หมอกหนาขาวโพลนปกคลุมทั่วทั้งป่าที่เต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่เบียดเสียดแย่งกันเติบโต ต้นไผ่โอนเอนไปตามทิศทางลม เสียงสัตว์นานาชนิดต่างส่งเสียงร้องดังก้องป่า เสียงของน้ำตกที่เกิดจากการรวมตัวของสายน้ำเล็กๆ จำนวนมากตกลงมากระทบหินที่ด้านล่าง นกหลากหลายชนิดร้องเหมือนดั่งบทเพลงตามธรรมชาติ ช่วยเพิ่มให้บรรยากาศรอบๆ ดูมีชีวิตชีวาเป็อย่างมาก ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามแห่งนี้กลับมีชายหนุ่มผู้หนึ่งยืนเป่าขลุ่ยหยกสีเขียวมิ้นต์ นิ้วเรียวยาวปิดเปิดรูขลุ่ยเกิดเป็ทำนองที่ไพเราะสอดประสานกับเสียงจากธรรมชาติยิ่งเหมือนดั่งมีมนตร์สะกดอย่างไรอย่างนั้น ที่นี่คือเขาซีอันตอนนี้เริ่มเข้าสู่ฤดูวสันต์แล้วใบไม้เริ่มผลิใบอ่อนเป็สีเขียวขจีทั่วทั้งป่า
ชายหนุ่มยืนเป่าขลุ่ยบนโขดหินใหญ่ข้างน้ำตกไม่ใช่ใครที่ไหนเขาคือจางิ่ เขาจะตื่นแต่เช้ามาสูดอากาศและฝึกวรยุทธแบบนี้แทบทุกเช้า การเป่าขลุ่ยเป็การฝึกวรยุทธรูปแบบหนึ่งนั่นคือการฝึกกำลังภายในเพลงที่เขาใช้ไม่ใช่เพลงธรรมดาทั่วไปแต่เป็วิชาคลื่นเสียงสังหารถ้าผู้ฟังมีกำลังภายในจะทำให้ลมปราณปั่นป่วนเกิดธาตุไฟเข้าแทรกได้ นี่ก็ปลายยามเหม่าแล้วชายหนุ่มจึงหยุดฝึกแล้วไปอาบน้ำเพื่อจะได้ไปตรวจช่วยเหลือคนป่วยที่หมู่บ้านใกล้ๆ หมู่บ้านแถวนี้มีแต่ชาวบ้านที่ยากจนไม่มีเงินไปหาหมอในเมืองชายหนุ่มจึงไปช่วยรักษาให้โดยไม่คิดเงิน เพราะสมุนไพรส่วนใหญ่เขาก็เก็บจากเขาแห่งนี้แทบทั้งสิ้นไม่ได้เสียเงินซื้อสักตำลึง .ชายหนุ่มใช้อาชีพหมอเพื่อช่วยชาวบ้านปิดบังตัวตนที่แท้จริงว่าเขาเป็มือสังหารเพื่อช่วยให้ทำงานได้ง่ายขึ้น
“ท่านหมอมาแล้วหรือ วันนี้เรามีคนป่วยอยู่ 4-5คนเชิญท่านหมอช่วยดูอาการพวกเขาด้วยขอรับ” ชายแก่อายุราว 60 ปีหัวหน้าหมู่บ้านนามว่าเจาชุนกล่าวกับชายหนุ่มให้ช่วยรักษาชาวบ้านที่ป่วย
“ท่านลุงอย่าได้เป็ห่วงไปข้าจะช่วยรักษาทุกคนเองขอรับ” ชายหนุ่มกล่าวอย่างยิ้มแย้มให้เจาชุนเพื่อไม่ให้เขากังวลใจ
“ขอบคุณมาก เชิญท่านหมอตามข้าไปดูคนป่วยทางนี้ขอรับ”
จางิ่เดินตามหัวหน้าหมู่บ้านเข้าในกระท่อมหลังหนึ่ง ดูภายนอกดูเก่าและเล็กเป็อย่างมากเมื่อเข้ามาด้านในพบคนป่วยนอนอยู่ที่เตียงไม้เก่าๆ มีผ้าห่มที่เต็มไปด้วยรอยปะด้วยผ้าผืนเล็กปิดรอยขาดมากมาย ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้ชายหนุ่มรู้สึกสงสารชาวบ้านเหล่านี้เป็อย่างมากและยิ่งทำให้เขาโกรธเ้าเมืองหยางผิงแห่งนี้เช่นกัน ที่ชาวบ้านต้องตกอยู่ในสภาพนี้เนื่องจากถูกเ้าเมืองขูดรีดภาษีไปมากมายทั้งข้าวที่ปลูกและผลผลิตทางการเกษตรไม่ต่างจากโดนโจรปล้นอย่างไรอย่างนั้น ชายหนุ่มกวาดสายตามองโดยรอบเขาเห็นคนป่วย 3 คนมีแผลเหวอะหวะเต็มตัวเขาจึงรีบไปดูอาการของคนทั้ง 3 ก่อน ดูจากรอยแผลเขาก็รู้ได้ทันทีว่าเป็แผลที่เกิดจากโดนสัตว์ทำร้ายมาเป็แน่ เพราะแผลที่เห็นนั้นไม่ได้เรียบเนียนเหมือนอย่างถูกคนใช้ของมีคมทำร้ายมา
“ท่านผู้ใหญ่บ้านพวกเขาไปโดนอะไรทำร้ายมาขอรับ” ชายหนุ่มถามเพื่อให้แน่ใจเพราะจะได้ใช้เทียบยาได้อย่างถูกต้อง
“คนในหมู่บ้านเข้าไปล่าสัตว์ในป่าแต่กลับเจอหมีทำร้ายมาขอรับ”
ชายแก่ตอบเสียงสั่นเครือ เพราะที่คนในหมู่บ้านต้องเข้าไปล่าสัตว์ในป่าทั้งที่รู้ว่าเขาซีอันแห่งนี้เป็สถานที่อันตรายก็เพราะจะได้มีอาหารให้คนในหมู่บ้านได้กินเพื่อให้มีชีวิตรอดเนื่องจากทางการขูดรีดข้าวและสิ่งของเงินทองต่างๆ ของพวกเขาไปจนไม่พอสำหรับคนทั้งหมู่บ้าน การเข้าไปหาอาหารในป่าจึงเป็ทางเลือกเดียวที่พวกเขาเหลืออยู่
“เช่นนั้นพวกท่านช่วยนำน้ำสะอาดมาให้ข้าด้วย” จางิ่บอกแก่คนที่อยู่ในห้องให้ไปตักน้ำมาให้เขา
“ได้ขอรับ” ชาวบ้านหนึ่งในนั้นเอ่ยตอบและรีบไปนำน้ำมาให้ชายหนุ่ม
จางิ่ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดรอบๆ รอยแผลเพื่อทำความสะอาด คนเจ็บร้องออกมาด้วยความเ็ปชาวบ้านที่อยู่ในห้องจึงช่วยจับตัวเขาไว้ เมื่อทำความสะอาดแผลเรียบร้อยแล้วชายหนุ่มล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อหยิบห่อกระดาษสีน้ำตาลอ่อนด้านในมีผงสีขาว จากนั้นมือหนาค่อยๆ เทผงสีขาวลงไปที่แผลอย่างเบามือ ผงสีขาวนั่นคือยาสมานแผลและยาห้ามเืช่วยให้เืหยุดไหลอีกทั้งแผลปิดเร็วขึ้น จากนั้นเขาใช้พันแผลโดยรอบเพื่อไม่ให้แผลติดเชื้อได้ง่าย ชายหนุ่มทำแบบนี้จนครบทั้งสามคนเม็ดเหงื่อผุดขึ้นที่หน้าผากเกิดจากความเหนื่อยล้าจากการช่วยคนป่วย เขาจึงใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อไปจนหมดแล้วไปดูอาการคนป่วย 2 คนที่นอนอยู่บนเตียงไม้
ตาคมมองไปที่ชายวัยกลางคนอายุราวๆ 40 ปีนอนอยู่บนเตียงด้วยสภาพอิดโรย ชายหนุ่มเดินเข้าไปที่ข้างเตียงก่อนจะนั่งคุกเข่าลงข้างหนึ่งจากนั้นยื่นมาไปจับชีพจรของคนไข้พลางสังเกตอาการของเ้าตัว สิ่งที่เขาเห็นคือ ชายคนนี้มีอาการอ่อนเพลีย ิัแห้ง เส้นผมบาง ผมขาดง่ายไม่แข็งแรง ิัเหี่ยวย่น ตาลึก แก้มตอบ เหมือนอย่างคนเป็โรคขาดสารอาหารที่พบเห็นได้บ่อยของคนที่อยู่หมู่บ้านแถวนี้ เขาจึงจัดเทียบยาให้แก่ชายคนนี้ไว้บำรุงจะช่วยให้อาการดีขึ้น
“อย่าลืมกินยานี่ทุกวันอย่าให้ขาด จะทำให้อาการของท่านค่อยๆ ดีขึ้น” จางิ่พูดพลางยื่นห่อยาให้แก่ชายวัยกลางคนเพื่อไว้รักษาตอนที่เขากลับไปแล้ว
“ขอบคุณมากขอรับท่านหมอบุญคุณครั้งนี้ข้าจะไม่มีวันลืมเป็แน่” ชายคนนั้นกล่าวขอบคุณจากใจจริงที่ชายหนุ่มช่วยรักษาให้เขาแม้เขาเองจะไม่มีเงินตอบแทนก็ตาม จากนั้นเขาทำท่าเหมือนกำลังจะลุกขึ้นคุกเข่าคารวะแต่ถูกชายหนุ่มห้ามไว้ก่อน
“อย่าทำเช่นนี้ ที่ข้าช่วยเพราะข้าอยากช่วย ท่านอย่าถือว่าเป็บุญคุณรีบพักผ่อนให้หายโดยเร็ว จะได้คอยดูแลครอบครัวไม่ให้ลำบากท่านนอนพักเถิด”
ชายหนุ่มกล่าวอย่างเป็ห่วงพลางยิ้มให้กำลังใจ จากนั้นเขาก็เดินไปนั่งที่โต๊ะเพื่อรักษาคนป่วยคนสุดท้าย แต่คนสุดท้ายมิใช่คนป่วยที่เป็โรคร้ายเหมือนอย่างคนก่อนหน้าแต่เป็เื่ที่น่ายินดีก็ว่าได้ นางเป็หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ชายหนุ่มจะคอยมาตรวจให้เป็ประจำทุกเดือนอยู่แล้ว
“แม่นางอู๋อาการเดือนนี้เป็เช่นใดบ้าง” ชายหนุ่มเอ่ยถามขณะที่เอื้อมมือไปจับชีพจรของหญิงสาว
“่นี้ข้าเริ่มรู้สึกเหมือนมีผีเสื้อกระพือปีกอยู่ในท้อง บางครั้งก็รู้สึกเหมือนเด็กกำลังดิ้น ตอนกลางคืนก็มีอาการชาตามมือและเท้าเ้าค่ะท่านหมอ” หญิงสาวอธิบายอาการต่างๆ ให้จางิ่ฟังอย่างละเอียด
“อย่างนั้นหรือ เช่นนั้นก็ไม่มีอันใดให้ต้องเป็ห่วงอาการเหล่านี้เป็เื่ปกติในคนท้อง แม่นางอย่าได้กังวลเลยวันนี้ข้าจะฝังเข็มช่วยให้เืไหลเวียนดีขึ้นจะช่วยให้อาการชาที่มือและเท้าทุเลาลงบาง” ชายหนุ่มกล่าวพลางล้วงมือเข้าไปในแขนเสื้อหยิบแผ่นผ้าที่ใช้เก็บเข็มเงินนับ 10 เล่มออกมา จากนั้นแทงเข้าไปที่ผิวบางแต่หญิงสาวกลับไม่แสดงสีหน้าเ็ปแม้แต่น้อย
“ขอบคุณมากเ้าค่ะท่านหมอ” หญิงสาวกล่าวขอบคุณหลังจากที่จางิ่รักษานางเสร็จแล้ว
“ไม่เป็ไรขอรับ ก่อนนอนให้แม่นางแช่เท้าด้วยน้ำอุ่นจะช่วยลดอาการชาลงได้ นี่คือยาบำรุงจะช่วยให้แม่นางและลูกในครรภ์แข็งแรง ต้มทานก่อนนอนทุกวันอีก 1 เดือนข้าจะมาช่วยดูให้อีกครั้งนะขอรับ” ชายหนุ่มกล่าวอย่างอธิบายพลางยื่นห่อยาให้กลับหญิงสาว
“เมื่อไม่มีอันใดแล้วข้ากลับก่อนนะขอรับ” จางิ่หันไปกล่าวกับผู้ใหญ่บ้านที่ยืนอยู่ข้างๆ
“ข้าขอขอบคุณท่านหมอแทนทุกคนในหมู่บ้านด้วยจริงๆ น่าละลายใจยิ่งนักที่พวกข้าไม่สามารถหาอะไรมาตอบแทนท่านหมอไม่ได้เลย” เจาชุนกล่าวด้วยใบหน้าเศร้าเป็อย่างมากที่ตอบแทนชายหนุ่มไม่ได้เลย
“อย่าพูดเช่นนั้นเลยข้าเป็หมอเพียงเพราะอยากช่วยคน ที่ข้าช่วยพวกท่านให้พวกท่านหายป่วยยิ้มได้ก็ถือว่าเป็การตอบแทนข้าแล้ว เช่นนั้นข้ากลับก่อนนะขอรับ”
จากนั้นชายหนุ่มก็เดินทางออกจากหมู่บ้านโดยมีชาวบ้านจำนวนมากเดินมาส่งที่ทางเข้าหมู่บ้านทุกคนต่างมองไปที่ชายหนุ่มเป็ตาเดียวและยิ้มให้อย่างคนมีความสุข เมื่อชายหนุ่มเดินลับตาจากคนในหมู่บ้านเขาหยุดนิ่งอยู่กับที่ภายใต้แขนเสื้อมือหนากำหมัดแน่นอย่างเครียดแค้น ใบหน้าโกรธเกรี้ยวจนเห็นสันกรามชัด เส้นเืที่ขมับปูดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ตอนที่อยู่ในหมู่บ้านเขาข่มอารมณ์เพื่อไม่แสดงออกมาตอนนี้อยู่คนเดียวไม่ต้องอดกลั้นอีกต่อไป
“มู่หยางข้าขอสาบานว่าข้าจะไม่ปล่อยให้เ้ามีชีวิตรอดเป็แน่”
...........................................
ใครทำให้อิพี่โกรธได้ขนาดนี้จะรอดได้มั๊ยยย
เื่นี้ไรท์ตั้งใจเขียนมากๆ เลยนร้าา หวังว่ารีี๊ดทุกคนจะมีความสุขในการอ่าน อย่าลืมคอมเม้นต์ให้กำลังใจไรท์้ด้วยนะทุกคน
ไรท์จะพยายามลงทุุกวันประมาณ 18.00 ณ. นร้าาาาา