ตอนที่ 3 หน่วยองครักษ์อี๋หลวน (2)
หลังจากเข้าไปในห้อง แวบแรกที่นางเห็นก็คือท่านแม่เถาซื่อ
เถาซื่อในยามนี้คลี่ยิ้มหวานหยด ดวงตาเรียวรีดั่งผลซิ่ง[1]เอ่อล้นไปด้วยความรักความห่วงใย พวงแก้มของนางมีลักยิ้ม ช่างชวนให้คนชื่นฤทัยเมื่อยามพบเห็น
รูปร่างหน้าตาเช่นนี้ เหมือนดังที่เยี่ยสุยถวิลหาไม่มีผิด
ครั้งนี้ไม่ใช่ภาพลวงตาหรือภาพจินตนาการ นี่คือเื่จริง นางพบท่านแม่แล้ว นี่คือเื่จริง!
“ท่านแม่…” นางสะอื้นเรียก จากนั้นโผเข้าสู่อ้อมกอดเถาซื่ออย่างไม่ยี่หระต่อสิ่งใด
กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกบัวลอยโชยมาแตะจมูก นี่เป็กลิ่นกายของท่านแม่ ทำให้นางอดน้ำตาไหลพรากไม่ได้
นางที่เป็อย่างนี้ ทำให้ผู้คนในเรือนใตามๆ กัน
รอยยิ้มมุมปากของเถาซื่อเลือนหายในทันที เอ่ยถามอย่างเร่งรีบ “อาหนิง เ้าเป็อะไรไป เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ รีบบอกแม่มาเร็วเข้า”
อาหนิงเป็บุตรสาวคนเล็กสุด ที่ผ่านมาทำตัวเป็เด็กออดอ้อนจนเคยชิน แต่การร้องไห้คร่ำครวญอย่างตอนนี้ นี่ก็ผิดปกติเกินไปแล้ว
จะว่าไป วันนี้อาหนิงไปขี่ม้าที่สนามอาชาเทียนเอิน หรือว่าเกิดอะไรขึ้นที่สนามม้าอย่างนั้นหรือ
ขณะเดียวกัน เยี่ยสุยในอ้อมอกของนางพลันเงยศีรษะ คลี่ยิ้มให้นางอย่างช้าๆ น้ำตากลับไหลไม่หยุด ราวกับเ็ปยากเกินจะพรรณนา
ครานี้เถาซื่อถึงตื่นตระหนกเข้าแล้วจริงๆ
อาหนิงที่ดูราวกับมีเื่เศร้าโศกเหลือจะพรรณนาเช่นนี้ นางไม่เคยพบเห็นมาก่อน!
เดิมอาหนิงเป็เด็กที่นางมักจะตามใจและคอยทะนุถนอมดุจประคองไว้ในมือมาโดยตลอด แม้แต่เื่แย่ๆ ก็เพิ่งจะเคยัั แล้วเหตุใดถึงได้ทำสีหน้าเช่นนี้เล่า
เห็นๆ อยู่ว่านางกำลังยิ้ม แต่กลับร้องไห้เสียยกใหญ่ เถาซื่อััถึงความดีใจสุดซึ้งในตัวนาง ขณะเดียวกันก็ััความเศร้าอันล้ำลึกในตัวนางได้เช่นกัน
เถาซื่อตบไหล่เยี่ยสุยเป็การปลอบประโลมให้นางใจเย็นลง พลางส่งสายตาไปทางซ้ายมือของตนด้วยความกังวล
ผู้ที่นั่งเยื้องซ้ายของนางคือเยี่ยอันซื่อ เขาเองก็รู้สึกเช่นเดียวกับเถาซื่อ มองเยี่ยสุยที่กำลังร่ำไห้ด้วยความเป็ห่วง
เวลานี้เยี่ยอันซื่อทั้งประหลาดใจระคนเอ็นดู อาหนิงคล้ายกับมองไม่เห็นเขา ครั้นเข้ามาในห้องก็พุ่งไปหาเถาซื่อและร้องไห้ทันที
นี่ไม่ใช่ท่าทีปกติของอาหนิง วิธีการออดอ้อนเช่นนี้ ราวกับโศกเศร้าเหลือคณานับเสียมากกว่า
เขาสบสายตาเถาซื่อคราหนึ่ง ทั้งคู่ต่างเห็นอารมณ์เดียวกันในแววตาของทั้งสองฝ่าย
อาหนิงเป็อะไรไปกันแน่
เสียงสะอื้นไห้ของอาหนิงค่อยๆ เบาลง อารมณ์ก็สงบลงเช่นกัน
ผ่านไปนานกว่ายี่สิบปี เมื่อพบเจอท่านพ่อและท่านแม่ นางก็มิอาจกลั้นความตื่นเต้นไว้ได้เลย
ไม่ว่าความอดทนจะสั่งสมมานานกี่ปี แต่เวลานี้นางอยากจะร้องไห้กับท่านพ่อท่านแม่จริงๆ
“เมื่อครู่ข้าร่วงตกจากหลังม้า ข้าใมาก นึกว่าจะไม่ได้เจอหน้าท่านพ่อกับท่านแม่อีกแล้ว ข้ารีบร้อนไปถึงได้…” เยี่ยสุยตอบกลับด้วยเสียงสะอื้นเป็ระยะ
ได้ยินนางเอ่ยเช่นนี้ เยี่ยอันซื่อขมวดคิ้วมุ่น ถามต่อว่า “ไม่มีเื่อื่นจริงหรือ”
เขารู้สึกว่าบุตรสาวเสียใจถึงเพียงนี้ จะต้องเกิดเื่ใหญ่อะไรแน่ พอตกหลังม้าก็กลายเป็อย่างนี้ คงไม่ใช่กระมัง
เยี่ยสุยกลั้นน้ำตาไว้ นางส่ายศีรษะ พลางตอบกลับด้วยดวงตาเปล่งประกายสดใสว่า “ท่านพ่อ แค่นั้นจริงๆ ไม่มีเื่อื่นเ้าค่ะ”
เยี่ยอันซื่อสำรวจเยี่ยสุยอีกรอบ แม้เห็นดวงตาของนางแดงระเรื่อ ทว่าดวงหน้าค่อยๆ ผ่อนคลายลงไม่เหมือนมีความทุกข์กังวลใจ
เขาโล่งใจเล็กน้อย ดูเหมือนอาหนิงจะไม่มีเื่อะไรจริงๆ
หลังจากครุ่นคิดดูแล้ว เขาก็ยังไม่นิ่งนอนใจ เอ่ยเตือนว่า “อาหนิง หากมีเื่อะไร ต้องรีบบอกแม่เ้านะ”
เยี่ยสุยพยักหน้า สื่อความว่าหากมีเื่จะไม่ปิดบัง และรับปากว่าจะบอกให้ท่านแม่ทราบก่อนอย่างแน่นอน
เช่นนี้ถึงจะทำให้เยี่ยอันซื่อและเถาซื่อเบาใจ
เห็นเยี่ยสุยปลอดภัยหายห่วง เยี่ยอันซื่อก็นึกถึงเื่ที่ถูกขัดจังหวะเมื่อครู่นี้ได้ จึงเอ่ยต่อเถาซื่อ “เื่เมื่อครู่ ข้าจะจัดการเอง เ้าวางใจเถอะ เดี๋ยวข้าจะไปที่เรือนเหยียนกวงตอนนี้…”
เยี่ยสุยยืนอยู่ข้างๆ อย่างว่านอนสอนง่าย ก้มหน้าลงไม่เอ่ยอะไร
นางรู้ว่าท่านพ่อไปที่เรือนเหยียนกวงก็เพื่อเื่หน่วยองครักษ์อี๋หลวน และนางยิ่งรู้ดีว่าท่านพ่อไปคราวนี้ย่อมไม่เกิดผลอะไร
คนอย่างท่านปู่...จะต้องไม่มีทางตอบรับคำขอของท่านพ่อเป็แน่
เชิงอรรถ
^ ผลซิ่งหรือผลอัลมอนด์