“ท่านแม่ของท่านอ๋องน้อยเป็คนดีมากข้าดีใจที่ได้เห็นบุตรของนางเติบโตขึ้นมาเป็ชายหนุ่มที่หล่อเหล่าและสง่างามเยี่ยงนี้”มู่หยางจินยิ้มให้พระชายาฟู่ฟางิ เขารู้มาจากท่านอาจารย์ว่าเมื่อครั้งที่ท่านแม่ของเขายังเด็กพระชายาฟู่ฟางิคือเพื่อนสนิทของท่าน
“ข้ารู้ท่านอาหญิงข้าก็ดีใจที่ได้พบท่านอาหญิงเช่นกัน ว่าแต่ทำไมเด็กๆ จึงไปเล่นกันบริเวณนั้นได้”
“จิ้งเอ๋อร์บุตรชายคนเล็กของข้าบอกว่าพวกเขาหนีพี่เลี้ยงออกมาเดินเล่นแล้วจิ้งเอ๋อร์อยากได้หิ่งห้อยเยว่เยว่จึงไปจับให้น้องชายแล้วคงพลัดตกลงไปในสระ ดีที่ท่านอ๋องน้อยช่วยได้ทันไม่อย่างนั้นพวกเราคงไม่ได้พบเยว่เยว่อีกแล้ว” ฟู่ฟางิมองบุตรสาวอย่างห่วงใย
“พวกเขายังเด็กและซนตามประสาเด็กแล้วอาการเป็อย่างไรบ้าง ท่านอาจารย์บอกข้าว่ายังไม่ฟื้นเลย”
“เมื่อคืนไข้ขึ้นสูงมากข้าเช็ดตัวให้นางทั้งคืน ก่อนที่ท่านอ๋องน้อยจะมา ก็ได้สติเพียงชั่วครู่ข้าจึงให้ดื่มยาแล้วก็นอนพัก แต่ตัวยังร้อนอยู่มากถ้ายังไม่ดีขึ้นคงต้องเรียกท่านหมอให้มาดูอีกที”
“ท่านอาหญิงก็ต้องดูแลตัวเองด้วยเดี๋ยวจะเจ็บป่วยไปอีกคน”
“ท่านอ๋องน้อยไม่ต้องห่วงข้ากับอ้ายอ้ายได้สับเปลี่ยนกันดูแลเยว่เยว่แล้ว”
“เื่การเดินทางกลับเมืองหลวงท่านอาหญิงอย่าได้กังวล ข้าจะเขียนจดหมายแจ้งกับเสด็จพี่ว่าเราจะกลับไปถึงช้าหน่อยท่านพี่สะใภ้คงจะมีห่วงและกังวลใจถ้าต้องไปทั้งที่น้องสาวยังเจ็บป่วยอยู่อย่างนี้”
“ข้าขอขอบคุณท่านอ๋องน้อยที่เข้าใจ”พระชายาฟู่ฟางิกล่าวขอบคุณมู่หยางจินอย่างสบายใจเมื่อคืนเสิ่นอ้ายฉิงนั้นก็เฝ้าดูแลน้องสาวอย่างเป็ห่วงไม่ได้ห่างไปไหนเลย
“ข้าขอไปดูท่านหญิงเยว่เอ๋อร์ได้หรือไม่”
“เชิญท่านอ๋องน้อยตามสบายเถิด”
มู่หยางจินเดินมาที่เตียงนอนของเด็กหญิงที่เขาช่วยชีวิตเอาไว้เมื่อคืนเสิ่นเยว่เอ๋อร์นอนหลับใหลใบหน้าซีดเซียวจากอาการป่วยไข้ถึงใบหน้าจะขาวซีดจากการเจ็บป่วย แต่เค้าลางความสวยน่ารักนั้นก็คล้ายกับมารดาและพี่สาวอย่างเสิ่นอ้ายฉิงอย่างมาก
“ช่วย ช่วยด้วย” เด็กหญิงละเมอยกมือไขว่คว้าอากาศเบื้องหน้ามู่หยางจินคว้าจับมือเล็กๆนั้นไว้อย่างแ่เบาทะนุถนอม
“พี่ชายท่านเป็คนช่วยข้าไว้อย่างนั้นหรือ” เสิ่นเยว่เอ๋อร์สะลึมสะลือพูดเสียงเบานางปรือตามองคนเบื้องหน้าพยายามมองดูว่าคนผู้นี้คือใครแต่ก็มองไม่ชัดนักมู่หยางจินจึงก้มลงฟังสิ่งที่นางพูด
“ใช่”เขาพูดกับเสิ่นเยว่เอ๋อร์เสียงเบา
“พี่ชายเป็ใครหรือ”เสิ่นเยว่เอ๋อร์หลับตาและพยายามพูดเสียงแ่เบาเบาเหงื่อซึมออกตามไรผมอย่างน่าสงสาร
“พี่จิน”เขาบอกเพียงชื่อพยางค์เดียวกับเสิ่นเยว่เอ๋อร์ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยพูดกับใครมาก่อนและคิดว่าเจ็บป่วยอยู่แบบนี้ นางคงจำชื่อเต็มของเขาไม่ได้ตอนนี้สตินางยังไม่กลับคืนมาดีนัก จากนั้นก็ใช้แขนเสื้อซับเหงื่อที่หน้าผากให้เบาๆอย่างอ่อนโยนราวกับกลัวว่าถ้าออกแรงมากกว่านี้อาจจะทำให้นางเจ็บได้
“พี่จิน”เสิ่นเยว่เอ๋อร์เรียกชื่อนั้นเสียงเบา นางจดจำชื่อนั้นไว้ในใจแล้วหลับลงอีกครั้ง
เสิ่นหนานอ๋องกับพระชายามองการกระทำของมู่หยางจินอย่างประหลาดใจไม่คิดว่ามู่หยางจินที่ภายนอกนั้นออกจะเ็ากับทุกคนแต่กลับมีมุมที่อ่อนโยนกับเด็กแบบนี้
“ท่านอาเสิ่น” มู่หยางจินลุกขึ้นเดินมาหาเสิ่นหนานอ๋องและภรรยาที่นั่งมองเขาอยู่
“อี้หานบอกว่าท่านอ๋องน้อยอยากจะไปเขาเทียนเสวี่ยหรือ”
“ใช่ขอรับท่านอาเสิ่น เพียงแต่ตอนนี้คงจะไม่เหมาะที่ท่านอี้หานจะพาข้าไป”
“พรุ่งนี้ข้าจะให้อี้หานพาท่านอ๋องน้อยไปเยว่เยว่คงไม่เป็อะไรมาก นางตกน้ำในวันที่อากาศหนาวเย็นอย่างนั้นเด็กป่วยง่ายอยู่แล้ว ให้แม่กับพี่สาวนางพยาบาลไม่นานก็คงหายดี”
“ถ้าท่านอาเสิ่นเห็นควรว่าไปได้พรุ่งนี้ข้าจะพาท่านเสวี่ยนลู่ไปกับข้าด้วย ท่านอาเสิ่นไม่ต้องเตรียมคนมากมายข้าแค่อยากไปชมเขาเทียนเสวี่ยเท่านั้น”
“หมาป่าูเาดุร้ายท่านอ๋องน้อยโปรดระวัง”
“หมาป่าูเาเป็สิ่งที่ข้าอยากเจอจริงแต่สถานการณ์ตอนนี้ ข้าคงไม่ล่ามัน ขอเพียงได้เห็นเท่านั้น เห็นแล้วข้าจะรีบกลับจะไม่ทำให้คนติดตามต้องเดือดร้อนอย่างแน่นอน” มู่หยางจินให้สัญญากับผู้ใหญ่ทั้งสอง
“ข้าขอไปดูเยว่เยว่ก่อนพวกท่านคุยกันไปนะ” พระชายาฟู่ฟางิพูดจบก็ลุกขึ้นไปเช็ดตัวให้บุตรสาว
“เหตุใดจึงป่วยหนักขนาดนี้หรือท่านอาเสิ่น”
“เยว่เยว่นั้นหากเป็ฤดูหนาวอย่างนี้จะอาบน้ำเย็นและดื่มกินของเย็นไม่ได้เด็ดขาดจะเกิดป่วยไข้ขึ้นมาทันที เมื่อคืนตกน้ำและอากาศเย็นกว่าปกติเด็กทั่วไปยังเจ็บป่วยได้ง่าย แต่สำหรับเยว่เยว่นั้นจะเจ็บป่วยรุนแรงกว่าต้องห่มผ้าให้อบอุ่นขับเหงื่อไล่ไอเย็นออกมาจึงจะหาย”
“่ฤดูร้อนก็ต้องดื่มน้ำอุ่นหรือนางจะไม่ร้อนหรือ”
“ไม่หรอก่ฤดูอื่นนางก็เป็ปกติเหมือนคนทั่วไปกินดื่มของเย็นได้แต่ฤดูหนาวห้ามกินของเย็นเด็ดขาด ข้ายังจำได้ดีหลังจากกลับจากทำศึกที่เมืองหลวงข้าซื้อน้ำแข็งมาใส่น้ำหวานให้ลูกๆดื่ม เยว่เยว่นั้นดื่มอย่างอร่อยและชอบมากแค่เพียงไม่นานก็เป็ไข้ตัวร้อนขึ้นมาทันทีแม่ของนางไล่ตีข้าเสียรอบจวนที่เป็ต้นเหตุให้เยว่เยว่ป่วย ตอนนั้นข้ารู้สึกผิดยิ่งนัก”
“ท่านอาไม่รู้ และไม่ได้ตั้งใจ”
“ใช่ ข้าไม่รู้แต่ตอนนี้รู้แล้วก็ระวังกันมาหลายปี แต่เพราะความซนก็ทำให้เกิดเื่จนได้ขอบคุณท่านอ๋องน้อยที่ช่วยเยว่เยว่ของเรา”
“ท่านอาเสิ่นไม่ต้องขอบคุณข้าข้าเต็มใจช่วย แล้วหานจิ้งเล่า เขาเป็เหมือนกันไหม”
“จิ้งเอ๋อร์หรือเ้าเด็กคนนั้นแข็งแรงไม่ค่อยเจ็บป่วยหรอก ชอบแอบกินของเย็นลับหลังแม่อยู่บ่อยๆตอนแรกเราก็กังวลว่าเขาจะเป็เหมือนพี่สาว แต่ก็ไม่มีอะไร เขาแข็งแรงดี”
“ข้าไม่รบกวนเวลาท่านอาทั้งสองดูแลคนป่วยแล้วข้าอยากจะออกไปเดินเล่นชมเมืองสักหน่อย”
“ข้าจะให้อี้หานไปเป็เพื่อนพาเที่ยวชมเมืองแล้วกัน”
“ไม่ต้องรบกวนท่านอี้หานหรอกท่านอาพรุ่งนี้ข้ายังต้องรบกวนเขาอีกมาก”
“รบกวนอะไรข้าอย่างนั้นหรือท่านอ๋องน้อย”เสิ่นอี้หานเดินเข้ามาทันได้ยินบทสนทนาของมู่หยางจินกับพ่อของเขาพอดี
“เ้ามาพอดีท่านอ๋องน้อยอยากจะไปเดินเล่นชมเมือง เ้าพาท่านไปชมเมืองหน่อยเถิด”
“ได้ขอรับท่านพ่อ เชิญท่านอ๋องน้อยข้าจะพาชมให้ทั่วเมืองเลย”
“รบกวนท่านอี้หานแล้ว”
เสิ่นอี้หานผายมือเชิญมู่หยางจินให้ออกไปด้วยกันเขาตั้งใจจะเข้ามาดูน้องสาวสักหน่อย แต่เมื่อแขกอยากจะออกไปเที่ยวชมเมืองเ้าบ้านอย่างเขาก็ต้องต้อนรับขับสู้ให้ดี
“ท่านอ๋องน้อยช่างเหมือนกับฮ่องเต้ยิ่งนักนอกจากจะเก่งกล้าเหมือนกันแล้ว หน้าตาและบุคลิกท่าทางของท่านก็เหมือนกับฮ่องเต้มาก"เสิ่นอี้เฉินพูดขึ้นอย่างชื่นชม
"ดูไปแล้วท่านอ๋องน้อยออกจะดื้อรั้นกว่าฮ่องเต้อยู่นะท่านพี่”
“ข้าก็คิดอย่างนั้นหากเยว่เยว่ของเราไม่ป่วยดูแล้วท่านอ๋องน้อยคงจะให้อี้หานพาไปล่าหมาป่าูเาอย่างแน่นอน”
“ข้ากังวลว่าจะซ้ำรอยฮ่องเต้จริงๆท่านพี่หรือเราจะห้ามไม่ให้ไปดี”
“ถึงห้ามได้ก็คงแอบไปเองอยู่ดีน้องหญิงเ้าจำไม่ได้หรือ ฮ่องเต้ในคราวนั้นก็ถูกฮ่องเต้พระองค์ก่อนห้ามปราม พระองค์ก็รับปากดิบดีแล้วเป็ยังไง แอบพาคนสนิทไปเอง ช่างดื้อรั้นเหลือเกิน ส่วนท่านอ๋องน้อยคนนี้นั้นท่านชีฟงบอกข้าว่าความดื้อดึงของท่านอ๋องน้อยนั้นมากกว่าฮ่องเต้เมื่อวัยเดียวกันนี้อยู่มากทีเดียว”
“พี่น้องกันจะต่างกันบ้างไม่ได้เลยหรือ”
“ก็คงจะมีส่วนที่ต่างแต่ข้าก็ไม่รู้ว่าต่างยังไง เราเลิกพูดเื่ท่านอ๋องน้อยเถอะเยว่เยว่ไข้ลดลงบ้างหรือยัง” เสิ่นอี้เฉินเดินมาดูบุตรสาวที่สีหน้ายังไม่ดีขึ้น
“เพิ่งจะลดลงตอนที่ท่านอ๋องน้อยมาดูนี่แหละท่านพี่ข้าเช็ดตัวให้ลูก เนื้อตัวเริ่มไม่ร้อนแล้ว อีกไม่นานก็คงดีขึ้น”เสิ่นอี้เฉินลูบหัวบุตรสาวอย่างถนอมหัวอกคนเป็พ่อแม่เ็ปที่สุดก็ตอนที่ลูกเจ็บป่วยนี่แหละ