มีคำกล่าวว่า-ช่องว่างของนิ้วมือมีอยู่เพื่อ‘รับรู้’ถึงอีกตัวตนที่ได้กุมประสานกันไว้-
.
“ขอบคุณที่มาส่งนะคะ พี่แซน!”...เหมือนอย่างตอนนี้ที่ฝ่ามือกอบกุมมือเล็กของเด็กน้อยไว้หลอมๆเพื่อรับรู้ว่าชีวิตน้อยอยู่ในสถานที่อันปลอดภัยแล้ว
“ไม่เป็ไรแต่วันหลังห้ามไปเดินที่ทะเลคนเดียวนะ ดาหลา มันอันตราย”
“อื้ม! เข้าใจแล้วค่ะ บะบ๊ายน้า~”ร่างเล็กใต้ชุดกระโปรงฟูฟ่องโบกมือลาผสานสองขาก้าวกลับเข้าตัวบ้านเรียกให้เขายกมือขึ้นลาตอบหวนนึกถึงภาพน้องดาหลาลูกสาวของคุณป้าร้านน้ำแข็งใสที่เดินลัดเลาะแถวแนวโขดหินก็ยิ่งหวาดเสียวกับอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นแต่นับเป็โชคดีที่เขาเห็นก่อนจึงพามาส่งบ้านอย่างปลอดภัย..ท่ามกลางเสียงวิจารณ์บนลาดไหล่เ้าเดิม
[แปลกดีที่เ้าหน้านิ่งเป็เสานิ่งแต่เด็กไม่ยักกลัว? หลอกล่อสินะ...ซู้ด~]
“เห็นฉันเป็แก๊งค์ลักเด็กรึไง?ว่าแต่วันนี้นายกินมะพร้าวไปกี่ลูกแล้ว–...”
‘..........?’
“.........”กระพริบตาปริบๆพร้อมปากที่กำลังเถียงกับภูตจอมแสบหุบลงทันควันเมื่อร่างเพรียวของซีเดินมาเห็นพอดิบพอดีซึ่งมันเป็แบบนี้แทบทุกครั้งที่สาวเ้ามักจะมาเห็นท่าทีเบลอๆเด๋อๆของเขาทั้งๆที่ใจจริงอยากเก็กหล่อให้ดูภูมิฐาน...แต่สุดท้ายก็จบที่อาการเก้ๆกังๆของเขาและประโยคบนหน้าจอของหญิงสาวที่ถูกยื่นมา
‘ฉันคงไม่ได้มาขัดตอนคุณคุยกับแม่ซื้อนะ’
[บอกเธอสิว่าฉันเป็ผู้ชาย ต้องเรียก‘พ่อซื้อ’–โอ๊ย!?มันเจ็บนะ! ]
“มันใช่เื่ไหมล่ะ!...”เอ่ยคาดโทษเ้าตัวแสบในใจพลางยกมือขึ้นขยี้หัวภูตจอมกวนไม่รู้เวล่ำเวลาซึ่งในสายตาหญิงสาวก็คงเห็นเป็แค่การนวดไหล่ปกติก่อนเขาจะหัวเราะแห้งๆและเอ่ยคำตอบแบบเดิมที่...
“เื่แม่ซื้อไม่มีหรอกครับผมคุยกับตัวเองน่ะ แฮะๆ”
ไม่เนียนสักนิด แต่จะให้พูดได้ยังไงว่า–เฮ! ผมพูดกับภูตตัวเท่าไม้บรรทัดบนไหล่ครับ
ป้าย ‘คนบ้า’ แปะหน้าผากพอดี
“เอาเป็ว่า!ไปกันเลยไหมครับ? วันนี้คุณซีจะเก็บพวกของป่าเดี๋ยวจะมืดซะก่อน”
‘ โอเคค่ะ วันนี้ก็รบกวนด้วยนะ ’
…ประโยครูปแบบเดิมส่งกลับมาพร้อมกระเป๋าสานใบโตนับเป็กิจวัตรเกือบประจำวันหลังจากการช่วยเก็บเปลือกหอยเมื่อสองอาทิตย์ก่อนเขาก็ได้มีโอกาสกลับมาเป็ผู้ช่วยเก็บวัตถุดิบทำสีน้ำให้คุณซีอีกเรื่อยๆระยะเวลาก็เกือบสองอาทิตย์ที่ได้สะพายกล้องหาไอเดียงานประกวดและรับหน้าที่ถือเป้อุปกรณ์เดินตามร่างระหงส์ไปตามสถานที่ต่างๆทั้งสวนดอกไม้ในโฮมสเตย์หาดทรายแถวโชดหินและวันนี้ที่มีเป้าหมายเป็ดินแร่กลางป่าอันอุดมสมบูรณ์เพื่อนำมาสกัดเป็สีน้ำตาลดินแดงห้วงเวลาไหลผ่านไปเคล้าเสียงธรรมชาติและเสียงของเขากับจังหวะกดแป้นพิมพ์สลับแลกเปลี่ยนจนกระทั่งวัตถุดิบพิเศษถูกเก็บเกี่ยวครบถ้วนสถานที่กลางป่าใหญ่จึงย้ายกลับมาที่สตูดิโอบ้านดินของหญิงสาวที่ตอนนี้พวกเขาทั้งคู่กำลังนั่งพักเหนื่อย...
และเป็เวลาที่เหมาะสำหรับการมอบของพิเศษที่เขานำติดตัวมาด้วย‘โพลาลอยด์ใบเล็ก’ ที่อัดแน่นด้วยความตั้งใจ
“คุณซี ผมให้ครับ”
‘…….?’เรียวมือสวยยื่นมาหยิบพลางเอียงคอมองตอบอย่างสงสัยคำอธิบายถึงที่มาที่ไปของสิ่งพิเศษนี้จึงถูกเอ่ยขึ้นให้กระจ่างขึ้น
“่เช้าผมไปรับของทะเลจากลุงๆชาวประมงมาให้ยูมีร์น่ะครับแล้วเห็นเปลือกหอยในน้ำมันแปลกตาดีก็เลยอยากเอามาให้คุณเป็ของตอบแทนเปลือกหอยนางฟ้าเมื่อสองอาทิตย์ก่อนที่คุณให้น่ะ”
“แต่น่าเสียดายที่มันอยู่ในทะเลเลยหยิบมาให้คุณไม่ได้ ผมไม่อยากทำลายธรรมชาติน่ะก็เลยถ่ายโพลาลอยด์มาให้คุณแทน...”เอ่ยเล่าเหตุการณ์ยามเช้าเป็ลำดับตามที่เจอท่ามกลางสายตาคมเฉี่ยวที่จับจ้องไม่วางตาชวนให้ใบหน้าเห่อร้อนแต่ริมฝีปากก็ขยับเล่าต่อจนจบได้ในที่สุดโดยที่เขาไม่แสดงอาการเกินเหตุ...คิดว่าไม่แสดงนะ
“หวังว่าจะชอบนะผมไม่ค่อยรู้ชนิดเปลือกหอยเท่าไร คุณอาจจะเห็นเป็ปกติก็ได้ แฮะๆ~”
‘มันสวยมากเลยค่ะ ขอบคุณ’…หนึ่งข้อความที่ถูกยื่นมาอย่างรวดเร็วทำให้จิตใจพองฟูนิ้วเรียวลูบเบาๆบนรูปภาพใบน้อยที่ปรากฏเป็เปลือกหอยสีชาอ่อนที่แตกแขนงคล้ายกิ่งก้านดอกไม้สวยงามก่อนอีกคนจะพิมพ์ต่อท้ายให้รู้ว่าสิ่งที่เขานำมานั้นแสนพิเศษ...
‘ของหายากด้วยค่ะ มันคือ ‘เปลือกหอยจักรนารายณ์’ ’
ยิ้มแล้ว...
รอยยิ้มแสนเปล่งประกายราวท้องทะเลที่กระทบแสงอาทิตย์อันงดงาม
คุ้มค่าจริงๆที่ลงไปนอนกลิ้งซ้ายทีขวาทีกับทางเดินไม้เพื่อถ่ายภาพมา...
“ดีใจที่คุณชอบ...อ่า จริงด้วย”พยักหน้ารับฟังอย่างภูมิใจที่ฝีมือการถ่ายรูปสร้างความประทับใจได้อย่างดีก่อนห้วงความคิดจะนึกขึ้นได้ของขวัญชิ้นพิเศษที่ไม่ได้มีเพียงหนึ่งใบมันไม่ใช่ชิ้นสำรองแต่เป็ความตั้งใจทั้งสิ้น
“พอดีผมมีสองใบอีกใบขอวางไว้ให้คุณลุงเขาได้รึเปล่าครับ?คงจะไม่ได้เป็การลบหลู่นะ”
[สุสานหินประดับเปลือกหอย]
-อนุสรณ์ของผู้ล่วงลับ –
…แผ่นหินสลักชื่อเล็กที่ไม่สามารถอ่านชื่อได้ชัดเจนนักตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางป่าใกล้ๆสตูดิโอของหญิงสาวซึ่งเขาก็เห็นในทุกครั้งที่เดินมาส่งคุณซีและคอยโค้งศีรษะเคารพเสมอกระทั่งมีความคิดหนึ่งแว๊บเข้าในหัวขณะที่กำลังถ่ายภาพเปลือกหอยว่าอยากนำมามอบให้ผู้วายชนม์แปลกหน้าต่างขอเซ่นไหว้ด้วยซึ่งคนที่รับฟังอยู่ก็พยักหน้าเบาๆพร้อมคำอนุญาต
‘วางได้ค่ะ ไม่ได้เป็การลบหลู่นะ’
“ดีเลยครับ งั้น...คุณครับผมมีของฝากนิดหน่อย หวังว่าจะชอบนะครับ”
‘ทำไมถึงวางให้เขาล่ะคะ? ทั้งๆที่ไม่รู้จัก’
“อ่า~ ถึงจะไม่รู้จักแต่ว่าก็เป็คนร่วมเกาะกันนิครับถือเป็ของขวัญฝากตัวจากคนมาอาศัยอย่างผม”เอ่ยตอบข้อสงสัยให้กับคนข้างกายที่ย่อตัวลงมานั่งยองๆเสมอเขาั์ตาคู่สวยมองสบมาด้วยแววตาหลากความรู้สึกที่เขาอ่านไม่ออกจึงทำได้เพียงพูดเหตุผลทั้งหมดจากความจริงใจที่มี
“ผมเห็นรอบป้ายหลุมศพมีเปลือกหอยวางไว้เยอะเลยคิดว่าคุณเขาน่าจะชอบเปลือกหอย คุณซีบอกว่ามันหายยากใช่ไหมครับให้คุณเขาไว้ดูเล่นน่าจะคลายเหงาได้”
‘ต้องดีใจแน่ๆ’
...แต่ดูท่าจะไม่ใช่แค่เขาที่มีเื่น่าประหลาดใจเมื่อแรงสะกิดจากคนข้างตัวมาพร้อมรูประโยคแสนสั้นที่เรียกให้ดวงตาเบิกโพลงในทันที
‘ท่านเป็คุณพ่อของฉันเองค่ะ’
“ค-คุณพ่อ....”
‘ใช่ค่ะ เราพ่อลูกมีกันสองคนท่านเป็คนคิดวิธีทำสีน้ำที่ฉันทำอยู่ด้วย ศิลปินใหญ่สำหรับฉันคือคุณพ่อ ทุกวันที่24กุมภาที่เป็วันศิลปินแห่งชาติฉันก็จะทำสีใหม่ๆมาให้ท่านเป็ของขอบคุณท่านเสมอแต่น่าเสียดาย’…เื่เล่าจากความเงียบทยอยผ่านตัวอักษรที่คล้ายสั่นไหวจากความรู้สึกที่คนข้างกายระบายออกมาเรียวมือหยุดชี้กระปุกสีมากมายและเปลือกหอยที่เธอเป็คนนำมาวางเพื่อระลึกถึง ก่อนจะชักมือกลับไปพิมพ์สิ่งที่เมื่อเขาไล่สายตาอ่าน...
‘ท่านเสียไปก่อนหน้าที่ฉันจะผ่าตัดมะเร็งแค่สามเดือนยังไม่ทันได้บอกลาด้วยเสียงของตัวเองเลย...’
“ผมขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ...”จิตใจพลันอ่อนยวบกับความโศกเศร้าที่ไม่สามารถเปล่งเสียงได้ห้วงความจึงปั่นรัวเร็วเพื่อหาวิธีทำปลอบคุณท้องทะเลให้กลับมาส่องประกายตามเดิม
“แต่คุณไม่ต้องเสียดายหรอกครับ!ผมเชื่อว่าถึงคุณไม่พูดอะไร ความรู้สึกของคุณซีต้องส่งไปถึงแน่ๆครับท่านต้องกำลังมีความสุขที่เห็นลูกสาวเป็ผู้หญิงที่ทั้งเก่งทั้งแข็งแกร่งและสวยมากๆ–...อ-เอ่อ...”
เขาพูดมากเกินไป...
‘……….’
“.........”เสสายตาหลบคนที่ชะโงกหน้าเข้าใกล้ยิ่งขึ้นเรื่อยๆหลังจากที่เขาเอ่ยชมเกินขอบเขตเพื่อนปกติไปมากโขเสริมทับด้วยน้ำเสียงที่เขากล่าวออกไปคงทำให้หญิงสาวแสนงดงามคนนี้รู้ตัวแล้ว...ซึ่งความแตกตื่นคล้ายโลกแตกก็ยังมีมาต่อเนื่องเมื่อหน้าจอสว่างวาบในคลองสายตาพร้อมข้อความ
‘ฉันเป็คนถูกชมทำไมเป็คุณที่หน้าแดงแทน ขี้เขินจังนะคะ”
‘ทั้งๆที่รุกจีบมาขนาดนี้’
“!!!...ค-คุณรู้?...”ริมฝีปากอ้าค้างกลับความจริงที่ได้รับรู้ััได้ชัดเจนว่าหน้าของเขาตอนนี้คงคล้ายไก่กำลังโดนเชือดแน่ๆและต้องประหลาดมากเสียจนหญิงสาวข้างตัวป้องปากตัวสั่นหัวเราะไร้เสียงพร้อมด้วยรอยยิ้มกว้างจนสุดกลีบปากเรียวถึงจะดีใจที่อีกฝ่ายยิ้มได้...แต่แบบนี้ก็ไม่ไหวนะ
‘รู้ั้แ่ที่คุณอาสาช่วยเก็บเปลือกหอยเมื่อสองอาทิตย์ก่อนแล้วค่ะจริงๆคนรอบข้างก็รู้กันหมดนะ คงมีแค่คุณที่ไม่รู้ตัว’…ประโยคชวนทึ่งถูกส่งมาให้อีกครั้งและยิ่งทำให้เขาอยากมุดหน้าลงดินหนักกว่าเดิม
ให้ตายสิ! รู้หมดเกาะแล้วมั้งเนี่ย เขาพลาดตรงไหนนะ!?
แต่ในเมื่อมาถึงขั้นนี้ก็มีแต่ต้องพูดตรงๆ...
“แล้วคุณซี...เอ่อ...ส-สะดวกใจรึเปล่าครับ”ริมฝีปากเม้มแน่นหลังเอ่ยถามสิ่งที่กลัวที่สุดหากอีกฝ่ายนึกไม่อยากสานสัมพันธ์ความรู้สึกต่อเขาก็จำต้องหยุดแม้ใจจะกำลังอ้อนขอคนบนฟ้าหรือภูตพรายประจำตัวให้ดลบันดาลคำตอบให้เป็ไปอย่างที่หวัง...
...และสรรพสิ่งที่อ้อนวอนก็ตอบรับด้วยตัวอักษรไร้เสียงทว่ากลับสร้างแรงสั่นะเืใต้อกจนแทบะโลิงโลด หากไม่ยั้งตัวเองเอาไว้...
‘คนไม่สะดวกใจเขาไม่ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆแบบนี้หรอกค่ะ’…คำตอบผสานกลีบปากคลี่ยิ้มอย่างถูกส่งมาเป็การยืนยันก่อนเขาจะรวบรวมแรงที่มียื่นฝ่ามือออกไปตรงหน้าของคนที่ยินยอมให้ความสัมพันธ์นี้ไปต่อ
“ถ-ถ-ถ้างั้นผมขอ...ข-ขอจีบคุณอย่างเป็ทางการนะครับ ผม‘ภูวิศ กิจภานุวัตฒ์’ขอฝากตัวด้วยครับ”
‘ ‘อัจฉราภัสส์ คงวารี’ ค่ะ’…ชื่อแท้จริงถูกกล่าวผ่านข้อความให้ได้รู้พร้อมเรียวมือยื่นมาจับฝ่ามือเขาไว้เป็การเชคแฮนด์ว่าขอฝากตัวด้วยเช่นกันแต่ก่อนที่ัันุ่มอุ่นจะละออกไปอีกหนึ่งประโยคชวนใบหน้าเห่อร้อนก็ยื่นมาจ่อตาคล้ายหญิงสาวอยากสื่อสารเดี๋ยวนั้น...
‘มีคนเคยบอกคุณรึเปล่าว่าวิธีจีบของคุณน่าเอ็นดูเหมือนการ์ตูนตาหวานทั้งๆที่คุณหน้านิ่งเหมือนตัวการ์ตูนมาเฟีย?”
“ย-อย่าแซวสิครับ...”เบนหน้าหลบแววตาช่างแกล้งที่พราวประกายอย่างสนุกสนานก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเพื่อเปลี่ยนประเด็นไปเื่อื่นก่อนที่หัวจะะเิด้วยความอาย...แต่ก็แสนดีใจเหลือเกิน
เพราะช่องว่างระหว่างนิ้วที่ถูกเติมเต็มเมื่อครู่‘รับรู้’ชัดเจนว่า...ความรู้สึกได้ถูกเชื่อมประสานแล้ว