เจียงเยี่ยน ดับเทพพิฆาตมาร

    ตอนที่ 2 วาสนาให้พานพบ


    เจียงเยี่ยนลมหายใจร่อแร่รวยริน ชาวบ้านแถวนั้นต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่อีกใจของพวกเขาก็อดเป็นห่วงเจียงเยี่ยนไม่ได้ ผู้เฒ่าคนหนึ่งถามบุรุษชุดขาวว่า
    “ผู้มีพระคุณ เป็นอะไรไปหรือไม่?”
    บุรุษชุดขาวทวนคำว่า“ผู้มีพระคุณ?”
    ผู้เฒ่าตอบ“คุณชายท่านนี้มักเอาขนมและอาหารมาให้พวกเราเสมอ เราจึงเรียกผู้มีพระคุณ”
    บุรุษชุดขาวมองไปที่เจียงเยี่ยน เห็นใบหน้าเจียงเยี่ยนซีดเผือดไร้สีเลือด เขาทราบว่าเด็กหนุ่มผู้นี้บาดเจ็บไม่น้อย
    ยังไม่ทันเห็นบุรุษชุดขาวขยับเท้า ร่างเขาก็โอบอุ้มเจียงเยี่ยนพุ่งไปไกลหลายวา
    เหล่าชาวบ้านได้แต่ตะลึงกับสิ่งที่เกิด สตรีอ้วนนางหนึ่งยกมือขึ้นประนม
    “ขอให้คุณชายผู้มีพระคุณปลอดภัย”

    บุรุษชุดขาวโอบอุ้มเจียงเยี่ยนราวกับเหินบิน ท่าร่างของเขาราวกับเซียนวิเศษขี่เมฆลอยบนท้องฟ้า เท้าไม่ทันสะกิดพื้นก็ทะยานไปไกลอีกหลายวา ทั้งสง่างามและรวดเร็งดุจประกายแสงสีขาว
    เมื่อหาพุ่มไม้ขนาดใหญ่ได้ บุรุษชุดขาววางร่างเจียงเยี่ยนลงในพุ่มไม้ เขาทาบฝ่ามือที่กลางหลังเด็กหนุ่ม พลังภายในของเขาทะลักดุจน้ำป่าเข้าสู่ร่างกายเจียงเยี่ยน
    เจียงเยี่ยนได้รับพลังภายในของบุรุษชุดขาวก็มีสติขึ้นมาทันที มันรู้สึกร่างกายปวดเมื่อยอย่างยิ่ง โดยเฉพาะที่คอเจ็บปวดแสบร้อนสุดทนทาน
    ขณะที่เจียงเยี่ยนกำลังขยับตัว บุรุษชุดขาวบอก“อย่าขยับตัว ข้ากำลังช่วยเจ้า”
    กำลังภายในของบุรุษชุดขาวไหลไปตามคอของเจียงเยี่ยน ทำให้คุณชายสกุลเจียงรู้สึกเย็นสบายราวกับมีน้ำแข็งเข้าประคบ ร่างกายของมันค่อยๆ ปลอดโปร่ง
    ลมปราณของเจียงเยี่ยนคล้ายคลื่นทะเลอันสับสน บุรุษชุดขาวใช้ลมปราณของเขาที่เป็นดั่งสายใยทยอยร้อยเรียงลมปราณของเจียงเยี่ยนให้สงบเป็นหนึ่งเดียว เจียงเยี่ยนเองก็พยายามช่วยตนเอง รวบรวมลมปราณไม่ให้แตกกระจายจนควบคุมไม่ได้
    พลังภายในของเจียงเยี่ยนลึกล้ำกว่าที่บุรุษชุดขาวคาดคิด มันคล้ายมังกรมีชีวิตหลายพันตัวเคลื่อนกายวนเวียนในกายเจียงเยี่ยน บุรุษชุดขาวต้องใช้ลมปราณอย่างสุดกำลังเดินพลังถึงสิบกว่ารอบเพื่อสะกดข่มมังกรเหล่านั้น
    ผ่านไปราวหนึ่งชั่วยาม (สองชั่วโมง) เจียงเยี่ยนรู้สึกมีเรี่ยวแรงขึ้น พลังลมปราณที่สับสนของมันเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ บุรุษชุดขาวค่อยๆ ถอนฝ่ามือออกมา
    เจียงเยี่ยนพยายามนึกถึงเรื่องราวก่อนที่เขาจะหมดสติว่าเกิดอะไรขึ้น มันจำได้ว่าเขาถูกหงหู่บีบคอจากนั้นก็หมดสติไป
    บุรุษชุดขาวคล้ายเข้าใจความคิดเจียงเยี่ยนจึงกล่าว“ข้าจัดการคนที่ทำร้ายเจ้าแล้ว”
    เจียงเยี่ยนหันหน้ามาประสานมือคารวะกล่าวขอบคุณ บุรุษชุดขาวโบกมือว่าไม่ต้อง
    เจียงเยี่ยนถาม“เหตุใดจึงช่วยข้าไว้?”
    “เพราะชาวบ้านบอกว่าเจ้ามักนำอาหารมาให้พวกเขากิน เจ้าเป็นคนมีน้ำใจ ควรได้รับความช่วยเหลือ”
    เจียงเยี่ยนยิ้มเล็กน้อย “ข้าแค่สงสารพวกเขาที่หนีภัยสงครามมาจากทางเหนือ”
    บุรุษชุดขาวกล่าวว่า“เมื่อครู่ข้าเดินลมปราณให้เจ้า พลังปราณเจ้าสับสนแต่ก็กล้าแข็ง ด้วยอายุขนาดเจ้าไม่น่าจะฝึกปรือได้ถึงขั้นนี้ ที่แท้มันคืออะไร?”
    เจียงเยี่ยนมีสีหน้าหดหู่“เป็นกรรมของข้าเอง”
    “เป็นกรรม?”
    “ใช่ แม่ข้าบอกว่าตั้งแต่เล็กข้ามีเส้นชีพจรประหลาดไม่เหมือนผู้อื่น ผู้อื่นมีสิบสองชีพจรหลัก แต่ข้ามีสิบสาม พ่อแม่เรียกชีพจรนั้นว่าเส้นชีพจรเทพดับสูญ มันอยู่ที่หน้าอกข้า”
    บุรุษชุดขาวตากระจ่างวูบรีบกล่าวว่า “ชีพจรเทพดับสูญ? ในตำนานเล่าว่าในร้อยปีหรือสองร้อยปีจะมีสักหนึ่งคน นึกไม่ถึงนี่เป็นเรื่องจริง”
    บุรุษชุดขาวอดมองเจียงเยี่ยนด้วยความสนใจไม่ได้ บุรุษชุดขาวครุ่นคิดขึ้น
    “หากคนผู้นี้มีจุดชีพจรมังกรจริงๆ เมื่อทะลวงชีพจรนั้นได้จะมีพลังลมปราณสูงส่งไร้ผู้ต่อต้าน คนแบบนี้นับว่าหาได้ยากในรอบร้อยปี”
    เจียงเยี่ยนถามขึ้น “ท่านเป็นใคร?”
    บุรุษชุดขาวตอบ “ข้าแซ่ไป๋ (白-สีขาว)”เจียงเยี่ยนครุ่นคิด“แซ่ไป๋ (สีขาว) เขาเองก็ใส่ชุดขาวหรือว่าเขาจงใจโกหกไม่อยากบอกแซ่จริงๆ ให้เราฟัง?”
    บุรุษชุดขาวถามว่า“แล้วเจ้าชื่อแซ่อะไร?”
    เจียงเยี่ยนคิดว่าบุรุษชุดขาวโกหกแซ่ตน เขาจึงไม่อยากบอกความจริง เจียงเยี่ยนคิดถึงบริเวณบ้านตนปลูกไผ่จำนวนมากจึงบอก
    “ข้าแซ่จู๋ (竹 - ไม้ไผ่) ชื่อไข่เยี่ยน (凯燕 - นกนางแอ่นแห่งชัยชนะ)”บุรุษชุดขาวขมวดคิ้ว“แซ่จู๋? ในโลกมีแซ่เช่นนี้?”
    “ใช่ บ้านข้ามีอาชีพปลูกต้นไผ่ จึงใช้แซ่จู๋” เจียงเยี่ยนรีบโกหก
    บุรุษชุดขาวมีสีหน้าไม่เชื่อ ขณะนั้นเองได้ยินเสียงร้องของสัตว์ บุรุษชุดขาวและเจียงเยี่ยนรีบหันไปมอง
    บุรุษชุดขาวรู้สึกมีลมมากระทบกายวูบหนึ่ง เห็นเจียงเยี่ยนขมวดคิ้วพุ่งกายออกไปจนเกิดกระแสลม
    เจียงเยี่ยนพุ่งกายไปยังหลังพุ่มไม้พบกระต่ายสีขาวขนปุยตัวหนึ่งถูกบ่วงนายพรานจับไว้
    เจียงเยี่ยนรีบแก้บ่วงนายพรานออก จากนั้นรีบพันแผลให้กระต่ายขาว
    “ไม่เป็นไรแล้วนะ เจ้ากระต่ายน้อย”
    บุรุษชุดขาวถามว่า“เจ้ามาอย่างเร่งรีบ เพียงแค่ช่วยมัน?”
    “ใช่ หากมันถูกนายพรานจับได้ มันก็ต้องตาย” เจียงเยี่ยนตอบ
    “แต่นายพรานหากจับสัตว์ไม่ได้ จะเอาอะไรกิน?” บุรุษชุดขาวถาม
    “ข้ารู้” เจียงเยี่ยนตอบพร้อมล้วงไปในอกเสื้อ เขาอดขมวดคิ้วไม่ได้
    บุรุษชุดขาวถามว่า“เจ้าหาอะไร?”
    “เงิน..เงินของข้าหายไปแล้ว”
    บุรุษชุดขาวร้องอ้อ “ที่แท้เจ้าจะให้เงินนายพราน?”
    “ใช่ ปกติข้าจะทำแบบนี้ทุกครั้งที่เห็นสัตว์ป่าถูกนายพรานจับ แต่คงเป็นเพราะข้าสู้กับเจ้าคนเสื้อแดงนั่น มันตะปบหน้าอกข้าทำให้เงินของข้าหล่นหายไป” เจียงเยี่ยนตอบพร้อมมีสีหน้าลำบากใจ
    บุรุษชุดขาวไม่เคยเห็นเด็กน้อยที่มีความเมตตาขนาดนี้มาก่อน ทำให้เขาอดมองเจียงเยี่ยนอย่างสนใจไม่ได้ เจียงเยี่ยนมองหน้าบุรุษชุดขาว“ข้า…ข้าขอ..ยืมเงินท่านสักหนึ่งตำลึง”
    แววตาเจียงเยี่ยนอ้อนวอนร้องขอ บุรุษชุดขาวจึงล้วงเข้าไปในอกเสื้อหยิบถุงเงินออกมาให้เจียงเยี่ยน
    เจียงเยี่ยมยิ้มอย่างดีใจ เขาโค้งกายกล่าวขอบคุณบุรุษชุดขาวเป็นการใหญ่ จากนั้นวางเงินไว้ข้างๆ บ่วงล่าสัตว์นายพราน
    บุรุษชุดขาวยิ้มพลางกล่าวว่า “เจ้าขอบคุณข้ายิ่งกว่าตอนที่ข้าช่วยชีวิตเจ้า”
    เจียงเยี่ยนตอบ “เพราะข้าสงสารมันมากกว่าตัวข้าเอง”“ทำไมพูดเช่นนั้น?”
    “ข้าเกิดมามีชีพจรเทพดับสูญในตัว พ่อแม่บอกว่าข้ามีวาสนา แต่เวลาที่ข้าควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ได้ ไม่ว่าจะโกรธ เศร้า แม้แต่ดีใจ ชีพจรเทพดับสูญก็จะทำงานทำให้พลังลมปราณไหลทะลักออกมานับพันสาย ซึ่งมันรู้สึกเจ็บปวดทรมานราวทุกเข็มทิ่มแทง หากไม่เห็นแก่หน้าพ่อแม่ ข้าอยากตายไปเสียให้พ้นๆ ดังนั้นเมื่อครู่ข้าเกือบคนร่างสูงทำร้ายเกือบตาย ข้าก็ไม่รู้สึกสงสารตัวเอง”
    เสียงเจียงเยี่ยนเศร้าอย่างน่าเวทนา บุรุษชุดขาวนิ่งเงียบราวกับครุ่นคิดสิ่งใด สักพักจึงเอ่ย
    “หากเจ้ายอมเป็นศิษย์ ข้าจะหาวิธีแก้ความทรมานให้เจ้า”
    จบตอนที่ 2เจียงเยี่ยนจะยอมรับคนชุดขาวเป็นศิษย์ไหม คนชุดขาวเป็นใครกันแน่โปรดติดตามเรื่องนี้เป็นนิยายกำลังภายในเรื่องแรก ชอบไม่ชอบตรงไหนก็บอกได้นะคร้าบ