“ฉันไม่ผิดนะ”
“เื่ทั้งหมดนี้มันเป็เพราะเธอคนเดียว”
“เพราะเธอคนเดียวนลิน...”
หญิงสาวสะดุ้งตื่นในเวลากลางดึกร่างกายเธอชื้นเหงื่อเต็มไปทั้งร่างกายราวกับเพิ่งได้ไปออกกำลังกายมา
ปากกระจับหอบหายใจอย่างรุนแรงราวกับเมื่อครู่โดนบีบคอจนหายไม่ออก
คีตาหันไปมองข้างๆก็พบว่าคนเป็สามีที่ควรจะนอนอยู่ข้างๆกันในตอนนี้กับว่างเปล่า
ไม่สิ สามีของเธอไปติดต่องานที่ต่างประเทศั้แ่เมื่ออาทิตย์ก่อนและตอนนี้ก็ยังไม่ถึงเวลากลับ
คีตาตัดสินใจลุกจากเตียงเพื่อจะไปหาน้ำกินเพราะคิดว่าคงจะหลับต่อไม่ได้ไปอีกสักพักนึง
เธอฝันถึงเื่นั้น...ทั้งที่ๆมันก็ผ่านไปนานแล้วแท้ๆ
จนวันนี้ที่เธอได้พบคุณทิชาและแหวนวงนั้น แสดงให้เห็นว่ามันไม่ได้หายไปไหน
เธอแค่ลืมมันไปเฉยๆ แต่ตราบาปยังติดตราตรึงอยู่ในตัวของเธอมาตลอด
เพราะวัยที่เด็กทั้งอายุและความคิดทำให้เธอตัดสินใจทำสิ่งที่เลวร้ายกับคนที่ชื่อได้ว่าเพื่อนสนิท
ในเวลานั้นเด็กอย่างเธอถูกป้ายไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย โกรธ อิจฉา เสียใจ และอื่นๆอีกมากมาย
แน่นอนว่ามันต้องไม่ใช่ความรู้สึกที่ดีมากนักถึงทำให้เธอกล้าทำสิ่งที่เลวทรามขนาดนั้น
แต่ไม่ว่าอะไรที่ทำลายลงไปแล้วมันไม่สามารถย้อนคืนกลับมาได้ โดยเฉพาะชีวิตคน...
มือเรียวเปิดอัลบั้มรูปภาพที่เคยถ่ายไว้เมื่อหลายปีก่อนภาพวันรวมรุ่นวันจบการศึกษา
มันมีรูปเพื่อนๆครบทุกคนยกเว้นหนึ่งคนที่เป็เพื่อนสนิทของเธอ
นลิน....นักร้องดาวเด่นของโรงเรียนใช่เราเคยเป็เพื่อนสนิทกันมาก
เพราะย้ายมาจากต่างจังหวัดบวกกับความขี้อายทำให้เธอไม่ค่อยมีเพื่อนมากนัก
แต่นลินกลับเป็คนแรกที่เข้ามาทักทายเธอ และด้วยความเข้ากันได้หลายๆอย่างทำให้เราเป็เพื่อนสนิทกันได้อย่างไม่ยากนัก
แต่นลินเป็ที่รู้จักมากเกินไปทำให้คนอื่นๆไม่ค่อยจะสนใจเธอซะเท่าไหร่
ก็แน่สินลินทั้งหน้าตาดีแถมยังเป็นักร้องของโรงเรียนอีกต่างหากใครๆก็ต้องสนใจนลินอยู่แล้ว
รวมถึงผู้ชายคนนั้น...
นักเรียนชายรุ่นน้องที่คีตาปลื้มนักปลื้มหนาเขาเข้าหาเธอเพียงพื่อให้เธอเป็ทางผ่านไปหานลิน
แถมยัยนั่นยังไม่ปฏิเสธอีกด้วย !
คีตากำมือแน่นเมื่อนึกถึงภาพที่ชายหญิงสองคนคุยหัวเราะคิกคักกันอย่างชื่นบานโดยไม่สนใจเธอที่นั่งอยู่ด้วยกันสักนิด
ก่อนวันจบการศึกษาเธอชวนนลินไปร้านกลางคืนเพื่อฉลองเรียนจบมัธยมกับกลุ่มเพื่อนในห้อง
ผู้หญิงแบบนั้นน่ะ ถ้าชอบผู้ชายขนาดนั้นต้องให้ไปอยู่ในที่ๆมีผู้ชายเยอะๆสิจริงไหม
เธอยังจำสีหน้าของเพื่อนสนิทในวันนั้นได้ดีเธอแค่แอบใส่ยานอนหลับให้เพื่อนเล็กน้อย
และแอบกลับออกมาโดยที่ปล่อยให้นลินนอนอยู่ท่ามกลางกลุ่มผู้ชาย
หลังจากวันนั้นเธอก็ไม่ได้เจอนลินอีกเลยนลินหายไปแบบที่ไม่มีใครสามารถหาเจอ
พ่อแม่ของเธอดูเป็เดือดเป็ร้อนมากที่ลูกสาวที่แสนดีเด่นของตัวเองหายตัวไป
แน่ล่ะลองเป็เธอที่หายไปพ่อแม่เธอคงจะไม่รู้สึกอะไรหรอกมั้ง
เมื่อตำรวจสืบสาวไปเรื่อยๆจนได้รู้ว่านลินโดนจับไปขายที่สถานที่แบบนั้น
หัวใจของคนเป็พ่อแม่แทบสลายแต่ก็ยังหาตัวนลินไม่เจอคาดว่าเ้าตัวอาจจะหนีออกไปก่อนที่ตำรวจจะมาหรือไม่ก็ตายไปแล้ว...
คีตายอมรับว่าเมื่อได้รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นกับนลินหลังจากคืนนั้นแล้วเธอเสียใจมาก
เธอไม่ได้ตั้งใจให้เื่มันบานปลายไปขนาดนี้สักนิดแค่อยากจะสั่งสอนให้หราบจำแค่นั้นเอง
จากความเสียใจมันค่อยกลายเปลี่ยนเป็ความกลัว
ถ้าคนอื่นรู้ว่าเธอเป็ต้นเหตุทำให้นลินต้องหายไปล่ะ เธอจะโดนตำรวจจับไหมหรือถ้านลินตายไปแล้วจริงๆ...
คีตาส่ายหัวเล็กน้อยคนตายไปแล้วจะมาทำอะไรเธอได้อีกจริงไหมล่ะ
ที่เธอเจอแหวนและคุณทิชาเมื่อวันก่อนอาจจะเป็แค่เื่บังเอิญ อีกอย่างเธอก็ชดเชยในสิ่งที่เธอทำไปแล้ว...
“เห็นไหมนลินฉันชดใช้ให้เธอไปแล้วนะ”
“...”
“เธอควรจะเลิกยุ่งกับฉันได้แล้วสิจริงไหม?”
คีตาพูดเบาๆกับรูปภาพที่เธอกับนลินถ่ายด้วยกันเมื่อตอนสมัยมัธยมก่อนที่จะเดินกลับไปล้มตัวนอนบนเตียงเหมือนเดิม
เธอเลยไม่ได้สังเกตเห็นใบหน้าของนลินในรูปที่ยังยิ้มอยู่แต่กลับมีน้ำตาไหลออกมา...
ทางด้านของทิชาที่กำลังนั่งทำงานอยู่ที่เดิมแต่สมองยังคิดไม่ตกเื่คุณคีตาและคุณนลิน
เด็กผู้ชายที่เป็ลูกของคุณคีตากับเด็กที่อยู่กับคุณนลิน ทำไมถึงได้หน้าเหมือนกัน ?
ยังมีอะไรที่เธอยังไม่รู้อีกหรือเปล่านะแล้วเธอจะสามารถถามใครได้บ้างล่ะ
ทิชาเป่าลมออกจากปากอย่างหมดหนทาง เธอรู้สึกว่าสมองน้อยๆของเธอตื้อไปหมด
ไม่กี่นาทีต่อมาคนที่อยู่ในความคิดเธอก็โผล่มาให้เห็นกันทันที
“พี่สาว...ผมขอกุญแจห้องหน่อยครับ...”
เด็กคนนั้น...คนที่หน้าตาเหมือนกับลูกชายคุณคีตา
รู้สึกดีขึ้นนิดหน่อยที่เขาไม่ได้เดินถือหัวมาเหมือนคราวก่อน ทำไมวันนี้ถึงมาคนเดียวล่ะ...เธอสามารถถามได้ไหมนะ?
แต่การที่เธอได้คุยกับคุณนลินมาแล้วครั้งนึงไม่ได้หมายความว่าเธอจะสามารถคุยกับผีตัวอื่นได้นี่นะ
“วันนี้พี่นลินไม่มาด้วยครับ...ผมมาคนเดียว”
ราวกับได้ยินเสียงความคิดเธอเด็กคนนั้นตอบออกมาโดยที่เธอยังไม่ได้ถามอะไรออกไป
เดี๋ยวนะ...
จู่ๆเธอก็นึกถึงคำที่คุณพราวฟ้าเคยบอกเธอไว้ว่าเธอสามารถคุยกับผีที่ผ่านทางการเขียนได้
คิดได้อย่างนั้นแล้วหญิงสาวรีบเดินไปหากระดาษเพื่อที่จะติดต่อกับเด็กคนนี้
“เธอเป็ใคร?”
ทิชาเขียนคำถามลงไปในกระดาษก่อนจะส่งไปทางช่องว่างใต้กระจก
“ผม...ไม่มีชื่อ...แต่พี่นลินเรียกผมว่าดีน...”
ทิชาเบิกตาโพลงดีนงั้นหรอ...นั่นชื่อเดียวกันกับลูกของคุณคีตาเลยไม่ใช่หรือไง
คุณนลินคิดจะทำอะไรกันแน่?
ทิชาเขียนคำถามลงในกระดาษอีกครั้ง
“เธอมาจากไหน?”
เด็กคนนั้นอ่านแล้วเงียบไปครู่หนึ่งราวกับพยายามคิดหาคำตอบมันคงจะน่าขนลุกกว่าเก่ามากๆถ้าเด็กคนนี้ไม่รู้ว่าตัวเองมาจากไหน
“ผม...มาจาก...ผมไม่รู้...ผมตื่นขึ้นมาก็เห็นพี่นลินเป็คนแรก..พี่นลินบอกว่าผมตายแล้ว...แต่ผมไม่รู้เลยว่า...ผมเคยมีชีวิตตอนไหน...”
เด็กชายพูดเสียงเนือยแถมหน้าตาของเขาก็ขาวซีดไม่ต่างอะไรไปกับซอมบี้เดินได้
ยิ่งเขาตอบคำถามเธอยิ่งไม่เข้าใจ หมายความว่าอย่างไรที่เขาบอกว่าไม่รู้ว่าตัวเองมีชีวิตตอนไหน?
เขาเป็ผีประเภทที่ตายแบบไม่รู้ตัวอย่างนั้นหรือ ? ผีตายโหงอะไรแบบนั้นน่ะ
ทิชายืนนิ่งอยู่นานเพราะไม่รู้ว่าควรจะถามอะไรต่อสิ่งที่เขาตอบมาทำให้เธอเต็มไปด้วยคำถามก็จริงอยู่ แต่เธอถามต่อไม่ถูกเลยแฮะ...
เธอควรจะถามเขาว่ากินข้าวแล้วยังดีไหมนะ?
“ผมขอกุญด้วยครับ...”
ทิชาสะดุ้งเล็กน้อยเธอลืมไปแล้วว่าตอนนี้เธอยังต้องทำงานอยู่
หญิงสาวหยิบกุญแจและใบจองห้องให้เด็กผู้ชายก่อนที่เขาจะเดินหายไป
หลังจากเลิกงานทิชารีบต่อสายหาคุณปู่ทันทีโดยไม่สนใจว่าเวลานี้คุณปู่อาจจะกำลังยุ่งอยู่หรือเปล่า
ชีวิตหลานสาวต้องสำคัญกว่าทุกเื่สิ ทันทีที่คุณปู่รับสายคนเป็หลานสาวรีบเล่าเื่ที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้คุณปู่ฟังทันที
“หลานมั่นใจแน่แล้วใช่ไหมว่าผีตัวนั้นจะไม่ผิดสัญญา”
อึ่ก...คำถามนี้ทำให้เธอแทบกลั้นหายใจ
นั่นสิ...เธอมั่นใจขนาดไหนกันนะ
“หนูมั่นใจว่าคุณนลินจะไม่ผิดสัญญาค่ะ”
“ถ้าหลานมั่นใจปู่ก็ไม่ว่าอะไร แต่อย่าลืมว่าเื่แบบนี้มันอันตรายมากถ้าหลานพลาดแม้แต่ก้าวเดียวหลานอาจจะตายได้เลยจริงๆนะทิชา”
คนเป็ปู่พูดด้วยความเป็ห่วงหลานสาวของเธอไม่ควรจะต้องมาเจออะไรแบบนี้เลยด้วยซ้ำ
“หนูจะระวังตัวค่ะ”
“เอ่อ...คุณปู่คะเด็กผู้ชายคนนั้น...”
“จากที่ฟังดูแล้วปู่คิดว่าสิ่งที่หลานคิดอาจจะเป็ไปได้ผีตัวนั้นอาจจะคิดที่จะทำอะไรบางอย่างอยู่ และอาจจะเริ่มทำมานานแล้วด้วยซ้ำ”
ได้ยินอย่างนั้นทิชาก็เริ่มเป็กังวลใจ
“หนู...คิดถูกแล้วใช่ไหมคะที่รับปากว่าจะช่วยคุณนลิน”
อีกฝ่ายเงียบไปครู่หนึ่งถ้าคุณนลินคิดจะทำอะไรที่มันร้ายแรงมากๆเธอก็ไม่อยาก
จะมีส่วนร่วมในการทำเื่แบบนั้นด้วยหรอกนะ
“หลานรับปากไปแล้วไม่ว่าหลานจะชอบใจหรือไม่ชอบใจหลานก็ต้องทำ
ไม่งั้นหลานอาจจะมีอันตรายคำสัญญาจะผูกมัดอยู่ที่ตัวหลาน”
หญิงสาวมองกุหลาบที่ปรากฏอยู่บนฝ่ามือเธอเพื่อเป็ตัวแทนของคำสัญญาที่เธอให้ไว้กับคุณนลิน
ถ้าเธอไม่ทำหรือคิดจะปอดแหกขึ้นมาตอนนี้นอกจากจะต้องเป็ผีอยู่ในบริษัทนี้ตลอดไป
เธออาจจะต้องตกไปเป็ทาส..เอ่อทาสของคุณนลินอีกด้วย
“ทิชา...ผู้หญิงคนนั้นล่ะ”
“คะ? ผู้หญิงคนไหนคุณพราวฟ้าน่ะหรอคะ”
“ใช่ หลานรู้สึกกับเขาแบบไหน”
ทิชาอ้าปากค้างไปหลายวินาทีใบหน้าแดงเห่อกับสิ่งที่คุณปู่ถาม นี่คุณปู่หมายความว่าไงกันคะหลานต้องรู้สึกกับเขาแบบไหนกันล่ะคะ !
“คุณปู่คะ!!ฟ้าเป็แค่เพื่อนร่วมงาน!! ”
เธอได้ยินเสียงหัวเราะเล็กน้อยจากปลายสายมันยิ่งทำให้เธอหงุดหงิดใจเข้าไปอีก คุณปู่คิดบ้าอะไรอยู่เนี่ย
“ปู่ก็แค่ถามเฉยๆหลานจะหงุดหงิดอะไรกัน?”
“คุณปู่คะ!!”
“ปู่แค่อยากจะบอกว่าปู่เป็ห่วงหลานมากนะทิชาปู่แค่รู้สึกเบาใจขึ้นมาหน่อยที่มีคนอยู่ข้างๆหลานในเวลาแบบนี้”
“คุณปู่ไม่ต้องเป็ห่วงหนูหรอกค่ะ...ฟ้าเขาก็...ช่วยหนูได้เยอะเลยค่ะ”
“ก็ดีแล้ว”
ทิชาวางสายจากคุณปู่ด้วยใจที่หงุดหงิดเล็กน้อยให้ตายสิคุณปู่นี่พูดบ้าอะไรก็ไม่รู้
แค่เป็ห่วงเธอถึงกับต้องลากคุณพราวฟ้าเขามาด้วยหรือไงกัน
หญิงสาวบ่นอุบอิบในใจก่อนที่มือถือจะสั่นแจ้งเตือน
มีคนส่งข้อความเข้ามาคงจะไม่พ้นคนที่เพิ่งเป็หัวข้อบทสนทนาของเธอและปู่เมื่อกี้หรอก
ทิชาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นปลดล็อกเพื่อดูข้อความที่คุณพราวฟ้าส่งมา
ทันทีที่อ่านตัวอักษรนั้นหญิงสาวเบิกตาโพลงด้วยความใ
“นี่มันเป็เื่จริงหรอเนี่ย!!”