“มากันได้เสียที” ฉินผินมองฉินจื่อฉิงกับซูหยุนหรานอย่างไม่พอใจ “กว่าจะมากันได้ ทำไมถึงไม่ปล่อยให้ข้าตายไปเลยเล่า”
“พระสนมฉิน้าให้ชายาของข้าตรวจอาการให้เลยหรือไม่” ฉินจื่อฉิงถามเสียงเรียบ
“ท่าทางของเ้ามันคืออะไรกัน เป็แค่อ๋องนอกราชวงศ์แต่กลับไม่รู้จักเคารพข้า” ฉินผินะโขึ้น “ใครก็ได้! มาลากตัวชายหญิงคู่นี้ออกไปโบยคนละยี่สิบไม้”
“ดูท่าแล้วพระสนมฉินคงไม่ได้ป่วย แต่ที่แสร้งลงจากเตียงไม่ได้คงเพราะ้าเรียกร้องความสนใจจากฝ่าากระมัง”
ฉินผินชี้หน้าฉินจื่อฉิงอย่างโมโห “ข้าเป็สตรีที่ฝ่าาโปรดปราน แต่เ้าถึงกับกล้าพูดกับข้าอย่างไม่เกรงใจ ช่างสามหาวนัก!”
“พระสนมอย่าทำให้เราเสียเวลา ชายาของข้ายังมีคนไข้คนอื่นรอรับการรักษาอยู่อีกมาก” ฉินจื่อฉิงตัดบทอย่างรำคาญ
“ชีวิตชาวบ้านชั้นต่ำจะมาสำคัญกว่าข้าไปได้อย่างไร”
“ั้แ่ปฐมกษัตริย์มาจนถึงฝ่าาองค์ปัจจุบันต่างปกครองแคว้นด้วยหลักของบิดาปกครองบุตร แต่พระสนมฉินกลับเปรียบบุตรในความปกครองของฝ่าาว่าเป็คนชั้นต่ำไร้ค่า หากฝ่าามาได้ยินคงชื่นชมท่านเป็อย่างมาก”
“ข้า...ข้าไปพูดอย่างนั้นั้แ่เมื่อใดกัน” ฉินผินถึงกับรีบมองไปที่ประตูตำหนักเพราะเกรงว่าจะมีคนมาได้ยินแล้วนำเื่ไปทูลฝ่าา หากเป็เช่นนั้นฝ่าาคงไม่เสด็จมาตำหนักของตนอีกแน่
ฉินจื่อฉิงไม่อยากเสียเวลา อีกทั้งเขาก็ไม่อยากให้ภรรยาอยู่ที่ตำหนักแห่งนี้นานเกินไปเพราะไม่อยากให้ภรรยาได้ยินคำพูดไม่น่าฟังของมารดา “พระสนมจะให้ชายาของข้าตรวจร่างกายให้เลยหรือไม่”
“วันนี้เ้าทำให้ข้าอารมณ์ไม่ดี เช่นนั้นก็ให้ซูหยุนหรานมาตรวจร่างกายให้ข้าใหม่วันหลังก็แล้วกัน ส่วนเ้าก็ไม่ต้องตามมา หากเ้าตามมาอีก ข้าก็จะอารมณ์ไม่ดีอีก พอข้าอารมณ์ไม่ดี ข้าก็ไม่อยากตรวจร่างกายแล้ว”
“พระสนมฉิน ข้ากับชายาไม่ว่างมาเล่นกับท่านทุกวันหรอกพ่ะย่ะค่ะ หากวันนี้ท่านไม่ยอมให้ชายาของข้าตรวจร่างกาย เช่นนั้นข้าคงต้องพาภรรยากลับไปก่อน และหากฝ่าาถาม ข้าก็จะบอกไปตามความจริงว่าท่านแค่แกล้งป่วยเพื่อเรียกร้องความสนใจ”
“เ้ากล้าหรือ?!” ฉินผินถามเสียงดัง
“ท่านจะลองดูก็ได้” ฉินจื่อฉิงจูงมือภรรยา “ไปกันเถอะ เราอย่ามัวมาเสียเวลาอยู่ที่นี่จนทำให้คนไข้ที่โรงหมอรอนาน เดี๋ยวข้าจะไปเข้าเฝ้าแล้วทูลฝ่าาเกี่ยวกับเื่นี้เอง”
“เช่นนั้นเรารีบกลับกันเถิดเ้าค่ะ เพราะที่โรงหมอมีคนไข้รออยู่มากจริงๆ” ซูหยุนหรานพูดอย่างให้ความร่วมมือ ฉินผินผู้นี้แสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่ชอบสามีของนาง แล้วนางจะเกรงใจแม่สามีอารมณ์ร้ายผู้นี้ไปทำไมกัน
“พวกเ้ายังไปไม่ได้!” ฉินผินะโสั่ง
ฉินจื่อฉิงขมวดคิ้ว “พระสนมอย่ามัวเสียเวลาอยู่เลย รีบบอกมาเถิดว่าที่วันนี้เรียกเราสองคนมาพบเพราะเื่อะไรกันแน่”
“ข้าอยากให้พวกเ้าหย่ากัน” ฉินผินบอกความ้า
“ข้าไม่หย่า!” ฉินจื่อฉิงมองฉินผินอย่างไม่พอใจ “ฝ่าาทรงพระราชทานสมรสให้เราด้วยพระองค์เอง แล้วท่านมีสิทธิ์อะไรมาสั่งให้เราสองคนหย่ากัน ท่านกล้าขัดราชโองการหรือ”
“สิทธิ์ที่ข้าเป็มารดาของเ้าอย่างไร” ฉินผินตอบกลับ
“มารดา?” ฉินจื่อฉิงหัวเราะอย่างเย้ยหยัน “ข้าไร้ซึ่งบิดามารดามาแต่กำเนิด แล้วท่านเป็มารดาของผู้ใดกัน”
“เ้า...เ้ามันลูกอกตัญญู!”
“พระสนมฉิน! หากท่านไม่มีเื่ใดแล้วข้าคงต้องขอลา” ฉินจื่อฉิงจูงมือภรรยาเตรียมที่จะเดินจากไปอีกครั้ง
“เดี๋ยว!” ฉินผินเรียก “เดิมทีการสมรสกับอัจฉริยะแพทย์ของตระกูลซูต้องเป็ของเสียนอ๋อง ครั้งนั้นเป็ข้าที่เข้าใจผิดถึงได้ทูลขอพระราชสมรสให้ผิดคน แต่ในเมื่อเวลานี้ความจริงปรากฏแล้ว เ้าก็ควรจะคืนซูหยุนหรานให้กับเสียนอ๋องไม่ใช่หรือ”
“ข้าจำได้ว่าครั้งนั้นเป็ท่านเองที่ประกาศต่อหน้าทุกคนว่าข้าทำให้ชื่อเสียงของคุณหนูใหญ่ซูเสียหาย ท่านจึงสั่งให้ข้ารับผิดชอบด้วยการแต่งกับนาง แต่เหตุผลที่แท้จริงเป็อย่างไรยังต้องให้ข้าพูดออกไปหรือไม่” ฉินจื่อฉิงจ้องฉินผินเขม็ง “ตอนนั้นท่านคงคิดว่าคนที่เกิดมาพร้อมดาวหายนะอย่างข้า แค่ได้แต่งกับสตรีที่ทุกคนต่างกล่าวกันว่าเป็สตรีไร้ความสามารถ สตรีเช่นนี้คงเหมาะสมกับข้าที่สุดแล้ว แต่ใครจะไปคิดว่าหรานหรานของข้ากลับเป็แพทย์อัจฉริยะตัวจริง ท่านจึงเสียดายและอยากพรากนางไปจากข้า พระสนมฉิน...ที่ท่านทำอย่างนี้เพราะ้าเอาใจเสียนกุ้ยเฟยกับเสียนอ๋องใช่หรือไม่”
“ใช่หรือไม่ใช่แล้วจะอย่างไร ตัวหายนะเช่นเ้ามีสิทธิ์อะไรที่ได้แต่งกับสตรีที่ดี เสียนอ๋องต่างหากที่ควรจะได้สตรีมีความสามารถเช่นนี้ไปอยู่ข้างกาย” ฉินผินจ้องฉินจื่อฉิงอย่างไม่พอใจ “เสียนอ๋องใกล้จะได้ขึ้นเป็รัชทายาทแล้ว หากเ้ายอมยกซูหยุนหรานให้เขา บางทีวันหน้าเขาอาจจะไว้ชีวิตเ้าก็ได้”
“ท่านคิดว่าสุ่ยหรงเสียนมีคุณสมบัติมากพอที่จะขึ้นเป็รัชทายาทได้อย่างนั้นหรือ” ฉินจื่อฉิงหัวเราะ
“หากเสียนอ๋องไม่มีคุณสมบัติแล้วผู้ใดจะมี” ฉินผินยิ้มเยาะ “หรือเ้าคิดว่าเ้ามีคุณสมบัตินั้น ฉินจื่อฉิง...เ้าเป็เพียงอ๋องนอกราชวงศ์ก็อย่าได้คิดหมายในสิ่งที่เ้าไม่อาจเอื้อม แต่หากเ้าคิดย่อมหมายความว่าเ้า้าก่อฏ ข้าไปกราบทูลฝ่าาให้จับเ้าปะาตอนนี้เลยดีหรือไม่ เมื่อเ้าตายซูหยุนหรานก็จะเป็หม้าย หลังจากนั้นข้าจะทำอะไรกับนางก็ได้แล้วไม่ใช่หรือ”
“พระสนมฉิน...ข้าจะเห็นแก่หน้าท่านสักครั้งจึงจะไม่เอาเื่กับท่านในวันนี้ แต่หากครั้งหน้าท่านยังมายุ่งกับชายาของข้า หรือแม้แต่เสียนกุ้ยเฟยกับเสียนอ๋องจะส่งคนมายุ่งกับเราสองคน พวกท่านก็อย่าหวังว่าจะได้ใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบอีกเลย” ฉินจื่อฉิงพูดจบก็จูงมือภรรยาเดินออกจากตำหนักของฉินผินไป
เมื่อสองสามีภรรยาเดินลับไป เสียนกุ้ยเฟยกับเสียนอ๋องจึงเดินออกมา
“ข้าบอกให้เ้าหว่านล้อมเขาอย่างใจเย็น แล้วเหตุใดเ้าถึงไม่ทำตาม” เสียนกุ้ยเฟยขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ “เ้าทำให้ฉินจื่อฉิงรู้เจตนาของเราแล้ว ทีนี้เราคงจัดการเขาได้ยากแล้ว”
“กุ้ยเฟยคิดมากเกินไปแล้วเ้าค่ะ” ฉินผินพูดอย่างไม่สนใจ “เราเคยขอสมรสพระราชทานให้พวกเขา ครั้งนี้เราไปขอราชโองการอีกฉบับให้พวกเขาสองคนหย่ากันก็ได้แล้วไม่ใช่หรือ”
“แล้วเ้าจะบอกเหตุผลกับฝ่าาว่าอย่างไร”
“แม้ฝ่าาจะรู้ความจริงแล้วว่าเื่ที่ฉินจื่อฉิงเป็ดาวหายนะเป็เื่ที่ข้าแต่งขึ้น และเหตุร้ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นก็ไม่เกี่ยวกับเขา แต่ถึงอย่างนั้นฝ่าาก็ยังไม่ยอมคืนฐานะที่แท้จริงให้เขาอยู่ดีไม่ใช่หรือ ย่อมแสดงให้เห็นว่าฝ่าายังไม่ลบล้างความสงสัยในตัวฉินจื่อฉิงออกไปจนหมดเสียทีเดียว ระยะนี้เราคงใส่ร้ายว่าเขาเป็ตัวหายนะอีกไม่ได้จึงต้องพักเื่ของเขาไว้ก่อน แต่ถึงอย่างนั้นเรายังต้องอาศัยคำทำนายเพื่อสร้างความชอบธรรมให้เสียนอ๋อง เพราะผู้ที่จะขึ้นมาสืบทอดบัลลังก์ต้องเป็ผู้มีบุญญาธิการและสตรีที่อยู่เคียงข้างต้องช่วยค้ำจุนบัลลังก์ัได้ นี่ต่างหากคือสิ่งที่ฝ่าาอยากได้ยิน”
“ความหมายของเ้าคือ...” เสียนกุ้ยเฟยยังเดาไม่ออก
“หากจะใส่ร้ายว่าฉินจื่อฉิงเป็ดาวหายนะอีกครั้ง ฝ่าาคงสงสัยในการกระทำของเรา เช่นนั้นเราก็ต้องเปลี่ยนแผนด้วยการไปหานักพรตเต๋าที่น่าเชื่อถือให้มาช่วยทำนายดวงชะตาว่าเสียนอ๋องมีดาวัล้อมรอบและเหมาะสมที่จะเป็รัชทายาทมากที่สุด จากนั้นเราก็ให้นักพรตพูดถึงสตรีที่จะช่วยค้ำจุนบ้านเมืองเคียงคู่รัชทายาท เวลาตกฟากของซูหยุนหรานก็ไม่ได้หายากขนาดนั้นไม่ใช่หรือเ้าคะ” ฉินผินเล่าแผนการที่ตนเองคิดให้เสียนกุ้ยเฟยและเสียนอ๋องฟัง
“พูดถึงเื่นี้...” เสียนอ๋องยิ้มออกมาอย่างดีใจ “หากไม่ใช่นักพรตแต่เป็คำทำนายจากโหราจารย์ที่หอดูดาว ความน่าเชื่อถือจะมีมากกว่าหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
“เ้าคิดว่าโหราจารย์เถียนอู้จะยอมร่วมมือกับเราง่ายๆ หรือ ความคิดของตาแก่นั่นมีแค่ขาวกับดำ เป็ไปไม่ได้เลยที่เขาจะร่วมมือกับเราเพื่อแสดงละครหลอกทุกคน” เสียนกุ้ยเฟยส่ายหน้า
“ลูกรู้มาว่าเถียนอู้ผู้นี้มีบุตรสาวนอกสมรสอยู่คนหนึ่ง หากลูกให้คำมั่นกับเขาว่าลูกจะแต่งตั้งบุตรนอกสมรสของเขามาเป็ชายารอง เสด็จแม่ทั้งสองมีความเห็นว่าอย่างไร พวกท่านคิดว่าเถียนอู้จะยอมร่วมมือกับเราหรือไม่” เสียนอ๋องถาม
“หากสตรีผู้นั้นได้มาเป็ชายารองของเ้า ความเป็อยู่ของนางย่อมดีกว่าการใช้ชีวิตอย่างหลบๆ ซ่อนๆ ในฐานะบุตรนอกสมรสไปตลอดชีวิต” ฉินผินยิ้มให้เสียนอ๋อง “วิธีการของเ้า ข้าเห็นด้วย”
“แต่ข้าก็ยังไม่มั่นใจอยู่ดี” เสียนกุ้ยเฟยสีหน้าลังเล “ฝ่าาเคยช่วยชีวิตเถียนอู้ไว้ ข้าคิดว่าเถียนอู้คงไม่กล้าทำเื่หลอกลวงฝ่าาเป็แน่”
“เถียนอู้แอบมีสัมพันธ์กับสตรีอื่นจนให้กำเนิดลูกนอกสมรส ท่านยังคิดว่าเขาเป็คนดีมีคุณธรรมอยู่หรือเ้าคะ” ฉินผินพูดขึ้น
“หากเราไม่ลองก็จะไม่รู้ไม่ใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ” เสียนอ๋องพูดกับมารดา “เื่นี้ลูกจะสั่งให้คนไปจัดการ หากเถียนอู้ยอมทำตาม ลูกก็แค่รับชายารองเข้ามาในจวนเพิ่มอีกคนหนึ่ง แต่หากเขาไม่ยอมร่วมมือดีๆ ตำแหน่งโหราจารย์ที่ผู้คนต่างเคารพนับถือนี้เขาก็ไม่ต้องเป็มันแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“เ้าว่าอย่างไรนะ! ฉินผินสั่งให้เ้ากับหลานสะใภ้หย่ากัน” ผู้เฒ่าฉินพูดอย่างไม่พอใจ “นางเสียสติไปแล้วกระมัง มีแม่คนไหนไม่อยากเห็นลูกมีความสุขบ้าง ข้าต้องไปเตือนนางสักครั้ง หากนางไม่ฟัง ข้าจะไปทูลขอให้ฝ่าาปลดนางไปเป็สามัญชน ข้าก็อยากจะเห็นว่าเมื่อนางไม่ได้อยู่รับใช้ฝ่าาแล้วนางจะทำอย่างไร”
“ท่านตาไม่ต้องลำบากเพียงนั้นขอรับ” ฉินจื่อฉิงบอก
“ทำไมเล่า หรือว่าเ้าจะปล่อยให้นางมาทำลายความสุขของเ้ากับหลานสะใภ้” ผู้เฒ่าฉินมองหลานชายอย่างไม่เข้าใจ
“ที่ข้านำเื่นี้มาบอกไม่ได้หมายความว่าข้าอยากให้ท่านช่วยออกหน้า” ฉินจื่อฉิงยิ้ม “ข้าแค่อยากมาบอกให้ท่านทำใจไว้ล่วงหน้าว่าข้าจะไม่ปล่อยให้ฉินผินทำตามใจตนเองอีกแล้ว”
“เ้าจะจัดการกับนางอย่างไร” ผู้เฒ่าฉินถามหลานชาย
“ในเมื่อนางทำทุกอย่างเพื่อสนับสนุนเสียนอ๋องกับเสียนกุ้ยเฟย เช่นนั้นข้าก็จะดับความฝันของพวกเขาขอรับ”
“ข้าให้กำเนิดบุตรสาวโง่งมเช่นนี้มาได้อย่างไรกัน เมื่อก่อนเป็เพราะความอิจฉา นางถึงกับกล้าใส่ร้ายหาว่าเ้าเป็ดาวหายนะ ทำให้เ้าถูกคนทั้งเมืองรังเกียจ มาเวลานี้ยังเห็นบุตรของผู้อื่นสำคัญกว่าบุตรชายของตนเองอีก นางคิดจริงๆ หรือว่าหากสุ่ยหรงเสียนได้ขึ้นเป็รัชทายาท หรือแม้แต่ให้เขาได้ขึ้นเป็ฮ่องเต้ สุ่ยหรงเสียนผู้นั้นยังจะให้ความสำคัญกับนางอีก สองแม่ลูกคู่นั้นแค่เพียงหลอกใช้และคงจะกำจัดนางไปเมื่อพวกเขาบรรลุเป้าหมายแล้วเท่านั้น” ผู้เฒ่าฉินถอนหายใจ “ท่านแม่ของเ้าหลงผิดจนกลับตัวไม่ได้แล้ว เ้าจะจัดการอย่างไรก็ตามแต่เ้าเห็นสมควร แต่หากเ้าไว้ชีวิตนางได้ เ้าก็ไว้ชีวิตนางเถอะ อย่างไรบุตรก็ไม่ควรทำร้ายผู้ให้กำเนิดจนถึงชีวิต”
“ข้าก็ไม่คิดจะเอาชีวิตนางอยู่แล้วขอรับ แต่ข้าจะให้นางได้รับรู้ถึงการสูญเสียและไม่เหลืออะไรอีกแล้วในชีวิตนี้”
ผู้เฒ่าฉินมองหลานชายอย่างเห็นใจ หลานชายที่เกิดมาพร้อมพร์และความสามารถกลับถูกมารดายัดเยียดคำว่าหายนะจนทำให้ทุกคนมองเขาอย่างรังเกียจ และมีหลายต่อหลายครั้งที่หลานชายเกือบเอาชีวิตไม่รอดเพียงเพราะหลานชายเก่งกว่าเสียนอ๋อง ‘ลูกสาวผู้โง่เขลา เมื่อก่อนเ้ารักสามีจนอิจฉาบุตรก็แล้วไปเถอะ แต่ทำไมเ้าถึงจ้องที่จะเล่นงานจื่อฉิงอยู่ตลอดเวลา จนมาตอนนี้เ้ายังเห็นคนอื่นดีกว่าบุตรชายของตัวเอง เ้าไม่รู้หรือว่าเสียนอ๋องผู้นั้นจ้องจะเอาชีวิตจื่อฉิง หากครั้งนี้จื่อฉิงจัดการกับเ้าไม่ได้ เช่นนั้นข้าคนนี้จะเป็คนจัดการกับเ้าเอง’