**รายได้ทั้งหมดจากนิยายเื่นี้ในช่องทางนี้..นำไปมอบให้มูลนิธิที่ดูแลเด็กๆ ค่ะ**
“นัท! นัท!”
เ้าของเสียงเป็หญิงสาวร่างอวบขาวในชุดสูทกระโปรงเหนือเข่าสีน้ำเงินกรมท่าที่กำลังหันซ้ายแลขวาหาใครบางคนด้วยความร้อนใจ
“เหนื่อยแล้วนะ อยู่ไหนของเขาเนี่ย!”แม้สองขาล่ำจะอ่อนล้าจนแทบง้างไม่ออก หากสองตายังคงดำเนินหน้าที่ต่อเนื่อง
“ยังไงก็ต้องหาให้เจอ!”
ไม่ยอมแพ้ซะอย่าง
การหาใครสักคนในสถาบันสอนศิลปะการต่อสู้ที่มีชื่อเสียงติดอันดับแถวหน้าของเมืองไทยซึ่งตั้งอยู่บนเนื้อที่ราวไร่เศษๆ ในเขตกรุงเทพมหานครมากพอจะตกแต่งเป็สวนดอกไม้ที่มีไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาร่มครึ้มตลอดทางเดินส่วนหน้าทางด้านหลังถูกแบ่งพื้นที่ทำเรือนเพาะชำขนาดย่อมสำหรับแต่งเติมสวนด้านหน้า และบางส่วนเป็ที่พักคนงาน
คงยากสักหน่อย
ยิ่งถ้าคนๆ นั้นคือ ‘ผู้จัดการทั่วไป’ อย่าง ‘น.ส.นาตาลี’ ด้วยแล้ว คงต้องออกแรงมากเป็พิเศษเพราะเธอมีนิสัย‘อยู่ไม่ติดที่’ มุงานหนักจนเรียกได้ว่า‘บ้างานขึ้นสมอง’
คนหอบแฮกเริ่มมีความหวังขึ้นมาบ้างเมื่อเหลือบเห็นคนงานทำสวน
“ลุง! เห็นคุณนัทไหม” ทว่ายังไม่ทันได้คำตอบใดเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นทันควัน
“อยู่นี่หยาด มีอะไรจ๊ะ”คนฟังแทบหายเหนื่อยเป็ปลิดทิ้งเพราะนั่นราวกับเป็เสียงจาก์เลยทีเดียวส่วนเ้าของเสียงที่โผล่มาจากพุ่มไม้ใกล้ๆ แม้จะดูมอมแมมไปบ้าง แต่ไม่อาจปิดผิวขาวเนียนน่ามองได้มิดมือเรียวกำเสียมอันเล็กและกรรไกรตัดกิ่งไม้ค้างเติ่งรอฟัง
“คณะกองถ่ายมากันแล้วนะ..ดาราเพียบไล่ั้แ่คู่พระนางตัวอิจฉายันคนใช้เลย แต่ไอ้ที่เด็ดสุดๆ น่ะไม่พ้นพระเอกของเื่จ้ะ..หล่อออออออสุดๆ”นาตาลีทำหน้านิ่งเนือยเมื่อหยาดฟ้าร่ายมายาวเหยียด
“ฉันรู้แล้ว ละครเื่ดอกหญ้ากับทุ่งกุลาร้องไห้นั่นใช่ไหม”หยาดฟ้าเท้าเอวฉับ ทำหน้านิ่ว
“บ้า! ดอกหญ้ากับทุ่งหรรษาต่างหากย่ะ”
“อ่อออ..เรอะ เออนั่นแหละ”
“แล้วมัวช้าอยู่ทำไมล่ะรีบไปกันสิ” หยาดฟ้าเร่งยิก ทั้งปากทั้งมือช่วยกันแข็งขัน แต่อีกฝ่ายก็ขืนตัวต้านเต็มแรง
“ก็มีพี่ยุทธอยู่ทั้งคนแล้วนี่ จะให้ฉันไปทำอะไร”
“โหยยย! พี่ยุทธก็ส่วนพี่ยุทธสิ เธอเป็ผู้จัดการก็ต้องไปดูแลความเรียบร้อยหน้างานลืมหน้าที่หลักได้ไง” คราวนี้นาตาลีตวัดสองมือขึ้นเท้าเอวประชันเพิ่งรู้ว่าเพื่อนรักจอมตื้อคนนี้บัญญัติหน้าที่ต้อนรับคณะกองถ่ายที่ขอใช้สถานที่ถ่ายทำละคร‘เป็หน้าที่หลัก’ ของเธอไปแล้ว
“งั้นในฐานะผู้จัดการ ฉันขอสั่งให้เธอกลับไปทำงาน..เดี๋ยวนี้”
“โธ่! นัท ไปดูหน่อยเถอะ นะ นะ”
“No!” คนไม่ละความพยายามถึงกับต้องงัดไม้ตายออกมาใช้
“งั้นในฐานะที่เราเป็เพื่อนกันั้แ่เด็ก สนิทกันม๊ากมากจนแฟนพันธุ์โคตรแท้ที่ว่าแน่ยังเรียกพี่ฉันขอให้เธอไปกับฉันเดี๋ยวนี้!” คนฟังเหล่มองอย่างรู้ทัน ก็ที่ถูกรบเร้าอยู่เหยงๆเนี่ยคงเพราะโรคบ้าดาราของเ้าหล่อนกำเริบอีกตามเคย
หยาดฟ้ายิ้มกริ่มเมื่ออีกฝ่ายไร้ข้อโต้แย้ง เสมือนเ้าหล่อนได้รับชัยชนะของคนทั้งโลกมาไว้ในกำมือ
“ขอบใจนะจ๊ะเพื่อน” นาตาลีขึงตาโต
นั่น! เออออเองอีกต่างหาก
แต่จะตามใจมากก็กระไรอยู่ รีบยกข้อมือดูเวลา แล้วรีบเปลี่ยนเื่เอาดื้อๆ
“ยัยเจนล่ะ..อย่าบอกนะว่ายังไม่มา นี่มันจะเก้าโมงแล้ว ขืนสายบ่อยๆ แม่จะหักเงินเดือนซะเลย”
“นั่นสิ จะเก้าโมงแล้ว โอมยังไม่มาเลย เขารอแต่พระเอกนี่แหละ” คนฟังปรายตาเคือง
“ฉันพูดถึงเจนย่ะ ไม่ใช่พ่อโอมพระเอกนั่น แล้วฝ่ายบัญชีอย่างเธอมายุ่งอะไรแถวนี้ห๊า! ปล่อยให้ทางประชาสัมพันธ์เขาโน่น ไปทำงานได้แล้ว” หยาดฟ้าหน้าคว่ำทันตาเห็นเหมือนเด็กถูกขัดใจไม่มีผิด
“นี่แหละประเด็น ถึงได้แบกหน้ามาอาศัยบารมีเธอไง จะได้ช่วยปิดปากไอ้พวกตาร้อนที่ชอบใส่ไฟมั่วๆหาว่าฉันอู้งาน แหม! นิดๆ หน่อยๆ แค่ดูดารา ใครเขาก็ชอบกันทั้งนั้น”
“ก็จริง แต่เลือกชอบเป็บางคนก็ได้จ้ะ นี่อะไร๊เล่นรับไว้ในอ้อมใจทุกคน เดี๋ยวได้อกแตกตายกันพอดี”
“ใช่!” เจนจิราจอมสายโผล่มาสนับสนุนเสียงลั่น หยาดฟ้ารีบปรี่มาแซว
“อายุยืนจัง กำลังนินทาหล่อนอยู่” คนมาใหม่ยกนิ้วชี้ขึ้นปาดจมูกไปมา
“ถึงว่าคันยิกๆ เม้ามอยฉันแต่เช้านี่เอง..แม่บ้าดาราจับฉ่าย” พูดจบก็ฉีกหน้ายิ้มมาหาอีกคน“ว่าแต่ทั้งหมดทั้งมวลเนี่ยผู้จัดการจะอนุญาตไหมเอ่ย” นาตาลีระบายลมหายใจเฮือกจะว่าไปแล้วก็พอกันทั้งคู่นั่นแหละ คนอ่อนใจหมุนตัวไปเก็บอุปกรณ์ทำสวนพลางส่งเสียงค่อนแคะ
“มาเสียเวลาขอฉันทำไมกันนะ ห้ามพวกเธอได้เรอะ” เห็นจะจริงดังว่าเพราะพอหันกลับมาอีกทีก็พากันหายจ้อยไปหมด
ให้มันได้อย่างนี้สิ
“จริงๆ เล้ยยัยพวกนี้!”
สามสาวหลากสไตล์กลุ่มนี้คบหากันมาเหนียวแน่นั้แ่สมัยมัธยมถ้าพูดถึงลูกคุณหนูที่พกเงินถุงเงินถังมาแต่กำเนิดก็ต้องยกให้ ‘เจนจิรา’ แม้จะเรียนจบปริญญาตรีแล้ว แต่ก็ยังทำตัวลอยชายเอ..หรือจะเรียกว่าลอยหญิงดี และไอ้ที่เ้าหล่อนยอมทำงานเป็ฝ่ายส่งเสริมการตลาดในสถาบันแห่งนี้ก็เพราะเห็นแก่นาตาลีที่ขอร้องให้เลิกใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยไปวันๆสักที
ส่วนคนที่เงินไม่หนาแต่ร่ำรวยอารมณ์ขันเห็นจะไม่พ้น ‘หยาดฟ้า’ แถมเ้าหล่อนยังเป็ตัว(เชียร์)หลักในเื่‘กิน’ และ ‘เที่ยว’อย่างเป็ทางการอีกด้วย และสาวมั่นผู้เป็ขวัญใจและที่รักของเพื่อนฝูงมาโดยตลอดจะเป็ใครไปไม่ได้นอกจาก ‘นาตาลี’
สามคน สามชีวิตแตกต่างกันไปแต่กลับมีหัวใจแห่งมิตรภาพเป็หนึ่งเดียว ‘ความต่าง’ ของฐานะและพื้นฐานครอบครัวไม่เป็อุปสรรคสำหรับความเป็เพื่อน
“เดี๋ยวลุงจัดการต่อให้นัทด้วยนะ” นาตาลียื่นอุปกรณ์ส่งให้ลุงคนงานที่ยืนยิ้มกริ่มอยู่ไม่ห่างแล้วปัดเศษผงเศษดินตามเสื้อผ้าพัลวัน
“จะไปดูดาราเหมือนกันหรือครับคุณนัท” มือเล็กๆ ชะงักค้างทันใด
“โธ่! ลุงล่ะก็”
สถาบันแห่งนี้ได้รับการติดต่อขอใช้สถานที่ถ่ายทำละครั้แ่สองสัปดาห์ก่อนซึ่ง ‘ยงยุทธ’เ้าของสถาบัน พี่ชายต่างมารดาของนาตาลี ตอบรับด้วยความยินดี ‘เธอ’ ในฐานะผู้จัดการทั่วไปเหมือนตกกระไดพลอยโจนต้องคอยอำนวยความสะดวกไปโดยปริยาย
“นัท ทางนี้” ยงยุทธร้องทักเมื่อเห็นน้องสาวคนเก่งเดินมาแต่ไกลแนะนำกันยังไม่ทันเสร็จสรรพดีเสียงแหลมปี๊ดของผู้ช่วยผู้กำกับก็ดังขึ้น
“ต๊ายตาย! น้องสาวคุณยุทธสวยกว่านางเอกของดั้นอีกนะฮ้าเนี่ย”พลันกรีดนิ้วเรียงสวยแนบปาก(เสีย)แน่น พลางเหล่ซ้ายมองขวาอย่างเพิ่งรู้ว่าลืมตัว
โชคดีที่คนถูกลดความสวยให้เป็รองไม่ได้ยิน
เพราะในละครพวกหล่อนคือนางเอก แต่ชีวิตจริงน่ะ..อย่าให้พูดดีกว่า
นาตาลีย่นหน้า รัวมือยิก “อย่าเปรียบเทียบอย่างนั้นเลยค่ะคนละอาชีพกัน”
ร้อนถึงผู้กำกับผิวเข้มช่วยชี้แจง“เขาเป็โรคตาถึงเฉพาะกับคนสวยน่ะลองการันตีแบบนี้นะรับรอง..ไม่พลาด” คนถูกชมน่ะไม่เท่าไหร่แต่คนเป็พี่ชายนี่สิ..ยิ้มแก้มแทบปริ
“ก็มันจริงนะฮ้า อันนี้ดั้นมิได้เยินยอหรือล้อเล่นแต่อย่างใด นี่ขนาดไม่ได้แต่งหน้านะยังดูดีเลยถ้าได้ลงแป้งนิด ลิปสติกหน่อย เลิศฮ่ะขอบอก สนใจมาเป็นางเอกให้ดั้นมะ”
นั่น! เอาแล้วไง
นาตาลีทำหน้าเหมือนถูกกรอกยาพิษ
“อย่าดีกว่ามังครับ คงได้ตัวป่วนมากกว่าจะได้นางเอกใหม่” ยงยุทธช่วยตัดบทให้คนเป็น้องได้โล่งอก ก่อนจะแยกตัวพาผู้กำกับไปดูบริเวณโดยรอบ
หยาดฟ้ากับเจนจิราจึงได้โอกาสเข้ามาเสียบแทน ช่วยเพิ่มความครื้นเครงให้วงสนทนา
“อันที่จริงนะฮ้าคุณน้องๆ ทางดั้นอยากได้คุณเนเรลมาเป็พระเอก แต่เขาดันไม่ว่างBusy มากๆ เื่ต่อโท หล่อแล้วยังหัวดีไม่มีใครเกินจริงนะพ่อคุณวุ้ย! พูดแล้วยังเสียด๊ายเสียดายไม่หาย”
ท่าทางยิบหูยิบตาบวกจริตพราวของคุณผู้ช่วยฯ ก็ทำให้ทุกคำสนทนาน่าฟังเป็ทุนเดิมอยู่แล้วยิ่งเพิ่มแบบทบต้นทบดอกเข้าไปอีกเมื่อพูดถึง ‘เนเรล’
หยาดฟ้ากับเจนจิราถึงกับตาโต
“เนเรล นเรนทร์ แอนเดลสัน นายแบบลูกครึ่งชื่อดังบ้านเราใช่ไหมคะ”
“นั่นล่ะฮ่ะคุณน้อง แล้วใช่ว่าจะสุดฮอตแค่ในบ้านเราเท่านั้นนะเขาฉายแววไปถึงเมืองนอกโน่นละ ไม่งั้นวันนี้พวกเราต้องได้เห็นเขาตัวเป็ๆที่นี่อย่างแน่นอน”
ถ้อยคำมาดมั่นนั้นทำคนฟังแทบอ่อนระทวยด้วยความเสียดาย
“เอาล่ะ! ดั้นขอตัวทำงานก่อนนะ ดูสิ! ผู้กำกับเริ่มตาเขียวปั๊ดละขืนยืนฝอยนานเดี๋ยวแกจะแปลงร่างเป็สัตว์ประหลาดซะก่อน” ส่งผลให้นาตาลีได้ทีหันขวับมาปรายสายตาพิฆาตใส่เพื่อนๆ
“แล้วเธอสองคนอยากเห็นฉันเป็อย่างนั้นด้วยหรือเปล่า” หยาดฟ้าทำหน้าแขยง
“ยี้! ไม่ล่ะ ไป! ยัยเจนทำงาน”
“ก็กำลังจะไปอยู่นี่ไง เร่งอยู่ได้” นาตาลีลอบอมยิ้มทั้งที่วางท่าขรึมจัดเธอจำเป็ต้องแยกให้ออกระหว่าง เพื่อน กับ งาน มิฉะนั้นจะเสียระบบ
ต้องให้คอยกระตุ้นกันอยู่เรื่อย
“เอ้อ!เพิ่งนึกได้” เจนจิราเอี้ยวตัวมาท้วงขณะถูกหยาดฟ้าลากดึงนาตาลีเลิกคิ้วเป็เชิงถามว่ามีอะไร และนั่นก็ทำให้หยาดฟ้าพลอยเงี่ยหูรอฟัง
“คุณป้าใส ให้มาชวนไปชิมขนมเค้กสูตรใหม่วันพรุ่งนี้ เสร็จแล้วพวกเราก็ไปขี่ม้ากันต่อโอเคป่ะ?” นาตาลีนิ่ง ลังเล
“ไปเหอะนัท เราไม่ได้เจอคุณป้าตั้งนานแล้วนะใจคอเธอจะกบดานอยู่แต่ในนี้หรือไงห๊า ออกไปเปิดหูเปิดตาบ้างสิ” หยาดฟ้ารีบทำหน้าที่กองหนุนทันควันเพราะถ้าเป็เื่ ‘กิน’ กับ ‘เที่ยว’ เ้าหล่อนไม่มีขัด
“นั่นสิ สงสัยต้องไปต่อว่าพี่ยุทธซะหน่อยละใช้งานน้องสาวหนักเกินไปหรือเปล่า”
นาตาลีถลึงตาพร้อมยกมะเหงกตั้งรอ
“น้อยๆ หน่อยพวกเธอ เกี่ยวอะไรกับพี่ฉันยะ”เท่านั้นเอง สองเพื่อนสาวก็พากันหัวเราะชอบใจเพราะแกล้งแหย่คนรักพี่ชายสำเร็จและที่ได้ตามมาอีกก็คือ
“ก็ได้ๆ จริงๆ ฉันเองก็คิดถึงท่านอยู่เหมือนกัน”