เื่ของคุณชายมู่อี้หานและฉวีเยว่ซินกลายเป็เื่โด่งดังภายในค่ำคืนเดียว ไม่ว่าจะเป็จวนขุนนางหรือแม้ค้าร้านตลาดก็พูดคุยถึงเื่นี้กันอย่างสนุกสนาน ไม่ว่าจะปิดข่าวหรือพยายามกลบเกลื่อนเช่นไรก็ไม่สามารถทำได้แล้ว
ทั้งตระกูลอี้และตระกูลเซี่ยของนางล้วนเป็ตระกูลที่มีชื่อเสียงในเมืองหลวงแห่งนี้ จึงทำให้ผู้คนสนใจไม่น้อย ส่วนฉวีเยว่ซินนั้นในตอนแรกก็ไม่ค่อยมีคนรู้จักนางเท่าไหร่ แต่เมื่อมีคนตามสืบเพียงไม่นานก็รู้เื่ทั้งหมด
การกระทำของฉวีเยว่ซินนั้นถือเป็เื่อกตัญญูอย่างแท้จริง ใครๆก็คิดเช่นเดียวกันว่าผู้หญิงที่ทำเช่นนี้ได้ต้องไม่ใช่ผู้หญิงที่ดีอย่างแน่นอน นี่ทำให้เหล่าฮูหยินต่างก็สั่งห้ามบุตรสาวของตนไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับฉวีเยว่ซินอย่างเด็ดขาด เพราะกลัวจะเกี่ยวข้องกับเื่ไม่ดีไปด้วย
แต่ถึงแม้เื่ราวจะโด่งดังมากเพียงใด แต่ก็ยังไม่มีใครออกมาพูดถึงเื่นี้ ทั้งทางตระกูลอี้และตระกูลเซี่ยต่างก็เก็บตัวเงียบ มีบางคนที่อยากรู้ถึงขั้นไปค่อยเฝ้าอยู่ประตูจวนเลยก็มี
แต่เซี่ยเหยาฮวาที่ทุกคนคิดว่ากำลังเสียใจอย่างหนัก จนถึงขั้นไม่เป็อันทำอะไรกลับยังนอนหลับโดยไม่ได้รู้เื่ราวที่ใหญ่โตนี้แม้แต่น้อย
“คุณหนูเ้าคะ ตื่นมาทานอะไรก่อนเถิดเ้าค่ะ” ลี่ถังที่เห็นว่าเ้านายของตนนอนตื่นสายจนเลยมื้อเช้าไปแล้วก็กังวลใจยิ่งนัก จึงตัดสินใจที่จะปลุกเซี่ยเหยาฮว่าขึ้นมาทานข้าวเสียก่อน หากจะนอนค่อยนอนต่อก็ไม่เสียหาย
“อื้อออ ข้าขอนอนก่อน” เมื่อคืนกว่านางจะนอนหลับสนิทก็ปาเข้าใกล้จะสว่างแล้ว ตอนนี้นางยังนอนไม่เต็มอิ่มดังนั้นจึงไม่อยากตื่นแม้แต่น้อย
“เช่นนั้นบ่าวจะคอยอุ่นอาหารเอาไว้ให้นะเ้าคะ” เมื่อเห็นว่าเ้านายของตนไม่มีทีท่าว่าจะตื่นจึงตัดสินใจปล่อยเอาไว้เช่นนั้นก่อน ด้วยเกรงว่าหากตื่นขึ้นมาเช่นนี้คุณหนูของตนจะเสียใจจนไม่อยากนอนต่ออีก
“น่าเสียดายจริงๆที่คุณหนูไม่ได้ฟังข่าวดีเช่นนี้” จริงๆแล้วนางอยากจะปล่อยข่าวให้เื่มันหนักหนายิ่งกว่านี้ เพียงแต่เกรงว่าหากคุณหนูรู้เข้าจะไม่พอใจ ดังนั้นจึงทำได้แค่เพียงรอฟังคำสั่งเท่านั้น
ทางด้านเซี่ยเหยาเฉิงเองก็รู้เื่แล้วเช่นกัน บนใบหน้าของเขาไม่ได้มีร่องรอยของความไม่พอใจดังเช่นก่อนหน้านี้แม้แต่น้อย แต่กลับเต็มไปด้วยสีหน้าที่หากใครมองก็รู้ได้เลยทันทีว่ากำลังจะมีคนเคราะห์ร้ายอีกแน่
“สั่งให้คนของเราทั้งหมดกระพือข่าวนี้ขึ้นมา ยิ่งดังเท่าไหร่ยิ่งดี”
“ขอรับนายท่าน”
“จริงสิ ให้เื่นี้กระจายไปให้ทั่ว ให้ถึงเหล่าขุนนางสูงๆด้วยก็ดี”
“ขอรับ ข้าจะรีบทำตามคำสั่งทันที” หลังจากคนสนิทรับคำสั่งแล้วก็รีบออกไปทำตามทันที เื่นี้จะรอช้าไม่ได้ เพราะนี่เกี่ยวพันกับชื่อเสียงของคุณหนูเป็อย่างมาก
ด้วยตระกูลเซี่ยนั้นเป็พ่อค้า จึงมีสายข่าวอยู่ทั่วทุกที่ กิจการหรือก็มีทุกตรอก ทุกถนนของเมืองหลวง การจะกระจายข่าวคาวๆเช่นนี้จะใช้เวลามากมายไปได้อย่างไร แค่เพียงไม่กี่เร่อ เื่ราวก็ดังกระฉ่อนไปยิ่งกว่าเดิมเสียอีก
“ฉวีเยว่ซินนี่เป็ใครกัน ถึงได้ไปยุ่งกับคู่หมั้นของคนอื่นเช่นนี้” เสียงของชาวบ้านคนหนึ่งพูดขึ้น
“นางก็เป็คนที่นายท่านเซี่ยสงสารจึงเลี้ยงดูเอาไว้นะสิ”
“ใช่ อีกอย่างคุณหนูเซี่ยนั้นก็รักและเอ็นดูนางเป็อย่างมาก ไม่ต่างจากน้องสาวแท้ๆเลยแม้แต่น้อย”
“หากเป็เช่นนั้นจริงก็ไม่ใช่ว่าผู้หญิงคนนี้เป็หญิงแพศยาหรอกหรือ อีกทั้งยังไม่รู้จักบุญคุญคนกล้าหักหลังผู้อื่นได้เช่นนี้แล้วใครจะกล้าคบหาด้วย”
“ก็มู่อี้หานอย่างไรเล่า!!”
ผู้คนต่างตำหนิออกมาอย่างออกรสชาติ ส่วนใหญ่แล้วมักจะมีคำด่าฝ่ายหญิงมากกว่าฝ่ายชาย นี่เป็เื่ทั่วไปที่เกิดขึ้นในยุคสมัยนี้ ยุคสมัยที่ผู้ชายเป็ใหญ่ ผู้ชายสามารถมีสามภรรยาสี่อนุ แต่ผู้หญิงนั้นไม่สามารถมีความสัมพันธ์กับผู้ชายคนไหนได้นอกจากสามีของตนเอง
แต่ทางฝั่งมู่อี้หานก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันเท่าไหร่นัก เพราะถึงอย่างไรเขาก็เป็ขุนนางผู้หนึ่ง แม้จะไม่ได้มียศตำแหน่งใหญ่โตมากนัก แต่ความก้าวหน้าในอนาคตก็ไม่ใช่สิ่งที่จะละทิ้งไปได้ง่ายๆเช่นนี้ อีกอย่างเื่ราวอื้อฉาวเช่นนี้ก็เป็สิ่งที่ส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงานของเขาอย่างใหญ่หลวง
“มู่อี้หาน ข้าบอกเ้าแล้วใช่หรือไม่ว่าจะกระทำสิ่งใดให้คิดให้รอบคอบ แล้วดูสิ่งที่เ้าทำ!!”
“ท่านพ่อ นี่มันเป็เื่ผิดพลาดขอรับ ข้าไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็เช่นนี้” คนที่ดุด่าเขาอยู่ตอนนี้คือบิดาของเขาหรือผู้นำตระกูลมู่สายรองในตอนนี้ มู่อี้เฟิง
“เื่ที่เ้าบอกว่าไม่ตั้งใจกำลังทำให้สายรองของเราเดือดร้อน รู้เหรือไม่” หากว่าแค่เกิดเื่ผิดใจกันกับตระกูลเซี่ยเพียงอย่างเดียวก็ไม่ใช่เื่ใหญ่อันใดมากนัก พอที่จะหาวิธีแก้ไขได้ แต่การที่เป็เื่ราวใหญ่โตเช่นนี้ถือว่าเป็เื่ที่เสียหายอย่างมาก
“ข้าจะรีบหาทางแก้ไขขอรับ”
“หากเ้าไม่สามารถทำให้เื่เหล่านี้เงียบได้ก่อนที่ทางสายหลักจะสั่งการลงมาเมื่อไหร่ เ้าเจอดีแน่!!”
“ขอรับท่านพ่อ”
แม้จะรับปากไปเช่นนั้นแต่ตอนนี้เขาเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดี หากว่าเซี่ยเหยาฮวาได้ยินเื่ราวทั้งหมดั้แ่ต้นจริงๆก็ไม่มีทางที่นางจะยอมช่วยเหลือเขาแน่นอน อีกอย่างเื่นี้ก็เป็แผนการของเขาและฉวีเยว่ซินเท่านั้นจึงไม่สามารถปรึกษากับใครได้แม้แต่คนเดียว
ทางด้านฉวีเยว่ซินเองก็หนักใจไม่ต่างกันเพราะนางและมารดานั้นไม่มีที่พึ่งพิงอื่นเลยแม้แต่ที่เดียว แม้ว่าความหวังของนางคือการแต่งงานออกไปกับมู่อี้หานก็จริง แต่นั่นก็ต้องเป็การแต่งงานที่มีเกียรติ แม้ไม่สามารถเป็ภรรยาเอกได้ แต่ก็ต้องเป็ภรรยารองให้ได้
แต่ตอนนี้เื่ทั้งหมดกลับผิดไปจากแผนการที่นางวางเอาไว้จนไม่สามารถควบคุมเอาไว้ได้ นี่ไม่ใช่สิ่งที่นาง้าเลยแม้แต่น้อย
“กรี๊ดดดดดดดด เซี่ยเหยาฮวา เื่ทั้งหมดมันเป็เพราะเ้า ข้าเกลียดเ้ารู้เอาไว้ด้วย!”
“ซินเออร์ เ้าหยุดเดี๋ยวนี้ คิดว่าตนเองอยู่ที่ไหนกันอยากไม่มีที่ซุกหัวนอนหรืออย่างไร” แม้ว่าบุตรสาวจะโกรธเกลียดอีกฝ่ายมากเพียงใด แต่ที่นี่ก็เป็เรือนของอีกฝ่าย ผู้คนที่อยู่ที่นี่ล้วนเป็คนของตระกูลเซี่ยทั้งสิ้น หากมีใครนำไปรายงานพวกนางต้องเดือดร้อนแน่
“แต่ท่านแม่ ข้าเกลียดมันนี่เ้าคะ หากไม่มีมันสักคนชีวิตของข้าจะต้องดีกว่านี้” นางร้องไห้พร้อมกอดมารดาของตนเองเอาไว้
“แม่เข้าใจ เพียงแต่เ้าต้องอดทนเอาไว้ก่อน” ที่บุตรสาวเกลียดเซี่ยเหยาฮวาถึงเพียงนี้มีหรือมารดาอย่างนางจะไม่เข้าใจ
ในอดีตนางทั้งคู่นั้นวาดฝันถึงชีวิตที่ร่ำรวยเอาไว้ ฉวีเยว่ซินนั้นถึงขั้นคิดถึงตอนนี้ที่ตนเองเป็คุณหนูจวนใหญ่ แต่หลังจากเข้ามายังจวนเซี่ยแล้วก็ค้นพบว่าความฝันของนางทั้งคู่ไม่มีทางเป็จริงไปได้ พวกนางเป็เพียงผู้อยู่อาศัยเท่านั้น ที่สำคัญตระกูลเซี่ยมีคุณหนูที่เป็ดังแก้วตาดวงใจอยู่แล้ว
บุตรสาวของนางถูกเลี้ยงดูราวกับว่าเป็คนรับใช้ของเซี่ยเหยาฮวาแล้วเช่นนี้นางสองคนแม่ลูกจะทนได้อย่างไร นางจึงใช้ทุกอย่างที่มีเพื่อไขว่คว้าเอาโชคชะตาที่สูงกว่านี้ หากไม่ใช่เพราะเซี่ยเหยาฮวาป่านี้นางสองคนแม้ลูกคงมีชีวิตที่สุขสบายไปแล้ว
ความคิดของสองแม่ลูกนั้นเป็ไปในทางเดียวกัน คือไม่มีทางที่จะโทษตัวเอง ทำได้เพียงแต่โทษคนอื่น แต่กลับไม่เคยคิดเลยว่าสิ่งที่ตนเองอยากได้นั้นไม่ใช่ของตนเองมาั้แ่ต้น และไม่มีทางที่จะเป็ของตนเองไปได้