เมื่อสติค่อยๆ กลับคืนมา สิ่งแรกที่ฉันรับรู้คือความเย็น
มันไม่ใช่ความเย็นจากสายลมหรืออากาศในยามค่ำคืน แต่เป็ความเย็นที่ซึมผ่านพื้นหินเข้ามาถึงกระดูก ราวกับว่าร่างกายของฉันถูกโยนลงไปในบ่อน้ำแข็งแล้วปล่อยทิ้งเอาไว้ที่นั่น
ฉันพยายามขยับนิ้ว
ไม่ขยับ
จึงลองขยับแขน
หนัก...
ร่างกายของฉันหนักราวกับมีหินก้อนใหญ่ทับอยู่ทุกส่วน
ฉันกัดฟัน พยายามรวบรวมแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่ ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้น
เพดานหินสีเทาปรากฏขึ้นตรงหน้า
มีเพียงแสงสลัวจากช่องเล็กๆ บนเพดานส่องลงมาเท่านั้น
ฉันกะพริบตาหลายครั้ง
แล้วจึงค่อยๆ รู้ตัวว่า...
ฉันกำลังนอนอยู่บนพื้น
ไม่สิ
ภายในกรง
ซี่เหล็กหนาล้อมรอบตัวฉันทุกด้าน
หัวใจของฉันพลันเต้นแรงขึ้น
ฉันรีบยันตัวลุกขึ้น แม้จะรู้สึกวิงเวียนจนแทบล้มลงอีกครั้ง
"ที่นี่... ที่ไหน?"
เสียงของตัวเองแหบพร่าจนน่าใ
ไม่มีใครตอบ
ฉันจับซี่กรงเอาไว้แล้วพยายามมองออกไปด้านนอก
และสิ่งที่เห็นก็ทำให้หัวใจของฉันเย็นวาบ
ผู้คน
มีคนอยู่เต็มห้อง
เด็กๆ ที่เพิ่งเล่นกับฉันเมื่อไม่นานมานี้
ผู้ใหญ่ในหมู่บ้าน
ผู้ดูแล
แม้แต่ยามที่เฝ้าประตูทางออกของหมู่บ้านก็ยังอยู่ที่นี่
ทุกคนกำลังนอนนิ่งอยู่บนพื้น
ไม่มีใครขยับ
ไม่มีใครพูด
เหมือนกับคนที่กำลังหลับสนิท
ฉันรีบเอื้อมมือออกไปจับซี่กรง
"ทุกคน..."
ฉันเรียกเสียงเบา
ไม่มีใครตอบ
"ตื่นสิ..."
ฉันเรียกดังขึ้นอีกเล็กน้อย
ยังคงไม่มีคำตอบ
ฉันเริ่มรู้สึกกลัว
แต่สิ่งที่ทำให้ฉันกลัวมากกว่านั้นกลับไม่ใช่คนเหล่านี้
หากเป็สิ่งที่ฉันมองเห็นอยู่รอบตัว
แสง
แสงสีขาวเล็กๆ ยังคงลอยอยู่ในอากาศ
แต่ที่นี่มันแตกต่างจากที่หมู่บ้าน
มันจางลงมาก
ราวกับว่าความมืดของสถานที่แห่งนี้กำลังกินพวกมันทีละน้อย
ฉันก้มมองผู้คนที่นอนอยู่
แสงสีขาวที่ห่อหุ้มร่างกายของพวกเขาอ่อนแรงจนแทบมองไม่เห็น
บางคนมีเพียงประกายเล็กๆ
บางคนแทบไม่มีแสงเหลืออยู่เลย
แต่พวกเขายังมีชีวิต
ฉันมั่นใจ
เพราะแสงยังคงเต้นอยู่
ช้าๆ
แ่เบา
เหมือนเปลวเทียนที่กำลังจะดับ
ฉันกวาดสายตามองไปรอบห้อง
ก่อนจะหยุดลงอย่างกะทันหัน
"...เรน่า?"
ไม่มี
ฉันมองซ้ำอีกครั้ง
ไม่มีแสงของเธอ
ไม่มีร่างของเธอ
ไม่มีแม้แต่เงาของเธอ
หัวใจของฉันบีบรัดขึ้นมาอย่างรุนแรง
เรน่าไม่ได้อยู่ที่นี่
ฉันควรจะดีใจ
ถ้าเธอไม่ได้ถูกจับมา แสดงว่าเธออาจหนีรอดไปได้
แต่ทำไม...
ทำไมฉันถึงรู้สึกกลัวกว่าเดิม?
"ขอให้เธอปลอดภัยนะ..."
ฉันพึมพำกับตัวเอง
ทันใดนั้น
เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก
กึก
กึก
กึก
ฉันชะงัก
เสียงนั้นค่อยๆ ใกล้เข้ามา
จนกระทั่งเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าทางเข้าห้อง
ชายคนหนึ่งเดินเข้ามา
เขาสวมเสื้อคลุมสีดำสนิท
ดำจนแทบกลืนไปกับความมืด
แต่สิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกหวาดกลัวที่สุดไม่ใช่เสื้อผ้าของเขา
แต่เป็แสง
ฉันมองไปยังอกของเขาโดยไม่รู้ตัว
แสงสีขาว
เหมือนมนุษย์ทั่วไป
แต่...
มันมืดมาก
ขาวก็จริง
แต่เป็สีขาวที่แทบไม่มีความสว่างเหลืออยู่
และความรู้สึกที่แผ่ออกมาจากมัน...
เ็า
ว่างเปล่า
กระหาย
เหมือนหลุมลึกที่ไม่มีวันเต็ม
ฉันเผลอกลั้นหายใจ
ข้างหลังชายคนนั้นมีนักรบสองคนเดินตามมา
พวกเขาสวมเกราะสีดำั้แ่ศีรษะจรดเท้า
ฉันมองเข้าไปในอกของพวกเขา
แสงสีขาวซีดจาง
แทบไม่เหลือความรู้สึกของมนุษย์อยู่เลย
เหมือนกับแสงของแม่ชีลาล่า
ภาพในโบสถ์ย้อนกลับมาในหัว
ฉันเริ่มสั่น
ชายในเสื้อคลุมหยุดอยู่หน้ากรง
เขามองฉันอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนจะพูดขึ้น
"น่าสนใจ"
น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย
"หมดสติเป็คนสุดท้ายแท้ๆแต่กลับตื่นขึ้นมาเป็คนแรก"
ฉันไม่ตอบ
เขาเดินเข้ามาใกล้กรงอีกก้าว
"มีความต้านทานต่อเวทมนตร์ ทั้งที่ยังไม่ได้ปลุกพลังเวทอย่างสมบูรณ์"
เขาเอียงศีรษะเล็กน้อย
"แล้วดวงตานั่น..."
ฉันรีบหลบสายตา
"ยิ่งน่าสนใจเข้าไปใหญ่"
ฉันไม่รู้ว่าเขากำลังพูดถึงอะไร
แต่สัญชาตญาณกำลังร้องเตือนฉันอย่างรุนแรง
หนี
ฉันต้องหนี
ต้องหนีไปจากที่นี่
ต้องกลับไปหาเรน่า
ฉันกำซี่กรงแน่น
ชายคนนั้นหันไปทางนักรบทั้งสอง
"พาเด็กคนนี้ไปห้องทดลองที่สิบสอง"
"ครับ"
นักรบทั้งสองเดินเข้ามา
ฉันถอยหลัง
"อย่าเข้ามานะ!"
ฉันพยายามะโ
แต่เสียงที่ออกจากลำคอกลับเบามาก
ฉันพยายามวิ่งหนี
แต่ร่างกายยังไม่มีแรง
มือข้างหนึ่งคว้าแขนฉันเอาไว้
อีกคนจับไหล่
"ปล่อย!"
ฉันดิ้นสุดแรง
"เรน่าอยู่ไหน!"
ไม่มีใครตอบ
"เรน่าอยู่ไหน!"
ฉันะโอีกครั้ง
ชายในเสื้อคลุมเพียงหันมามอง
แววตาของเขาไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย
ราวกับคำถามของฉันไม่มีความหมายอะไรเลย
จากนั้นโลกทั้งใบก็เริ่มหมุน
เสียงฝีเท้า
เสียงโลหะ
เสียงประตู
ทุกอย่างค่อยๆ ห่างออกไป
ฉันถูกลากไปตามทางเดินหิน
สองข้างทางมีประตูเหล็กเรียงราย
หมายเลขถูกสลักเอาไว้ทีละห้อง
หนึ่ง
สอง
สาม
...
ฉันพยายามจำทาง
แต่ยิ่งเดินลึกเข้าไป กลิ่นบางอย่างก็ยิ่งชัดเจน
กลิ่นเื
กลิ่นยา
และกลิ่นเหม็นประหลาดที่ฉันไม่สามารถอธิบายได้
ฉันหันไปมองห้องหนึ่ง
ประตูเปิดแง้มอยู่
ด้านในมีชายคนหนึ่งกำลังลากลังไม้
ฉันมองไปยังอกของเขา
แสงสีเทา
เล็ก
ริบหรี่
แทบไม่มีชีวิตเหลืออยู่
ฉันเบือนหน้าหนี
แต่แล้วก็เห็นบางอย่างบนพื้น
กระดูก
กระดูกมนุษย์
จำนวนมาก
ฉันตัวแข็ง
"พวกเขา..."
ฉันพึมพำ
"พวกเขาเป็ใคร?"
นักรบไม่ตอบ
ฉันมองต่อ
บางคนเป็ชาวบ้าน
บางคนฉันเคยเห็นหน้ามาก่อน
พวกเขายังเดินได้
ยังทำงานได้
แต่แสงในตัวกลับเหมือนคนตาย
ฉันเริ่มเข้าใจบางอย่าง
ที่นี่...
ไม่ใช่สถานที่คุมขังธรรมดา
มันคือสถานที่ที่คนถูกนำมา...
เพื่อถูกใช้
ในที่สุดเราก็มาถึงทางเดินอีกสายหนึ่ง
ประตูประมาณยี่สิบห้องเรียงรายอยู่ตรงหน้า
แต่มีเพียงไม่กี่ห้องเท่านั้นที่ฉันมองเห็นแสงจากด้านใน
ฉันหยุดมองห้องหมายเลขสิบเอ็ด
แสงสีทองสว่างจ้ากำลังแผ่ออกมาจากด้านใน
มันไม่เหมือนแสงของใครที่ฉันเคยเห็น
หนักแน่น
มั่นคง
ราวกับูเาที่ไม่มีวันสั่นคลอน
ฉันกำลังจะมองต่อ
แต่ถูกลากผ่านไปเสียก่อน
ห้องหมายเลขสิบสอง
ประตูเปิดออก
ฉันถูกผลักเข้าไป
ทันใดนั้น
แกร๊ก!
โลหะเย็นเฉียบถูกสวมรอบคอ
ฉันรีบยกมือจับมัน
ปลอกคอเหล็กสีดำ
มีอักขระจำนวนมากสลักอยู่บนพื้นผิว
นักรบคนหนึ่งพูดขึ้น
"ปลอกคอผนึกมนต์"
ฉันเงยหน้ามองเขา
"หากเ้าพยายามหลบหนี หรือพยายามรวบรวมพลังเวท มันจะตอบสนองทันที"
เขาหยุด
"และเวทมนตร์ที่อยู่ภายในนั้นมีพลังเทียบเท่าเวทมนตร์ระดับกลาง"
ฉันหน้าซีด
"ระดับกลาง?"
นักรบไม่ตอบ
ประตูเหล็กปิดลง
ปัง!
ฉันยืนอยู่คนเดียว
ในห้องที่ไม่มีอะไรเลย
ฉันเอื้อมมือแตะปลอกคอ
"เวทระดับกลาง..."
ฉันหัวเราะออกมาอย่างไม่อยากเชื่อ
"บ้าไปแล้ว..."
ในหมู่บ้านของฉัน แม้แต่เวทระดับต่ำก็ยังเป็สิ่งหายาก
ลุงเฝ้าสุสานเคยโม้ว่าเคยเป็นักผจญภัย
เขาทำได้เพียงจุดไฟเล็กๆ บนปลายนิ้ว
แต่ที่นี่กลับเอาเวทระดับกลางมาผูกคอเด็กคนหนึ่ง
ฉันกำหมัด
แล้วเตะประตูเต็มแรง
ปัง!
"ปล่อยฉันออกไป!"
เสียงสะท้อนก้องไปทั่วห้อง
ไม่มีคำตอบ
ฉันเตะอีกครั้ง
ปัง!
และในตอนนั้นเอง...
เสียงหัวเราะแหบพร่าก็ดังลอดมาจากกำแพงด้านข้าง
"ฮ่าๆๆๆ..."
ฉันชะงัก
"ใคร?"
"โอ้... เสียงดังดีนี่ ไอ้หนู"
ฉันหันไปมองกำแพง
"คุณเป็ใคร?"
"มนุษย์"
"ผมไม่ได้ถามว่าคุณเป็อะไร!"
"อ้าว?"
เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้ง
"งั้นเ้าอย่ากถามอะไร?"
ฉันกัดฟัน
"ลุงอยู่ที่นี่ได้ยังไง?"
"ถูกจับมา"
"แล้วทำไมยังพูดเล่นได้อยู่?"
"เพราะถ้าร้องไห้แล้วจะมีใครมาช่วยหรือไง?"
ฉันเงียบ
เสียงนั้นถอนหายใจ
"เอาเถอะ... ข้าชื่อเจอร์ราร์ด"
ฉันชะงัก
ชื่อที่ฟังดูไม่ธรรมดา
"แล้วลุงเป็ใคร?"
อีกฝ่ายเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจอย่างเต็มที่
"ข้าน่ะหรือ?"
"ข้าคือ..."
เขาหยุดเพื่อสร้างจังหวะ
"อัศวินศักดิ์สิทธิ์ผู้รับใช้เทพธิดา!"
ฉันนิ่งไป
มองกำแพง
แล้วถามกลับอย่างจริงใจ
"แต่ลุงก็ถูกจับมาเหมือนกันนี่?"
"..."
ความเงียบปกคลุมห้อง
"เื่นั้นไม่เกี่ยวกัน!"
ผมเผลอหัวเราะออกมาเป็ครั้งแรกั้แ่ตื่นขึ้นมา
และนั่นเป็ครั้งแรกที่ฉันรู้ว่า...
ภายในสถานที่ที่น่ากลัวแห่งนี้
ฉันอาจไม่ได้อยู่เพียงลำพัง