7. คำอธิษฐานที่ไม่สมหวัง
“โอ๊ย!!!นี่มันอะไรกัน!ความสงบสุขในชีวิตฉันจะไม่มีอีกแล้วใช่ไหม”
ต้นพระโออกมา เสียงดังคับห้องนอนของตัวเองเพราะนับวันชีวิตหญิงสาวดูจะวุ่นวายขึ้นทุกที มันไม่ใช่สิ่งที่เธอปรารถนาเลยสักนิดที่สำคัญมันไม่ได้เกิดจากการกระทำของเธอ
“เพราะอีตาบ้า!ซื่อเทียนนั่นคนเดียว!”
พ่อเ้าประคุณช่างสรรหาข้ออ้างสารพัดมาหาเธอได้ทุกวี่วัน ไม่เคยมีความสุขเลย คอยแต่วิตกกังวล เพราะกลัวยัยตีตี้จะรู้ ที่สำคัญไปกว่านั้น...ไอ้เ้าหัวใจของเธอที่เวลาเขามาหานั้น มันไม่เคยเต้นเป็ปกติเลยสักครั้ง บ้าชะมัด!
วันนี้ถือว่า เป็วันโลกาวินาศสำหรับเธอโดยแท้ที่เขาด้านขอมาอยู่ในห้องของเธอทั้งวัน ที่ผ่านมาสรรหาเหตุผลสารพัด เพื่อไม่ให้เขาอยู่ได้นานแต่... ครั้งนี้เธอทำไม่สำเร็จ เขาดึงดันที่จะอยู่ และรับปากว่าขออยู่เงียบ ๆไม่รบกวน เธอจำใจต้องให้เขาอยู่อย่างเสียมิได้
‘สงสัยอีตานี่ เป็พวกไอ้โรคจิตแน่ ๆ ที่มีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น’
ทำให้ต้นพรแทบไม่มีสมาธิในการทำงาน แถมยังมีอาการการเต้นของหัวใจผิดปกติอยู่ตลอดเวลาถ้าเขามาแบบนี้บ่อย ๆ โรคหัวใจต้องมาเยือนหญิงสาวเร็ว ๆ นี้ และกว่าเขาจะกลับไปได้ก็ปาเข้าไปหลังอาหารเย็น
‘โอย...ไม่ไหวแล้วมันอึดอัดต้องหาที่ระบายโดยด่วน ไม่อย่างงั้นเธอต้องอกแตกตาย’
ต้นพรคิดพลางเอื้อมมือไปหยิบมือถือ กดโทรหาสมชายที่ปรึกษาที่ดีสำหรับเธอ
“มีอะไรยะอีนังต้น”
สมชายจีบปากจีบคอมาตามสาย
“แกว่างคุยกับเราสักห้านาทีไหมวะ? ”
ต้นพรถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรนจนเป็ที่ผิดสังเกตของสมชาย
“เออ... ลูกค้าออกไปพอดี เป็อะไรไปแกเสียงซังกะตายมาเชียวนะหล่อน”
เขาพูดกระทบเพื่อนรักแล้วค้อนให้กับโทรศัพท์เล็ก ๆ
“เออ... ถ้าไม่ได้คุยกับแกวันนี้เราคงอกแตกตายแน่ ๆ”
หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้น
“ต๊าย! หญิงเหล็กตลอดกาลอย่างหล่อนเนี่ยนะจะอกแตกตาย ฮะ ๆ”
สมชายหัวเราะเยาะเธอมาตามสาย
“ไม่ขำนะโว๊ย! จะฟังหรือเปล่า!”
ต้นพรโมโหเพื่อนรักที่เอาแต่หัวเราะเยาะเธออย่างเป็บ้าเป็หลัง
“ก็มันจริงนี่หว่าหล่อนออกจะสะเทินน้ำสะเทินบก เคยทุกข์ร้อนกับใครเสียที่ไหน”
“ตกลงจะฟังไหมวะ!”
เธอกระแทกเสียงด้วยความโมโหขึงขันจนสมชายจับได้ว่า มันคงเป็เื่ที่สร้างความเดือดเนื้อร้อนใจจริง ๆ
“ก็ว่ามาสิยะ ฟังอยู่”
เขาพูดเสียงอ่อนลงและขยับตัวนั่งในท่าที่ พยายามตั้งใจฟังอย่างที่สุด
“คือ...”
ต้นพร เล่าเื่ราวทั้งหมด เกี่ยวกับพฤติกรรมของซื่อเทียนที่ปฏิบัติกับตัวเอง ให้ฟังโดยละเอียด หลังจากที่เล่าจบแล้ว แต่... เธอกลับ ได้ยินเสียงหัวเราะชุดใหญ่อย่างเป็บ้าเป็หลังมาตามสายแทนยิ่งสร้างความโมโหให้กับเธอ มันน่าขำตรงไหน เธอทำหน้ายุ่งด้วยความไม่พอใจ เพราะเื่ที่เธอเล่ากลับกลายเป็เื่ตลกสำหรับสมชาย
“มันตลกมากใช่ไหมวะ! อีนังสมชาย!”
“แล้วแกอย่าเอาเื่นี้ไปเล่าให้ตีตี้ฟังนะโว๊ย! เดี๋ยวมันจะมาฉีกอกเรา”
ต้นพรสำทับสมชายไม่ให้แพร่งพรายเื่นี้ให้ตติยารู้เพราะกลัวจะผิดใจกับเพื่อนรัก
“นี่แก! หัวเราะอะไรวะ? เื่ที่เล่ามันมีอะไรน่าขำตรงไหนมิทราบ?”
หญิงสาวถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจที่สมชายมาหัวเราะในเื่ที่เธอเล่า และยังคงหัวเราะต่อไป โดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด พาลทำให้เธอเกิดอาการโมโหเพื่อนรักอย่างที่สุด
“แกจะหัวเราะอีกนานไหมวะ ฉันจะได้วางหูไม่อยากฟังโว๊ย!”
เธอยังคงฉุนเฉียวใส่สมชาย ที่ดูเ้าหล่อนจะไม่เดือดเนื้อร้อนใจสักนิด
“เออ... หยุดแล้ว ๆ อย่างอนสิยะหล่อน ทำเป็อารมณ์เสียไปได้แก ยังไม่แก่สักหน่อย” สมชายจีบปากจีบคอพูดมาตามสาย
“เราซีเรียสนะแกและที่โทรมานี่้าที่ปรึกษาโว๊ย!”
ต้นพรเน้นย้ำ และทำหน้าหงิกหน้างอใส่โทรศัพท์พร้อมทั้งทำน้ำเสียงไม่พอใจเพื่อนรักที่ดูจะขบขันในเื่ที่เล่าเสียเต็มประดา
“นี่ไอ้ต้นถ้าทุกถ้อยคำที่แกเล่ามา มันเป็ความจริงแกไม่รู้จริง ๆ หรือว่า คุณซื่อเทียนทำอย่างนั้นทำไม ฮะ!?”
สมชายถามออกไป แต่ยังคงหัวเราะร่วนมาตามสาย
“ นี่แก! ถ้าเรารู้จะปรึกษาแกให้เสียเวลาทำไมวะโอ๊ย!แกอย่ามากวนประสาทได้ไหม ตอนนี้ยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่นะโว๊ย!”
หญิงสาวกล่าวเคร่งเครียด
“แล้วแกไม่รู้จริง ๆ หรือ ว่าผู้ชายที่ยังไม่มีครอบครัวน่ะเค้าไปหาผู้หญิงที่ยังไม่มีครอบครัวเหมือนกันน่ะ ด้วยเหตุผลอะไร”
สมชายย้อนถามอีกครั้ง
“ก็แล้วถ้าฉันรู้เนี่ย! จะมาปรึกษาแกหา์วิมานอะไรวะ!”
ต้นพรยิ่งพูดยิ่งโมโหสมชายเพื่อนรัก ที่ไม่ให้ความกระจ่างกับเธอเสียที
“โอเค ๆ ไอ้ต้นฟังนะ!จากพฤติกรรมของคุณซื่อเทียนนั้นบอกได้คำเดียวว่า เค้าจีบแกว่ะ สมชายสุดสวยขอฟันธงฮ่ะ”
ต้นพรได้ยินข้อสรุปของเพื่อนรัก ถึงกับตะลึงตาค้าง อ้าปากหวอ ด้วยความใในสิ่งที่ได้ยิน หญิงสาวไม่ได้เฉลียวใจในเื่นี้เลยเพราะคอยแต่คิดว่าเขาเป็คนที่ตติยาให้ความสนใจจึงให้การต้อนรับเขาในฐานะคนที่รู้จักกันธรรมดาตามมารยาทยิ่ง่นี้เธอเร่งทำงานเพื่อให้แล้วเสร็จก่อนที่เธอจะลาพักร้อนทำให้หลงลืมนึกถึงข้อนี้ไป ประกอบกับเธอไม่เคยคิดจะมีคนรัก และไม่เคยคิดแต่งงานมีครอบครัวนั่นเองถ้าสิ่งที่สมชายพูดเป็ความจริง เธอก็ไม่อยากที่จะพบเจอกับเขาอีกต่อไป และอาจจะเป็ชนวนทำเธอกับตติยาผิดใจกัน
“เฮ๊ย! ไอ้ต้น! แกยังฟังฉันอยู่หรือเปล่าวะ?”
สมชายซึ่งเงี่ยหูฟังปลายสายอยู่นานพอควรจึงเอ่ยถามขึ้น ถ้าให้เดาไอ้ต้นของเขาตอนนี้คงกำลัง อึ้ง... หรือถ้าแย่กว่านั้นก็คงเกิดอาการช็อค!กับคำตอบของเขาอยู่เป็แน่
“เออะ...เออ...ฮะ! แล้วแกแน่ใจหรอว่าเค้ามาจีบเราจริง ๆ น่ะ?”
เธอยังคงถามย้ำเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง
“ชัวว์! ล้านเปอร์เซ็นต์ เราเอาหัวสวย ๆ ของเราเป็ประกันแล้วแกมีใจให้กับเค้าบ้างหรือเปล่าวะ?”
สมชายยืนยัน และยังย้อนถามถึงความรู้สึกของเธอที่มีต่อซื่อเทียนบ้าง ทำให้เธอถึงกับอึ้งกิ้มกี่ไปเหมือนกัน พลันใจเ้ากรรมนั้นก็เต้นเร็วกว่าปกติขึ้นมาทันทีเมื่อเอ่ยถึงเขา
‘ไม่!ไม่เด็ดขาด’
“โน... แกก็รู้นี่ ว่าเราไม่คิดจะแต่งงาน”
เธอปฏิเสธเสียงแข็งด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรนแต่โชคดีที่สมชายจับสังเกตเธอไม่ได้เนื่องจากคุยกันทางโทรศัพท์เขาจึงไม่ได้เห็นกิริยาท่าทางของเธอว่าเป็เช่นไร
“ดีแล้ว… ที่แกไม่ได้คิดอะไร”
สมชายพลอยโล่งอก ที่ต้นพรไม่ได้หวั่นไหวเพราะจากการที่ฟังตติยาเล่าให้ฟังนั้น บ่งบอกว่าหญิงสาวชื่นชอบ และหลงใหลเขามากกว่าผู้ชายทุกคนที่ผ่านมาผู้ชายคนนี้อาจเป็สาเหตุทำให้ทั้งสองคนมาผิดใจกันและหน้าที่ไกล่เกลี่ยก็ไม่พ้นเขากับไอ้ปูเป้เสียเป็แน่ ที่ผ่านมาเคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นมาแล้วกว่าจะให้ปรองดองกันได้เล่นเอาเหนื่อยไปตาม ๆ กัน
“ต่อไปเราจะไม่พบเขาอีกแล้วล่ะแก”
เธอพยายามพูดให้ฟังดูหนักแน่นแต่ในใจเธอรู้สึกหวิว ๆ อย่างไรพิกล
“เออ... เรารู้ว่าแกทำได้งั้นแค่นี้นะลูกค้ามาพอดี”
สมชายบอกตัดสาย เมื่อเห็นลูกค้าเปิดประตูเข้ามา
“ ฮื่อ... ขอบใจมากนะเว๊ย! สมชาย แล้วอาทิตย์หน้าเตรียมตัวรอนะจะไปรับที่บ้าน
บาย...”
ต้นพรออกจากห้องนอน ตรงมาที่โซฟานุ่มสีเขียวเข้มตัวยาววางโทรศัพท์ไว้ที่โต๊ะกลางที่เป็กระจกใส พร้อมกับย่อตัวนั่งลงแล้วเอนตัวลงนอนเหยียดยาวเหยียดทุกส่วนเพื่อผ่อนคลาย และรู้สึกโล่งอกที่เธอได้ระบายกับเพื่อนรักพลางคิดไปถึงซื่อเทียนว่าต่อไปนี้ คงจะไม่ได้พบกับเขาอีกแล้ว เพราะเธอได้ลาพักร้อนไปพักผ่อนที่พัทยากับสมชายและปูเป้ และเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันแรลลี่ประจำปีด้วย ส่วนตติยาติดงานไปไม่ได้เธอไปสิบวัน ส่วนสมชายกับปูเป้นั้นหยุดได้แค่สามวันเท่านั้นเพราะตอนนี้ธุรกิจของทั้งสองกำลังไปได้สวย จึงหยุดงานนาน ๆ ไม่ได้
ถ้าพวกเพื่อน ๆ กลับกันหนด เธอจะอยู่ต่อจนหมดเวลาพักร้อนเลย และเธอหวังว่าด้วยเวลาดังกล่าวจะทำให้ซื่อเทียนเลิกตอแยเธอพลางถอนหายใจออกมาอย่างสะดุด ภายในใจมันขัดแย้งกันเองระหว่างโล่งอกที่ไม่ต้องพบเจอเขาอีก แต่... อีกใจหนึ่งก็รู้สึกหวิว ๆตอนนี้เธอเริ่มรู้ตัวแล้วว่าสาเหตุเกิดจากอะไรและจะต้องรีบหาทางขจัดความรู้สึกนี้ออกไปจากใจให้เร็วที่สุดไม่เช่นนั้นชีวิตเธอคงหาความสงบสุขเหมือนแต่ก่อนได้ยาก
“หวังว่าเราคงไม่ได้พบกันอีกนะคะคุณซื่อเทียน”
เธอรำพึงกับตัวเองพลางดีดตัวลุกขึ้นจากโซฟา ดิ่งเข้าห้องนอน เพื่ออาบน้ำแต่งตัวให้รู้สึกสดชื่นเพื่อขจัดความวิตกกังกล ความเครียดทั้งหลายทั้งปวงให้ออกไปจากใจ และมีสมาธิในการทำงานต่อ