บทที่ 41 เงินเดือนเท่าเดิม
เซี่ยเสี่ยวเล่ยมองเฉินลั่วลั่ว เฉินลั่วลั่วก็มองเซี่ยเสี่ยวเล่ย
"ลั่วลั่ว รีบกินเถอะเดี๋ยวไปทำงานสาย" เซี่ยเสี่ยวเล่ยได้แต่เปลี่ยนเรื่องแล้วปลอบใจนางเอกผู้น่ารักของเธอ
หากไม่ติดเรื่องที่ว่าเธอมีภารกิจ และต้องสร้างความสัมพันธ์กับตัวละครต่างๆ เพื่อปูทางสู่การรอดชีวิต เธอในฐานะเพื่อนนางเอกคงตรงเข้าไปกระโดดขาคู่ใส่พระเอกพระรองแล้ว
พอโดนเตือน เฉินลั่วลั่วก็ดูเวลา แล้วเหมือนจะเพิ่งรู้ตัวว่าใกล้จะสายแล้วจริงๆ เพราะการขึ้นรถเมล์จากที่นี่ไปที่ทำงาน มันใช้เวลานานมาก
เฉินลั่วลั่วเลยถลึงตาใส่ผู้ชายทั้งสองคน แล้วเริ่มกินข้าวอย่างหัวเสีย พร้อมกับตั้งใจไว้ว่าพอเธอหาเงินได้แล้ว เธอจะย้ายออกไป และจะอธิบายให้ลุงเหลียงกับพ่อของเธอฟัง ว่าเธอไม่ได้คิดอะไรกับเหลียงเฉิน ส่วนเหลียงเฉินก็ไม่ได้คิดอะไรกับเธอเช่นกัน เพราะเรื่องนี้เธอถึงได้โดนคนอื่นเข้าใจผิดมาตลอด การจับคู่มั่วๆแบบนี้มันมีแต่ทำร้ายคนอื่นให้เจ็บปวด!
เซี่ยเสี่ยวเล่ยเห็นท่าทางแบบเด็กๆของเฉินลั่วลั่วก็อดขำไม่ได้ ตอนที่อ่านนิยายก็ไม่ได้รู้สึกว่านางเอกน่ารักขนาดนี้ ทำไมพอได้มาอยู่ด้วยกันจริงๆกลับรู้สึกว่าอีกฝ่ายทั้งน่ารักและน่าสนใจ คงเป็นเพราะเมื่อก่อนเธอมองว่าลั่วลั่วเป็นแค่ตัวละครในนิยาย แต่ตอนนี้ ในโลกใบนี้ พวกเขามีชีวิตจิตใจจริงๆ
เซี่ยเสี่ยวเล่ยมองไปที่โต๊ะอาหาร แต่แล้วกลับไม่อยากจะเดินเข้าไป
เพราะ…เหลือที่ว่างข้างๆ พระเอกแค่ที่เดียว
แต่พอเห็นอาหารน่ากินที่เธอเป็นคนทำ เธอก็กลั้นใจเดินเข้าไปอย่างช้าๆ
เธอตักโจ๊กแล้วนั่งลงข้างๆ เหลียงเฉิน เริ่มกินอาหารเช้าอย่างตั้งใจ
บนโต๊ะอาหารเงียบมาก เงียบจนซือหลินอดไม่ได้ที่จะหาเรื่องคุย
"พี่เฉิน ผมว่าผมคงต้องมากินอาหารที่บ้านพี่ทุกวันแล้วล่ะ!"
เหลียงเฉินเงยหน้ามองเขา
"ก็ที่บ้านไม่มีใคร ตาแก่นั่นกับกิ๊กไม่รู้หายไปไหน เรียกผมกลับมาก็ไม่ทิ้งคนใช้ไว้สักคน"
น้ำเสียงของซือหลินเหมือนจะไม่พอใจ แต่ก็เหมือนจะชินชาแล้ว และไม่ได้ใส่ใจ
เซี่ยเสี่ยวเล่ยฟังก็รู้สึกสงสาร เธอรู้อยู่แล้วว่าครอบครัวของซือหลินเป็นยังไง
"เสี่ยวเล่ย ต่อไปเรื่องปากท้องของเทพบุตรขี้เหงาคนนี้ต้องฝากเธอแล้วนะ" ซือหลินไม่รอให้เหลียงเฉินตอบ หันไปมองเซี่ยเสี่ยวเล่ย แล้วขยิบตาอย่างน่าสงสาร
"เทพบุตร นายใช้วิธีนี้มันโกงนะ" ถึงจะโดนเสน่ห์เล่นงาน แต่เซี่ยเสี่ยวเล่ยก็ต้องทำใจดีสู้เสือ "เรื่องอาหารนายต้องไปถามคุณเหลียง เขาเป็นเจ้าของบ้าน ฉันแค่ทำงานพาร์ทไทม์"
ถึงจะไม่อยากพูดแบบนี้ แต่นี่คือความจริง
"พี่เฉินรักฉันมาก เขาต้องตกลงแน่!"
"อี๋~หวานเลี่ยนชะมัด…" เฉินลั่วลั่วแอบแขวะแทนความรู้สึกของเซี่ยเสี่ยวเล่ย
"พวกเราเป็นสหายที่บริสุทธิ์ใจ คุณเฉินลั่วลั่ว เลิกคิดมั่วๆได้แล้ว" ซือหลินรีบเถียง
"ขอโทษที พอดีฉันเลิกคิดไม่ได้" เฉินลั่วลั่วตอบอย่างใจเย็น "ฉันเป็นคนจินตนาการบรรเจิด จนควบคุมมันไม่ได้"
"ถ้างั้นก็แปลว่าเธอไม่มีความสามารถในการควบคุมตัวเอง สติปัญญาคงไม่ค่อยดี ผมเข้าใจ"
“…” เฉินลั่วลั่ว "นายนั่นแหละที่สติปัญญาไม่ค่อยดี!"
เอาล่ะสิ สองคนนี้เริ่มทะเลาะกันตามเนื้อเรื่องต้นฉบับแล้ว
เซี่ยเสี่ยวเล่ยลอบถอนหายใจ
"พวกเธอเปิดเทอมวันไหน?" สงครามกำลังเริ่มลุกลาม แต่พระเอกก็ยังคงถามอย่างใจเย็น
เซี่ยเสี่ยวเล่ยไม่รู้จริงๆ
"อีกนานไหม?" เธอรีบถามระบบ 666
"โฮสต์จ๋าาาาา~ อีกหนึ่งอาทิตย์นะ" ระบบ 666 ตอบอย่างช่วยไม่ได้
"อีกหนึ่งอาทิตย์ค่ะ" เซี่ยเสี่ยวเล่ยรีบตอบเหลียงเฉิน
"อืม" เหลียงเฉินพยักหน้าเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง
เซี่ยเสี่ยวเล่ยไม่เข้าใจ เห็นเขาเงียบ เธอก็หันกลับไปกินแพนเค้กซูเฟล่ต่อ
"พอเปิดเทอมแล้ว ให้มาทำงานทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ มาถึงวันศุกร์ตอนเย็นกลับวันอาทิตย์ตอนเย็น"
แล้วเธอก็ได้ยินพระเอกพูดประโยคสำคัญ
"ส่วนเรื่องเงินเดือน ยังคงเท่าเดิม"