"นี่คุณยังรักมันอยู่หรือ?"
"..."
"เงียบแปลว่ายังรักมันอยู่ใช่ไหม!?"
เสียงเอะอะโวยวายดังลั่นอยู่ภายในห้อง จนคนที่สลบอยู่นั้นเริ่มรู้สึกตัวตื่น เนื่องจากเพิ่งฟื้นจึงไม่สามารถจับใจความจากบทสนทนาที่ได้ยิน
"อื้อ!" ร้องท้วงด้วยความเ็ป ทำให้บุคคลที่ทะเลาะกันอยู่นั้นหยุดบทสนทนาลงทันที
"ที่รัก เธอเป็อย่างไรบ้าง?" อามันโด้ปรี่เข้ามาประคองภรรยาให้ชันตัวขึ้นพิงกับหัวเตียง
"ที่รัก คุณกลับมาแล้ว" อลาโน่ที่ยังไม่ฟื้นคืนสติดีนัก โหยหาอ้อมกอดของสามีหวังเป็พื้นที่ปลอดภัยจากเหตุการณ์ะเืใจ
"ใช่ค่ะ เรากลับมาแล้ว" ตามด้วยเสียงแหลมเล็กจากคนที่ยืนกอดอกอยู่ด้านหลัง
อลาโน่มองใบหน้าของทั้งคู่สลับกัน ก่อนความทรงจำแสนเ็ปที่ทั้งคู่กระทำไว้จะไหลกลับเข้ามาในหัว
"ดีใจที่คุณหายดีแล้ว มิสเรเชล" แสร้งยิ้มเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำให้ใบหน้าหยิ่งผยองต้องขมวดคิ้วแทน
แม้การกลับมาครั้งนี้เรเชลจะพยายามแสดงสถานะของตนให้อลาโน่ได้รับรู้ แต่อลาโน่ก็แสร้งไม่สนใจ...
ในเมื่อไม่ได้ยินความจริงออกจากปากของสามี โอเมก้าหนุ่มก็จะทำเป็ไม่รู้เื่ต่อไป ส่วนหนึ่งเป็เพราะหนทางหลีกหนีนั้นไม่ได้รับความช่วยเหลือ และในระหว่างที่หาทางออกอื่น จึงจำเป็จะต้องรักษาสถานะภรรยาคนหนึ่งของดยุกเอาไว้ ไม่ให้ถูกหยามเกียรติไปมากกว่านี้
"ให้ฉันเรียกหมอมาที่นี่ดีไหม จะได้ตรวจให้ละเอียดอีกครั้ง" ใบหน้าที่ดูกังวลของสามีทำเอาอลาโน่รู้สึกสับสนเล็กน้อย กริยาที่คนตรงหน้าแสดงออกมานั้นมาจากใจจริงหรือแสร้งทำ?
"ไม่ต้องหรอกครับ ประคบร้อนก็คงหาย" ยกยิ้มได้เล็กน้อยเนื่องจากยังรู้สึกปวดที่แก้มอยู่มาก
"แน่ใจนะ?"
"ครับ ว่าแต่หลุยส์รู้เื่นี้หรือเปล่าครับ? เขาเป็อย่างไรบ้าง?" พลางนึกถึงลูกชายคนโตที่ได้ร่ำเรียนกับคนแบบนี้มาตั้งนาน
"โถ่ที่รัก ฉันว่าเธอควรห่วงตัวเองก่อนเถิด ดีนะที่ฉันมาช่วยไว้ได้ทัน..." ไม่อยากจะคิดเื่เลวร้ายต่อจากนี้
"..."
"ไอ้ชั่วนั่นไม่มีทางลอยนวลแน่ วันพรุ่งนี้ทหารจากทางการจะมาเอาตัวมันไปขังลืม!"
"..."
"มันจะได้ไม่กลับมาทำร้ายเธออีก" ว่าพลางประคองแก้มบวมช้ำของภรรยาด้วยความรู้สึกสงสาร
"ขอบคุณนะครับ หากคืนนี้คุณช่วยประคบร้อนให้ คงจะหายไวเป็แน่" จงใจอ้อนสามีต่อหน้า
"ได้สิ" เผลอตอบรับไปกับท่าทีออดอ้อนของภรรยา
"อามันโด้คะ! ที่เรากลับมาเพราะมีเื่สำคัญจะบอกคุณชายไม่ใช่หรือคะ?" เรเชลพูดพร้อมถึงตาใส่ร่างสูง เพราะทนยืนดูทั้งคู่พลอดรักกันอีกต่อไปไม่ไหว
"เื่สำคัญหรือ- อ๊ะ"เพียงหันหน้านิดหน่อยก็พลอยให้รู้สึกเจ็บแสบขึ้นมา ทำให้อามันโด้ยิ่งห่วงใยอลาโน่เข้าไปอีก
"เอาไว้ก่อนนะเรเชล เห็นไหมว่าอลันเจ็บอยู่ เธอกลับไปพักที่ห้องก่อนเถิด" ว่าแล้วหันมาดูอาการของอลาโน่ต่อ ทำให้เรเชลโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง จนอยากจะกรี๊ดใส่ทั้งสองเสียตรงนี้ แต่หากแสดงอาการมากไปจะโดนเบื่อเอาได้ จึงได้แต่เดินกระแทกเท้าออกไปและปิดประตูเสียงดัง
"ผมทำอะไรผิดไปหรือเปล่าครับ? คุณตามไปดูแลเธอก่อนดีไหม?" ตีหน้าเศร้า
"อย่าไปสนใจเลย เรเชลก็เป็แบบนี้แหละ ฉุนเฉียวเดี๋ยวเดียวก็หาย" ยกยิ้มกลบเกลื่อน
"คุณคงสนิทกับเธอมานานแล้วใช่ไหมครับ? ถึงได้รู้นิสัยเธอดี"
"หืม ไม่นานนักหรอก แค่่ที่เดินทางไปสำรวจน่ะ" บอกปัดไป
"อย่างนี้นี่เอง" จ้องมองใบหน้าสามีไม่วางตา แต่อีกคนกลับหลบสายตาและเปลี่ยนเื่ทันที
"เอาล่ะ อย่าไปสนใจเื่ของคนอื่นเลย เธอเจ็บตรงไหน เดี๋ยวฉันจะช่วยทายาให้"
อลาโน่ไม่อยากเซ้าซี้ต่อแม้จะรู้สึกปวดใจเล็กๆ มือบางค่อยๆ เปลือยเสื้อผ้าออกอย่างยากลำบาก เผยรอยแดงเป็จ้ำไปทั่วแผ่นอก และคราบเืที่เริ่มแห้งกังตรงไหล่และไหปลาร้า
"เจ็บมากไหมครับ?" แต้มยาที่รอยช้ำอย่างเบามือ
"เจ็บครับ เจ็บจนเหมือนจะตายให้ได้" ยิ่งมองใบหน้าของสามีและท่าทีที่เป็ห่วงก็ยิ่งเ็ปหัวใจ ยิ่งกว่าาแทางกายเสียอีก
"ที่รักของฉัน ฉันอยู่ตรงนี้แล้ว จะไม่มีใครมาทำร้ายเธอได้อีก" มือใหญ่ประคองใบหน้าของภรรยาก่อนจะจูบปลอบ
"สัญญาแล้วนะครับ" ถึงแม้ว่าอามันโด้จะสามารถมาช่วยอลาโน่จากพวกคนชั่วไว้ได้ทันถึงสองครั้งสองครา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าความเ็ปที่อลาโน่ได้รับ ซึ่งสาเหตุมาจากอามันโด้นั้นจะสามารถลบล้างกันได้
แขนเรียวคว้าคอแกร่งของสามีให้โน้มลงมาจูบอีกครั้ง แต่ครานี้ร่างบางกลับรุกหนัก ลิ้นร้อนแทรกเข้าไปพันเกี่ยวอย่างเย้ายวนจนอีกคนคล้อยตาม
เมื่อเห็นว่าสามีไม่มีท่าทีปฏิเสธ มือบางจึงเริ่มปลดกระดุมให้สามีอย่างเร่งรีบ แต่ก่อนจะได้ปลดเม็ดที่สามก็ถูกมือใหญ่ขวางเอาไว้เสียก่อน
"ดะ เดี๋ยว เธอเจ็บอยู่นะ" อามันโด้ถอนจูบแล้วรีบห้ามทันที
"เพราะว่าเจ็บอยู่ จึงอยากให้คุณปลอบ" ใบหน้าสวยที่แม้จะมีรอยช้ำแต่ก็ยังดูเย้ายวนไม่ต่างจากวันแรก
"ฉันกลัวทำเธอเจ็บ"
"แค่นี้ผมทนได้ครับ ได้โปรด...ช่วยกอดผมจนลืมความเ็ปทั้งหมดนี้เลยได้ไหม" ก่อนจะเอนตัวลงกับที่นอนรอรับอ้อมกอดจากสามี
กลิ่นหอมจากฟีโรโมนของโอเมก้าเพิ่มความเย้ายวน จนอดคิดไม่ได้ว่านานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้ใส่ใจภรรยา แม้ความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยอามันโด้ก็เพิ่งสังเกตเห็นได้ในวันนี้
ดวงตาสีฟ้าที่ยังคงกักเก็บความสดใสของท้องฟ้าเอาไว้ได้อยู่เสมอ นิ้วเรียวเกลี่ยไรผมสีอัลมอนต์ที่ตอนนี้ยาวจนพอที่จะทัดหูได้แล้ว เพิ่มความอ่อนหวานของใบหน้าขาว ริมฝีปากสีบัวเผยอเล็กน้อยราวกับเชิญชวน
ผู้เป็สามีไม่ปล่อยให้ภรรยารอนาน เขาปลดกระดุมและถอดเสื้อออก เผยร่างกายที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อเป็มัดสมชายชาตรี ก่อนจะโน้มตัวลงจูบอลาโน่อย่างดูดดื่ม
"อุ๊บ อะ อื้อ" แม้จะรู้สึกเจ็บแต่อลาโน่ก็ไม่ขอให้หยุด ยอมให้สามีกอดไม่ว่าจะรุนแรงแค่ไหน
เพราะอยากลืม...จึงอยากจดจำให้ได้มากที่สุด แม้จะเ็ป
...
กลางดึกในยามที่ทุกคนจมสู่ห้วงนิทราที่ลึกที่สุด มีเพียงอดีตทหารหนุ่มที่มีความผิดติดตัว พยายามจะแก้มัดเชือกที่ข้อมือ หวังหลบหนีก่อนจะถูกจับตัวส่งทางการ แต่ความยากลำบากที่ถูกมัดไขว้หลังไว้กับเสาทำให้ต้องใช้เวลานาน
"คิดว่าปมเชือกแค่นี้จะทำอะไรฉันได้หรือไง!" บ่นอย่างหัวเสีย
ฉึบ! เสียงของแหลมพุ่งเข้าเสียบที่ก้อนฟางใกล้บริเวณที่อัลเบิร์ตถูกมัดอยู่ ทหารหนุ่มหน้าเสียครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อเห็นใบหน้าชัดๆ ของร่างที่ซ่อนอยู่ในเงามืด
"คุณชาย! ช่วยผมด้วยนะครับ ช่วยตัดเชือกให้ผมที" ท่าทีดีใจเมื่อคนที่ปรากฏตัวคือลูกศิษย์ของตน
"จะหนีหรือครับ?" ลูเซียสเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าอดีตครูฝึกของตน
"ครับ ถ้าไม่หนีผมต้องโดนทางการจับขังคุกแน่"
"..." ลูเซียสเพียงแค่ชายตามองนิ่ง
"คุณชาย ผมไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะครับ!" หาข้ออ้างอย่างร้อนรน
"..."
"ดัชเชสปล่อยฟีโรโมนมายั่วผมเอง คุณชายก็รู้...โอเมก้าก็ร่านสวาทเช่นนี้เหมือนกันหมด!"
"อย่างนั้นการที่แกทำชั่วก็เพราะฟีโรโมนสินะ?" สีหน้ายังคงเรียบนิ่ง แต่ฟีโรโมนจากตัวหนุ่มน้อยกลับแผ่ซ่านเสียจนคนถูกมัดอยู่เริ่มรู้สึกกังวล มือที่ถูกมัดก็ยังคงพยามคลายปมออก
"ขะ ครับ มันเป็กฎของโลกใบนี้อยู่แล้ว อย่างไรโอเมก้าก็มีหน้าที่แค่สืบพันธุ์ ไม่จำเป็ต้องทำให้เป็เื่ใหญ่" ยังพยายามโกหกต่อไป
"ดีครับ ผมค่อยรู้สึกบาปน้อยลงหน่อย" ยกยิ้มมุมปากข้างหนึ่ง
"มะ หมายความว่าอย่างไรครับ? คุณชาย" เริ่มรู้สึกไม่ค่อยดีกับท่าทีที่เห็น
ลูเซียสหยิบมีดที่ปักบนกองฟางออก ก่อนจะเดินไปหาอาชาหลายตัวในคอก ประตูกั้นทุกบานถูกเปิดออกตามลำดับจนหมด ก่อนคมมีดจะเฉือนเชือกที่ล่ามมันไว้ทุกตัว
"คุณชายจะทำอะไรครับ!?" ไม่เข้าใจการกระทำของลูกศิษย์
"ผมจะช่วยอาจารย์ไงครับ นี่ม้าของอาจารย์นะครับ"
ฉึก! ฮี้ๆ มีดคมปักเข้าที่ขาหน้าอาชาคู่ใจของอัลเบิร์ต ความเ็ปทำให้มันร้องลั่นและเริ่มวิ่ง แต่แปลกแทนที่มันจะวิ่งร้องโอดครวญไปมั่วซั่ว มันกลับวิ่งตรงไปยังเ้านายของมัน กีบเท้าเหล็กกระทืบลงบนตัวของอัลเบิร์ตอย่างจังและซ้ำๆ ตามความเ็ปของมัน
"อ๊ากกกกกก ไอ้เด็กบ้า!! อึก แค่กๆ" สำลักด้วยความจุก
"ผมอุตส่าช่วยนำม้ามาให้ ทำไมยังไม่หนีล่ะครับ?" พูดพร้อมปีนขึ้นหลังอาชาคู่ใจของตัวเอง
"แก อึก แกทำอะไร?" อัลเบิร์ตย่นจมูกทันทีที่รู้สึกถึงฟีโรโมนจากอีกคน เป็แค่เด็กที่เพิ่งตรวจเจอเพศรองทำไมฟีโรโมนถึงมีแรงกดดันมากขนาดนี้ ดูเหมือนจะมากกว่าอัลฟ่าทั่วไปเสียด้วยซ้ำ
"แกเป็ตัวอะไรกันแน่!?" โค้งตัวด้วยความเ็ปที่หน้าท้อง
"รู้ไปแล้วคุณจะรอดหรือ? คิดว่าเป็อัลฟ่าแล้วสิเหนือกว่าทุกสิ่งสินะ" อาชาที่เหลือมีท่าทีกระสับกระส่ายแม้ลูเซียสไม่ได้ัั
"เฮอะ! ไอ้พวกหน้าโง่ อึก หลงมันจนโงหัวไม่ขึ้นทั้งพ่อทั้งลูก" ฝีปากยังแกร่งกล้าแม้อยู่ในสภาพไม่สู้ดี
"หาว ผมเบื่อจะเล่นแล้ว เดี๋ยวฟ้าจะสางเสียก่อน" ด้วยความที่ยังเด็กและนี่ก็เป็เวลานอนของตน ชักช้าไปมากกว่านี้อาจจะเผลอหลับจนโดนศาสตราจารย์ดุเอา
"ก็เข้ามาสิวะ ฉันไม่กลัวเด็กอย่างแกหรอก!" จบประโยคอาชาหลายตัวก็พุ่งเข้าหาคนท้าทายทันที แต่ผิดคาดที่อัลเบิร์ตนั้นแกะเชือกได้สำเร็จพอดี ก่อนจะะโข้ามคอกวิ่งหนีออกที่ยังชายป่า
"ตามมันไป!" ลูเซียสสั่งอาชาคู่ใจให้วิ่งตาม
การไล่ล่าจึงเกิดขึ้นระหว่างอดีตทหารหนุ่มที่วิ่งไปกุมท้องไป ทั้งล้มลุกคลุกคลานจนเสื้อผ้าเปรอะเปื้อน แต่ความเร็วของมนุษย์จะสู้ความเร็วของม้าได้อย่างไร
อั่ก! พลุบ พลุบ ฮี้ๆ แผ่นหลังของอัลเบิร์ตถูกกีบเท้าเหล็กถีบจนล้มหน้าคะมำ กลิ้งลงเนินไปยังชายป่า แต่ก่อนจะได้ลุกขึ้นอีกครั้งก็โดนอีกหลายสิบกีบกระทืบซ้ำ ๆ จนช้ำไปทั้งตัว นานครู่หนึ่งจนลูเซียสที่ควบม้าตามมาถึง
"อะ แค่ก ผะ ผมยอมแล้ว ผะ ผมขอโทษ ไว้ชีวิต ผมเถอะ" กระอั่กเืออกมาเนื่องจากชำใน ดวงตาปูดบวมจนแทบจะจำใบหน้าหล่อเหลาไม่ได้ คลานเข้ามาหาลูเซียสช้าๆ
"มีคนเคยบอกผมว่า เราทุกคนควรเท่าเทียมกัน" ลูเซียสเอ่ยขึ้น
"อึก แค่กๆ" แต่อัลเบิร์ตได้แต่นอนกุมท้อง
"ตอนแรกผมก็เห็นด้วยนะ เพราะมันไม่ง่ายเลยที่ออกมาจากปากโอเมก้า"
"ขะ คุณชาย" พยายามเอื้อนเอ่ยขอชีวิต
"แต่ตอนนี้ผมรู้แล้ว คำพูดนั้นมันก็แค่...ความสวยงามที่ไม่สามารถเป็จริง" พลางนึกถึงใบหน้าขาว ดวงตาสีฟ้า และผมหยักศกสีอัลมอนต์ที่ปลิ้วไสวยามลมพัดผ่าน
"มะ เมตตา ผะ ผมด้วย อึก" พยายามคลานเข้าหา
"พูดแทรกแบบนี้ไม่มีมารยาทเอาเสียเลย" ขมวดคิ้วอย่างขัดใจ
"อึก แค่ก ได้โปรด" อัลเบิร์ตยังคงสำลักเืออกมาไม่หลุด
"ก็ได้...ผมจะให้โอกาสคุณหนี 10 วิ! ก่อนที่ม้าจะไล่กระทืบคุณอีกรอบ ดีไหม?" ชายตามองสภาพของอดีตครูฝึกที่ดูเหมือนแม้แต่จะลุกขึ้นยังยากลำบาก
"อึก! คุณชาย.." สีหน้าเริ่มไม่ไหวติง แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่มีสิทธิ์ต่อรองอยู่แล้ว
"1!" ลูเซียสเริ่มนับทันที
"อึก! แค่กๆ" อดีตทหารหนุ่มรีบหอบสังขารของตัวเองให้ลุกขึ้นทันที หากอยู่รอให้โดนกระทืบอีกรอบต้องช้ำในจนตายเป็แน่
"2!" น้ำเสียงดุดันไร้ความเมตตา ราวกับกำลังนับถอยหลังเวลาชีวิตของอดีตครูฝึก
"แค่กๆ ไอ้ตัวประหลาด อึก! ฉันจะรอดไปได้ ฉันจะกลับมาเอาคืนพวกแกทุกคน!" อัลเบิร์ตที่วิ่งหนีไปก่นด่าเข้าสู่ป่าได้สำเร็จ ประจวบเหมาะกับเวลาที่หมดลงของเขาพอดี อาชาหลายสิบจึงเริ่มวิ่งตามเหยื่อของมันอีกรอบจนลับสายตาของลูเซียสไป
"ไม่ว่าใครก็มาเอาเปรียบอลันไม่ได้..." นอกจากฉัน
...
รุ่งเช้าความวุ่นวายก็เกิดขึ้นตามคาด เมื่อทหารจากทางการที่เดินมาถึงไม่พบกับตัวนักโทษที่ถูกมัดเอาไว้กับเสา แต่กลับมีอาชาหลายสิบตัวที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยเือย่างน่าประหลาด
หนึ่งในนั้นคืออาชาสีน้ำตาลเข้มที่าเ็จากการถูกแทงด้วยมีดสั้นสีเงินของอัลเบิร์ต โชคดีที่าแของมันไม่น่าเป็ห่วงนักและยังได้รับการรักษาทันท่วงที
แต่การหายตัวไปของอัลเบิร์ตก็ยังเป็ปริศนา...
"เราจะแบ่งกองกำลังค้นหาที่ชายป่าเพื่อจับตัวนักโทษกลับมาให้ได้ครับ!" หัวหน้ากองกำลังเอ่ยขึ้นกับดยุกเวลบริท
"นี่เป็แผนที่ของชายป่าบริเวณนี้ทั้งหมด หวังว่าจะช่วยพวกคุณได้" อามันโด้ส่งแผนที่สำรวจของตัวเองให้กับหัวหน้ากองกำลัง
"ช่วยได้เยอะเลยครับ ่นี้ท่านดยุกก็ควรระวังตัวกันเสียหน่อย เผื่อนักโทษย้อนกลับมา"
"ครับ ผมจะให้คนคอยเฝ้าระวังจนกว่าจะเจอตัว"
"อย่างนั้นกระผมไม่รบกวนแล้ว ลาก่อนครับ"
"ขอบคุณครับ"
หลังจากที่ทหารจากทางการกลับไป อามันโด้ก็สั่งให้คนคอยคุ้มกันรอบบริเวณอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะห้องนอนของอลาโน่และลูกสาวคนเล็ก แต่ความสงสัยก็ไม่อาจคลายไป
เหตุใดอัลเบิร์ตถึงแทงม้าของตัวเอง แล้วหนีไปโดยไม่ขโมยม้าตัวอื่น ต่อให้โง่เขลาเบาปัญญา ก็น่าจะคิดเื่ง่ายๆเช่นนี้ได้...