จ้าวเสวี่ยหรูสอดส่ายสายตาหาบุคคลที่นางตั้งใจจะมาตามหา ตามเนื้อเื่ในนิยายเสียนอ๋องผู้มีนามว่าฉู่เฮ่าเทียนน่าจะยังคงวนเวียนอยู่แถววัดเทียนฝูแห่งนี้เป็แน่ เขาใช้ข้ออ้างว่าจะมาถือศีลบำเพ็ญให้มู่ไท่เฟยผู้เป็มารดาผู้ใดกำเนิดของเขาจึงสามารถรั้งอยู่เมืองหลวงได้โดยไร้ข้อครหา แต่จ้าวเสวี่ยหรูกลับรู้ดีว่าเสียนอ๋องผู้นี้ที่ยังตั้งใจรั้งรออยู่ในเมืองหลวงแห่งนี้เป็เพราะกำลังเฝ้ารอวันที่จะจัดการกับองค์ไท่จื่อฉู่เฟยหลงอยู่
เสียนอ๋องผู้นี้ที่จริงแล้วจ้าวฉิงตั้งใจจะปิดตอนจบให้เขาสามารถกำจัดไท่จื่อแล้วนำพาตนเองก้าวขึ้นสู่ราชบัลลังก์ได้สำเร็จ ส่วนจ้าวเสวี่ยอิงที่สามารถแก้แค้นได้สำเร็จแล้วแต่ด้วยใจรักในตัวของไท่จื่อฉู๋เฟยหลงกับรู้สึกว่าชีวิตว่างเปล่าในขณะที่ตั้งใจว่าจะปลิดชีพตนเองแต่องค์ไท่จื่อที่คิดว่าตายไปแล้วกลับปรากฏตัวขึ้นมาห้ามปรามนางเอาไว้
กลายเป็ว่าเพราะความรักอย่างจริงใจและการยอมละทิ้งอำนาจของฉู่เฟยหลงทำให้จ้าวเสวี่ยอิงละทิ้งความแค้นได้ในที่สุด ทั้งสองคนแสร้งว่าตนเองตายทอดทิ้งทุกอย่างแล้วไปใช้ชีวิตร่วมกันอย่างสงบสุขได้ในที่สุด นี่คือพล็อตที่นางวางโครงเื่เอาไว้ เพียงแต่ยังเขียนไม่จบด้วยยังติดข้อขัดแย้งอยู่อีกหลายประการ หนึ่งคือสกุลจ้าวเล่าจ้าวเสวี่ยอิงจะทอดทิ้งได้ลงคอหรือ และสองก็คือเพราะเหตุใดฉู่เฮ่าเทียนจึงได้ทำข้อตกลงกับฉู่เฟยหลงแล้วยินยอมปล่อยให้เขาจากไปกับสาวงามได้ จุดจบที่ว่าพระเอกทอดทิ้งบัลลังก์เพื่อสาวงามที่นางเคยวางโครงเื่เอาไว้จึงไม่สามารถเขียนจบได้เสียที
“เฮ้อ แล้วยามนี้ข้ายังมาติดอยู่ในนี้อีก หรือจะลองยอมตายดีเผื่อจะได้กลับไปได้ แต่ถ้าเกิดตายไปแล้วแต่กลับกลายเป็ตายไปจริงๆ เล่าแล้วจะทำอย่างไรดี” จ้าวเสวี่ยหรูเอ่ยออกมาอย่างไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่ายามนี้ข้างกายของนางยังมีทั้งสาวใช้ พี่ชายและผู้ติดตามอีกจำนวนหนึ่ง
“...หากเ้าอยากกลับจวนพวกเราก็กลับกันเถิด เหตุใดจึงจะต้องเอ่ยออกมาด้วยคำพูดที่ฟังดูแล้วน่าหวาดหวั่นเช่นนั้นกันเล่า” เมื่อพี่ชายเอ่ยมาเช่นนี้จ้าวเสวี่ยหรูก็พลันหัวเราะแห้งๆ ออกมา
“ข้าแค่คิดเื่อื่นอยู่น่ะเ้าคะ คิดไม่ถึงว่าจะพูดคำพูดไร้สาระออกมาได้เช่นนี้พี่ใหญ่อย่าได้ถือสาข้าเลยนะเ้าคะ” จ้าวเสวี่ยหรูเอ่ยพลางส่งยิ้มให้พี่ชายด้วยสีหน้าจืดเจื่อน ถึงแม้ว่าในใจอยากจะทุบศีรษะของตนเองสักทีสองทีก็ตาม นางจ้องมองพี่ชายแล้วก็ตัดสินใจเอ่ยกับเขาออกไปตามตรง
“พี่ใหญ่ ข้าได้ยินมาว่าท่านมีความสัมพันธ์อันดีกับเสียนอ๋องมิใช่หรือไม่เ้าคะ” เมื่อได้ยินคำพูดนี้ของจ้าวเสวี่ยหรูคนที่อยู่ทางด้านหลังของูเาจำลองชะงักฝีเท้าที่กำลังจะเดินจากไปในทันที
“เคยร่วมพูดคุยและกินดื่มร่วมกันเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น”
“หากข้าอยากให้พี่ใหญ่หาวิธีนัดพบเขาให้ข้าสักครั้งจะได้หรือไม่” คำพูดนี้ของจ้าวเสวี่ยหรูทำให้จ้าวเสวี่ยหรงจ้องมองนางด้วยสีหน้าประหลาดใจในทันที
“เหตุใดจึงได้อยากพบกับเขาเล่า” เมื่อได้ยินพี่ชายเอ่ยเช่นนี้นางก็พลันยิ้มออกมา
“ข้ามีเื่บางอย่างอยากจะทำข้อตกลงกับเขาเ้าค่ะ” หากอยากมีหนทางรอดข้าคงจะต้องผูกสายสัมพันธ์และมีข้อตกลงร่วมกันกับอนาคตเ้าผู้ครองแคว้นผู้นี้เสียหน่อย หากข้าสามารถช่วยทำให้ความทะเยอทะยานของเขาสามารถประสบความสำเร็จเร็วยิ่งขึ้น มีหรือที่สกุลจ้าวและตัวข้าจะไม่รุ่งโรจน์ซึ่งแน่นอนว่าก่อนอื่นจะต้องลองพูดคุยกับเขาดูสักครั้ง
“ได้ยินว่าคุณหนูใหญ่จ้าวอยากพบข้าเช่นนั้นหรือ” เสียนอ๋องฉู่เฮ่าเทียนเอ่ยพลางเดินออกมาจากทางด้านหลังของูเาจำลอง จ้าวเสวี่ยหรูจ้องมองบุรุษตรงหน้าด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ ส่วนจ้าวเสวี่ยหรงมีสีหน้าระมัดระวังขึ้นมาในทันที ด้วยเมื่อครู่นี้เขาไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่ามีผู้อื่นอยู่ทางด้านหลังของูเาจำลองลูกนี้
“ท่านคือเสียนอ๋องเช่นนั้นหรือ” จ้าวเสวี่ยหรูเอ่ยออกมาพลางนิ่วหน้านางไม่แน่ใจว่าจ้าวเสวี่ยหรูคนเก่าได้พบกับเสียนอ๋องแล้วหรือยัง แต่เท่าที่นางเขียนในนิยายจ้าวเสวี่ยหรูไม่เคยได้พบและพูดคุยกับเสียนอ๋องเป็การส่วนตัวเลยสักครั้ง
“เมื่อครู่นี้คุณหนูใหญ่จ้าวอยากพบข้ามิใช่หรือ ยามนี้เมื่อได้พบแล้วเื่ที่คุณหนู้าทำข้อตกลงกับข้าคือเื่ใดหรือ” เมื่อเขาเอ่ยถามเช่นนี้เ้าเสวี่ยหรูก็พลันนิ่งงันไปครู่หนึ่ง แล้วจึงได้ตัดสินใจเอ่ยออกมา
“ไม่ทราบว่าท่านอ๋องพอจะสละเวลาพูดคุยเป็การส่วนตัวกับหม่อมฉันสักครู่ได้หรือไม่เพคะ” จ้าวเสวี่ยหรูรีบปรับเปลี่ยนคำพูดของตนเองให้ถูกต้องตามฐานะชินอ๋องของเขา
“ย่อมได้อยู่แล้ว” เขาเอ่ยด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้มจ้าวเสวี่ยหรูมองสำรวจบริเวณรอบๆ แล้วก็ตัดสินใจเลือกสนามหญ้าที่ไม่มีสถานที่ให้ผู้อื่นซ่อนตัวได้อีก นางชี้ไปยังสนามหญ้าที่ทั้งกว้างและโล่งแล้วเอ่ยกับเสียนอ๋องด้วยสีหน้าราบเรียบ
“ถ้าเช่นนั้นเชิญท่านอ๋องไปพูดคุยกับหม่อมฉันตรงนั้นดีกว่าเพคะ น่าจะปลอดภัยจากการแอบฟังของผู้อื่นได้” เมื่อจ้าวเสวี่ยหรูเอ่ยเช่นนี้เขาก็พลันนิ่วหน้าและคิดอยู่ในใจว่านางกำลังตั้งใจเอ่ยวาจากระทบกระเทียบเขาอยู่ใช่หรือไม่ ส่วนจ้าวเสวี่ยหรงที่มักจะตามใจน้องสาวอยู่เสมอก็ไม่คิดจะห้ามปราม เขาทำตัวเหมือนกับว่าตนเองไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้ด้วย เขารู้ดีว่า่นี้น้องสาวของเขาน่าจะกำลังมีเื่ให้ครุ่นคิดอยู่มากมาย แต่ไม่ว่านางจะทำอันใดเขาก็พร้อมจะสนับสนุนนาง อย่างน้อยก็ดีกว่าต้องทนเห็นนางนอนป่วยอยู่บนที่นอนโดยที่เขาไม่สามารถทำอันใดได้เลย
“ท่านอ๋องคงพอจะได้ยินเื่ของหม่อมฉันมาบ้างแล้ว” เมื่อไปถึงบริเวณที่แน่ใจว่าไม่มีผู้ใดสามารถได้ยินบทสนทนาของพวกนางได้อย่างแน่นอนแล้วจ้าวเสวี่ยหรูจึงได้เป็ฝ่ายเอ่ยขึ้นมาก่อน
“ย่อมได้ยินมาบ้างอดีตว่าที่พระชายาผู้ถูกทอดทิ้งคือเ้า” คำพูดนี้ของคนตรงหน้าทำให้จ้าวเสวี่ยหรูอดลังเลไม่ได้ จริงอยู่คนผู้นี้วันหน้าอาจจะได้เป็ผู้ราชบัลลังก์ในท้ายที่สุดก็จริง แต่ยามนี้นางมายืนอยู่ตรงนี้แล้วก็ไม่มีสิ่งใดมารับประกันได้ว่าเื่ราวจะดำเนินไปตามนิยายที่นางเขียนแล้วมิใช่หรือ
“อดีตว่าที่พระชายาเช่นหม่อมฉันย่อมต้องขอขอบคุณท่านอ๋องที่มีส่วนร่วมอยู่ไม่น้อยในการผลักดันให้หม่อมฉันกลายเป็คนที่ถูกทอดทิ้ง” คำพูดนี้ของจ้าวเสวี่ยหรูทำให้เสียนอ๋องจ้องมองนางด้วยสายตาที่เปล่งประกาย
“ข้าไม่รู้ว่าคุณหนูเช่นเ้ากำลังเอ่ยถึงเื่อันใดและกำลัง้าสิ่งใดจากข้ากันแน่”
“คุณหนูเช่นหม่อมฉันไม่ได้้าสิ่งใด ขอแค่ท่านอ๋องรับปากว่าจะไม่ดึงจวนสกุลจ้าวเข้าไปเกี่ยวข้องกับการแย่งชิง เื่ยาปลุกกำหนัดเม็ดนั้นที่ท่านอ๋องจงใจส่งคนนำไปมอบให้ท่านหญิงชิงเยวี่ยก็จะไม่มีผู้ใดเอ่ยถึงเช่นกัน” คำพูดนี้ของจ้าวเสวี่ยหรูทำให้เสียนอ๋องจ้องมองนางด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความร้ายกาจ
“นี่เ้ากำลังข่มขู่ข้าเช่นนั้นหรือ”
“นี่มิใช่การข่มขู่เพคะ แต่หม่อมฉันแค่กำลัง้าทำข้อตกลงเพียงเท่านั้น” คำพูดนี้ของจ้าวเสวี่ยหรูทำให้เสียนอ๋องจ้องมองนางอย่างพินิจพิจารณาอีกครั้ง