**trigger warning : มีฉากการใช้ความรุนแรงและการพยายามข่มขืน **
“พรุ่งนี้ที่ท้องพระโรง ท่านคงรู้ว่าควรพูดเช่นไรกระมัง?” กู้ชิงเฉิงมอบหลักฐานทั้งหมดในมือให้โม่อวี้เฉินที่อยู่ข้างกายพร้อมเหลือบมองบรรดาขุนนางที่คุกเข่าเรียงรายเบื้องหน้า
“พ่ะย่ะค่ะ” บรรดาขุนนางต่างรีบรับคำเสียงต่ำ
“ดีแล้ว พวกเจ้าทำต่อไปเถิด มื้อนี้ ข้าจะเลี้ยงพวกเจ้าเอง” เมื่อกู้ชิงเฉิงได้สิ่งที่ต้องการนางจึงลุกขึ้นเดินจากไปโดยไม่เหลียวหลังเลยแม้แต่น้อย
ไม่นานนักคนจากจงเหรินฝู่ก็บุกเข้ามาจับกุมท่านเสนาบดีและขุนนางอีกหลายคนไปทั้งหมดพวกเขายังไม่มีเวลาที่จะแจ้งข่าวให้กู้หยวนเจี๋ยได้รับรู้เลยด้วยซ้ำ
“พระชายาที่รัก...” ในรถม้าโม่อวี้เฉินเอ่ยอย่างลังเล “วิธีนี้ช่างได้ผลลัพธ์เป็นสองเท่าโดยใช้ความพยายามเพียงครึ่งเดียวจริงๆ”
เขาเติบโตในวังหลวงคลุกคลีกับการเมืองตั้งแต่เยาว์วัย จึงมีนิสัยอำมหิต โหดเหี้ยม และซับซ้อนทว่ากลับไม่อาจเทียบเท่าความเด็ดขาดของกู้ชิงเฉิงได้เลยวิธีการตรงไปตรงมาของกู้ชิงเฉิงนั้นช่างทำให้ผู้คนรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก
“พวกขุนนางชั่วเหล่านี้สมควรได้รับการปฏิบัติเช่นนี้” กู้ชิงเฉิงหรี่ตาลง
“หากท่านใช้วิธีของกู้หยวนเจี๋ย จะต้องใช้ตำลึงเท่าไรเชียวเล่า” นางไม่ได้ขาดแคลนเงิน แต่เงินของนางนั้นใช้จ่ายไปกับสิ่งที่จำเป็นเท่านั้นย่อมไม่อาจใช้จ่ายโดยไร้ประโยชน์ได้
โม่อวี้เฉินยิ้มพยักหน้ายามนี้เขาไม่โกรธเคืองที่ตนเองถูกปลอมแปลงโฉมเป็นสาวใช้อีกแล้วตลอดหลายวันที่ผ่านมา เขาสามารถติดตามกู้ชิงเฉิงไปได้ทุกที่ด้วยสถานะนี้เพื่อความสะดวกในการจัดการเรื่องราว
“หลักฐานเรื่องเกลือเถื่อนจะต้องถูกส่งไปในระหว่างการพิจารณาคดีไม่เช่นนั้นแล้ว หากพวกเขายังคงทุจริตต่อไป ความพยายามทั้งหมดอาจไร้ผล” ใบหน้าของกู้ชิงเฉิงสงบนิ่ง คำกล่าวที่ออกมาก็ราบเรียบเช่นกัน
โม่อวี้เฉินย่อมไม่ได้คัดค้านพยักหน้าตอบว่า “ทุกสิ่งล้วนขึ้นอยู่กับพระชายาที่รัก”
“ส่วนเรื่องที่ท่านลักพาตัวสตรี ก็จัดการด้วยตนเองเถิด” กู้ชิงเฉิงโยนประโยคหนึ่งทิ้งท้าย
“การที่ข้าพาภรรยาและบุตรชายของตนกลับมา มีอันใดผิดเล่า?” แววตาของโม่อวี้เฉินเผยรอยยิ้มบางๆ ใบหน้าที่งดงามเช่นนั้นผสมผสานกับรอยยิ้มเช่นนี้ ช่างตรึงใจผู้คนเสียจนวิญญาณแทบจะลอยหลุดจากร่างทำให้กู้ชิงเฉิงตะลึงงันอีกครั้ง ชายหนุ่มที่งดงามถึงเพียงนี้ช่างเป็นบาปกรรมเสียจริง มิน่าเล่า ร่างเดิมถึงได้ยอมทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อแต่งให้เขาหากนางมีใจที่อ่อนไหวกว่านี้สักนิด คงจะหลงใหลไปกับความงดงามนั้นแล้วกระมังยิ่งมองยิ่งงดงาม ทำให้ความรู้สึกของนางดีขึ้นอีกหลายส่วน
สวีอิ่นชิงยืนอยู่บนหอนางโลมจ้องมองรถม้าที่หายลับไป แววตาฉายแววผิดหวังเล็กน้อยเมื่อได้รับข่าวว่ากู้ชิงเฉิงจะมาที่นี่ เขาก็มาช่วยสนับสนุนด้วยตนเองหากไม่ใช่เพราะเขา เรื่องราวในวันนี้ก็คงไม่ราบรื่นถึงเพียงนี้
“ฝีมือของนายหญิงช่าง...” เถียนมามาตัวสั่นสะท้านเสียงกรีดร้องจากภายในนั้นทำให้เขารู้สึกขนหัวลุก
“ถือว่าอ่อนโยนมากแล้ว” สวีอิ่นชิงเอ่ยเสียงเบาทำให้เถียนมามาอ้าปากค้าง ไม่รู้จะเอ่ยอะไรต่อชายหนุ่มวัยเยาว์ที่มีฝีมือถึงเพียงนี้ ช่างน่าชื่นชมยิ่งนัก
“แต่ว่า...เหตุใดนายหญิงจึงเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องขององค์รัชทายาทและรุ่ยอ๋องเล่าเจ้าคะ?เช่นนี้ย่อมง่ายต่อการสร้างปัญหาให้ตนเอง” เถียนมามาขมวดคิ้วพลางพัดพัดในมือ
สวีอิ่นชิงเหลือบมองเถียนมามาอย่างเย็นชาทำให้เถียนมามาถอยหลังไปหลายก้าว “ท่านสวีอย่าได้โกรธไปเลยเจ้าค่ะข้าผิดไปแล้ว ดูปากข้าสิ รู้จักแต่จะพูดจาเหลวไหล” สิ่งที่นายหญิงจะทำย่อมไม่ถึงคราวที่นางจะชี้นำได้ ขอเพียงทำงานให้ดีก็พอแล้ว
“ส่งข่าวให้เฉาปอ ตระกูลกู้เงียบสงบเกินไปแล้ว” สวีอิ่นชิงหันหลังเดินจากไปเอ่ยประโยคหนึ่งอย่างเย็นชา
อย่างน้อยเขาก็ควรจะก่อเรื่องให้เกิดความวุ่นวายบ้างกลับปล่อยให้กู้หยวนเจี๋ยมีเวลาไปพุ่งเป้าโจมตีตำหนักบูรพาได้ช่างไร้ความสามารถจริงๆ
--------
ในคืนนั้นจวนตระกูลกู้พลันปั่นป่วนอลหม่าน เพราะเฉาปอได้บุกรุกเข้าไปในห้องของกู้ตงหลิง
หลายวันมานี้กู้ตงหลิงแทบจะคลุ้มคลั่ง เฉาปอผู้นี้ได้ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่นางมีทว่านางก็ไม่อาจสังหารเขาได้โดยตรงเพราะฮ่องเต้ได้มีราชโองการพระราชทานสมรสให้แล้วหากจะสังหารก็ต้องมีเหตุผลอันสมควร
ทว่านางก็ไม่อาจคาดคิดได้ว่าเฉาปอจะบังอาจถึงเพียงนี้สองวันที่ผ่านมายังทำตัวนอบน้อม แต่ในวันนี้กลับพลันคลุ้มคลั่งขึ้นมาเสียได้
กู้หยวนเจี๋ยไม่อาจระงับโทสะนี้ลงได้เขาตั้งใจที่จะกำจัดองค์รัชทายาท ด้วยกำลังของเขา หากยอมทุ่มสุดตัวไม่ว่าองค์รัชทายาทจะถูกโค่นล้มหรือไม่ อย่างน้อยก็คงได้บาดเจ็บสาหัส
เขาได้สืบทราบว่าเรื่องราวของถังเชี่ยวเป็นฝีมือของกู้ชิงเฉิงอีกทั้งเรื่องที่ฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลกู้ถูกวางยาพิษจนเป็นใบ้ก็เป็นแผนการของกู้ชิงเฉิงเช่นกันเขาถึงกับไม่อาจจินตนาการได้ว่าบุตรสาวผู้โง่งมของเขาจะกระทำสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร
และในวันงานเลี้ยงฉลองวันเกิดกู้ชิงเฉิงก็ได้มอบความประหลาดใจอันยิ่งใหญ่ให้แก่เขาอีกครั้งสลับไปมาระหว่างบ้าคลั่งและโง่งม ทำให้ผู้คนไม่ทันระวังตัวทว่าเกือบทำลายตระกูลกู้ทั้งหมด และตำแหน่งราชการของเขาก็เกือบจะไม่เหลืออยู่แล้วเพราะเหตุนี้เอง เขาจึงตัดสินใจลงมือโดยไม่คำนึงถึงสิ่งใด
“เฉาปอ เจ้ามันรนหาที่ตาย!” กู้ตงหลิงถูกเฉาปอกดทับลงร้องด่าด้วยความโกรธเกรี้ยว ทว่ากลับถูกเฉาปอใช้ผ้าเช็ดหน้าอุดปากไว้
บ่าวไพร่ต่างวุ่นวายอยู่กับงานของตนไม่มีผู้ใดว่างมาสนใจ แม้กู้ตงหลิงจะมีฝีมือดีเยี่ยมและแส้ในมือนางสามารถสังหารผู้คนได้มากมาย แต่เฉาปอได้เตรียมการมาเป็นอย่างดีนางจึงไม่สามารถลงมือได้ ทำได้เพียงปล่อยให้เฉาปอทำตามใจชอบ
เส้นทางของนางถูกเฉาปอสกัดกั้นไว้นางจึงเกลียดชังเขาเข้ากระดูกดำ ในยามนี้ ดวงตานางแดงก่ำจ้องมองเฉาปอที่ทำเรื่องระยำด้วยความอาฆาต
แน่นอนว่านางเกลียดกู้ชิงเฉิงและโม่อวี้เฉินมากกว่า นางรักโม่อวี้เฉินถึงเพียงนั้นได้ปูทางให้เขา ได้ทุ่มเททั้งเงินทองและแรงกาย ได้ช่วยเขาดึงดูดขุนนาง…แต่เขากลับปฏิบัติต่อนางเยี่ยงนี้ความเกลียดชังหลั่งไหลประดุจกระแสน้ำที่ไม่อาจหยุดยั้ง จนท้ายที่สุดกลายเป็นคลื่นยักษ์มหาศาล
ส่วนเฉาปอกำลังจมดิ่งอยู่ในโลกส่วนตัวของตนเองไม่ได้ใส่ใจสิ่งใดเลย
“ฮูหยิน ข้าต้องการบุตร ท่านราชครูจึงจะยอมรับข้า” เฉาปอเดินมาถึงจุดนี้ได้ก็ด้วยการวางแผนคำนวณหลังจากนี้ทุกสิ่งทุกอย่างก็ต้องวางแผนอย่างรอบคอบเช่นกัน ภายหลังเฉาปอรับถ้วยซุปโสมที่บ่าวไพร่ยกมาให้ แล้วลงมือป้อนกู้ตงหลิงด้วยตนเอง
กู้ตงหลิงก้าวออกมาจากอ่างอาบน้ำนางยกเท้าถีบเฉาปอจนล้มคว่ำลงกับพื้น จากนั้นเดินเข้าไปตบหน้าเขาอย่างแรงหลายฉาดพร้อมกับใช้เท้าเหยียบศีรษะของเขาพลางกล่าวว่า “เจ้ามันเดรัจฉานกล้าดียังไงมาแตะต้องข้า วันนี้ข้าจะทำให้เจ้ามีชีวิตอยู่ก็เหมือนตายทั้งเป็น”
“ฮูหยิน พวกเรายังไม่ได้แต่งงาน หากข้าเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นทำให้ไม่อาจต้อนรับแขกในวันแต่งงานได้ถึงตอนนั้นก็ไม่รู้ว่าฮ่องเต้จะทรงคิดอย่างไร” เฉาปอไม่ได้เกรงกลัวเลยแม้แต่น้อยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม
รอยยิ้มนั้นทำให้กู้ตงหลิงรู้สึกคลื่นไส้แต่ก็ไม่อาจสังหารเขาได้ จะทุบตีให้พิการก็ไม่ได้เช่นกัน
ทว่านางถูกเจ้าสุนัขสารเลวนี้หยามเกียรติไปแล้วย่อมไม่อาจปล่อยไปโดยง่าย นางคว้ากระบี่ที่อยู่ใกล้ๆแทงลงไประหว่างขาของเฉาปอทันที
“อ๊ากกก…” เสียงกรีดร้องอันเจ็บปวดดังก้องไปทั่วจวนตระกูลกู้เฉาปอกลายเป็นขันทีไปในทันที
จวนตระกูลกู้ปั่นป่วนวุ่นวายเหล่าเจ้านายต่างมีสีหน้าบึ้งตึงทุกวัน บ่าวไพร่จึงไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงๆ
กู้ตงหลิงทิ้งกระบี่ลงแล้วเตะเฉาปออีกหลายครั้ง ก่อนจะหันหลังเดินจากไป ผู้ที่ทำลายนางก็ย่อมจะไม่อาจมีชีวิตที่ดีได้เช่นกัน
“นางสารเลว ข้าจะทำให้เจ้ามีชีวิตอยู่ก็เหมือนตายทั้งเป็น!” เฉาปอเจ็บปวดแทบขาดใจ กลิ้งเกลือกอยู่บนพื้น พร้อมกับกล่าวออกมาอย่างอาฆาต
หลังจากนั้นกู้ตงหลิงก็ไปยังห้องยาเพื่อขอยาป้องกันการตั้งครรภ์มาดื่มนางจะไม่ให้กำเนิดบุตรแก่เจ้าสุนัขสารเลวอย่างเฉาปอเป็นอันขาด
นับตั้งแต่วันนั้นเฉาปอก็ไม่อาจแสดงท่าทีโอหังได้อีกต่อไปเขาอยู่ข้างกายกู้ตงหลิงราวกับเป็นบ่าวรับใช้ เพื่อให้ตนเองมีชีวิตรอดเขาจึงเชื่อฟังและทำตามทุกประการ