“เขาชื่อเฟยเฟิ่ง”
“คนของนาง”หงส์ไฟเฟยเฟิ่งแนะนำตัวเองต่อจากซุนเลี่ยงเฟิ่ง โหย่งจิ้น หนิงเฉิงบ้านเจิ้งทั้งสามต่างมองเขาตาค้าง ผมสีแดงเพลิงยาวเลยเอว เสื้อไม่สวมเผยให้เห็นมัดกล้ามแน่นๆ ทุกส่วน ส่วนกางเกง..สีแดงเื สีแดงเข้ม สีแดงเพลิงสรุปทั้งตัวชายหนุ่มเต็มไปด้วยโทนสีแดง ขนาดรองเท้ายังเป็สีแดง!
“เ้าควรสวมเสื้อให้เรียบร้อย”ต๋าไป๋บอกเขา
“ข้าไม่ชอบ”
“ไม่ชอบก็ต้องใส่หรือเ้าอยากให้คนอื่นมองร่างกายเ้านอกจากข้า” ซุนเลี่ยงเฟิ่งเหลือบตามองคนอื่นภายในห้องหันควับมองนางพร้อมเพรียงกัน
“ตอนอยู่กับท่านข้าถอดได้ใช่หรือไม่”ควับ!
หือ!?
“ได้”ควับ!
อะไรน่ะ!?
ต๋าไป๋อดหัวเราะออกมาไม่ได้ซุนเลี่ยงเฟิ่งหันมามองเขา
“หัวเราะอะไร”
“ดูคนของท่านสิมองท่านตาค้างแล้ว” ซุนเลี่ยงเฟิ่งมองคนทั้งห้า
“อ้อ...ไม่ต้องคิดมากหรอกข้าไม่ได้เพิ่งเจอกับเฟยเฟิ่งครั้งแรก เขาอยู่กับข้ามานานแล้ว”ซุนเลี่ยงเฟิ่งสบตาโหย่งจิ้นและหนิงเฉิง
“คือเขา?” โหย่งจิ้น้ายืนยันความเข้าใจของตน
“ใช่..คือเขา”
“ข้าน้อยคารวะท่านเฟยเฟิ่งในที่สุดข้าน้อยก็ได้พบท่านเสียที” หนิงเฉิงเห็นโหย่งจิ้นคารวะอีกฝ่ายนางรีบลุกขึ้นทำตามพร้อมบ้านเจิ้ง
“ทำตัวตามสบายเถอะข้าไม่ชอบอะไรที่เป็ทางการเท่าไหร่” เฟยเฟิ่งโบกมือโหย่งจิ้นมองซุนเลี่ยงเฟิ่งเพื่อขอความคิดเห็น
“ตามที่เขาบอกนั้นแหละ”
“ขอรับ/เ้าค่ะ”
“เ้าแมวโง่พวกเราไปประลองกัน”
“เ้าไม่เหนื่อยรึไง”
“หยุดเดี๋ยวนี้เลยเมื่อครู่ยังไม่ตอบข้าเลยน่ะ”
“ตอบอะไร?”เฟยเฟิ่งหันมาหานาง
“ทำไมถึงอารมณ์ไม่ดี”เฟยเฟิ่งเบือนหน้าไปทางอื่น
“เฟยเฟิ่ง”น้ำเสียงซุนเลี่ยงเฟิ่งเข้มขึ้น เฟยเฟิ่งหน้างอนั่งลง ต๋าไป๋ยกคิ้วขึ้นประหลาดใจเล็กน้อย
“พวกเขาฟังได้หรือไม่?”
“ข้าน้อยมีงานต้องทำขอตัวก่อนขอรับ”เจิ้งลู่ฟางเอ่ยขึ้น ตามด้วยเจิ้งซิงซูและลูกชายซุนเลี่ยงเฟิ่งบอกให้โหย่งจิ้นและหนิงเฉิงอยู่ต่อ
“ข้าบังเอิญได้ยินความจริงเกี่ยวกับการแต่งงานของท่านมา”
“การแต่งงานของข้า?”
“ใช่..ท่านจำเหตุผลที่ได้แต่งงานกับพวกเขาได้ใช่หรือไม่”ซุนเลี่ยงเฟิ่งพยักหน้า
“มีใครบ้างที่รู้ความจริง”
“ข้าท่านลุง หลิวหลวนจ้าง หลิวอี้ถ่ง ฮูหยินผู้เฒ่า ลูกสะใภ้ของนาง”
“ยายแก่คนนั้นไม่ได้บอกความจริงกับหลานชายของนางนะสิ”
ยายแก่?
“แล้วไงต่อ”
“นางใส่ร้ายท่านว่าใช้เส้นสายกลั่นแกล้งร้านค้าพวกเขาเพื่อท่านจะได้แต่งงานกับหลานชายของนาง”สีหน้าซุนเลี่ยงเฟิ่งราบเรียบ โหย่งจิ้นกำหมัดแน่น
“ได้ยินว่ายายแก่วางแผนให้หลานชายเข้าหาท่านอีกรอบเพื่อหลอกเอาเงินเพิ่มวันนี้บิดาพวกเขาจึงบอกความจริงทั้งหมด”
“เ้าจะบอกว่านั่นคือสาเหตุที่ทำให้อดีตสามีรังเกียจข้าใช่หรือไม่”
“...ข้าคิดแบบนั้น”ซุนเลี่ยงเฟิ่งเอนตัวพิงพนักเก้าอี้
“คงไม่ใช่ความคิดฮูหญิงผู้เฒ่าคนเดียวหรอกบางทีลูกสะใภ้นางคงมีส่วนร่วมด้วย”
“จัดการเลยไหมเ้าคะ”
“ไม่จำเป็ต้องจัดการตอนนี้”
ตอนนี้?ต๋าไป๋มองท่าทางเกียจคร้านซุนเลี่ยงเฟิ่ง
“ห้ามมอง”เฟยเฟิ่งยกมือมาปิดตาเขา
“เ้าทำอะไร”
“เมื่อกี้เ้ามองนาง”
“ข้ามองแล้วเกี่ยวอะไรกับเ้า”
“ข้าไม่ให้มอง”
“เ้าห้ามข้าไม่ได้”
“ได้สินางเป็ของข้า!”
“แค่ตอนนี้เท่านั้น”
“ตอนนี้ตอนไหนก็เหมือนกัน!”
“ต๋าไป๋เฟยเฟิ่ง” เพียงแค่เสียงเข้ม ๆ ของนางสามารถหยุดการโต้เถียงได้ทันที โหย่งจิ้นเบือนหน้าหนีซ่อนรอยยิ้ม
คุณหนูข้าสุดยอด! หนิงเฉิงคิดในใจ
“ถ้ายังทะเลาะกันแบบนี้ข้าจะส่งพวกเ้ากลับให้หมด”เฟยเฟิ่งหน้าง้ำ เขาเดินมาอุ้มนางขึ้นก่อนนั่งลงแทนที่ จับนางนั่งบนตักเหมือนที่เคยทำประจำในห้วงหงส์ไฟ
“อะแฮ่ม...”เฟยเฟิ่งเงยหน้ามองโหย่งจิ้น
“อะไรติดคอ?”
“เขาไม่ได้หมายความแบบนั้นสักหน่อยเ้านกโง่”
“ข้ารู้ไม่ต้องมาสอนข้า!”
“คุณหนูข้าขอตัวก่อนนะเ้าค่ะ” หนิงเฉิงพูดเสร็จเดินออกไปทันที โหย่งจิ้นหันซ้ายหันขวาเขานั่งอยู่ตรงนี้รู้สึกเหมือนตัวเองเป็ก้างขวางคอยังไงไม่รู้
“ข้าไปสอนวรยุทธพวกเขาต่อก่อนเชิญตามสบาย” โหย่งจิ้นแอบถอนหายใจหลังเดินพ้นประตู เื่แบบนี้เขาไม่ควรยื่นมือเข้าไปยุ่งอีกอย่างซุนเลี่ยงเฟิ่งไม่ใช่เด็กไม่รู้ความเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว
“ต๋าไป๋”
“ท่านเลี่ยงเฟิ่ง”ต๋าไป๋เงยหน้าขึ้นมองนาง
“สรุปแล้วเ้า้าอยู่ที่นี้เพื่อแกล้งเฟยเฟิ่งหรืออยากอยู่เพราะเหตุผลอื่น”
“ท่านคิดว่าอย่างไร?”
“เพราะอะไร?”
“ท่านเคยช่วยเหลือข้าข้าอยากตอบแทนบุญคุณท่าน” ดวงตาหงส์ช้อนขึ้นมองดวงตาเมล็ดชิ่ง
“ตอบแทนข้าในรูปแบบใด?”อ้อมแขนเฟยเฟิ่งกระชับแน่นขึ้น
“ท่าน้าให้ข้าตอบแทนในรูปแบบใด?”
“ความปรารถนาของเ้าคือสิ่งใด”หัวใจต๋าไป๋เต้นระส่ำไม่เป็จังหวะ
“ข้า...อยากอยู่เคียงข้างท่านตลอดไปเหมือนเฟยเฟิ่ง”
“ไม่ให้อยู่!”
“เฟยเฟิ่ง”ซุนเลี่ยงเฟิ่งััแก้มเขาเป็เชิงห้าม เฟยเฟิ่งจับมือนางมาจูบ ต๋าไป๋มองด้วยแววไม่พอใจเล็กน้อยซุนเลี่ยงเฟิ่งยิ้มมุมปาก มือบางรั้งใบหน้าคมเข้าหาริมฝีปากนุ่มััริมฝีปากอีกฝ่ายนางเม้มกัดหยอกล้อสอดแทรกลิ้นนุ่มเข้าไปด้านใน เฟิยเฟิ่งเบิกตากว้างนี่คือครั้งแรกที่ซุนเลี่ยงเฟิ่งจูบเขา พอได้สติเฟยเฟิ่งตอบสนองอ่อนหวานแฝงไปด้วยความดื้อรั้นเอาแต่ใจ โหยหา ดูดซับความหวานจากโพรงปากนุ่ม
“อื้ออ”เฟยเฟิ่งพอใจอย่างยิ่ง ต๋าไป๋จ้องตาไม่วาง เขากำหมัดแน่น ท่าทีของเขาชัดเจนยิ่งนัก
“ข้ายังอยากจูบอยู่เลย”เฟยเฟิ่งประท้วงเล็กน้อย
“เอาแต่ใจ”
“ท่านเลี่ยงเฟิ่ง…ท่านรู้ความ้าของข้าใช่หรือไม่?”ต๋าไป๋พยายามข่มเสียงตัวเองให้เป็ปกติ
“เ้าไม่บอกข้าจะรู้ได้อย่างไร?” ต๋าไป๋สบตานาง
“ท่านไม่รู้หรือ้าทดสอบความอดทนข้า?”
“ไม่รู้สิ”ซุนเลี่ยงเฟิ่งหยักไหล่
“ข้าต้องทำอย่างไรข้าถึงมีสิทธิ์แตะต้องตัวท่าน?”
“ข้ามศพข้าไปก่อน!”
“เื่นั้นไม่เห็นยาก”ต๋าไป๋ตอบทันที
“แน่จริงเข้ามาเลย!”
“เลิกกอดท่านเลี่ยงเฟิ่งแล้วไปสู้กับข้าที่ลานฝึก!” ต๋าไป๋ลุกขึ้นเดินออกไป
“ต๋าไป๋”เท้าต๋าไป๋ชะงักกึก เขาหันกายมาทางซุนเลี่ยงเฟิ่ง
“มานี่”ร่างสูงเดินกลับมาหยุดตรงหน้านาง ความสูงของเขาทำให้ซุนเลี่ยงเฟิ่งเงยหน้ามองต๋าไป๋เห็นเช่นจึงคุกเข่าเสมอสายตานางแทน
“อนุญาตเขาหรือ?”น้ำเสียงแง่งอนเฟยเฟิ่งถามนาง อ้อมแขนยิ่งกระชับเอวบางแน่นขึ้น
“ทำไมถึงชอบทะเลาะกันนัก”
“เขาชอบกวนข้ายังคิดแย่งท่านไปจากข้าอีก” เฟยเฟิ่งตอบนางก่อน
“เ้าอยู่กับข้ามาตั้งกี่เสี้ยวชีวิตยังไงข้าต้องให้ความสำคัญกับเ้าก่อน ทำไมต้องกลัว”
“ไม่ต้องให้เขาอยู่...ได้หรือไม่?”ซุนเลี่ยงเฟิ่งหันไปมองต๋าไป๋ แววตาเศร้าหมองของเขากำลังอ้อนวอนนาง
“ทำไมอยู่ด้วยกันไม่ได้”นางหันมามองคนเอาแต่ใจ
“ข้าหวงของข้านี่อีกอย่าง….”
“อีกอย่าง?”
“ข้ากลัวท่านชอบเขามากกว่า”เฟยเฟิ่งซบลงบนไหล่บาง ซุนเลี่ยงเฟิ่งลูบผมอีกฝ่าย พลางเอ่ยขึ้น
“กลัวอะไรไม่เข้าท่า….เ้าล่ะทำไมถึงชอบกวนเขา?” ต๋าไป๋ก้มหน้าหลบซ่อนสายตาของตนเอาไว้ มือบางเชยคางให้เงยหน้าขึ้นมอง
“ตอบ”
“.....ข้าอิจฉาเขาที่ได้อยู่กับท่านตลอดเวลาทั้งที่ข้าสามารถช่วยเหลือท่านได้ไม่ต่างจากเขา ทำไมข้าถึงได้แต่มองอยู่ห่างๆ ทำอะไรไม่ได้นอกจากรอตามลำพังพอได้ยินว่าท่าน้าสร้างเรือข้าจึงเอ่ยปากขอกับสหายท่านหวังว่าท่านพอใจแล้วอนุญาตให้ข้าอยู่เคียงข้างท่านเหมือนอย่างเขา...”ต๋าไป๋แนบแก้มกับมือนุ่ม ไม่กล้าแม้จะยื่นมือไปจับ
“ทำไมต้องมาอิจฉาข้าข้าออกจากห้วงหงส์ไฟไม่ได้สักหน่อย”
“แต่ท่านเลี่ยงเฟิ่งเข้าไปหาเ้าตลอดได้ไม่ใช่หรือ ตอนนี้เ้าออกมาได้แล้วด้วย...”เฟยเฟิ่งมองต๋าไป๋ ริมฝีปากเม้มเขาหากัน ใบหน้าคมเบือนหนี
“ข้าทนอยู่ร่วมกับเขาก็ได้!” ต๋าไป๋ตกตะลึงซุนเลี่ยงเฟิ่งอมยิ้ม
“เ้าอยากให้ข้าอยู่แน่หรือ?”
“ไม่อยากอยู่ก็ไม่ต้องอยู่! พูดมากน่ารำคาญ…” แม้ไม่ค่อยชอบหน้าเขาแต่เฟยเฟิ่งอดยอมรับและขอบคุณน้ำใจอีกฝ่ายไม่ได้ หากต๋าไป๋ไม่เอ่ยเื่นั้น เขาคงต้องรอไปอีกนานหรือบางทีมันอาจไม่มีวันเกิดขึ้นเลยก็ได้
“อยากอยู่หรือไม่?” หางตาต๋าไป๋เปียกชื้น ตัวสั่นเทาแทบเก็บความดีใจไม่อยู่
“ท่าน…ท่านยินดีและยินยอมให้ข้าอยู่หรือไม่?”มือบางลูบเส้นผมนุ่ม ต๋าไป๋อดไม่ได้ที่จะเอียงศีรษะให้นางลูบได้ถนัดขึ้น
“เ้าแมวบ้านี่ อยู่ในร่างมนุษย์แท้ ๆ ยังชอบทำตัวเหมือนแมว”
“ท่านเลี่ยงเฟิ่ง…” ต๋าไป๋ไม่สนใจคำกระแหนะกระแหนของเฟยเฟิ่งสายตาเขาจับจ้องใบหน้าที่เคยแต่แอบมองไกล ๆ ตอนนี้เวลานี้มือนางกำลังััเขาแค่เอื้อมมือไปข้างหน้าสามารถััคนที่เขาเฝ้าหลงรักมานับหมื่นปีได้
“ข้ายินดี และยินยอมให้ต๋าไป๋อยู่เคียงข้างข้าตลอดไป” น้ำใส ๆ กลิ้งลงข้างแก้มด้วยความดีใจ ปลาบปลื้ม
“ข้า…ข้าััท่านได้หรือไม่?”
“ข้าอนุญาต” มือขาวคว้ามือนางมาแนบแก้ม น้ำอุ่น ๆหล่นลงบนหลังมือนาง ต๋าไป๋เงยหน้าขึ้นมองซุนเลี่ยงเฟิ่ง
“ข้า ต๋าไป๋ขอสาบาน ข้าจะรัก ภักดี ซื่อสัตย์ต่อท่านซุนเลี่ยงเฟิ่งแต่เพียงผู้เดียวไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหน ไม่ว่าทุกข์หรือสุข จนหรือร่ำรวย จะขอติดตามเคียงข้างท่านทุกภพไม่มีข้อยกเว้น”ต๋าไป๋หงายฝ่ามือนาง ใช้เล็บข่วนตรงกลางจนเืซึม จากนั่นเขาจูบตรงรอยแผล หลังลิ้นอุ่นเลียไม่นานมือนางกลับมาเรียบเนียนเช่นเดิม
“เ้าแมวบ้านี่ กล้าทำสัญญาสาบานต่อหน้าข้าเลยนะ!!”
“สัญญาสาบาน?”
“คล้ายสัญญาทาสละมั่งผลของมันขึ้นอยู่กับคำสาบานที่เอ่ยออกไป”
“ทุกภพทุกชาตินี่ ไม่รุนแรงไปเหรอ”
“ข้ายินดี”
“เ้าทำสัญญาสาบานกับข้าด้วยเหรอ?” เฟยเฟิ่งปรายตามองนาง
“คิดว่าข้าติดตามท่านไปทุกเสี้ยวชีวิตได้ยังไง”
“เ้านี่ ถามดีๆตอบดีๆไม่ได้รึไง”เฟยเฟิ่งซบลงบนไหล่นางอีกครั้งต๋าไป๋เห็นเช่นนั้นเขารีบวางศีรษะบนตักนางเพื่อให้นางลูบศีรษะได้ถนัดมือ
“ข้าทำสัญญาสาบาน ส่วนท่านปรารถนาให้ข้าติดตามต่อให้ท่านไม่ปรารถนาข้ายินดีติดตามท่านไม่ว่าในรูปแบบใด” คิ้วงามขมวดเป็ปม
“ไม่ว่าในรูปแบบใด….หรือว่าร่างก่อนเ้าไม่ใช่หงส์ไฟ?”ต๋าไป๋เงยหน้าสบตาเฟยเฟิ่ง
“บอกไม่ได้?”
“ไม่ได้”
“งั้นตอบคำถามใช่หรือไม่ ได้ใช่ไหม”
“ท่านอยากรู้อะไร?” ต๋าไป๋เป็คนถาม
“เ้าไม่ใช่หงส์ไฟมาั้แ่ต้นใช่หรือไม่?”
“ใช่” เฟยเฟิ่งกลั้นใจอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อไม่มีอะไรเกิดขึ้นเขาจึงถอนหายใจโล่งอก
“เ้าคือคนรักของข้าในชาติต้นใช่หรือไม่”
“ใช่” ซุนเลี่ยงเฟิ่งคิดครู่หนึ่ง
“เ้า…ได้เคยทำผิดต่อข้าทั้งต่อหน้าและลับหลังใช่หรือไม่?”
“ไม่” ซุนเลี่ยงเฟิ่งมองหน้าเขาอยู่นาน
“ข้าคิดว่าข้าได้คำตอบแล้ว”
“แน่ใจ?”
“หากข้าถามต่อ เ้าแน่ใจหรือว่าสามารถตอบได้การที่บอกไม่ได้ย่อมมีเหตุใช่ไหม?”เฟยเฟิ่งตอบรับในลำคอ แม้ซุนเลี่ยงเฟิ่งไม่ได้สนใจประวัติศาสตร์แต่่เสี้ยวชีวิตหนึ่งนางได้เรียนรู้วัฒนธรรมความเชื่อมาบ้าง พอปะติดปะต่อเื่ทั้งหมดย่อมเดาได้ไม่ยาก