“แค่ก ๆ” ณัฐธัญถึงกับไอสำลัก ลีโอนีร้องเสียงหลงว่า“น.. นี่เธอพูดอะไรน่ะ”
“ทำไมล่ะ ฉันก็มั่นใจในหุ่นกับหน้าตาของตัวเองพอสมควรนะ”
เทเรซ่ากอดอก ขับเน้นหน้าอกกลมโตให้เด่นชัดขึ้นแม้ว่าเธอจะใส่เสื้อกาวน์ทับ ก็ยังเห็นเค้าโครงชัดเจน ณัฐธัญเห็นแล้วถึงกับกลืนน้ำลาย
“มัน.. มันไม่ใช่อย่างนั้น” ณัฐธัญพยายามตั้งสติแต่เทเรซ่าก็พูดตัดหน้าด้วยเสียงราบเรียบอีกว่า “ออ เื่นั้นไม่ต้องห่วงเห็นอย่างนี้ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะ”
ลีโอนีเหมือนจะไม่พอใจ “นี่เธอไม่คิดว่าตัวเองจะต้องรู้สึกเสียใจภายหลังหรือไง”
เทเรซ่าเลิกคิ้ว “เสียใจภายหลัง..?กับอะไร กับเนื้อเยื่อบาง ๆ โง่ ๆ ที่มีส่วนประกอบของหลอดเืฝอยกับเซลล์นั่นน่ะเหรอถ้าเป็อย่างนั้นสัตว์นับล้านเกือบทุกชนิดบนโลกคงต้องเสียใจกันเป็แถบแล้วล่ะ”
“แต่เธอเป็มนุษย์นะ ไม่ใช่สัตว์”ลีโอนีไม่ยอมแพ้
“หืม... งั้นคุณช่วยไขข้อข้องใจให้ฉันหน่อยสิว่ามนุษย์กับสัตว์ต่างกันอย่างไร เพราะถึงฉันจะเป็นักวิจัยอณูชีววิทยา แต่ก็เป็แขนงหนึ่งของชีววิทยาสำหรับฉัน มนุษย์กับสัตว์อยู่ในอาณาจักรแอนิมาเลียเหมือนกันเป็สิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ มีระบบอวัยวะเหมือนกัน มีดีเอ็นเอเป็รหัสพันธุกรรมหลัก สืบทอดพันธุกรรมแบบเดียวกันหรือคุณจะบอกว่ามนุษย์มีมนุษยธรรมและศีลธรรมสูงส่งกว่า..? ถ้าอย่างนั้นที่โลกล่มจมอยู่แบบทุกวันนี้เป็ฝีมือของใครมนุษย์..? หรือว่าสัตว์..?”
ลีโอนีกัดฟัน กล่าวว่า “นั่นมันก็แค่มนุษย์พวกหนึ่งที่เป็ส่วนน้อยจะไปเหมารวมได้ยังไง”
เทเรซ่าตอบกลับทันที “อย่างนั้นเวลาคุณกินเนื้อหมูคุณแยกแยะหรือเปล่าว่ามันเป็หมูนิสัยดีหรือหมูนิสัยเลว ก็คงไม่หรอกใช่ไหมเพราะมันก็หมูเหมือนกัน”
ลีโอนีเถียงไม่ออก เธอไม่ใช่นักปรัชญาหรือนักชีววิทยาไม่รู้จะสรรหาคำตอบมาเถียงอย่างไร
พอเห็นว่าสถานการณ์เริ่มอึดอัดณัฐธัญจึงออกมาพูดคลายบรรยากาศ “ทำไมคุณถึงเสนอขายผมล่ะ แล้วถ้าคุณเที่ยวขายร่างกายแลกน้ำเปล่าไปทั่วทำไมยังบริสุทธิ์อยู่”
แม้คำถามจะดูรุนแรง แต่เทเรซ่าเหมือนกับไม่รู้สึกอะไรตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “เพราะฉันขายแพง และฉันมีเงื่อนไขชัดเจน คนที่จะซื้อร่างกายฉันต้องให้น้ำเปล่าสนับสนุนฉันวันละ 20 ลิตรเป็อย่างต่ำ จนกว่างานวิจัยของฉันจะได้ผลลัพธ์ ไม่อย่างนั้นก็ไม่มีสิทธิ์ได้ร่างกายของฉันดังนั้นจนถึงตอนนี้ ยังไม่มีใครมีปัญญาได้ร่างกายของฉัน”
ณัฐธัญตะลึง ยี่สิบลิตรต่อวัน..! แม้แต่สำหรับเขาเองก็ถือว่าเยอะมาก ไม่แปลกใจที่ขนาดเธอเทียวขายร่างกายก็ยังขายไม่ออก ในโลกที่น้ำมีค่าดุจทองคำ หากเป็วันก่อนโลกล่มสลาย คงไม่ต่างอะไรกับจ่ายทองคำยี่สิบแท่งให้ทุกวัน
“ในเมื่อเธอขายแพงขนาดนั้น แล้วเธอรู้ได้ยังไงว่าพวกเรามีปัญญาจ่ายน้ำเปล่าให้เธอวันละยี่สิบลิตร”ลีโอนีกล่าวด้วยความสงสัย ณัฐธัญเองก็สงสัยเหมือนกัน
“ฉันไม่ได้รู้ แค่คาดเดา” เทเรซ่าเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวอีกว่า “พวกคุณสองคนมีริมฝีปากชุ่มชื้น ไม่แตกเหมือนคนส่วนใหญ่ที่นี่ผิวก็ไม่แห้ง จึงวิเคราะห์ได้ว่าพวกคุณไม่ได้ขาดน้ำ และในรถก็ดูเหมือนจะมีอีกสองคนซึ่งก็น่าจะมีสภาพเดียวกัน” เทเรซ่าเว้น่ ก่อนจะกล่าวต่อไป “อย่างที่สอง พวกคุณร่างกายสะอาดสะอ้านผมไม่มัน ไม่มีกลิ่นตัว เสื้อผ้าไม่มีกลิ่นอับ แถมยังหอมฟุ้งมาเชียวแสดงว่ามีน้ำมากพอถึงขั้นอาบน้ำสระผม หรือกระทั่งซักผ้าได้เกือบทุกวัน”
ทั้งณัฐธัญและลีโอนีตะลึงงัน ดมที่แขนกับเสื้อโดยไม่รู้ตัวแน่นอนว่ามีกลิ่นหอมของสบู่และน้ำยาอ่อน ๆ แต่ไม่ถึงกับฟุ้งอย่างที่เธออ้าง
“พวกเราอาจจะมีน้ำมาตลอดแล้วตอนนี้ก็อาจกำลังหมดแล้วก็ได้” ลีโอนีพูดขึ้น
เทเรซ่ากล่าว “คนที่น้ำกำลังหมดไม่มีวันทำเื่โง่เง่าอย่างอาบน้ำหรือซักผ้าหรอกนะขนาดคนที่มีอำนาจที่สุดของที่นี่ยังทำแบบนั้นไม่ได้เลย และอีกอย่างตอนที่อยู่ข้างนอก ถ้าเป็คนทั่วไปจะต้องทิ้งรถและขึ้นมากับเรา แต่พวกคุณกลับให้ลากรถทั้งที่มีสภาพแบบนั้นแถมยังยอมจ่ายเพิ่มห้าสิบเปอร์เซ็นต์ แสดงว่าบนรถคันนั้นต้องมีทรัพยากรอย่างอาหารหรือน้ำมหาศาลที่ทิ้งไม่ได้”
ทั้งสองคนตะลึงยิ่งกว่าเดิมผู้หญิงตรงหน้านี้คิดวิเคราะห์ได้เป็ฉาก ๆ ราวกับนั่งอยู่บนรถด้วยกัน
“แล้วเธอรู้ได้ยังไงว่าเขาจะยอมจ่ายซื้อร่างกายของเธอเขาอาจจะมีคนรักแล้วก็ได้” ลีโอนีถามต่อไป แต่น้ำเสียงแ่เบาตรงประโยคสุดท้าย
“เฮอะ ๆ” เทเรซ่าหัวเราะราวกับได้ยินสิ่งที่น่าขำที่สุดในโลก
“ใครล่ะ คุณเหรอหรือว่าอีกสองคนในรถ..? ริมฝีปากคุณชุ่มชื้นก็จริง แต่ก็ยังเห็นร่องรอยว่าเคยปากแตกมาก่อนแสดงว่าคุณเพิ่งจะได้กินน้ำที่เพียงพอต่อร่างกายเมื่อไม่กี่วัน ส่วนของเขาชุ่มชื้นสมบูรณ์ผิวพรรณไม่มีส่วนไหนแห้ง บ่งบอกว่ามีสภาพความเป็อยู่ที่สมบูรณ์พร้อม หรือก็คือ คุณเพิ่งจะขึ้นรถของเขาเมื่อไม่กี่วันก่อนและถึงอาจจะเป็คนใดคนหนึ่งในรถ แต่...”
แล้วเทเรซ่าก็หันมามองณัฐธัญกล่าวต่ออีกว่า “ดูจากสายตาที่สอดส่องฉันไปทั่วร่างแล้ว คงไม่น่าใช่คนรักเดียวใจเดียวก่อนวันสิ้นโลกอาจจะใช่ แต่ตอนนี้ไม่แน่”
ณัฐธัญรู้สึกกระดากอายไม่คิดว่าจะถูกจับได้ เธอสันนิษฐานได้ถูกต้องแม่นยำจริง ๆ จนสงสัยว่าอีกฝ่ายเป็นักอณูชีววิทยาจริง ๆ หรือว่าเป็นักสืบกันแน่
“อะแฮ่ม” เขากระแอม “ผมยอมรับก็ได้ว่าผมมีน้ำเปล่าเยอะจริงแต่ก็ไม่ถึงขนาดไม่มีขีดจำกัดหรอกนะ”
“พลังของคุณมีขีดจำกัดสินะ” เทเรซ่าเอามือจับคางกล่าวด้วยน้ำเสียงครุ่นคิด
คราวนี้ทั้งณัฐธัญและลีโอนีใมาก ลีโอนีหรี่ตามองไปที่เทเรซ่าแววตาแผ่จิตสังหารออกมา ณัฐธัญก็ทั้งใและสงสัย เธอรู้ว่าเขามีพลังได้อย่างไร
ราวกับเพิ่งรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป จึงกล่าวต่อ“ออ ไม่ต้องกังวลไป เื่พลังพิเศษไม่ใช่ความลับอีกต่อไปแล้วตอนนี้ทุกคนรู้แล้วว่าใคร ๆ ก็มีได้”
แววตาเย็นเยียบของลีโอนีกลายเป็สับสนณัฐธัญก็แสดงสีหน้างุนงง “ใคร ๆ ก็มีพลังพิเศษ..? หมายความว่ายังไง”
ครั้งนี้ถึงคราวเทเรซ่าขมวดคิ้วบ้าง “คุณคงไม่คิดว่าทั้งโลกมีแค่คุณคนเดียวหรอกนะที่มีพลังพิเศษ”
ณัฐธัญกับลีโอนีมองหน้ากัน หรือว่าพลังพิเศษของเขาแท้จริงแล้วมันไม่ได้พิเศษ..?
เมื่อพวกเขาขอให้เทเรซ่าอธิบายเพิ่มเติมเทเรซ่าก็มองพวกเขาด้วยสายตาแปลก ๆ ก่อนจะอธิบายว่า “เมื่อหนึ่งเดือนก่อนมีการค้นพบกลุ่มคนที่สามารถปลุกพลังพิเศษในตัวทำให้ควบคุมธาตุทั้งสี่ดินน้ำลมไฟราวกับเวทมนตร์ สามารถเสกธาตุเหล่านี้ขึ้นมาจากอากาศและควบคุมได้ดั่งใจนึกพอผ่านไปหนึ่งเดือน คนที่มีพลังพิเศษก็เริ่มเยอะขึ้น ทำให้หลายกลุ่มเริ่มค้นหาวิธีปลุกพลังพิเศษในตัว”
“...และฉันก็คือคนที่ทำหน้าที่วิจัยวิธีปลุกพลังพิเศษ”เทเรซ่ากล่าว
กลายเป็ว่าโลกนี้มีคนมีพลังพิเศษด้วยลีโอนีกล่าวขึ้น “แล้วใคร ๆ ก็มีพลังพิเศษได้นี่หมายความว่ายังไง”
เทเรซ่ากล่าว “เื่มันยาวนะถ้าจะให้เล่าจริง ๆ ละก็ ตามฉันมาที่พักดีกว่า แถวนี้ไม่เหมาะให้คุย”
ณัฐธัญกับลีโอนีมองหน้ากันสักพักก่อนจะตัดสินใจพยักหน้า แต่ก่อนไป ณัฐธัญขึ้นรถไปบอกอลิเซียกับมาน็อง เขายังไม่อยากซ่อมรถตอนนี้เพราะอาจเตะตาเกินไปอย่างไรระบบส่วนใหญ่ในรถยังใช้ได้ปกติอยู่แล้ว เพียงแต่วิ่งไม่ได้เท่านั้น
นอกจากนี้เขายังซื้อระบบรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติมโดยเป็การเชื่อมชิ้นส่วนของรถทุกชิ้นเป็เนื้อเดียว ราวกับว่าเป็เหล็กก้อนที่ถูกแกะสลักเป็รถไม่สามารถงัดแงะซอกหรือมุมไหนได้ทั้งนั้น เขายังซื้อระบบล็อกอัตโนมัติที่จะเปิดประตูผ่านสแกนม่านตาเท่านั้นเขาให้อลิเซียกับมาน็องสแกนม่านตา ก่อนลงไปก็สั่งทิ้งทวนว่าอย่าเปิดประตูให้ใครเด็ดขาดก่อนที่เขาจะกลับมาซึ่งทั้งสองคนก็พยักหน้าแต่โดยดี จึงค่อยลงไปหาลีโอนีกับเทเรซ่า
ทั้งสามคนเดินห่างออกจากด้านหลังโกดังมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือ จนกระทั่งถึงตึกสี่ชั้นอีกแห่งหนึ่งแต่ดูดีกว่าตึกที่อยู่ในเขตของกลุ่มอินทรีสายฟ้ามาก
พวกเขาไม่ได้เข้าตึกแต่เดินเลยตึกไปเกือบร้อยเมตร จนถึงเต็นท์ผ้าใบที่มีขนาดใหญ่มาก กว้างประมาณยี่สิบเมตรทางเข้ามีม่านพลาสติกใสกั้นแอร์ ถัดจากเต็นท์ผ้าใบขนาดใหญ่ก็มีเต็นท์ผ้าใบขนาดเล็กหลายสิบเต็นท์เรียงกันมีขนาดประมาณเต็นท์ละหกตารางเมตร
เทเรซ่าไม่ได้พาเข้าเต็นท์ใหญ่แต่พาเข้าเต็นท์เล็กแทน
พอเข้ามาก็เห็นเตียง โต๊ะ โคมไฟและเก้าอี้ เป็การจัดวางแบบเรียบง่าย บนโต๊ะมีปากกาและเอกสารวางเกลื่อนกลาด ส่วนโต๊ะข้างเตียงมีแก้วที่เปื้อนคราบกาแฟอยู่ก้นแก้วกาน้ำโบราณ เตาไฟจิ๋ว และซองกาแฟสำเร็จรูป เห็นได้ว่าที่นี่คือที่พักอาศัยของเธอ ดีกว่าคนที่อยู่ชายขอบของเมืองมาก
เทเรซ่าเชิญให้ทั้งสองคนนั่งบนเตียงส่วนเธอต้มน้ำ เทกาแฟสำเร็จรูปใส่ในแก้ว แล้วเทน้ำลงไป
ณัฐธัญเห็นแล้วก็ถามออกไป “คุณจะไม่ล้างแก้วก่อนเหรอ”
เทเรซ่าใช้ช้อนกาแฟคนแก้ว สายตามองมาที่ณัฐธัญพลางกล่าวว่า“นั่นคือตรรกะหนึ่งของคนที่มีน้ำใช้เหลือเฟือ สำหรับฉัน แค่มีน้ำชงกาแฟก็หรูแล้ว”
เธอจิบกาแฟคำหนึ่งก่อนแล้วกล่าวต่อไปว่า “ฉันจึงคาดเดาว่าคุณอาจมีพลังพิเศษธาตุน้ำ และนั่นก็เป็เหตุผลหลักที่ฉันเสนอขายร่างกายให้กับคุณ”
ในเต็นท์เงียบสักพักหนึ่งณัฐธัญตัดสินใจกล่าวว่า “ผมขอบอกคุณตามตรง ผมไม่มีพลังพิเศษธาตุน้ำหรือธาตุอะไรทั้งนั้นแต่ผมอยากรู้เกี่ยวกับพลังพิเศษเหมือนกัน ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงช่วยเล่าให้ฟังหน่อย”
เทเรซ่าขมวดคิ้ว พิจารณาว่าตัวเองคาดเดาผิดหรือไม่หากเป็อย่างนั้น เธอก็ไม่มีธุระอะไรกับพวกเขาแล้ว “อย่างนั้นพวกคุณออกไปเถอะ”
ณัฐธัญประหลาดใจ ท่าทีของเธอเปลี่ยนไปอย่างกับหน้ามือเป็หลังมือตอนแรกวิเคราะห์พวกเขาเป็ฉาก ๆ อย่างกับรู้จักกันดีเพื่อที่จะเชื้อเชิญเขา ทว่าตอนนี้กลับผลักไสไล่ส่งกันแล้ว..?
ลีโอนีไม่พอใจทันที เธออุตส่าห์ยอมตามมาเพื่อที่จะได้รู้เกี่ยวกับพลังพิเศษเพื่อที่ตัวเองอาจจะได้มีบ้าง กล่าวอย่างไม่พอใจว่า “เธอไม่คิดว่าท่าทีของเธอมันเกินไปหน่อยเหรอ”
เทเรซ่าเหลือบมองเธอ ใบหน้ายังคงเรียบเฉย“ฉันว่าเป็เื่ปกตินะ มนุษย์เดินหน้าเพราะผลประโยชน์ ถ้าพวกคุณไม่มีประโยชน์ให้ฉันฉันก็ไม่มีประโยชน์ให้พวกคุณ นอกจากจะมีอะไรมาแลกเปลี่ยน”
ลีโอนีลุกขึ้นอย่างหมดความอดทนชักปืนออกมาจ่อที่ศีรษะของเทเรซ่า กล่าวด้วยน้ำเสียงเ็าว่า “ลูกปืนนี้มีค่าพอหรือเปล่า?”
“ล... ลีโอนี”ณัฐธัญใกับพฤติกรรมของเธอ
เทเรซ่ายิ้มมุมปากบางๆ กล่าวว่า “นี่หรือพฤติกรรมมนุษย์ที่เธอบอกว่าแตกต่างจากสัตว์..?”
“ฉันไม่มีเวลามาต่อล้อต่อเถียงเื่ปรัชญากับเธอหรอกนะ”แววตาของลีโอนีแผ่จิตสังหาร ราวกับจะลงมือจริง ๆ
เทเรซ่าจ้องมองไปที่ั์ตาของลีโอนีสักพักแล้วถอนหายใจพลางกล่าวว่า “ก็ได้ ๆ ฉันแค่ล้อเล่นเท่านั้นเอง”
เธอพูดพลางนั่งลงบนเก้าอี้ส่วนลีโอนียังไม่ขยับ
“คุณช่วยหันปืนไปทางอื่นได้ไหม”น้ำเสียงของเทเรซ่าเริ่มแสดงอาการหงุดหงิด เธอกำลังจะเล่าให้ฟังแล้วทำไมยังจ่อปืนมาอีก
ลีโอนีเก็บปืนและนั่งลงข้างณัฐธัญเหมือนเดิม
เทเรซ่าจิบกาแฟอีกคำหนึ่งก่อนจะกล่าวว่า “ก่อนที่จะเล่าเื่พลังพิเศษ ฉันขอเล่าถึงต้นตอที่ทำให้โลกนี้ล่มสลายก่อน”
ลีโอนีเบิกตากว้าง“เธอรู้สาเหตุแล้วเหรอ..?!”
ณัฐธัญนั่งฟังเงียบๆ อย่างตั้งใจ
“เราค้นพบสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวชนิดที่นิวเคลียสมีเยื่อหุ้มเข้าข่ายกลุ่มยูแคริโอต สามารถอาศัยในของเหลวทุกชนิด และความพิเศษของมันคือ เมื่อมันผสานรวมกับเซลล์อื่นมันจะกระตุ้นให้เกิดวิวัฒนาอย่างรวดเร็วจนน่าเหลือเชื่อ อย่างเช่นต้นไม้โตทันทีสัตว์และมนุษย์ก็จะเร่งวิวัฒนาการจนกลายพันธุ์ หรือก็คืุ์จะมีพลังพิเศษนั่นเองซึ่งพวกเราตั้งชื่อมันว่าอีเอชอีเอส (EHES) หรือเรียกสั้น ๆ ว่าเอเฮสย่อมาจากยูแคริโอติกไฮเปอร์อีโวลูชันนารีซิมไบโอต (Eukaryotic Hyper-EvolutionarySymbiont)”
เทเรซ่าจิบกาแฟอีกคำลีโอนีเอ่ยปากถาม “แสดงว่าถ้าเราอยากมีพลังพิเศษ เราก็ต้องให้เอเฮสหลอมรวมกับเซลล์ของเราเหรอ”
“ในทางทฤษฎีควรจะเป็แบบนั้น”เทเรซ่ากล่าว “แต่เอเฮสมันจะคอยผสานรวมเข้ากับยีนตัวหนึ่งของมนุษย์ที่ชื่อฮาร์วันเอฟ(HAR1F) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการพัฒนาและการทำงานของระบบประสาทโดยมันจะไปพัฒนาเปลือกสมองใหญ่ เปลี่ยนโครงสร้างต่อมใต้สมองผ่านทางไฮโปทาลามัส หากกระบวนการสำเร็จด้วยดีมนุษย์ก็จะมีพลังพิเศษ แต่ถ้ากระบวนการล้มเหลว สมองของมนุษย์จะทำงานผิดปกติและกลายเป็ซอมบี้ในที่สุด”
“ก็คือมีความเสี่ยงสินะ”ณัฐธัญกล่าว “แล้วเราจะไปหาเอเฮสนั่นจากไหนล่ะ”
เทเรซ่าใช้ช้อนคนกาแฟเบาๆ กล่าวว่า “ไม่ต้องไปหาที่ไหนหรอกตอนนี้ทุกคนบนโลกได้ผสานเซลล์รวมเข้ากับเอเฮสนั่นแล้ว”
ลีโอนีเบิกตากว้าง“หมายความว่า...”
“ใช่ คุณจำอาการที่พวกเราเป็ั้แ่การแพร่ระบาดที่ลิกเนียได้ไหมล่ะพวกเราทุกคนได้ผสานเซลล์รวมเข้ากับเอเฮส ส่งผลให้คนเก้าสิบห้าเปอร์เซ็นต์ทั่วโลกกลายเป็ซอมบี้ส่วนห้าเปอร์เซ็นต์ที่เหลือก็คือพวกเรา พวกเราจึงคาดว่าเอเฮสน่าจะเป็สิ่งทดลองที่ทางลิกเนียแอบสร้างขึ้นหรือวิจัยด้วยจุดประสงค์บางอย่างแล้วมันหลุดออกมาสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ไหลลงสู่ทะเลอย่างรวดเร็ว แต่ถึงอย่างนั้นพวกเราก็ไม่เข้าใจว่ามันลามไปเร็วขนาดนั้นได้ยังไงถึงขนาดเปลี่ยนคนทั่วโลกให้กลายเป็ซอมบี้ในครึ่งเดือน”
“ไม่มีวันใช่ลิกเนียเด็ดขาด..!” ลีโอนีลุกขึ้นะโออกมาด้วยความเดือดดาล
เทเรซ่าเหลือบมองเธอ“ฉันก็ไม่รู้เื่ภายในของประเทศอื่นนักหรอก พวกเรานักวิทยาศาสตร์ก็แค่คาดเดาไปตามหลักเหตุผล”
ลีโอนีพยายามใจเย็นลงเธอกลับมานั่งพร้อมกับตั้งคำถาม “ในเมื่อตอนนี้ทุกคนผสานรวมเข้ากับเอเฮสสำเร็จแล้วทำไมฉันถึงไม่มีพลังพิเศษ แล้วทำไมคนส่วนใหญ่ถึงยังไม่มีพลังพิเศษ”
ณัฐธัญก็สงสัย ถ้าเป็แบบนั้นจริงมนุษย์จะยังใช้ชีวิตอนาถาแบบที่เขาเห็นตอนที่เพิ่งเข้าเมืองได้อย่างไร
“ตอนแรกพวกเราสันนิษฐานว่าน่าจะเป็ผลจากการที่จิตใจได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงแต่บางคนที่ผ่านเหตุการณ์ร้ายแรงก็ไม่ได้ปลุกพลัง จนพวกเราค้นพบบางอย่าง เมื่อสมองของมนุษย์ทำงานผิดปกติและกลายเป็ซอมบี้เนื้อเยื่อในต่อมใต้สมองจะถูกเอเฮสเปลี่ยนโครงสร้างให้กลายเป็ของแข็งเสมือนแร่ผลึกชีวภาพพวกเราเรียกว่านิวโรคริสต์ หรือเรียกสั้น ๆ ว่านิวโร เมื่อนิวโรเข้าสู่ร่างกายมนุษย์มันจะเร่งวงจรพลังในร่างกายหรือยกระดับประสาทััสั่งร่างกายให้เกิดการพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยประสาทััก็จะัักับธาตุในอากาศได้ดีขึ้นจนถึงขั้นเสกดิน น้ำ ลม ไฟ ขึ้นอยู่กับธาตุที่ใกล้ชิด”
ณัฐธัญทำหน้าเหยเกน้ำเสียงออกรังเกียจ “หรือก็คือ ถ้าอยากมีพลังพิเศษก็ต้องกินสมองซอมบี้..?”
พอลีโอนีได้ยินก็ทำหน้าเบ้หากต้องทำแบบนั้น เธอยอมไม่มีพลังพิเศษดีกว่า
เทเรซ่าดื่มกาแฟจนหมดแก้ววางลงบนโต๊ะและเทน้ำร้อนใส่ในแก้วแทน “พูดตามตรงก็ใช่ แต่การทำแบบนั้นมันมีการปนเปื้อนสูงส่วนที่จะมอบพลังให้เรามีเพียงสิบเปอร์เซ็นต์ แต่สิ่งปนเปื้อนนั้นสูงถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ซึ่งสิ่งปนเปื้อนนี้ร่างกายของเราสามารถย่อยสลายได้ แต่ก็ไม่หมด หากนำเข้าสู่ร่างกายมากเกินไปมันจะตกค้างสะสมไปเรื่อย โดยผลข้างเคียงระยะแรกจะเริ่มสูญเสียความทรงจำ ต่อมาก็ควบคุมอารมณ์ไม่ค่อยอยู่จนสุดท้ายก็ควบคุมสติสัมปชัญญะไม่ได้ และบ้าคลั่งในที่สุด และหน้าที่ของฉันก็คือสกัดส่วนสิบเปอร์เซ็นต์นั้นออกมาเพื่อที่มนุษย์สามารถปลุกพลังพิเศษหรือเพิ่มพลังได้อย่างปลอดภัย”
เทเรซ่ายกแก้วน้ำขึ้นมาแล้วแกว่งเบาๆ ราวกับล้างคราบกาแฟในแก้ว มองใบหน้าของณัฐธัญพลางกล่าวว่า “เพราะงานวิจัยและการสกัดนี้มันต้องใช้น้ำมหาศาลอย่างน้อยที่สุดต้อง 20 ลิตรต่อวันแต่พวกเราได้รับการสนับสนุนสำหรับโครงการวิจัยแค่วันละ 1ลิตร ส่วนนักวิจัยจะได้น้ำดื่ม 1.5 ลิตรต่อคนต่อวัน ซึ่งแทบแบ่งให้งานวิจัยไม่ได้เลย”
ณัฐธัญได้ฟังก็รู้สึกแปลกใจถามว่า “ทั้งที่มันเป็งานของส่วนรวม ทำไมคุณต้องทุ่มเทให้ขนาดนั้นถึงขั้นยอมขายร่างกาย”
เทเรซ่ากล่าวด้วยสีหน้ามุ่งมั่น“ในฐานะนักวิจัย ฉันอยากเห็นผลงานวิจัยออกมาสำเร็จ ไม่ว่างานวิจัยนี้จะเป็ของส่วนตัวของส่วนรวม หรือว่าของใคร แต่เมื่อวิจัยสำเร็จ มันจะปูทางไปสู่อนาคตของมนุษยชาติและฉันอยากเห็นอนาคตของมนุษยชาติที่สว่างไสว”