นิสัยข้าเปลี่ยนยาก

    บทที่ ๑๔ หนึ่งปีไม่ได้พบหน้า...คนทรยศ

            บทที่ 14 หนึ่งปีไม่ได้พบหน้า...คนทรยศ 

             

            หลินหลานหรูราวกับคนละเมอเดินไร้สติผ่านช่องว่างระหว่างอาคารนั้นมาด้วยฝีเท้าที่หนักอึ้งภายในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกหวาดหวั่นที่แม้สลัดทิ้งก็คอยแต่จะผุดขึ้นมาอีกอยู่ดี

            วนเวียนซ้ำๆอยู่กับความคิดประโยคเดียว...เจ้าลืมข้าแล้ว

            ดังนั้นเมื่อหลินหลานหรูรู้สึกตัวอีกทีภาพตรงหน้าก็เป็นอาคารใหม่เอี่ยมหลังหนึ่งเสียแล้ว

            ผู้คุมหน้ากากยักษ์ส่งเด็กหญิงทั้งหมดเข้าไปในตัวอาคารอาคารหลังนี้ตั้งเยื่องจากด้านหลังโรงเตี๊ยมออกไปไม่มาก โดยมีคอกม้าและอาคารเก่าอีกสองสามหลังคั่นระหว่างกลางเมื่อมองผ่านเพียงผิวเผินอาคารเหล่านี้ล้วนไม่มีสิ่งใดแตกต่างและยากที่คนภายนอกจะรับรู้ได้ว่าเบื้องหลังโรงเตี๊ยมแห่งนี้มีสิ่งใดซ่อนอยู่

            เดิมทีหลินหลานหรูคิดว่าด้านในคงเป็นห้องธรรมดาสามัญทว่าข้างในกลับมีประตูลับอีกชั้นซ่อนไว้หลังภาพวาดทิวเขาฤดูใบไม้ผลิ

            ทั้งพื้นผนังและเพดานสูงถูกสร้างขึ้นด้วยหินขนาดของทางเดินใต้ดินนี้ใหญ่พอให้คนแปดคนเดินเรียงหน้าไปพร้อมกันได้อย่างไม่อึดอัด

            ข้างในนี้มีทางแยกสองทางฝั่งหนึ่งเป็นประตูหินใหญ่ที่ต้องใช้อักขระบนแผ่นป้ายโลหะวางประทับถึงจะเปิดออกได้ส่วนอีกทางคาดว่าคงเป็นทางหนีกระมังหลินหลานหรูสัมผัสได้ถึงลมที่กำลังพัดจากทางแยกนี้แผ่วเบา

            หลังประตูเปิดออกเด็กหญิงทั้งหมดถูกคุมตัวเข้าไปข้างใน หลินหลานหรูไม่มีเวลามองหาทางหนีนางเกิดเอะใจแสงสว่างด้านในที่มีเพียงกระถางไฟเล็กๆ ไม่กี่จุด ราวกับต้องการให้มีไฟน้อยเท่าไรยิ่งดี

            ด้านหลังประตูหินยิ่งไปกันใหญ่นางแทบมองไม่เห็นสิ่งใด ต้องรอให้ดวงตาชินกับความมืดสักพักถึงได้รู้ว่าข้างในนี้คือโถงขนาดใหญ่ ซึ่งแบ่งห้องคุมขังออกเป็นสองฟากเรียงฝั่งละสิบกว่าห้อง ยาวลึกไปด้านหน้าที่มืดสนิทจนรู้สึกขนลุก

            หลินหลานหรูสะดุ้งเสียงประตูหินเลื่อนปิด ภายในโถงยิ่งมืดสลัวขึ้นอีกหลายเท่า

            ระหว่างที่ถูกพาเดินเข้าไปด้านในโซ่เหล็กบนข้อเท้าของหลินหลานหรูลากไปกับพื้นจนเกิดเสียงเรียกให้เด็กหญิงเนื้อตัวมอมแมมและผ่ายผอมหลายคนในห้องขังลุกขึ้นเกาะแนวกรงเหล็กมองอย่างสงสัยใคร่รู้บางคนถึงกับผวายามสบสายตาเหี้ยมเกรียมของนางเข้าโดยบังเอิญรีบก้มหน้าหันหลบเข้าผนังอย่างรวดเร็ว

            หลินหลานหรูไม่สนใจว่าใครจะหวาดกลัวนางสิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้คือหาทางเอาชีวิตรอด

            เด็กที่ถูกพามาพร้อมกับหลินหลานหรูถูกจับแยกขังคนละห้องหลังเข้าไปแล้วเด็กที่ถูกขังก่อนหน้าต่างกรูกันเข้าหาเด็กใหม่ใช้จมูกดมกลิ่นและลิ้นลากเลียไปบนแขนและผิวหน้าราวกับสัตว์ที่กำลังหิวโหยก็ไม่ปานและเป็นเช่นนี้ทุกห้อง เป็นภาพที่ชวนขนลุกซู่

            "กลิ่นตัวพวกนางหอมบนผิวยังให้ความรู้สึกเค็มติดลิ้น คงเป็นธรรมเนียมด้วยกระมัง เหมือนไม่ใช่คน อีกหน่อยเจ้าก็ชินไปเอง"

            หลินหลานหรูหันหลังมองตามเสียงระหว่างที่รอผู้คุมเปิดประตูห้องขังนางมองเด็กหญิงมอมแมมผู้นี้ยืนวางแขนพาดบนแนวกรงเหล็กด้วยท่วงท่าแสนสบายใจอีกฝ่ายยังพูดต่ออีกประโยค ผู้คุมเห็นเข้าจึงฟาดแส้หนามขู่กระทั่งคนพูดกระโดดหนีเข้าไปข้างในราวกับสุนัขโดนน้ำร้อนลวก

            หลินหลานหรูหันกลับมาด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึกนางถูกแยกขังเดี่ยวในห้องขังฝั่งตรงข้ามกับเด็กหญิงคนเมื่อครู่พวกเขายังคงล่ามโซ่ข้อมือและเท้าของนางไว้เช่นเดิม

            ตอนที่ประตูห้องขังเปิดนางตั้งใจเดินเข้าไปอย่างว่าง่าย กระนั้นก็ยังถูกผลักจนล้มคว่ำไปกับพื้นหนนี้นางลุกไม่ขึ้นอีกแล้วราวกับว่าโซ่เหล็กบนข้อมือและเท้าหนักขึ้นอีกเป็นร้อยชั่ง

            ผู้คุมเดินผ่านตรงหน้าดึงข้อเท้าของนางยกขึ้นแล้วคล้องโซ่เหล็กอีกเส้นเพิ่มลงไปจากนั้นลากปลายโซ่ไปล็อกไว้กับผนัง ไม่นานเสียงประตูห้องขังก็ปิดดังปัง!คล้ายจงใจบอกนางเป็นนัยว่าชาตินี้อย่าได้หวังเปิดประตูห้องขังนี้ได้

            เหอะๆ ข้าใช่สัตว์รึ!

            หลินหลานหรูหมดทางหนีอย่างราบคาบมองโซ่เหล็กเส้นเท่ายักษ์อย่างจนใจ

            ครั้งนี้การเจอเสวี่ยเฟิ่งข้างนอกนั่นเผาผลาญพละกำลังในใจของนางไปเกือบหมด มาตอนนี้นางจะต่างอะไรกับคนใกล้ตายการจะหาทางสลัดโซ่ให้หลุดจากผนังได้ ยากยิ่งกว่าหาทางหนีไปจากคุกนรกนี้เสียอีก

            จะเอาแรงที่ไหนให้หนีรอดจะหวังพึ่งใครข้างนอกให้พาหนี หลินหลานหรูจนหนทาง...อย่าฝากความหวังอันริบหรี่นี้ไว้กับผู้ใดดีกว่าเสวี่ยเฟิ่งหรือ เขาจำข้าไม่ได้ด้วยซ้ำ

             

             

            ทางด้านหนึ่ง

            ชายสวมหน้ากากยักษ์ผู้หนึ่งลอบเข้าทางด้านหลังโรงเตี๊ยมจากนั้นแวบหายเข้าไปในห้องมุมสุดบนชั้นสองซึ่งด้านในมีเพียงชายอายุราวสามสิบสวมอาภรณ์เนื้อดีสีดำตัวยาวยืนหันหลังมองออกไปที่นอกหน้าต่าง

            รอบตัวคนผู้นี้ให้ความรู้สึกถึงจิตสังหารที่รุนแรงและความอำมหิตที่แผ่กำจายจนผู้คนหวั่นเกรงแทบเข่าทรุดขณะเดียวกันแสงสว่างจากนอกหน้าต่าง ยามที่ส่องสะท้อนสายตาคนมองกลับมาให้ความรู้สึกไม่ต่างจากปีศาจในตำนานที่ผู้คนโจษจันถึง

            ชายสวมหน้ากากหลั่งเหงื่อเย็นเงียบๆกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอก่อนเอ่ยรายงาน "เรียนท่านประมุข ให้ผู้น้อยจัดการอย่างไรกับเด็กที่พึ่งมาใหม่ดีขอรับ"

            ประมุขพรรคมารเผยรอยยิ้มมุมปากทีหนึ่งก่อนสะบัดสองมือไพล่หลังแล้วหมุนตัวกลับมาเอ่ยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงด้วยความโหดเหี้ยมจางๆ "ค่อยๆทยอยส่งตัวเด็กที่ร่างกายแข็งแรงขึ้นเรือ ส่วนที่เหลือทิ้งไว้แล้วจัดฉากสังหารตบตาในคราวเดียว"

            "ทราบแล้วขอรับ"

            "จริงสิ… เด็กคนนั้นอย่าพึ่งส่งตัวนางขึ้นเรือ ถ้าหากนางวางแผนหลบหนีก็ให้หนีไปจากนั้นพวกเจ้าค่อยจับนางกลับมาใหม่ รอคำสั่งข้า"สีหน้าประมุขพรรคมารนิ่งเรียบไม่เปลี่ยน ทว่านัยน์ตากลับไหวระริกด้วยความพอใจยิ่งนางหาวิธีหนีได้ร้อยแปดยิ่งถูกใจเขา

            ชายสวมหน้ากากบังอาจคลางแคลงใจอยู่ไม่น้อยเหตุใดต้องปล่อยให้หนีแล้วตามจับทีหลังให้เหนื่อยทว่าผู้น้อยไม่มีสิทธิ์สงสัยคำสั่งนายและยิ่งไม่อาจเอ่ยถามจึงรับคำอีกครั้งแล้วถอยจากไป

            ลับหลังชายสวมหน้ากากยักษ์มุมหนึ่งด้านหลังม่านจึงมีความเคลื่อนไหว เงาร่างของชายชราในอาภรณ์สีขาวเรียบง่ายย่างกรายออกจากที่ซ่อนพร้อมกับเอ่ยวาจาหยอกล้อไม่จริงจังขึ้นว่า

            "หากเด็กน้อยนางนั้นรู้ความจริงทั้งหมดว่าท่านกำลังหลอกใช้นางจะไม่ถูกนางหักคอก่อนได้ชื่นชมความสำเร็จหรือ"

            ประมุขพรรคมารหันมาเผชิญหน้ากับท่านผู้เฒ่าที่เขาเคารพอากัปกิริยาสงบนิ่งเยือกเย็น ดูไม่สะทกสะท้านต่อคำหยอกล้อนั้นแต่อย่างใดเอ่ยอย่างคำนวณไว้แล้วว่า"เมื่อถึงเวลานั้นนางคงเชื่องไม่ต่างจากสัตว์เลี้ยงของข้าตัวหนึ่งข้าจะทำให้ทั้งชีวิตนี้ของนางผูกติดกับข้าไปตลอดต่อให้เชิญเทพเซียนลงมาก็หนีไม่พ้น"

            ชายชราฝืนยิ้มน้อยๆ รู้สึกหนักใจขึ้นมาครั่นคร้าม

             

             

            ผ่านไปราวสองวันได้หลินหลานหรูนั่งชันเข่าพิงไหล่กับกรงเหล็กอย่างไม่ยอมแพ้นางอาศัยแสงสว่างจากกระถางไฟอันน้อยนิดตรงทางเดินคอยสังเกตคนเข้าออกวิธีเปิดประตูหิน กลไกลับ เรื่องที่พวกเขาพูดคุย

            นางเก็บทุกรายละเอียดแล้วกัดข้าวปั้นแข็งโป๊กเคี้ยวอย่างไม่สบอารมณ์ไปพลางส่วนมือขวาก็แอบลับคมเศษไม้ที่เก็บได้จากแถวนี้ไปด้วย

            "นี่... เจ้าน่ะเลิกหันหลังให้ข้าได้แล้ว"

            หลินหลานหรูปวดหัวยิ่งนางรำคาญเด็กในห้องขังฝั่งตรงข้ามมากมากจนอยากพังประตูแล้วไปขย้ำคอเด็กนั่นทิ้งเสีย

            ยังดีที่กรงเหล็กนี้แข็งแรงใช่ย่อยไม่อาจให้นางทำได้อย่างที่คิด บัดซบนัก..."ขอให้เจ้าถูกพาตัวออกไปโดยเร็ว"

            "ข้าก็หวังเช่นนั้น"เด็กน้อยตอบรับอย่างยินดี กระนั้นก็ยังไม่หยุด "นี่...เจ้าก็อย่าหันหลังให้ข้าสิ..."

            หลินหลานหรูสูดหายใจอย่างหงุดหงิดลุกขึ้นยืนแล้วหามุมมืดๆ ด้านในสุดนั่ง เมื่อดึงสมาธิกลับมาได้แล้วก็เริ่มวางแผนคิดหาทางหนี และเวลานี้นางเพิ่งตระหนักในใจได้เรื่องหนึ่งลางสังหรณ์แปลกๆ เริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อใด

            นับจากวันที่ยืนส่งชายหน้าไฝและเจินชิ่วอีขึ้นเรือนางเดินผ่านคนกลุ่มหนึ่งนั้นเป็นเรื่องจริง หลายๆ ครั้งต่อมานางมักรู้สึกว่ามีคนเฝ้ามองเพียงแต่น้อยครั้งจะรู้สึกเช่นนั้น จึงไม่ติดใจสงสัยอะไร

            ต่อมาหลังออกเดินทางและพักในโรงเตี๊ยมเรื่องเด็กผู้หญิงหายก็เริ่มเข้าหูเรื่อยๆ ตอนที่เกาฟังหิ้วนางต่อหน้าจ้าวมู่อวิ๋นครั้งนั้นใช่ว่านางไม่รู้ว่ามีคนกำลังมองนางอยู่ เพียงแต่ไม่แน่ใจ สุดท้ายมารู้ภายหลังว่าเป็นคนเดียวกับที่เคยเดินสวนในท่าเรือครั้งนั้นกลิ่นอายอำมหิตของอีกฝ่ายทำให้นางจดจำได้ขึ้นใจ

            หลินหลานหรูยิ่งคิดแรงที่ใช้ลับคมเศษไม้กับพื้นหินยิ่งเพิ่มขึ้น ใบหน้าดำมืดลงทุกขณะหากครั้งนี้หนีไม่รอด ก็ขอพบคนที่อยู่เบื้องหลังการลักพาตัวนี้ให้ได้...

            สามวันแล้วมีเด็กกลุ่มใหม่เพิ่มเข้ามาเรื่อยๆขณะเดียวกันเด็กกลุ่มเก่าและที่เข้ามาพร้อมกับนางก็ถูกพาตัวออกไปเช่นกันรวมถึงเด็กพูดมากน่ารำคาญในกรงฝั่งตรงข้ามด้วย ในที่สุดก็ถูกพาตัวออกไปเสียที

            จนวันนี้เหลือเด็กอยู่เพียงห้องขังละไม่กี่คน

            หลินหลานหรูเดินวนเวียนอยู่ในห้องขังลอบมองประตูหินใหญ่ที่มีอยู่เพียงหนึ่งเดียวเป็นครั้งสุดท้ายก่อนตัดสินใจนางจะลงมือวันนี้ รอผู้คุมส่งอาหารเปิดประตูหินเข้ามาก็เป็นอันเริ่มแผนการได้ทันที

            หลายวันก่อนนางสังเกตเห็นว่ามีเด็กหญิงคนหนึ่งป่วยตายผู้คุมหน้ากากยักษ์จึงนำศพออกไปถึงกระนั้นก็ยังใช้มีดแทงซ้ำที่ศพจนแน่ใจแล้วว่าตายจริงๆ

            ดังนั้นหลินหลานหรูจึงคิดชิงลงมือก่อนนางมองไม้ในมือที่ลับจนแหลมคม ใช้มันแทงตัวเองโดยเลี่ยงจุดสำคัญเช่นนั้นแล้วคงไม่ตายง่ายๆ

            ทันทีที่ผู้คุมส่งอาหารเห็นเลือดและไม้ที่ฝังบนบาดแผล อีกทั้งนางยังไม่หายใจ จะต้องคิดจริงจังแน่นอนว่านางตายแล้ว

            แผนการทุกอย่างวางไว้ในหัวหลินหลานหรูเป็นอย่างดีนางจึงหัวเราะคิกคักอย่างพอใจ แอบซ่อนรอยยิ้มชั่วร้ายเอาไว้ในมุมมืด

            ในที่สุดเสียงประตูหินก็ดังขึ้นคนส่งอาหารเดินเข้ามาแล้วเริ่มแจกจ่ายข้าวปั้น ไล่ตั้งแต่ห้องขังแรกเป็นต้นมา

            นางกำไม้ในมือแน่นขึ้นและจังหวะนั้น...

            เอ๊ะ?

            "นี่ๆ พี่สาวข้าขอยืมไม้แหลมในมือท่านได้ไหมเจ้าคะ"

            หลินหลานหรูกะพริบตาปริบๆด้วยความสับสนมึนงงราวกับเพิ่งตื่น นางมองเด็กหญิงตัวเล็กหน้าตาน่ารักถือข้าวปั้นในมือมองมาตาแป๋ว เอ๊ะ!!!! ข้าซ่อนไม้ดิบดีเจ้าเห็นได้อย่างไร

            "อ่อ ดะ...ได้"หลินหลานหรูยื่นไม้ยาวประมาณสามชุ่น[1] ให้อีกฝ่ายผ่านกรงขังห้องด้านข้างอย่างงวยงง

            ตั้งแต่เด็กหญิงในห้องขังฝั่งตรงข้ามถูกพาออกไปหลายวันมานี้ก็ไม่มีเด็กคนใดกล้าคุยกับนางอีกเพราะโซ่เหล็กที่ล่ามแขนขาไว้ทำให้พวกเขาหวาดกลัว แล้ว? แล้วเด็กคนนี้เพิ่งเข้ามาเมื่อวานไม่ใช่หรือ?

            ใบหน้าหลินหลานหรูบึ้งตึงราวกับมีคำว่า 'ล้มเหลว' ลอยวนเหนือศีรษะของนาง

            อ๊า!หลินหลานหรูกรีดร้องในใจอย่างบ้าคลั่ง สุดท้ายก็จบลงเช่นนี้หรือ

            "พี่สาวท่านโดนจับมาได้อย่างไรเจ้าคะ" เด็กหญิงโผล่ศีรษะลอดผ่านกรงเข้ามาพร้อมแย้มยิ้มอย่างเป็นมิตรส่งมาให้

            ไร้เดียงสาจังเลยน่า

            ...ก่อนหน้านั้นกล่าวไปว่าจบลงเช่นไรหรือก็จบลงเช่นนี้อย่างไรล่ะ

            เด็กหญิงสองคนนั่งพิงหลังกับกรงขังพลางกัดข้าวปั้นหันข้างพูดคุยกันอย่างสนุกคอ

            "เจ้าโดนจับมาอย่างไรเล่าข้าก็โดนจับมาเหมือนเจ้านั่นแหละ" หลินหลานหรูยังหงุดหงิดไม่หายพูดพลางกัดข้าวปั้นกินไปอย่างไม่สบอารมณ์

            "เหมือนกันหรือเจ้าคะ"เด็กหญิงทำหน้าประหลาดใจ มองไม่ออกสักนิดว่าหลินหลานหรูพูดประชดทั้งยังตั้งหน้าตั้งตาเล่าต่ออย่างยินดี "ข้าแอบออกจากจวน..."

            ว่าแล้วผิวพรรณเช่นนี้ไม่พ้นเป็นลูกคุณหนูตระกูลใหญ่ หลินหลานหรูยังคงไม่สบอารมณ์

            "...วันนั้นข้าคิดตามท่านพี่ออกไปไม่คิดว่าจะถูกจับมาตอนที่กำลังหลงทาง..."

            นั่นเจ้าโง่ ตามยังไงให้หลงทาง หลินหลานหรูยังกัดข้าวปั้นไปเงียบๆเด็กคนนี้น่าจะอายุเท่ากันกับนาง แต่ตัวเล็กอ่อนแอไปหน่อย

            "...ข้าแค่รู้สึกน้อยใจได้พบหน้าท่านพ่อและพี่เก้าครั้งแรกทั้งที พวกเขากลับเมินข้าซ้ำ...ซ้ำยังหาว่าข้าแย่งทุกอย่างไปจากพี่เก้าอีก..."

            สมน้ำหน้าเป็นน้องต้องรู้จักเคารพพี่ หลินหลานหรูยังหาข้อแย้งในใจไม่เลิก

            "...พี่เก้าไม่ยอมคุยกับข้าทั้งข้ายังเป็นต้นเหตุทำให้พี่เก้าถูกท่านย่าตำหนิเวลานั้นมีแต่ท่านพี่ที่คอยอยู่ข้างข้า ข้าจึงคิดตามท่านพี่ออกมา"

            ไร้สาระฟังยังไงก็โง่กันทั้งตระกูล หึๆ หลินหลานหรูลอบหัวเราะในใจจนสำลักข้าวปั้น

            "เอาน้ำหน่อยหรือไม่เจ้าคะ"เด็กหญิงเอ่ยด้วยความเป็นห่วงเห็นโซ่เหล็กบนข้อมือของหลินหลานหรูแล้วรู้สึกสงสารจับใจ"เพราะเหตุใดพวกเขาต้องล่ามโซ่ท่านด้วยเจ้าคะ ท่านไปทำอะไรให้พวกเขาโกรธหรือท่านพี่เคยบอกว่าคนเลวมักถูกจับล่ามโซ่ เป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่เจ้าคะ"

            หลินหลานหรูยังไม่หายสำลักกลับต้องสะอึกซ้ำเพราะคำว่า 'คนเลว'

            อ้า!ข้าอยากตบกระบาลท่านพี่เจ้ายิ่ง ช่างเอาใจใส่ในการสอนน้องเสียจริง

            เมื่ออาการสะอึกสงบลงแล้วหลินหลานหรูจึงเอียงหน้าไปด้านข้างเล็กน้อย บอกกล่าวเด็กหญิงในกรงข้างๆ ว่า"นี่น้องสาวหากพรุ่งนี้มีคนหน้ากากยักษ์ถือโซ่เหล็กเข้ามาแล้วล่ามเจ้าไว้กับผนังเจ้าก็เป็นคนเลวเหมือนข้าใช่หรือไม่"

            เด็กหญิงคิดหนัก "เอ่อ...เรื่องนี้ไม่ค่อยถูกกระมังเจ้าคะ ถึงข้าจะไม่ค่อยเข้าใจแต่ท่านย่ามักชมข้าออกปากเสมอว่า 'หย่าเจี่ยเอ๋อร์ของย่าช่างเป็นเด็กดี' เช่นนั้นข้าจะกลายเป็นคนเลวได้อย่างไร"

            "เห็นไหมเล่า ท่านพี่เจ้ามั่วแล้วคนจะดีหรือชั่วใครเขาเอาโซ่เหล็กมาวัดกัน โซ่เหล็กยิ่งเล็กยิ่งผิดน้อยหรือ ไร้สาระ"

            "เช่นนั้นเหตุใดพวกเขาล่ามโซ่ท่านเล่าเจ้าคะ"

            หลินหลานหรูติดใจไม่หายกับคำว่า 'คนเลวมักถูกจับล่ามโซ่' จึงตอบมั่วๆ จริงเท็จสลับกันไป"เฮ้อ ข้าก็ไม่รู้ว่าทำสิ่งใดผิด..."

            แท้จริงแล้วรู้อยู่แก่ใจฆ่าผู้คุมตายไปสามคนเอง "...วันต่อมาพวกเขาก็เอาโซ่มาล่ามข้าแล้ว อย่างกับกลัวข้าหนี"ก็หนีจริงอย่างว่า ตั้งสิบเจ็ดครั้ง ทุบสถิตินักโทษดีเด่น"...ก็อย่างที่เล่าให้เจ้าฟังนั่นละ"

            เด็กหญิงได้ฟังยิ่งทำหน้าเศร้า"พวกเขาช่างไร้เหตุผล"

            จะหาเหตุผลใดจากโจรเล่าเด็กน้อย หลินหลานหรูยิ้มหยันในใจ โลกนี้ของเจ้าช่างสวยงามอย่างจอมปลอม

            "ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ"เด็กหญิงหันซ้ายหันขวาก่อนเอียงศีรษะเข้ามาใกล้ กระซิบข้างหูหลินหลานหรูเสียงเบา"ก่อนเข้ามาในนี้ ข้าเห็นสัญลักษณ์ที่ท่านพี่ทิ้งไว้ให้รอท่านพี่ตามมาช่วยข้า ข้าจะพาท่านออกไปด้วย"

            หลินหลานหรูตัวแข็งทื่อไม่ใช่ว่านางยินดีที่มีคนช่วยแต่ระแวงอย่างที่สุดเด็กหญิงคนนี้ไม่ว่ามองอย่างไรก็แค่เด็กโง่คนหนึ่ง หรือแท้จริงแล้วแกล้งโง่กันแน่ในนี้เต็มไปด้วยกลไกลับถูกสร้างขึ้นเพื่อไม่ให้คนนอกเข้ามาแล้วมีชีวิตรอดกลับออกไป

            เกรงแต่ว่าท้ายที่สุดแล้วผู้อยู่เบื้องหลังการลักพาเด็กจะจัดฉากบังตาแล้วทำลายที่นี่ทิ้งไปพร้อมกับผู้บุกรุกจนสิ้นซาก

            ถึงหลินหลานหรูจะรู้เรื่องนี้ดีอย่างไรก็ไม่อาจพูดออกไปฉากหน้าจึงส่งยิ้มยินดีให้เด็กหญิง พลางใช้ไม้แหลมในมือขีดพื้นไปอย่างเงียบๆจากนั้นก็หักไม้ในมือทิ้งซะ ปล่อยไว้แค่รอยขีดรูปดอกไม้ประหลาดสิบสองกลีบบนพื้น...

            วันต่อมาเริ่มมีการเคลื่อนไหวแปลกๆเกิดขึ้น หลินหลานหรูรับรู้ได้ว่าอีกไม่นานนางจะถูกพาตัวออกไปกอปรกับความรู้สึกที่ว่าหากไม่รีบหนีออกเวลานี้จะไม่มีโอกาสอีกแล้ว

            สองมือหลินหลานหรูจับกรงเหล็กด้านหน้ายืนมองผู้คุมเคลื่อนย้ายเด็กที่เหลือออกไปทีละคนสองคนส่วนใหญ่ล้วนเป็นเด็กที่ร่างกายยังแข็งแรงดีอยู่

            "พี่สาวท่านมองหาอะไรอยู่หรือเจ้าคะ ข้าแปลกใจมากที่พวกเขาไม่พาพวกเราออกไปเสียทีเพื่อนข้าข้างๆ ตัวร้อนราวกับถ่านไฟ นางจะตายหรือไม่เจ้าคะข้ากลัวว่านางจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน"

            หลินหลานหรูไม่ได้ใส่ใจฟังนางแหงนหน้ามองรอยแตกบนเพดานหินและผนังด้านหลังรอยแตกนี้นับวันยิ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้น

            "พี่สาว ท่านรู้หรือไม่เจ้าคะว่าโซ่เหล็กบนข้อมือท่านจะปลดออกได้อย่างไร หากต้องหนีไปพร้อมกันโซ่เหล็กอาจทำให้ท่านวิ่งได้ไม่สะดวก"

            หลินหลานหรูเริ่มรำคาญขึ้นมาอยู่บ้างจึงกัดฟันแล้วยิ้มเอ่ย "น้องสาว เจ้าเป็นห่วงข้าอย่างนั้นหรือถ้าเป็นห่วงก็ช่วยเงียบเสียงสักหน่อยดีหรือไม่ข้าจะปวดหัวตายเพราะเจ้าอยู่แล้ว"

            เด็กหญิงพลันใบหน้าเศร้าสองเดือนก่อนเพิ่งถูกท่านพ่อและพี่สาวปฏิเสธมาวันนี้คิดว่าตัวเองเจอพี่สาวใจดีแล้วเชียว แต่กลับถูกตำหนิเสียอย่างนั้นจึงก้มหน้าร้องไห้ไปเงียบๆ

            หลินหลานหรูไม่สนใจมองไม่เคยถามชื่อแซ่อีกฝ่าย เป็นลูกเต้าเหล่าใครหรือสกุลใดเพราะไม่อยากสร้างความสนิทชิดเชื้อ สร้างหนี้บุญคุณความแค้นให้ตามแก้หากต้องหนีเอาตัวรอดแล้วต้องทิ้งใครไว้จะได้ทำใจง่ายหน่อย

            นางจ้องมองเพดานมาได้สักพักมันกำลังสั่นอยู่ใช่หรือไม่...

            ชั่วอึดใจนั้นหลินหลานหรูพลันเอะใจบางอย่างขึ้นกะทันหันจึงมองไปที่ประตูหินผ่านไปนานแค่ไหนแล้วที่ผู้คุมหน้ากากยักษ์พาเด็กที่ร่างกายแข็งแรงสองคนสุดท้ายออกไปแล้วไม่กลับเข้ามาอีก

            หลินหลานหรูไม่ทันได้ข้อสรุปประตูหินก็ถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับชายสวมหน้ากากยักษ์ผู้หนึ่งวิ่งเข้ามาอย่างรีบร้อนจากนั้นกระซิบบางอย่างข้างหูผู้คุม

            หลินหลานหรูเดินถอยออกจากกรงมาสามก้าวตอนที่ผู้คุมห้าคนในนี้เดินออกไปจนหมดชายสวมหน้ากากที่เพิ่งวิ่งเข้ามาก็เปลี่ยนท่าทีรอจนประตูหินปิดสนิทชายผู้นี้ค่อยถอดหน้ากากทิ้งลงพื้น เผยยิ้มราวกับแผนการสำเร็จไปขั้นหนึ่งจากนั้นล้วงบางอย่างออกมาจากอกเสื้อ เดินไขประตูห้องขังทั้งหมดให้เปิดออกไล่มาจนถึงห้องขังของนาง

            เมื่อเป็นเช่นนี้หลินหลานหรูยิ่งถอยหลังเข้าไปลึกกว่าเดิม...ก่อนที่บางอย่างจะหยดจากเพดานลงบนหลังมือของนาง โดยไม่แม้แต่จะก้มมอง จมูกสัมผัสกลิ่นได้แล้วว่าของเหลวสีดำหยดหนึ่งบนหลังมือคืออะไร

            หลินหลานหรูแสยะยิ้มมุมปากอย่างเย็นชากดเสียงต่ำเอ่ยถามเด็กหญิงคนเดิมในกรงขังด้านข้าง

            "คนของพวกเจ้าหรือ?" …เหตุใดโง่งมนัก!

    _____________________________________________________

            [1] ชุ่น เป็นหน่วยมาตราวัดของจีนสมัยโบราณเทียบความยาวประมาณ 1 นิ้ว โดยระยะ 10 ชุ่น เป็น 1 ฉื่อ (เชียะ)

             

    คล้ายกับเรื่องนิสัยข้าเปลี่ยนยาก ที่คุณอ่าน

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    1.11M 1756
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592