ไป๋เจียอีเดินเข้าออกร้านแลกเงินเป็ว่าเล่นนำตัวเงินทั้งหมดเปลี่ยนเป็เงินตำลึง พอเข้าไปในที่ลับตาคนก็โยนเงินเข้าไปในมิติทันที
ติ๊ง…!
" ตอนนี้คุณได้เติมเงินเข้าสู่ระบบมิติจำนวน 100 ล้านตำลึงเงิน แลกเป็เหรียญทองได้ 1,000 ล้านเหรียญทอง "
คุณ้าซื้อเมล็ดพันธุ์ผักผลไม้ทุกชนิดหรือไม่?...กดยอมรับ หักเหรียญ 100 ล้านเหรียญทองระบบอัพเลเวลที่ 15
คุณ้าซื้อสมุนไพรหายากทุกชนิดหรือไม่? ...กดยอมรับ หักเหรียญ 200 ล้านเหรียญทองระบบอัพเลเวลที่ 18
คุณ้าซื้อสัตว์เลี้ยงทุกชนิดในระบบหรือไม่? ...กดยอมรับ หักเหรียญ 200 ล้านเหรียญทองระบบอัพเลเวลที่ 20
ติ๊ง…!
" ขอแสดงความยินดีด้วย ตอนนี้คุณสามารถเปิดเหมืองได้แล้ว"
"คุณ้าขุดเหมืองหรือไม่? ...กดยอมรับ
หักเหรียญ 500 ล้านเหรียญทอง
ติ๊ง…!
เหรียญทองในระบบหมดแล้ว!"หาก้าซื้อของอย่างอื่นเพิ่มกรุณาเติมเงินเข้าสู่ระบบ"
เฮ้อ! หมดอีกแล้วหรอ?
ไป๋เจียอีไม่มีเวลาให้คิดมาก รีบวิ่งเข้าไปในร้านที่นางจากมาอย่างรวดเร็ว โชคดีที่บิดาของนางยังทำงานไม่เสร็จ เพียงเวลา 1 ก้านธูป หรือประมาณ 30 นาที บิดาก็เดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
ไป๋ป๋อเหวิน: " เสี่ยวอี เป็เด็กดีจริงๆ พ่อจะพาเ้าไปเดินเล่นที่ตลาดดีหรือไม่"
ไป๋เจียอี ไม่ได้ตอบรับ นางแกล้งทำเป็ว่าหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากแขนเสื้อ แต่ความจริงแล้วนางหยิบออกมาจากมิติ ลุกขึ้นยืนบนเก้าอี้ด้วยขาสั้นๆ นั่นแล้วซับเหงื่อให้บิดาเบาๆ
ไป๋เจียอี: "เห็นท่านพ่อเหน็ดเหนื่อยเช่นนี้แล้ว อีอี ปวดใจยิ่งนัก "
ไป๋ป๋อเหวิน ใจอ่อนยวบ: "บุตรสาวที่แสนดีของข้า ช่างกตัญญูต่อบิดายิ่งนัก"
ณ ตลาดของอำเภอหลิง
ไป๋เจียอี: " ท่านพ่อ ทางนี้… วิ่งไล่จับ อีอี ให้ได้นะเ้าคะ "
ฮ่า…ฮ่า…ฮ่า…!
ไป๋ป๋อเหวิน: " เสี่ยวอี อย่าซนแม้ปากจะเอ่ยเช่นนั้นแต่เขาก็วิ่งตามบุตรสาวไปอย่างมีความสุขไป๋เจียอีได้โอกาสดีจึงรีบวิ่งเข้าไปในตรอกร้างใกล้ๆ กับตลาดไป๋ป๋อเหวินรู้สึกเป็กังวลขึ้นมาทันที รีบะโบอก
"เสี่ยวอีหยุดวิ่งได้แล้ว กลับมาหาพ่อ"
โอ๊ย…!
ไป๋ป๋อเหวินพูดยังไม่ทันขาดคำ ขาของนางไปสะดุดกับถุงผ้าเก่าๆ ใบหนึ่ง ทำให้หกล้มหน้าคะมำ
เสี่ยวอี!!!
ไป๋ป๋อเหวินใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม รีบวิ่งไปอุ้มบุตรสาวหัวแก้วหัวแหวนขึ้นมาตรวจดูอย่างละเอียดถี่ถ้วน พอเห็นว่าไม่มีแผลใดๆ ปรากฏก็ค่อยโล่งอกขึ้นมาหน่อย
ไป๋เจียอี: เอ๋…? “ท่านพ่อดูนั่นสิเ้าคะ”
นางชี้ไปที่ถุงผ้าเก่าๆ ใบนั้น ที่มีขนาดใหญ่เท่าตะกร้าใส่ผักไป๋ป๋อเหวินจึงค่อยๆ หันไปดูสิ่งที่ปรากฏอยู่ต่อหน้านี้ถึงกับทำให้เขาปากอ้าตาค้างหัวใจเต้นระรัวเหมือนคนกำลังตีกลองอยู่ข้างในอย่างไรอย่างนั้น
ไป๋ป๋อเหวิน: “ทะ…ทะ…ทอง”
เขารีบไปเปิดดูถุงผ้าใบนั้นทันที ข้างในบรรจุทองไว้มากมายส่งแสงวิบวับแสบตาจนตาเขาแทบบอดอยู่แล้ว
ไป๋เจียอี: “ท่านพ่อพวกเรารีบเก็บเอาถุงใบนั้นแล้วกลับบ้านกันเถอะเ้าค่ะ”
ไป๋ป๋อเหวินหากเป็เขาในเมื่อก่อนย่อมต้องทำตามที่บุตรสาวแนะนำอย่างแน่นอน แต่หลังจากที่มีลูกแล้วเขาก็รู้สึกลังเลขึ้นมาเล็กน้อย หากการกระทำของเขามีข้อผิดพลาดขึ้นมา เขากลัวว่าจะกระทบต่อชื่อเสียงและชีวิตของบุตรสาวตนเอง
ไป๋ป๋อเหวิน: “เสี่ยวอีพ่อว่าเรารีบไปแจ้งแก่ทางการก่อนจะดีกว่า”
ไป๋เจียอีหรี่ตาแคบลงในมุมที่ไป๋ป๋อเหวินมองไม่เห็นนางสู้อุตส่าห์คิดวางแผนตั้งมากมาย ขโมยทองจากจวนท่านนายอำเภอและจวนของเศรษฐีคนอื่นๆ มาซ่อนไว้ตรงนี้ จากนั้นก็หาทางหลอกล่อให้ท่านพ่อติดกับ จะได้นำทองนี้ไปเป็ค่าใช้จ่ายยกฐานะทางครอบครัวให้ดีขึ้น นางเหนื่อยขนาดนี้เพื่อใครกัน อ้อยเข้าปากช้างแล้วจะให้คายออกมาง่ายๆ ได้อย่างไรกัน นางไม่ยอมหรอกนะนางคิดอยู่ในใจสักพักจึงกล่าวอย่างน่าสงสาร
ไป๋เจียอี: “ท่านพ่อหากมีทองเหล่านี้ฐานะทางบ้านของพวกเราก็จะเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็หลังมือทันที ท่านปู่กับท่านย่าก็ไม่ต้องมาลำบากทำไร่ไถนาอีกต่อไป มีชีวิตที่สุขสบายส่วน อีอี ก็จะได้แต่งตัวสวยๆ มีสาวใช้คอยปรนนิบัติ อนาคตหากต้องออกเรือนก็จะมีสินเดิมเยอะขึ้นทางบ้านฝ่ายชายจะได้ไม่ดูถูกเอาง่ายๆ นะเ้าคะ”
ไป๋ป๋อเหวินผู้คิดถึงแต่บุตรสาวเป็หลักก็ถูกนางชักจูงโน้มน้าวจิตใจจนคล้อยตามไปแล้ว จึงตัดสินใจทำตามที่บุตรสาวบอกเขานั้นแข็งแรงและบึกบึนเป็อย่างมากจึงยกถุงผ้าแบกขึ้นบ่าอย่างสบายๆ
ส่วนไป๋เจียอีก็วิ่งด้วยขาสั้นๆ ตามก้นบิดาไปอย่างน่ารัก
หลี่ฮุ่ยิกับองครักษ์ข้างกายนั้น ตอนนี้พวกเขาตามหาไป๋เจียอีอย่างบ้าคลั่ง
เด็กคนนั้นเป็เทพเซียนหรือไง เพียงคลาดสายตาชั่วคู่ก็หายไปไกลเสียแล้วหลี่ฮุ่ยิรู้สึกหงุดหงิดเป็อย่างมาก
เต๋อเต๋อ ได้แต่คิดอยู่ภายในใจ “เทพเซียนนั้นไม่มีทางเป็ไปได้แต่ปีศาจอาจไม่แน่”
สองคนพ่อลูก ได้จ้างรถมาให้ไปส่งในหมู่บ้านปี้หลัวไป๋เจียอีแอบกระซิบกระซาบที่ข้างหูบิดาเบาๆ
“ท่านพ่อ ท่านอย่าทำตัวมีพิรุธเดี๋ยวคนขับรถมาจะผิดสังเกตเอาได้นะเ้าคะ”
ไป๋ป๋อเหวินได้ยินเช่นนั้นก็พยายามระงับความลุกลี้ลุกลนให้ได้มากที่สุดไป๋เจียอีนางรู้สึกว่าท่านพ่อที่เป็เช่นนี้นั้นช่างน่ารักยิ่งนักเดิมทีนางอยากจะออกไปตามหาพ่อแม่ที่แท้จริงั้แ่ตอนที่นางอายุได้ 6 เดือนแล้ว แต่ไป๋ป๋อเหวินและสองผู้เฒ่านั่นช่างดีกับนางเสียจริงจนทำให้ตัดใจจากไปไม่ลงเพราะนี่คือความโหยหามาทั้งชีวิตของนางในศตวรรษที่ 23 มิใช่หรอกหรือ
วันถัดมาข่าวลือเื่โจรธัญพืชก็ดังระบืออย่างแพร่หลายสร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนโดยเฉพาะกับเหล่าเศรษฐีที่มีเงินทั้งหลายเป็อย่างมาก ว่ากันว่าโจรธัญพืชนั้นไม่ได้มาขโมยธัญพืชตามชื่อแต่ใช้ธัญพืชวางไว้ให้ดูต่างหน้าหลังจากขโมยเงินทองเสร็จแล้วมันช่างน่าเจ็บใจยิ่งนัก
เต๋อเต๋อ: “นายท่านคิดว่าเื่ที่เกิดขึ้นจะเป็ฝีมือของแม่นางน้อยคนนั้นหรือไม่ขอรับ”
หลี่ฮุ่ยิ: “เ้าว่าเด็กที่มีอายุเพียงแค่ 1 ขวบ หากพูดออกไปว่าโจรธัญพืชที่เลื่องลืออยู่ในขณะนี้นั้น ก็คือนางเ้าว่าใครจะเชื่อ ดีไม่ดี อาจคิดว่าพวกเราต่างหากที่เป็โจรธัญพืชตัวจริงแล้วใส่ร้ายป้ายสีเด็กน้อยที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ อีกอย่างพวกเราก็ไม่ได้เห็นกับตาตัวเองว่านางเป็คนลงมือจริงๆ หรือไม่”
เต๋อเต๋อ: “แต่คนที่โดนขโมยเงินทองนั้น ล้วนเป็เ้าของจวนที่ แม่นางน้อยคนนั้นไปเยือนทั้งสิ้นนะ ขอรับ”
หลี่ฮุ่ยิ: “เื่นี้นับได้ว่าเด็กนั่นมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งแต่เ้าจงจำไว้ห้ามพูดเื่นี้ต่อหน้าคนภายนอกเด็ดขาด”
เต๋อเต๋อ: “ข้าน้อยจะจำไว้ขอรับ”
ตัดภาพมาที่โจรธัญพืชตัวจริง ตอนนี้นางนอนเอาขาไขว่ห้างใช้มือทั้งสองข้างจับขวดนมดื่มอย่างสบายอกสบายใจั้แ่ข้ามมิติมาในโลกใบนี้ นางก็รู้สึกหิวนมอยู่ตลอด อาจเป็ไปตามสภาพร่างกายนี้ก็เป็ได้
ส่วนไป๋ป๋อเหวินนั้นกำลังยุ่งอยู่กับการจัดแจงเงินทองที่ได้มา ั้แ่นั้นเป็ต้นมาชีวิตของครอบครัวตระกูลไป๋ก็กลายเป็เศรษฐีอันดับ 1 ของอำเภอหลิงโดยมีไป๋เจียอีเป็ผู้ชักนำชี้ทางที่ซ่อนสมบัติอยู่เรื่อยๆ เช่น แกล้งขึ้นูเากับสองผู้เฒ่าไปเก็บผักก็เจอทองมากมายมหาศาลที่นางนำออกมาจากระบบมิติในเหมืองทุกคนในครอบครัวยกเว้นจางซื่อต่างยกยอปอปั้นว่านางนั้นเป็ดาวนำโชคของครอบครัว เป็เทพเซียนลงมาจุติพวกเขายิ่งรักและทะนุถนอมนางมากขึ้นไปอีก
ตอนนี้ครอบครัวตระกูลไป๋ได้ย้ายมาอยู่ที่ตัวอำเภอหลิงแล้วและไป๋เจียอีกก็มีอายุครบ 5 ปีบริบูรณ์
ไป๋เจียอี: “ท่านปู่ท่านย่า อีอี มีอะไรจะมาอวดเ้าค่ะ”
เสียงเล็กๆ อันไพเราะนั่น ทำให้ท่านผู้เฒ่าทั้งสองที่นั่งอยู่ภายในเรือนอันหรูหราและงดงามนั้นคลี่ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน
ฮูหยินผู้เฒ่า: “เสี่ยวอี เด็กดีมีอะไรแปลกๆ มาให้ปู่กับย่าดูอีกแล้วงั้นหรือ”
5 ปีที่ผ่านมานี้ นับว่าทุกคนในครอบครัวตระกูลไป๋ได้เห็นสิ่งแปลกใหม่ที่ไป๋เจียอีประดิษฐ์ขึ้นมามากมายจนกลายเป็เื่ปกติไปเสียแล้ว อย่างเช่น พัดลมเครื่องนี้เสี่ยวอีก็เป็คนคิดค้นขึ้นมาใน่หน้าร้อนเมื่อ 3 ปีก่อน พอมีแขกมาเยี่ยมเยือนที่จวนเห็นเข้าก็ประทับใจขอซื้อ นับวันยิ่งมีคนมาขอซื้อมากขึ้นเรื่อยๆเสี่ยวอีของพวกเขาก็เสนอให้เปิดกิจการร้านค้าขายพัดลมที่ใช้ระบบเปลี่ยนถ่านนี้เสีย นับว่ากิจการเฟื่องฟูเป็อย่างมาก
ไป๋เจียอี: “มันคือสิ่งนี้เ้าค่ะ”