3
กลั่นแกล้ง
สืบเนื่องจากหลายวันก่อนนางหนีกลับบ้านแล้วไม่มีใครยอมเปิดประตูให้ วันที่สามพอกลับบ้านเดิมเล่อหวงจึงไม่ยอมคุยกับบิดา มารดาเลี้ยงยิ่งแล้วใหญ่ นางไม่มีวันญาติดีด้วย หลังทำพิธียกน้ำชาให้บิดาและมารดาเลี้ยงจึงแอบหลบในห้อง สั่งสาวใช้ตระเตรียมข้าวของจำนวนหนึ่ง พอกินมื้อเที่ยงเสร็จก็ขนของไปลาบิดาด้วยใบหน้าบึ้งตึงเห็นบิดาหน้านิ่วคิ้วขมวด นางจึงลากลับบ้านตีนเขาอย่างอารมณ์ดี
กลับไปเยี่ยมบ้านเดิมเล่อหวงไม่ยอมให้ฉวีอวิ้นมู่ไปด้วย นางอายที่ต้องเดินไปไหนมาไหนกับเขาท่ามกลางสายตาชาวบ้านซื่อหลิวชายหนุ่มยิ้มมุมปากไม่ได้ทักท้วง ปล่อยให้นางกลับคนเดียวตามแต่ใจ
นางเป็บุตรสาวเพียงคนเดียวของพ่อค้าข้าวไม่เคยต้องทำงานบ้านมาก่อน งานเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่เคยถึงมือตน อาหารการกินพรั่งพร้อมไม่เคยอดมื้อกินมื้อยามนี้ออกเรือนแล้ว บ้านสามีจนยิ่งนัก ข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านเก่าแถมชำรุดไปหลายอย่างอาหารการกินไม่ถึงกับต้องอด แต่ต้องออกไปหาข้างนอกอย่างเช่นวันนี้นางถูกสามีลากออกจากเตียงั้แ่ไก่ยังไม่ขันอากาศที่หนาวจัดทำให้คนถูกปลุกหน้างอง้ำ
“วันนี้ต้องออกไปข้างนอกรีบตื่นมาล้างหน้าเถอะ”
“ข้าไม่ไป”นางส่ายหน้าไม่ยอมลุกจากเตียง ตีให้ตายก็จะไม่ไปเด็ดขาด
เขายิ้มไม่เอ่ยสิ่งใดสองเค่อต่อมา เล่อหวงหิ้วถุงเสบียงเดินตามหลังร่างสูงด้วยท่าทางหดหู่ ระหว่างทางไม่วายบ่นกระปอดกระแปด
ยามเดินผ่านกระท่อมท้ายอารามร้างเล่อหวงอดใจไม่ไหว วิ่งไปเตะประตูเก่าจนหลุดออกมานอนเอ้งเม้งขวางทางเดือดร้อนให้ชายหนุ่มต้องลากประตูเก่าไปไว้ด้านข้าง กว่าทั้งสองจะเดินไปถึงหน้าผาชันหนี่ต้องหยุดพักหลายรอบ คนไม่เคยเดินขึ้นเขาสะดุดล้มเกือบกลิ้งตกเขาหลายรอบจนชายหนุ่มต้องหาเชือกมาผูกเอวคอดกิ่ว ปลายเชือกอีกด้านผูกที่เอวเขา
หน้าผาชันหนี่อยู่ตรงกลางหุบเขา ยามนี้ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน ไกลออกไปคือทิวเขาสลับซับซ้อนคลุมด้วยหิมะขาวโพลนดูเย็นะเือากาศหนาวเย็นทำให้มือและเท้าเย็นเฉียบ ถุงมือที่สวมมิอาจขวางกั้นความหนาวร่างบางทิ้งตัวนั่งกับพื้น ไม่สนใจจะทำอะไรอีก
“ไหวหรือไม่”เห็นร่างบางหนาวสั่นแล้วเขาพลันใจอ่อน
“ข้าหนาว”นางนั่งชันเข่า ศีรษะเล็กก้มงุด สองมือกอดเข่าแน่น
ชายหนุ่มถอดเสื้อคลุมของตนคลุมให้คนหนาวเหลือเพียงเสื้อตัวในสีดำ เล่อหวงตาโตเมื่อเห็นเขาสละเสื้อคลุมให้ตน แววตื่นตันพาดผ่านดวงตาคู่สวยเผลอมองตามร่างสูงอย่างเหม่อลอย
“ผักพวกนี้จะเอามาแกงหรือผัดรสชาติดีเยี่ยม กลับถึงบ้านข้าจะทำน้ำแกงผักให้เ้าดื่มคลายหนาว” เสียงเขาทุ้มต่ำน่าฟังมือหยาบกร้านถือจอบขุดลงไปใต้ดินอย่างขยันขันแข็งไม่มีแววหนาวเหน็บและเหนื่อยล้าให้เห็น ใบหน้าคมคายเรียบเฉยแลมุ่งมั่นในสิ่งที่ทำ
“เหตุใดต้องลำบากมาขุดด้วย”นางขมวดคิ้ว มองแปลงผักป่าสีเขียวขจีทนหนาวตรงหน้าซึ่งกินพื้นที่หน้าผาเกือบครึ่งบางส่วนถูกชาวบ้านขุดไปแล้ว และบางส่วนกำลังแตกยอดงอกขึ้นใหม่วนเวียนไปเช่นนี้จนกว่าจะพ้นฤดูหนาวถือเป็ผักต่อชีวิตชาวบ้านยากไร้ให้ผ่านพ้น่อากาศหนาวเหน็บแทบปลิดชีวิตผู้คน
“ไม่ลำบากนี่คือวิถีชีวิตของข้า” เขาตอบโดยไม่หันมามอง
“ไม่เห็นเข้าใจ”ดวงตาคู่กลมสวยลอบมองร่างสูงกำยำ ชุดสีดำเนื้อหยาบแนบกระชับลำตัว มือแข็งแรงยกจอบขึ้นขุดผักขาซ้ายซึ่งเคยได้รับาเ็ทำให้เขาเดินขาเป๋ กลับไม่เป็อุปสรรคต่องานที่ทำ ดูไปแล้วฉวีอวิ้นมู่ผู้นี้หาได้เลวร้ายไม่
“หากยอมรับได้สักวันเ้าจะเข้าใจ” ฉวีอวิ้นมู่คลี่ยิ้มไม่อธิบายเพิ่ม
เล่อหวงมุ่นคิ้วก่อนจะคลายออก ตัดสินใจลุกไปช่วยเก็บผักกองโตที่เขาขุดมาใส่กระบุง นอกจากเก็บผักป่าแล้วชายหนุ่มยังขุดมันป่าซึ่งขึ้นตามธรรมชาติอีกจำนวนหนึ่งนำกลับไปด้วย
ดวงอาทิตย์เคลื่อนต่ำลงทั้งสองค่อยพากันเดินลงเขา นางกำลังจะตาย เล่อหวงคิดว่าอย่างนั้น ร่างบางแบกจอบเดินตามหลังสามีลงเขาอย่างคนไร้เรี่ยวแรงใบหน้าขาวนวลมีรอยปื้นดำเป็จุด เหงื่อไคลไหลย้อมเสื้อผ้าจนชุ่ม ความหนาวยามนี้ไม่มีผลต่อนาง
ขากลับนางไม่ปริปากพูดสิ่งใดคอยระวังทางเดินตลอด กว่าจะเดินมาถึงบ้านตีนเขาร่างกายอ่อนล้าอยากปีนขึ้นเตียงแล้วนอนหลับสักตื่น มิคาดว่าจะได้เจอแขกไม่ได้รับเชิญ
“กลับมาแล้วหรือข้ามารอตั้งนาน” หญิงสาวร่างอวบอิ่มสวมชุดกระโปรงสีชมพูปักลายดอกเหมยสีค่อนข้างซีดบอกชัดว่าผ่านการใช้งานมานานปีโผเข้ามาหาชายหนุ่ม
“เ้ามาทำไม”เล่อหวงชักสีหน้า ถามเสียงกระด้าง เห็นสายตาแพรวพราวของแม่หม้ายโจวทอดมองร่างสูงกำยำคล้ายกับสายตานางปีศาจิหวั่งที่มองบิดานางยิ่งไม่ชอบใจ
“ไม่ได้มาหาเ้า”
โจวถิงถิง ปีนี้อายุล่วงเข้ายี่สิบห้า ร่างกายอวบอิ่ม ผิวสีน้ำผึ้ง มีส่วนเว้าส่วนโค้งอย่างที่สตรีเห็นยังต้องริษยาใบหน้ารูปเม็ดแตงไม่ได้งามเด่น คงมีเพียงดวงตาคู่คมสวยหยาดเยิ้มซึ่งเรียกได้ว่าทำให้บุรุษลุ่มหลงมานักต่อนักนางอาศัยอยู่ฝั่งตะวันตกของหมู่บ้าน สามีตายเพราะโดนหมีดำกัดตอนไปล่าสัตว์บนเขา ทิ้งให้นางอยู่กับบุตรชายวัยสามขวบหนาวนางรู้จักกับฉวีอวิ้นมู่เพราะอีกฝ่ายเคยขึ้นเขาล่าสัตว์กับสามีตน หลังจากสามีจากไปนางชอบมาขอให้ชายหนุ่มช่วยหลายเื่ จึงไปมาหาสู่กันประจำ
คนเก็บอารมณ์ไม่เก่งเบ้ปากอย่างหัวเสียถลาเข้าหาร่างอวบอิ่ม ฉวีอวิ้นมู่รีบดึงแขนเรียวขาวไว้เป็เชิงปรามก่อนถามเสียงขรึม “มีธุระอะไรหรือ”
“ดูพูดเข้าเมื่อก่อนข้ามาออกจะบ่อย” โจวถิงถิงแสร้งตัดพ้อ มองมือหนาสีเข้มที่จับต้นแขนของเล่อหวงเขม็ง
“น่ารังเกียจนัก”เล่อหวงเอ่ยไม่ไว้หน้า สะบัดมือเขาอย่างไม่ไยดี ก่อนจะพลุนผลันเข้าบ้าน ทิ้งให้สามีอยู่กับหม้ายสาวตามลำพัง
“นางยังเด็กอย่าได้ถือสา” น้ำเสียงเจือแววอ่อนโยนของฉวีอวิ้นมู่ สร้างความอิจฉาให้แก่โจวถิงถิงเหตุใดถึงไม่เป็นางที่แต่งให้บุรุษผู้นี้
“ถูกตามใจจนเคยตัว”
“บอกธุระมาเถอะ”เขาถามอีกครั้ง หญิงยิ้มเก้อเมื่อมิอาจถ่วงเวลาเพื่อให้ได้อยู่กับบุรุษที่ตนพึงใจได้เสียงหวานหยดจึงเอ่ยความ้า
“ประตูรั้วบ้านข้าโดนหิมะทับถมจนล้มหากไม่รบกวนเวลา เ้าช่วยไปดูหน่อยได้หรือไม่”
“ได้เดี๋ยวข้าจะเข้าไปดูให้” ไม่เหลือบ่ากว่าแรง ฉวีอวิ้นมู่ไม่เคยปฏิเสธ
“ขอบใจเ้ามาก”นางถือโอกาสที่เขาเผลอ วางมือสีน้ำผึ้งบนต้นแขนหนั่นแน่นลูบผิวเนื้อแข็งแกร่งอย่างชอบใจ ดวงตาคู่คมสวยทอประกาย
“ฮึ่ม”เสียงขัดบรรยากาศดังขึ้นจากด้านหลัง จนหม้ายสาวต้องหยุดมือลงเหลือบมองมารขัดขวางความสุขด้วยสายตาทิ่มแทง หากสายตานางเป็มีดคงทิ่มแทงร่างอีกฝ่ายจนทะลุ
“ข้าหิวแล้ว”
ปัง!
เล่อหวงประกาศเสียงดังก่อนหายเข้าบ้าน ปิดประตูตามหลังดังปัง
ฉวีอวิ้นมู่ย่นหัวคิ้วมองร่างบางหายเข้าไปในบ้านครู่หนึ่งพลางเอ่ยกับคนรอ “ข้าทำอาหารเสร็จ จะแวะไปดูให้”
“เ้าค่ะ”นางตอบเสียงหวาน ในใจกลับแช่งชักเล่อหวงไม่หยุด บุรุษแสนดีเช่นนี้ นางหมายตามาตั้งหลายปีกลับถูกผู้อื่นคาบไปกินอย่างไม่ให้เตรียมใจ จากที่ไม่ชอบเล่อหวงอยู่แล้วครานี้ถึงขั้นไม่อยากมองหน้าอีกฝ่าย
ฉวีอวิ้นมู่รอจนร่างอวบอิ่มเดินพ้นรั้วบ้านไปแล้ว จึงเดินไปยังครัวซึ่งถูกกั้นเป็ห้องเล็กไว้ด้านนอกติดตัวบ้าน ร่างสูงย่อตัวลงยืนบนส้นเท้า หยิบฟืนแห้งซึ่งถูกเก็บไว้ข้างเตามาก่อเตรียมทำอาหารเย็น
ใช้เวลาไม่นานน้ำแกงผักหอมกรุ่นพร้อมด้วยข้าวผัดธัญพืช และเห็ดหอมผัดหมูเส้นถูกนำมาวางบนโต๊ะ ชายหนุ่มเรียกร่างบางซึ่งกำลังเปลี่ยนชุดหลังฉากกั้นมากินข้าว