หรือว่าเธออาจจะคิดมากไปเอง...
หญิงสาวยักไหล่ สลัดความหวาดหวั่นทิ้งไปแล้วตัดสินใจเดินตามผู้ชายคนนั้นเพื่อไปััสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
แต่ยังไม่ทันที่เธอจะก้าวขา ชายคนนั้นก็วิ่งสวนกลับมาหน้าตาตื่นพร้อมๆ กับฝูงชนที่เพิ่งจะวิ่งลงไปเมื่อสักครู่นี้
“วิ่ง!” ใครสักคนะโบอก
ชลลดายังคงยืนตกตะลึง เธอเมินผู้คนมากมายที่วิ่งสวนมาแล้วมองไปยังทะเล ฟองคลื่นขาวที่สูงกว่าที่เคยเห็นทอดตัวเป็แนวตลอดทั้งความยาวของหาดกำลังไล่หลังพวกนั้นมา
“วิ่งสิคุณ!” ชายกล้ามใหญ่คว้าแขนของชลลดาให้วิ่งตามเขาไป
หญิงสาวแทบจะเรียกได้ว่าลอยตามเขาไปก็ว่าได้ เธอวิ่งพลางหันไปมอง และพบว่าคลื่นั์นั้นใกล้เข้ามาเต็มที มันกลืนกินผู้คนที่อยู่ใกล้มันเกินกว่าที่จะวิ่งกลับมาทันให้จมหายไป ภาพน่าสะพรึงกลัวทำให้ชลลดาเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น
คลื่นั์นั้นหาได้ผ่อนความเร็วไม่ มันกลับยิ่งทวีความรุนแรงกว่าเดิม ฟองขาวที่เห็นไกลลิบๆ เมื่อสักครู่ตอนนี้อยู่สูงราวกับตึกระฟ้า มันกำลังเคลื่อนไหวอยู่เหนือศีรษะของเธอ และขณะที่ยังไม่ทันคาดคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น มันก็โถมลงมาซัดทั้งเธอและชายคนที่ดึงเธอวิ่งหนีมาอย่างรวดเร็ว
ความรุนแรงของมันทำให้มือของเธอหลุดจากการเกาะกุมของมืออันแข็งแกร่งของชายหนุ่ม ชลลดาหมุนคว้าง รู้สึกได้ถึงแรงกระแทก แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็อะไร มันมืดมนและโกลาหลไปหมดจนต้องหลับตาลงด้วยความหวาดกลัว
แล้วชลลดาก็รู้สึกว่าปะทะเข้ากับอะไรสักอย่าง
‘ต้นไม้’ เธอคิด ก่อนจะกอดมันไว้แน่น แล้วลืมตาขึ้นมอง
ชายที่ช่วยชีวิตเธอไว้ลอยมา ชลลดาพยายามจะคว้าตัวเขา แต่เรือลำหนึ่งกลับแล่นตามกระแสน้ำมาด้วย ก่อนที่ลำเรือจะหมุนคว้าง ใบพัดเรือเหวี่ยงมาตัดศีรษะชายคนนั้นจนหลุดออกจากร่างกาย เืสาดกระเซ็นไปทั่วท้องทะเลคลั่ง ภาพนั้นทำให้เธอถึงกับช็อก เป็ครั้งแรกที่เห็นคนศีรษะขาดลงต่อหน้าต่อตา
ชลลดากรีดร้องด้วยความสยดสยองและหวาดกลัว แต่แล้วคลื่นมรณะระลอกใหม่ก็ถาโถมเข้ามา ความรุนแรงของมันทำให้เธอถูกพรากจากต้นไม้ไหลไปตามน้ำอีกครั้งหนึ่ง
“ช่วยด้วย!” ชลลดาร้องเหมือนกับไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้มากกว่านี้
ร่างของเธอถูกคลื่นดูดลงไปใต้น้ำ รู้สึกถึงเศษไม้ทิ่มแทงสีข้างจน รวดร้าวไปหมด ชลลดาพยายามสะกดความเจ็บและกลั้นหายใจเอาไว้ให้ได้นานที่สุด นานจนกว่าเธอจะขึ้นสู่ผิวน้ำได้อีก แต่เธอกลับรู้สึกว่ามันเหมือนจะนานชั่วกัปชั่วกัลป์เลยทีเดียว เธอสำลักน้ำหลายต่อหลายครั้งแต่ก็ยังพยายามกลั้นหายใจเอาไว้
ถึงตอนนี้ชลลดารู้สึกอ่อนเปลี้ยไปหมด ดวงตาแทบจะมองอะไรไม่เห็น ความมืดมนโกลาหลกลับมาอีกครั้ง ทั้งเสียงกรีดร้องและเสียงครืนครั่นเหมือนกับฟ้ากำลังถล่มลงมาดังกึกก้องสะท้อนไปทั่ว
สุดท้ายคลื่นก็ซัดเอาชลลดาไปติดอยู่กับซอกไม้ใต้ท้องเรือประมงที่ติดอยู่กับต้นตาลสองต้น เธอแหวกว่ายถีบเท้าสะเปะสะปะเพื่อเอาตัวรอด แต่ก็ไม่เป็ผล ยังดีที่คลื่นม้วนตัวกระชากทั้งเรือและเธอหมุนวนขึ้นมาเหนือน้ำอีกครั้ง
หญิงสาวรีบสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด หลังจากขาดอากาศไปนานเหลือเกิน
แต่เมื่อชลลดาลืมตาขึ้นอีกครั้ง กระจังหน้ารถบรรทุกคันหนึ่งกลับปรากฏขึ้นห่างจากสายตาไปไม่เกินหนึ่งเมตร หญิงสาวเบิกตากว้างด้วยความใ ก่อนที่รถบรรทุกคันนั้นจะพุ่งเข้าใส่
แล้วทุกอย่างก็ดับมืดลง...
