื่นได้ยินว่าผู้หญิงที่ฉินฟางจีบไม่ติดไปชอบเด็กบ้านนอกยากจนไร้ชื่อเสียงแบบนี้เข้าเขายังจะมีหน้าอยู่ในเมืองถงเฉิงต่อไปได้อย่างไร
หม่าตงเซิงพยักหน้าไม่รอให้ลูกชายลงมือเขาก็ก้มหยิบหินก้อนนั้นวางบนโครงของเครื่องตัดหิน
หินของสวี่ตงนับว่ามีขนาดเล็ก น้ำหนักโดยรวมไม่น่าเกินห้าสิบกิโลกรัมหม่าตงเซิงจึงอุ้มมันได้ไม่ยากนัก
ก้อนหินขนาดไม่ใหญ่ หม่าตงเซิงมองดูผิวเรียบลื่นของมัน มีด้านหนึ่งเป็นรอยขรุขระแสดงว่ามันเป็นหินชิ้นเล็กที่แยกออกจากหินก้อนใหญ่อีกทีมีจุดสีเขียวเท่าเม็ดถั่วเหลืองอยู่สองสามจุด ดูจากสีและความแวววาวแล้วราคาสามพันหยวนที่ฉินฟางตั้งมาก็ออกจะสูงเกินไป!
จากประสบการณ์ของหม่าตงเซิง ทำให้เขาดูแคลนหินก้อนนี้
เส้นที่จะกรีดเปิดขึ้นอยู่กับประสบการณ์ หม่าตงเซิงไม่มีความ ‘คาดหวัง’ แม้แต่น้อยทั้งสีทั้งความแวววาวแย่ขนาดนี้คงไม่มีอะไรดีๆ ให้คาดหวัง การตัดเปิดหาหยกชั้นดีเป็นเรื่องยากจริงๆคิดดูสิ หินที่ฉินฟางลงพนันไปสิบล้านเมื่อครู่ ตัดครั้งแรกให้สีเขียวสวยสดขนาดนั้นแต่ผลลัพธ์กลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงหินของสวี่ตงยิ่งไม่มีทางเกิดสิ่งอัศจรรย์อะไรได้หรอก
กลุ่มคนที่ยืนล้อมวงดูเพิ่มเป็นยี่สิบถึงสามสิบคนแล้วเนื่องจากคนที่เล่นหินพนันในตอนนี้คือสวี่ตงซึ่งพวกเขาไม่รู้จักทั้งยังให้ราคาแค่สามร้อยจึงไม่มีใครคิด ‘เพ้อฝัน’ พวกเขาคุยสัพเพเหระเรื่องหินพนันกันไปเรื่อยเปื่อย
หม่าตงเซิงลงมีดครั้งแรกตรงด้านที่ค่อนข้างหนาความลึกของมีดคือประมาณหนึ่งเซนติเมตรครึ่ง
ทันทีที่เครื่องตัดทำงาน เสียงดังและฝุ่นควันก็ตลบฟุ้งอีกครั้งคนส่วนใหญ่หันมามองแล้วปิดจมูกถอยออกไปหลายเมตรเพื่อเลี่ยงไม่ให้ฝุ่นละอองเปื้อนหน้าหรือเสื้อผ้าของพวกเขา
กลับกัน โหมวซือฉิงจ้องหม่าตงเซิงอย่างตื่นเต้นเธอไม่เข้าใจเรื่องหินหยกเลยแม้แต่น้อยฉากเดียวที่ฝังลึกในสมองคือเหอปู้ฝานทำเงินสิบล้านได้ในชั่วพริบตาเธอจึงกำลังจินตนาการว่าหินของสวี่ตงจะสร้างความอัศจรรย์แบบนั้นได้หรือไม่แน่นอนว่าคงไม่ถึงสิบล้านอย่างเหอปู้ฝานหรอกหากเปิดออกมาได้มูลค่าห้าพันหรือหมื่นหนึ่งก็ไม่เป็นไรแค่มากกว่าต้นทุนสามร้อยหยวนก็ถือว่าได้กำไรแล้ว!