บทที่ 174
เรื่องขอร้อง
“ คุณหนูตระกูลซูมาขอพบขอรับ ” เสียงคำรายงานจากทหารด้านนอกกระโจมดังเข้ามาด้านใน
หวงเจียวลู่ที่กำลังสนทนากับขุนพลคู่กายหันไปมอง ก่อนหน้านี้ทั้งสองกำลังสนทนาเกรียนเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา
แขกที่ไม่คาดคิดก็เดินทางมาถึงในตอนนี้ เพราะแบบนั้นประโยคสนทนาของพวกเขาจึงจบลง
“ น่าแปลกนะขอรับเหตุใดคุณหนูซูถึงเดินทางมาพบท่านไหนตอนนี้ ”
“ นั่นคือด้านนอกอากาศหนาวเย็นข้าเองก็ไม่คิดว่านางจะเดินทางมาพบข้าเช่นเดียวกันว่าแต่ให้นางเข้ามาก่อนเถอะ ”
“ เข้าใจแล้วขอรับ ”
หลังจากนั้นก็เชิญซูฉีเข้ามาบริเวณด้านนาย ซูฉีเดินทางมาที่กองทัพเกาะดำในช่วงที่ด้านนอกนั้นหนาวเหน็บเช่นนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าประหลาด
“ ไม่คาดคิดเลยว่าเจ้าจะเดินทางมาพบข้าในช่วงเวลาเช่นนี้เป็นอันไดร์ฟงานของเจ้าเริ่มน้อยลงแล้วอย่างนั้นรึ? ” แม่ทัพหนุ่มถามซูฉีอย่างสนิทสนม
ก่อนหน้านี้ซูฉีงานยุ่งเป็นอย่างมาก นางมีงานที่จำเป็นจะต้องทำไม่เว้นแต่ละวัน เวลาทั้งหมดเองก็หมดไปกับการทำงานพวกนั้นและสะสางงานที่เหลืออยู่
คนที่ขอเข้าพบนางขนาดเป็นแม่ทัพใหญ่นางยังไม่ค่อยจะมีเวลาให้เลยด้วยซ้ำ
“ ท่านแม่ทัพกล่าวเกินไปแล้วเจ้าค่ะตัวของข้าไม่ได้ยุ่งขนาดนั้นสักหน่อย ”
“ ไม่ได้ยุ่งขนาดนั้นอย่างนั้นหรือบางวันข้าเองก็ชวนเจ้ามาดื่มน้ำชาด้วยแต่เจ้าเองก็บอกว่าเจ้านั้นมีงานที่ต้องสะสางมากมาย ”
“ ข้าเป็นเพียงแค่คนผู้หนึ่งที่กำลังสร้างเนื้อสร้างตัวนะเจ้าคะ บางวันข้าเองก็ต้องสะสางงานแต่บางวันข้าเองก็ว่างทั้งวัน ” อันที่จริงแล้วซูฉีนางที่ปฏิเสธคำเชิญรวมดื่มน้ำชากับแม่ทัพหนุ่มก็เป็นเพราะว่านางนะทำตัวไม่ถูก
ในตอนแรกที่เจอกับแม่ทัพหนุ่มผู้นี้เค้าเป็นคนที่สามารถคาดเดาได้ยากเย็นอยู่แล้ว แต่หลังจากพี่รู้จักกันไปเรื่อยเรื่อยก็จริงเข้าใจได้ยากเย็นมากขึ้นไปอีก
ยิ่งเป็นในตอนช่วงหลังหลังนี่นางรู้สึกว่าการประเชิญหน้ากับแม่ทัพหนุ่มผู้นี้มันยิ่งทำให้นางรู้สึกลำบากใจ
เพราะแบบนั้นเมื่อมีคำเชิญร่วมดื่มน้ำชาหลายต่อหลายครั้งนางเองก็มักจะอ้างเรื่องงานเข้ามายุ่งเกี่ยวและปฏิเสธไป
“ อย่างนั้นหรอคงจะเป็นเพราะว่าตอนนี้เข้าสู่หน้าหนาวการเพาะปลูกก็เลยไม่สามารถเพาะปลูกได้สินะ เจ้าเลยงานไม่ล้นมือเหมือนก่อนหน้านี้ ”
“ เจ้าค่ะในช่วงนี้หลังจากที่ภายในสวนไม่สามารถทำการเพาะปลูกได้ตัวของข้าก็เริ่มกว้างขึ้นแล้วแต่ดูเหมือนว่าท่านแม่ทัพจะงานยุ่งมากกว่าเดิมนะเจ้าคะ ”
“ นั่นสินะ ถึงอย่างไรข้าเองก็เป็นผู้ดูแลเมืองแห่งนี้และเมืองที่อยู่ภายในอาณาเขตชายแดนตะวันออก ”
“ เลยทำให้มีรายงานหลายหลายอย่างเข้ามาเลยจำเป็นจะต้องสะสางพวกมัน ”
“ แล้วแล้วคุณหนูตระกูลซูเดินทางมาพบข้ามีเรื่องอันใดอย่างนั้นหรือ? ” หวงเจียวลู่มอง
“ จริงสิข้ามีของขวัญบางอย่างมาให้กับท่านแม่ทัพเจ้าค่ะ ” ซูฉีหันไปมองผู้ติดตามที่อยู่ด้านหลัง
ในครั้งนี้นางไม่ได้เดินทางมาเพียงแค่คนเดียว นางมีผู้ติดตามเดินทางมาด้วย
โดยผู้ติดตามที่เดินทางมาพร้อมกับนางเป็นบุรุษสองคนกำลังถือของบางอย่างอยู่ภายในมือ
พวกนั้นมันถูกเอามาวางเอาไว้บริเวณด้านหน้าของแม่ทัพหวง แม่ทัพหนุ่มมองอย่างประหลาดใจคิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากัน
ในตอนนี้ไม่รู้ว่าสิ่งที่อยู่บริเวณด้านหน้ามันคืออะไรกัน “ นี่คืออันใดอย่างนั้นหรอหรือว่าเจ้ากำลังจะหลอกขายอะไรข้าอีกแล้ว ”
“ ฮ่าๆๆๆ ท่านแม่ทัพพูดเกินไปแล้วเจ้าค่ะตัวของข้านี่หรือเจ้าคจะสามารถหลอกขายอันใดท่านได้ ”
“ ที่ผ่านมาเจ้าก็ทำอยู่ตลอดไม่ใช่หรือเจ้ามักจะมีของที่น่าสนใจหลายหลายอย่างมาให้ค่ะแล้วจากนั้นข้าก็ต้องซื้อเจ้าบึงของที่มีประโยชน์ ”
“ เอาละในครั้งนี้มีอันใดอีก” แม่ทัพหนุ่มก้มหน้าของตนเองลงก่อนที่จะเปิดหอผ้าที่อยู่บริเวณด้านหน้าออก
เมื่อทำการเปิดหอผ้าที่อยู่ด้านหน้าออกมันเองก็จะถอยให้เห็นสิ่งที่อยู่บริเวณด้านใน
“ เจ้านี้มัน? ”
“ ท่านแม่ทัพ ในช่วงหน้าหนาวเช่นนี้ของสิ่งนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นมากมันสามารถทำให้ของที่เย็นเฉียบกลายเป็นร้อนขึ้นมา ”
สิ่งที่อยู่ด้านหน้ามันคือตู้ที่ถูกทำโครงขึ้นมาจากเหล็ก มีรูปลักษณะเป็นตู้ที่มีขนาดไม่ได้ใหญ่มากนักมีรูปทรงเป็นสี่เหลี่ยมพื้นผ้า
ถ้าให้มองข้อความมันเองก็คล้ายครึ่งกับไมโครเวฟภายในยุคสมัยใหม่ แต่ว่าเจ้านี้มันถูกทำขึ้นมาออกแบบให้เข้ากับยุคสมัยแห่งนี้
เพราะว่าวิทยาการในด้านต่างๆมันยังไม่ก้าวหน้ามากพอ มันจึงทำให้การผลิตเจ้าเค้าโครงสิ่งนี้มันก็สามารถทำได้เพียงแค่นี้
แต่ว่ามันเองก็มีรูปทรงคล้ายครึ่งกับไมโครเวฟอยู่บ้าง ซูฉีเห็นว่าในช่วงนี้เป็นช่วงหน้าหนาวของต่างๆเองก็ได้รับผลกระทบจากความหนาวเย็น
ของสิ่งนี้คงจะขายดีมันเลยทำให้นางผลิตของสิ่งนี้ขึ้นมาแถมยัง เป็นสิ่งที่น่าจะสะดวกแล้วก็ใช้ได้ในการขายพายในหมู่ชนชั้นสูง
“ โอ้ งั้นเจ้าลองสาธิตให้ข้าดูหน่อยซิว่ามันทำอย่างไร ”
หลังจากนั้นซูฉีเองก็สาธิตของสิ่งนี้ให้กับนางได้ดู หลังจากที่สาธิตของสิ่งนี้ให้กับอีกฝ่ายได้ดูเสร็จ แม่ทัพหนุ่มเริ่มแสดงท่าทีสนใจเกี่ยวกับเจ้าสิ่งที่อยู่ด้านหน้ามากขึ้น
“ เป็นของที่มีประโยชน์จริงๆแต่ของสิ่งนี้ข้าคิดว่ามันไม่ได้เข้ากับกองทัพแต่ว่ามันอาจจะเข้ากันภายในหมู่ของพวกขุนนางก็ได้ ”
“ ข้าเองก็คิดเช่นนั้นเจ้าค่ะพ่อแบบนั้นตัวของข้าเลยอยากจะให้ท่านมาช่วยเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไรล่ะเจ้าคะ ”
“ เจ้ารอว่ามาสิ่อยากให้ข้าช่วยเกี่ยวกับเรื่องอะไร ”
“ คือว่า… ”
หลังจากนั้นซูฉีบอกความคิดของตนเองไปว่านางอยากให้แม่ทัพหนุ่มผู้นี้ช่วยอะไรเกี่ยวกับนาง
“ เข้าใจแล้วเจ้าอยากจะให้ข้าทำการช่วยขายของสิ่งนี้เป็นสินค้าของกองทัพสินะ ”
“ แน่นอนอยู่แล้วเจ้าค่ะเพราะท่านเป็นคนบอกเองว่าเจ้าคนที่ทำอคารพวกนี้ขึ้นมาเป็นคนของกองทัพไม่ใช่อย่างนั้นหรือเจ้าคะ ข้าไม่ได้อยากจะออกหน้าออกตา และก็ไม่ได้อยากจะแสดงตัวตนด้วยว่าตัวของข้าเป็นคนที่สร้างอักขระพวกนี้ขึ้นมา ”
“ เข้าใจได้เจ้าคงจะอยากหลีกเลี่ยงความวุ่นวายสินะถ้าแบบนั้นข้าจะช่วยเจ้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็ได้แต่ว่าถ้ามีสิ่งที่อยากจะให้เจ้าทำสักหน่อย ”
“ อันใดอย่างนั้นหรือเจ้าคะ? ”
ผ่านไปเพียงครู่เดียวเท่านั้น
“ ว่าอย่างไรนะเจ้าคะเดินทางไปเมืองหลวงกับท่าน!!!! ” ซูฉีสะดุ้งเฮือกนางกระโดดตัวตรงขึ้นมองตรงไปที่แม่ทัพใหญ่ด้วยแววตาที่เบิกกว้าง
นางมั่นใจว่านางได้ยินไม่ผิดแม่ทัพผู้นี้บอกว่าให้นางเดินทางไปที่เมืองหลวงกับเขา
แม่ทัพหนุ่มพยักหน้าตอบรับกลับมาอย่างรวดเร็ว “ ถูกต้องแล้วเจ้าได้ยินไม่ผิดค่าต้องการให้เจ้าเดินทางไปที่เมืองหลวงกับข้า ”
“ ข้าคิดว่าท่านแม่ทัพคงจะคิดอันใดผิดพลาดไปแน่เลยเจ้าค่ะ ”
“ ท่านลืมไปแล้วอย่างนั้นหรือเจ้าคะว่าข้าเป็นคนที่โดนเนรเทศออกมาจากเมืองหลวง ข้าไม่สามารถกลับเข้าไปภายในเขตที่เข้าใกล้เมืองหลวงได้ ” นางแสดงใบหน้าตื่นตระหนก
เรื่องจริงที่ว่าโดนเนรเทศออกมาที่สถานที่แห่งนี้เป็นความจริง ด้วยกฏหมายนางไม่มีสิทธิ์ที่จะเดินทางเข้าไปในอาณาเขตใกล้ 20 เมืองของเมืองหลวง
เพราะแบบนั้นอย่างไรเสียนางก็ไม่สามารถทำเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้
แม่ทัพหนุ่มเอียงคอมอง “ เจ้าลืมไปแล้วอย่างงั้นหรอกว่าข้าเป็นใคร ถ้าเจ้าเดินทางไปกับข้าถึงแม้ว่าพวกขุนนางภายในเมืองหลวงจะไม่อยากให้เจ้าเดินทางเข้าไปพวกมันเองก็ไม่กล้าขวางหรอก ”
“ ว่าอย่างไรเจ้าตกลงหรือไม่? ”
ซูฉีขบคิดอยู่สักพัก “ เข้าใจแล้วเจ้าค่ะข้าจะเดินทางไปกับท่านแม่ทัพ ”
จบบท