ตอนที่ 12 วิชา[หยินหยางอัศจรรย์]
“ถ้าเ้ารู้ชื่อของปีศาจเ้าเรียกชื่อมัน ถ้าไม่รู้ก็บอกลำดับที่ใน[ฮาเร็ม]ของมันก็ได้ เมื่อเ้าจับมาแค่ตัวเดียว มันก็อยู่ในลำดับที่ 1 นั่นแหละ” จักรพรรดินีบอกเสียงเ็า
“ปีศาจลำดับที่ 1 จงออกมา” จางหม่านโถวออกคำสั่ง
ปีศาจกระต่ายขาวปรากฏตัวกลางห้องประชุมตรงหน้าจางหม่านโถวพอดี สีหน้าแตกตื่นใอย่างเห็นได้ชัด
“เอาชุดของมันออกมาด้วยสิ” จักรพรรดินีบอกกับจางหม่านโถว
“ข้าลืมเอากลับมาด้วย” จางหม่านโถวโกหกหน้าตาย
“หึ… เ้าเอาผ้านี่คลุมตัวไว้ก่อน เด็กๆเอาเสื้อผ้ามาให้ปีศาจตนนี้ที” จักรพรรดินีโยนผ้าสีขาวผืนหนึ่งให้ปีศาจกระต่ายขาว และออกคำสั่งต่อคนรับใช้ที่รอรับคำสั่งอยู่ภายในห้อง
ปีศาจกระต่ายขาวรับผ้ามาแล้วเอาผ้าพันรอบตัวไว้ จนถึงตอนนี้นางก็ยังไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น ได้แต่มองคนทั้ง 2 ตรงหน้านางสลับกันไปมา สีหน้าแสดงถึงความสงสัยอย่างชัดเจน
“เ้าชื่ออะไร ข้าเป็นายของที่นี่ เ้าเรียกข้าว่าจักรพรรดินีก็ได้” หญิงสาวพูดกับปีศาจกระต่ายขาว
“ข้าชื่อ เซี่ยวไป๋ เ้าค่ะ จักรพรรดินี” ปีศาจกระต่ายขาวตอบ นางเองก็ไม่เข้าใจทำไมนางจึงรู้สึกว่าต้องเชื่อฟังคำสั่งของจักรพรรดินีคนนี้
“เ้าเป็คนของทางการหรือเปล่า” จักรพรรดินีถามเซี่ยวไป๋
จักรพรรดินีถามเช่นนี้เพราะนางเห็นว่าเซี่ยวไป๋มีพลังในระดับเกราะปีศาจขั้น 1 ซึ่งปีศาจที่อยู่บนเกาะรอบนอกไร้วิชาความรู้ในการทะลวงผ่านระดับไม่สามารถขึ้นสู่ระดับนี้ได้ การจะขึ้นสู่ระดับนี้ได้อย่างน้อยต้องมีความรู้วิชาปราณระดับที่ 1 ซึ่งปกติแล้วจะมีแต่ปีศาจที่ถูกทางการจับตัวออกมาแล้ว จึงจะเรียนรู้ได้
“เปล่าเ้าค่ะ ข้าเป็ปีศาจธรรมดาอาศัยอยู่บนเกาะเดียวมาตลอดไม่เคยออกจากเกาะมาก่อนเลย” เซี่ยวไป๋ตอบตามจริง
“ถ้าอย่างนั้นเ้าบรรลุเข้าสู่ขั้นเกราะปีศาจได้อย่างไร” จักรพรรดินีถามต่อ
“ข้าเองก็ไม่ทราบเ้าค่ะ ตอนอยู่บนเกาะข้ายังคงติดอยู่ที่ระดับกายปีศาจขั้นสูงสุดอยู่เลย แต่พอมาถึงที่นี่ ข้ากลับอยู่ในระดับเกราะปีศาจขั้นต้นแล้ว” เซี่ยวไป๋ตอบไปตามจริงอีกเช่นกัน
จักรพรรดินีใเล็กน้อยแต่ไม่ได้แสดงออกมาให้เห็นแต่อย่างไร การต่อสู้กับจางหม่านโถวไม่มีทางทำให้เซี่ยวไป๋ทะลวงผ่านเส้นแบ่งระดับไปได้อย่างแน่นอน ต้องมีวิธีพิเศษบางอย่างที่ทำให้เกิดเื่นี้ขึ้นมาได้ จักรพรรดินีตรวจสอบแก่นปีศาจของเซี่ยวไป๋ก็พบว่านางมีคุณสมบัติเหมาะกับการฝึกยุทธเป็อย่างมาก ไม่แปลกเลยที่นางสามารถก้าวขึ้นสู่ขั้นที่ 10 ของระดับกายปีศาจได้ทั้งที่ไร้ความรู้เกี่ยวกับวิชาปราณ
“เ้าทำอะไรนางก่อนจับนางเข้า[ฮาเร็ม]”จักรพรรดินีเปลี่ยนมาถามจางหม่านโถวแทน
“ข้าถ่ายทอดน้ำวิสุทธิ์เข้าสู่ร่างกายนาง” จางหม่านโถวตอบหน้าตาย
“หึ เ้าไม่กลัวพลังหยางเ้าหมดหรืออย่างไร ตัณหาเ้ามีค่ามากกว่าชีวิตเ้าอีกรึ” จักรพรรดินีถามน้ำเสียงแฝงแววเหยียดหยาม แต่ในใจนางกลับตื่นตระหนก
การถ่ายพลังหยางเข้าสู่ตัวปีศาจนั้นสามารถกระตุ้นพลังปราณได้ก็จริง แต่ปกติแล้วต้องมีการใช้เคล็ดวิชาในการชักนำจึงจะมีผล แต่จางหม่านโถวทำให้เซี่ยวไป๋ทะลวงผ่านเส้นแบ่งระดับมาได้โดยไม่มีความรู้แม้แต่น้อย หากมันใช้เคล็ดวิชาลับจะต้องส่งผลดีต่อการพัฒนาพลังปราณของเซี่ยวไป๋เป็อย่างมาก มันอาจช่วยสร้างแม่ทัพอันเก่งกาจให้กับกองทัพจักรพรรดินีได้ แม้ว่ามันเองจะไม่อาจฝึกวิชาและก้าวหน้าได้แต่หากมันช่วยให้ปีศาจทั้งหลายที่จับมาพัฒนาขึ้นอย่ารวดเร็วก็จะมีประโยชน์มากกว่ามันพัฒนาตัวเองเสียอีก
“แค่ถ่ายทอดน้ำวิสุทธิ์จะถึงตายได้อย่างไร” จางหม่านโถวใ
“ถ้าอยู่บนดาวของเ้าก็ไม่เป็ไรหรอก แต่ดาวดวงนี้เ้าฟื้นฟูพลังหยางในตัวไม่ได้ ถ้าเ้าเสียพลังหยางออกไปเรื่อยๆ เ้าก็จะอ่อนแอลงเรื่อยๆ และตายในที่สุด” จักรพรรดินีไขข้อสงสัย
“วิธีแก้ไขก็มีอยู่แต่มันออกจะเลวทรามอยู่ เ้ากล้าทำหรือไม่” จักรพรรดินีถามอย่างเ็า แต่ในใจของนางกำลังตื่นเต้น หากจางหม่านโถวยอมฝึกวิชานี้มันก็จะกลายเป็เครื่องมือฝึกฝนแม่ทัพรุ่นใหม่ให้กับกองทัพที่ดีที่สุดเท่าที่จักรพรรดินีเคยมีมาเลยทีเดียว มีค่ามากกว่าหินพลังปราณ ยาช่วยทะลวงขีดจำกัด มากมายหลายเท่าเลยทีเดียว อย่างน้อยของพวกนั้นก็หาได้ยากมาก แต่จางหม่านโถวสามารถช่วยพัฒนาปีศาจได้ด้วยประสิทธิภาพเท่าเทียมกันแต่แทบไม่ใช้ทรัพยากรอะไรเลย
“ข้าไม่ใช่คนดีอะไร เพื่อเอาชีวิตรอด ข้าทำได้ทุกอย่าง” จางหม่านโถวตอบแบบไร้ยางอาย
“หึ… ถ้าอย่างนั้นข้าจะสอนวิชาลับให้กับเ้า วิชานี้ไม่เพียงช่วยชีวิตเ้าได้ ยังช่วยพัฒนาปีศาจใน[ฮาเร็ม]ที่เ้าจับมาได้อีกด้วย” จักรพรรดินีพูดเสียงราบเรียบ
“วิชาอะไรหรือ แล้วมันช่วยพัฒนาปีศาจที่ข้าจับมาได้อย่างไร แล้วข้าจะแข็งแกร่งขึ้นมั้ย” จางหม่านโถวถามอย่างสนใจ
“วิชานี้เรียกว่าวิชา[หยินหยางอัศจรรย์] เมื่อเ้าฝึกวิชานี่แล้วจะสามารถดูดพลังหยางที่ซ่อนอยู่ในแก่นหยินของสตรีพรหมจรรย์ได้ โลกนี้ไม่มีหยินแท้และหยางแท้ ในหยางมีหยินในหยินมีหยางซ่อนอยู่ หากเป็ในโลกของเ้าการดูดพลังหยางจากแก่นหยินนั้นสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการฝึกปรือของเ้าได้ แต่ในโลกนี้ทำได้เพียงชดเชยพลังหยางที่เสียไปเท่านั้น” จักรพรรดินีอธิบายเสียงราบเรียบ
“แล้วมันช่วยพัฒนาปีศาจที่ข้าจับมาได้อย่างไรกัน” จางหม่านโถวยังคงสงสัย
“เนื่องจากเ้าเป็มนุษย์มีพลังหยางเป็พื้นฐาน ในขณะที่ปีศาจมีพลังหยินเป็พื้นฐาน เมื่อปีศาจได้รับพลังหยางจากเ้า พลังปีศาจของนางจะพัฒนาขึ้นอย่างมาก มากกว่าพลังหยางที่ได้จากปีศาจเพศชายอย่างเทียบกันไม่ได้เลยทีเดียว” จักรพรรดินีตอบคำถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบเช่นเดิม
“หมายความว่าข้าต้องมีอะไรกับปีศาจสาวพรหมจรรย์เพื่อดูดพลังหยาง จากนั้นก็มามีอะไรกับปีศาจใน[ฮาเร็ม]เพื่อช่วยให้พวกนางพัฒนาขึ้นอย่างนั้นหรือ” จางหม่านโถวถามอย่างตื่นเต้น
“ใช่แล้ว การดูดพลังหยางครั้งหนึ่งสามารถชดเชยพลังหยางที่เสียไปได้อย่างมาก ดังนั้นเ้าสามารถฝึกปีศาจใน[ฮาเร็ม]ได้หลายครั้งก่อนที่เ้าจะต้องดูดซับพลังหยางอีกครั้ง” จักรพรรดินีอธิบายเพิ่มเติม
“ข้าว่าวิธีนี้ก็ไม่ได้เลวทรามอะไรนี่ สนุกกันทั้งสองฝ่ายไม่เห็นจะเสียหายตรงไหน” จางหม่านโถวยังคงความหน้าด้านไว้อย่างเหนียวแน่น
“ปีศาจที่เ้าขโมยพลังหยางจากแก่นหยินของนางนั้น แก่นหยินของนางจะขาดความสมดุล จะไม่สามารถพัฒนาขึ้นได้อีกเลย เ้าคิดว่าการเสียความสามารถในการพัฒนาตัวเองไปตลอดการนี่เลวร้ายหรือไม่ล่ะ” จักรพรรดินีกล่าวน้ำเสียงแฝงแววเย้ยหยัน
“เพื่อบรรลุเป้าหมาย ฆ่าคนยังสามารถทำได้ นี่แค่ไม่สามารถก้าวหน้าได้ จะเป็อะไรไป มีคนตั้งมากมายมาถึงจุดตันของตัวเองและไม่สามารถพัฒนาต่อได้ คนเ่าั้ก็ยังสามารถมีชีวิตแบบปกติสุขได้ ไม่ได้เลวร้ายอะไรนักหรอก” จางหม่านโถวยังคงแถต่อไป
“หากคนที่เ้าขโมยพลังหยางนั้นเป็ยอดยุทธที่ไปถึงจุดสูงสุดของตัวเองแล้วละก็ สิ่งที่เ้าพูดมาก็อาจจะเป็เื่จริง แต่จากพลังของเ้าในตอนนี้ ปีศาจที่เ้าสามารถขโมยพลังหยางได้นั้น ก็มีแต่ปีศาจระดับกายปีศาจเท่านั้น ซึ่งถือเป็ขั้นเริ่มแรกและมีอนาคตอันยาวไกลรออยู่” จักรพรรดินีลบข้อโต้แย้งของจางหม่านโถวอย่างง่ายดาย
“เท่าที่ข้ารู้โลกนี้มีปีศาจที่เป็ทาสแรงงานอยู่มากมาย ทาสแรงงานเหล่านี้ล้วนอยู่ในระดับกายปีศาจทั้งสิ้น แม้ว่าจะมีอายุมากขนาดไหนก็ตาม ไม่มีทาสคนไหนที่สามารถพัฒนาผ่านระดับกายปีศาจไปได้เลย ดังนั้นสิ่งที่ข้าจะทำก็ไม่ต่างจากการจับทาสแรงงานที่ทำกันอยู่เป็ปกติในดาวดวงนี้อยู่แล้ว” จางหม่านโถวยังคงแถต่อไป
“เ้าจะคิดอย่างนั้นก็ได้ สุดท้ายมันก็เป็การตัดสินใจและการกระทำของเ้าอยู่ดี ข้าแค่สอนวิชาให้เ้า เ้าจะใช้หรือไม่ จะใช้กับใครล้วนเป็การตัดสินใจของเ้า และความรับผิดชอบของเ้า แต่เ้าเข้าใจผิดอย่างหนึ่ง ทาสบนดาวดวงนี้หากเป็ทาสที่ซื้อหามาจากตลาดทาสจะมีกำหนดเวลาจำกัด และทาสบนดาวดวงนี้ก็มีจำนวนมากที่สามารถพัฒนาขึ้นระหว่างเป็ทาสอยู่ ที่เ้าเห็นทาสในรังลับแห่งนี้ไม่พัฒนาเป็เพราะพลังปราณธรรมชาติในรังลับแห่งนี้ต่ำมากจนพวกนางไม่อาจพัฒนาได้ หากพวกนางไปอยู่บนเกาะระดับสูงพวกนางสามารถพัฒนาไปสู่ระดับกายมนุษย์ได้อย่างแน่นอน” จักรพรรดินีไม่อยากเถียงกับจางหม่านโถวอีกต่อไป
จักรพรรดินีถึงกับโล่งอกเมื่อเห็นว่าจางหม่านโถวแน่วแน่ที่จะฝึกวิชานี้ด้วยตัวเอง นางทำเป็เหมือนไม่อยากสอนเพราะอยากดูความคิดของทาสผู้นี้สักหน่อย นางสามารถสั่งให้มันทำตามได้ด้วย[ยันต์ผูกสัมพันธ์นาย-ทาส]แต่การที่มันยอมทำด้วยตัวเองเป็สิ่งที่จักรพรรดินี้ามากกว่า นางไม่อาจจะใช้[ยันต์ผูกสัมพันธ์นาย-ทาส]กับทุกคนได้ ดังนั้นการทำให้คนอื่นยอมทำตามโดยสมัครใจจึงเป็สิ่งที่จักรพรรดินีสมควรมี
แน่นอนว่าการฝึกนี้จะทำให้จางหม่านโถวอ่อนแอลงและการพัฒนาฝีมือของมันจะช้าลงแต่ก็ทำให้จักรพรรดินีได้ยอดฝีมือคนใหม่มาช่วยงานแทน อีกทั้งยังได้มากกว่าหนึ่งคนอีกด้วย ดังนั้นจึงคุ้มค่าที่จะเสียสละพรหมจรรย์ของสาวใช้ที่มีอยู่ในรังลับแห่งนี้
หลังจากนั้นหญิงรับใช้ก็นำชุดเข้ามา เซี่ยวไป๋ก็เปลี่ยนไปใส่ชุดแบบเดียวกับหญิงรับใช้ ส่วนจางหม่านโถวก็กำลังฟังคำอธิบายเคล็ดวิชา[หยินหยางอัศจรรย์]จากจักรพรรดินีอย่างตั้งใจ เมื่อเข้าใจและจดจำจนขึ้นใจแล้วจางหม่านโถวก็เดินกลับมายืนข้างเซี่ยวไป๋
“เซี่ยวไป๋ ข้าจะสอนวิธีสร้างปราณเกราะเป็เสื้อผ้าให้กับเ้า ในเมื่อเ้าเข้าสู่ขั้นเกราะปีศาจแล้ว เ้าสามารถสร้างปราณเกราะมาป้องกันตัวเองได้ ปราณเกราะนี้ยังสามารถสร้างให้รูปร่างเหมือนเสื้อผ้าได้อีกด้วย ดังนั้นแม้เ้าจะไม่ได้ใส่เสื้อผ้าจริงๆ แต่ดูแล้วเหมือนเ้าใส่เสื้อผ้าอยู่” จักรพรรดินีหันไปกล่าวกับเซี่ยวไป๋
“ขอบคุณจักรพรรดินีที่เมตตา” เซี่ยวไป๋กำลังกังวลเื่ที่นางจะต้องออกจาก[ฮาเร็ม]มาในสภาพเปลือยเปล่าทุกครั้งอยู่พอดี ส่วนจางหม่านโถวนั้นมีสีหน้าไม่พอใจอยู่บ้าง
“เ้าเข้ามาข้าจะอธิบายการสร้างปราณเกราะให้เป็รูปเสื้อผ้าให้กับเ้า” จักรพรรดินีหันไปเรียกเซี่ยวไป๋
เซี่ยวไป๋ก็เดินไปหาจักรพรรดินี วิชาสร้างเกราะเป็เสื้อผ้านั้นเป็วิชาลับที่ไม่ค่อยมีคนรู้ นั่นเป็เพราะมันไร้ประโยชน์ เกราะเสื้อผ้านี้ไม่ได้แข็งแรงกว่าเกราะโปร่งใสแต่อย่างใด แค่ช่วยปกปิดร่างกายเท่านั้น จะมีใครฝึกวิชาแบบนี้ในเมื่อสามารถซื้อเสื้อผ้าสวยงามใส่ได้โดยไม่ต้องลำบาก นอกจากนี้เกราะวิเศษที่สร้างจากแร่วิเศษนั้นช่วยเสริมสร้างกำลังป้องกันให้ร่างกายได้ดีกว่าเกราะปราณด้วยซ้ำ แต่การฝึกวิชานี้ก็ง่ายมากทั้งยังช่วยเื่สมาธิด้วยเพราะการคงรูปเกราะปราณให้เป็เสื้อผ้านั้นต้องใช้สมาธิควบคุมเกราะปราณอยู่ตลอดเวลาจึงเป็วิชาที่จักรพรรดินีใช้ตอนฝึกเื่สมาธิ นางจึงสอนวิชานี้ให้กับคนของนางเพื่อให้ใช้ฝึกสมาธิ ซึ่งจะทำให้สามารถทะลวงผ่านเส้นแบ่งระดับเข้าสู่ระดับิญญาปีศาจได้ง่ายขึ้น
“เอาละ ดูเหมือนว่า เกาะที่เ้าไปมาจะไม่เหลือปีศาจที่เก่งกว่าเซี่ยวไป๋แล้ว อีกทั้งยังเหลือปีศาจอยู่น้อยมาก กลับไปอีกครั้งก็คงไม่มีประโยชน์อะไร ข้าว่าเราต้องปรับเปลี่ยนแผนการ เร่งให้เร็วขึ้นอีกนิด เราจะยึดเกาะระดับ 1ที่มีสถานีย่อยของทางการตั้งอยู่ อันที่จริงข้าตั้งใจจะยึดเกาะเมื่อเ้าสามารถสู้กับปีศาจระดับเกราะปีศาจขั้นปลายได้แล้ว เพราะหัวหน้าของสถานีย่อยนั้นส่วนใหญ่แล้วจะเป็ปีศาจระดับเกราะปีศาจขั้นกลางถึงขั้นปลาย” จักรพรรดินีพูดกับจางหม่านโถวอีกครั้ง หลังจากสอนเซี่ยวไป๋เสร็จ
“ตอนนี้ข้ายังสู้กับปีศาจระดับเกราะปีศาจขั้นปลายไม่ได้แน่ แล้วเราจะยึดเกาะได้อย่างไรกัน” จางหม่านโถวถามอย่างแปลกใจ
“ข้าไม่ได้บอกว่าจะบุกยึดพรุ่งนี้ซะหน่อย ข้าบอกเร่งให้เร็วขึ้น ตอนนี้เรามีเซี่ยวไป๋ที่เข้าสู่ระดับเกราะปีศาจแล้ว ถ้านางฝึกด้วยการใช้เคล็ดลับของวิชา[หยินหยางอัศจรรย์]แล้วละก็ นางย่อมสามารถเข้าสู่ขั้นปลายของระดับเกราะปีศาจได้ในเวลาไม่กี่เดือนเท่านั้นเอง เร็วกว่ารอเ้าฝึกจนถึงระดับนั้นมากมายหลายเท่านัก” จักรพรรดินีตอบเสียงราบเรียบแต่ดูมีแววดีใจอยู่ในสายตาของนาง
“แปลว่านางจะเก่งกว่าข้างั้นหรือ” จางหม่านโถวรู้สึกไม่ยินดีเท่าไหร่
--------------
นอกเื่ท้ายตอน
จางหม่านโถว: แบบนี้ก็ฉากเซอร์วิสกันรัวๆเลยสินะลุง
ตาลุงติดเกมส์: ข้าไม่ขยันเขียนแบบนั้นหรอก
จางหม่านโถว: แต่ข้าว่าคนอ่านเขาอยากอ่านนะ
ตาลุงติดเกมส์: จะเซอร์วิสกันบ่อยๆมันไม่ดีนะ นานๆมีทีจะดีกว่า
จางหม่านโถว: ข้าว่ามีถี่ๆจะดีกว่านะ
ตาลุงติดเกมส์: นั้นก็ขึ้นอยู่กับระดับความขยันของข้าแล้วล่ะ
จางหม่านโถว: ท่านผู้อ่านก็ช่วยกันกดดันให้ลุงมันขยันเขียนหน่อยแล้วกันนะครับ ถือว่าข้าขอร้อง