ไม่ถึงห้านาที โถงบาร์ที่เมื่อครู่เดือดเป็ไฟชนิดที่ว่าหลังคาแทบแยกก็สงบลง
ชายเจ็ดแปดคนที่ถูกฟาดจนหัวแตกนอนกองระเกะระกะกันอยู่บนพื้น และท่ามกลางคนจำนวนนั้นก็ยังมีหญิงสาวที่อยู่ในสภาพน่ากระอักกระอ่วน ทว่ามีท่าทีสงบนิ่งยืนอยู่ด้วยอีกคนหนึ่ง
ใบไม้เขียว[1]เจ็ดแปดใบก็เข้าคู่กับดอกไม้แดงดอกนั้นแล้วละ
“ไหนว่ามาซิ ใครเป็คนเริ่มก่อน” หลิวเจิ้นที่ฝ่ามือข้างขวาก็หมุนควงท่อเหล็กเปื้อนเืและปลายนิ้วข้างซ้ายคีบบุหรี่เอาไว้ เอ่ยปากถามอย่างไม่ใส่ใจนัก
เพิ่งถูกชายที่มีลักษณะเหมือนชนชั้นสูงคนนี้ล้างบาปแบบจัดหนักจัดเต็มด้วยท่อเหล็กแสนโหดร้ายไปยกหนึ่ง ตอนนี้ภายในห้องโถงอันใหญ่โตจึงได้ยินเพียงเสียงของเขาคนเดียว
นอกจากเสียงโหยหวนเบาๆ จากบนพื้น ซึ่งไม่นับ…
ไม่รู้ว่าเพราะถูกออร่าของเขาเมื่อกี้นี้ทำให้ใหรือเปล่า ตอนนี้พอเขาเปิดปากถาม ถึงได้ไม่มีใครเอ่ยปากตอบสักคน
“เป็ใบ้กันไปหมดแล้วเหรอ”
“ฉันเป็คนเริ่ม” หญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงกลางในสภาพน่ากระอักกระอ่วนเอ่ยขึ้นพลางลูบผมที่ยุ่งเหยิงให้เข้าที่อย่างไม่รู้สึกรู้สา
หลิวเจิ้นหรี่ตาเล็กน้อย “หลิวซินโยว เธอคิดว่าที่ของฉันเป็สถานที่แบบไหนกัน”
“ก็เป็ที่หาความเบิกบานใจที่คุณหนูอย่างฉันมาหาความสนุกน่ะสิ ยังจะเป็สถานที่แบบไหนได้อีกล่ะ” หญิงสาวหัวเราะเยาะ
“มองหาความสนุกอยู่เหรอ โอเค ผู้จัดการเฉิง”
“ครับประธานหลิว” ชายผู้ถูกขานชื่อกระโจนเข้ามาทันที เพราะกลัวว่าหากช้าไปแม้แต่นิดเดียว ท่อเหล็กอันนั้นจะมาทักทายบนร่างตนเอง
“ั้แ่วันนี้เป็ต้นไป บอกสถานบันเทิงทั้งหมดในเมือง B ว่าต่อจากนี้ใครกล้าทำธุรกิจกับคุณหนูหลิว ก็ให้รอปิดกิจการได้เลย” หลิวเจิ้นกล่าวด้วยน้ำเสียงติดตลก แต่คนทั้งห้องโถงรู้แจ้งกันดีว่านายท่านคนนี้ไม่ได้พูดเล่น
ในแวดวงนี้ ใครต่างก็รู้ว่าคำพูดที่ออกมาจากปากชายหน้าเนื้อใจเสือคนนี้ไม่เคยมีประโยคไหนเป็เื่เท็จ
“ครับ ประธานหลิว” ผู้จัดการคลับรับคำด้วยท่าทีลนลาน
หญิงสาวมีสีหน้ามืดครึ้มลงทันทีที่ได้ยิน “เ้าคนแซ่หลิว ฉันไม่ได้หาเื่นายซะหน่อย”
นี่ไม่ใช่วันแรกที่รู้จักกัน แน่นอนว่าหญิงสาวรู้ว่าคำพูดประโยคนั้นที่ออกมาจากปากชายคนนี้มีน้ำหนักมากพอหรือไม่
“เธอหาเื่แล้วละ จนถึงตอนนี้ คนที่กล้าพังคลับเจียงหนานของฉัน เธอนับเป็คนแรก” หลิวเจิ้นยิ้มเย็น
ผู้หญิงที่ไม่น่ารักบนโลกใบนี้ ก็คือคนที่คิดว่าตัวเองถูกเสมอ ไม่รู้จักให้เกียรติคนอื่น และชอบคิดเข้าข้างตัวเองฝ่ายเดียว ซึ่งก็บังเอิญที่ผู้หญิงคนนี้มีครบทั้งสามข้อเลย
“คลับเจียงหนานเป็ของนายหรือไง เห็นๆ กันอยู่ว่าคลับเจียงหนานน่ะเป็…” หญิงสาวเอ่ยยังไม่ทันจบประโยค ม่านตาก็พลันขยายกว้าง จ้องเขม็งไปที่ประตู เธอตะลึงอยู่เพียงเสี้ยววินาที จากนั้นก็ถลาฝ่าฝูงชนไปราวกับบ้าคลั่ง
“เว่ยตง…”
……
ข้อศอกทั้งสองข้างของเว่ยตงหนุนพักอยู่บนหัวเข่าอย่างมั่นคง สีหน้าราบเรียบ ทำให้เดาอารมณ์ไม่ออกเลยสักนิด หรือจะบอกว่าไร้อารมณ์อย่างสิ้นเชิงเลยก็ว่าได้
“นายกลับมาั้แ่เมื่อไร ทำไมไม่เห็นบอกฉันเลยล่ะ นายรู้หรือเปล่าว่าฉันรอนายมาสามปีเต็มแล้ว” หลิวซินโยวมองชายตรงหน้าอย่างหลงใหล สายตาคล้ายกับอยากจะถลกหนังอีกฝ่ายทั้งเป็
สามปีแล้ว แต่ผู้ชายคนนี้ก็ยังทำให้เธอคลั่งไคล้ได้ขนาดนี้! ยังเหมือนเมื่อก่อนไม่มีผิด ถ้าหากจะบอกว่ามีอะไรเปลี่ยนไป ก็คงจะเป็กลิ่นอายความสุขุมมั่นคงของชายหนุ่มที่เข้มขึ้นอีกขั้นก็เท่านั้น…
เว่ยตงมองหญิงสาวโดยที่มุมหางตาแฝงอารมณ์หยามหยันเอาไว้จางๆ “ฉันจะกลับมาเมื่อไร ฉันจำเป็ต้องบอกให้เธอรู้ด้วยเหรอ”
“เว่ยตง…นายต้องใช้คำพูดทำร้ายคนอื่นแบบนี้ด้วยเหรอ นายก็รู้ว่าฉันรู้สึกยังไงกับนาย” หลิวซินโยวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เฮือกหนึ่ง เอ่ยลอดไรฟัน
“แล้วไง” เว่ยตงถาม
“เว่ยตง นายช่วยเปลี่ยนน้ำเสียงที่ใช้คุยกับฉันหน่อยได้ไหม”
“ไม่ได้”
เมื่อได้รับฟังคำพูดโหดร้ายที่ไร้ความลังเลของชายหนุ่ม หลิวซินโยวก็ยื่นมือออกไปจิ้มหว่างคิ้วของเขา พลางเอ่ยเสียงอ่อน “เห็นแก่ลูกที่เราสูญเสียไป นายช่วยเปลี่ยนหน่อยได้ไหม”
“อย่าได้เอาเมล็ดพันธุ์ต่ำช้าของคนอื่นมาปลูกบนหัวฉันตามใจชอบสิ”
“เว่ยตง…ไอ้สารเลว! นายมันชาติชั่ว! นายมันระยำ! นายยังเป็คนอยู่หรือเปล่า ฉันทุ่มเทให้นายหมดทุกอย่าง นายมีจิตสำนึกบ้างไหมถึงได้พูดแบบนี้ออกมา นั่นลูกของนายนะ! ลูกของนาย!” คำพูดนั้นของเว่ยตงร้ายแรงเกินไป ร้ายแรงเสียจนหลิวซินโยวเต้นผางอย่างบ้าคลั่ง
“ฉันไม่ได้มีความสามารถขนาดนั้น ความสามารถที่จะทำให้เธอท้องได้โดยที่ไม่ได้มีเซ็กซ์กันน่ะ” เว่ยตงยิ้มเยาะ ประโยคที่ออกมาจากริมฝีปากก็ไร้ความปรานีขึ้นเรื่อยๆ
“เว่ยตง! นายอย่ารังแกกันเกินไปนักนะ!”
เว่ยตงแสยะยิ้ม “ไม่งั้นจะทำไม”
“นาย…” หลิวซินโยวเห็นรอยยิ้มนั่น หัวใจพลันเย็นเยียบ เธอเพิ่งจะรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง อึดใจต่อมาชายคนนั้นก็เอ่ยต่อ
“ฉันลืมบอกเธอไปว่าฉันทำหมันั้แ่อายุสิบเก้า บนโลกใบนี้ ผู้หญิงที่สามารถท้องลูกของฉันได้ ก็คงต้องเป็เทพแล้วละ” เขาลุกขึ้นยืน วางแก้วในมือลง ยิ้มเย้ยหยันใส่หญิงสาวที่หน้าซีดเผือด “คืนนั้นฉันไม่ได้เมาเลยสักนิด แล้วก็ไม่ได้แตะต้องเธอเลยด้วยซ้ำ ดุ้นอันนั้นที่ทะลวงเข้าไปในท้องเธอเป็ของใคร เธอน่าจะรู้ดีกว่าใครนะ”
หลิวซินโยวตัวสั่นงันงกอยู่บนโซฟา ไม่กล้าโพล่งอะไรออกมาแม้แต่ครึ่งคำ กระทั่งเว่ยตงเดินไปที่ประตู เธอถึงได้ดีดตัวขึ้นมาอย่างคนหมดอาลัยตายอยาก “สามปีก่อน ทำไมนายไม่พูดอะไรเลยล่ะ…”
ทำหมันงั้นเหรอ…
ไม่เพียงแต่ไม่พูดอะไร แต่เขายังจากไปโดยไม่บอกกล่าว หายตัวไปสามปีเต็ม…
“แล้วเธอเกี่ยวอะไรด้วย” พูดจบ เว่ยตงก็เปิดประตูเดินออกไปจากห้องส่วนตัวอันหรูหรานี้โดยไม่หันกลับมามองเลยด้วยซ้ำ
“กรี๊ดดดด…เว่ยตง ฉันขอสาปนาย ให้นายสิ้นลูกขาดหลาน! ฉันขอสาปนาย! ฉันขอสาปนาย…”
บนโถงทางเดิน เว่ยตงที่ได้ยินเสียงร้องไห้คร่ำครวญเจียนขาดใจของหญิงสาวนั้นยกยิ้ม ทั้งยังเป็รอยยิ้มที่ดูหน้าชื่นตาบาน
เชิงอรรถ
^ หมายถึง ตัวประกอบหรือไม้ประดับ