เหล่าขุนนางต่างหันไปมองที่หยู่ถงกันหมด คนที่ดูใกว่าน่าจะเป็มู่หยาง คำพูดนี้ ไม่ได้อยู่ในแผนการที่นางเคยบอกไว้กับเขามิใช่รึ ? หากฮ่องเต้ให้หมอหลวงมาจับชีพจรนางจริง เกิดรู้ว่าในกายนางไม่มียาพิษจะเกิดอะไรขึ้น ?ไม่อยากจะคิดเลย เพราะไม่อยากทำให้แผนการที่นางได้วางไว้พังทลายลง มู่หยางได้แต่ยืนทำตัวเงียบๆ รอดูว่าฮูหยินของตนจะมีแผนรับมืออย่างไร ?
“ได้ ใต้เท้า เ้าไปตามหมอหลวงมาตรวจนางที” ฮ่องเต้เอ่ยบอกใต้เท้าผู่เย่วเสียงเข้ม ขณะที่สายตาคมยังจับจ้องมาที่หยู่ถงอยู่ เมื่อเห็นใต้เท้าเอาแต่ยื่นนิ่งไปยอมทำตามคำสั่ง ฮ่องเต้จึงมีสีหน้าที่ไม่ค่อยพอพระทัยนัก
“เ้ายังไม่ไปอีกรึ ?!” เห็นแววตาที่ขุ่นเคืองกำลังมองมาที่ตน ใต้เท้าจึงรีบเดินออกไปตามหมอหลวงตามคำสั่ง
บรรยากาศโดยรอบตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง ั์ตาเคลือบแคลงสงสัยจ้องมองไปที่หยู่ถงอย่างไม่ละสายตา จากที่สายรายงาน นางจะเดินทางมามอบตัวในวันนี้ และก็เป็อย่างที่สายรายงานไม่มีผิด หากไม่มีข้อแลกเปลี่ยนคนอย่างหยู่ถงผู้นี้คงจะไม่ยอมเข้าเฝ้าในฐานะนักโทษกระทำผิดร้ายแรงเช่นนี้แน่
“พวกเ้าถอยออกไปก่อน ข้าอยากจะคุยกับนางเพียงลำพัง” เสียงเข้มทรงพลังเอ่ยบอกพลางมองไปที่มู่หยางที่กำลังแสดงสีหน้าเรียบนิ่งไม่มีอาการตื่นกลัวใดๆ
เหล่าเสนาบดีหันหลังเดินออกไปรอข้างนอกกันหมด เหลือเพียงหยู่ถงที่กำลังเผชิญหน้ากับฮ่องเต้ลำพังเพียงสองคน ร่างสูงโปร่งสวมอาภรณ์สีดำทองอาร่าม ลุกจากเก้าอี้ัเดินลงมาตรงที่หยู่ถงยืนอยู่ นางไม่มีอาการกลัวใดๆ เลยแม้แต่น้อย ฮ่องเต้รู้สึกอึ้งและพอพระทัยเป็อย่างยิ่ง
“แผนผังสร้างเรือของท่านหญิงหม่าเย่วเล่ออยู่ที่ใด บอกข้ามา ?!”
น้ำเสียงสุดแสนจะน่ากลัวเอ่ยถาม แต่...บุรุษที่อยู่ตรงหน้านางที่ราษฏรต่างเคารพรักที่เรียกว่าฮ่องเต้ หารู้ได้ไม่ว่านางไม่เคยกลัวตายเลยแม้แต่น้อย คนอย่างฝ่าา นางย่อมรู้ดีว่าเป็คนเช่นไร
“ฝ่าาทรงอย่าขู่หม่อมฉันให้เสียแรงเปล่าเพคะ หากหม่อมฉันตายไปจะไม่มีผู้ใดรู้ได้ว่าแผนผังนั่นอยู่ที่ใด แผนผังของท่านหญิงจะหายไปกับหม่อมฉันเพคะ”
“ฮ่าฮ่าฮ่า ~ เ้าก็เลยจะเป็ฝ่ายนำข้าไปก่อนหนึ่งก้าวอย่างนั้นรึ? ข้าจะไม่ยอมให้เื่นี้มันเกิด!!!”
ฮ่องเต้ในชุดสีดำทองอาร่ามมือไขว้หลังเดินไปมาอยู่ตรงหน้านางด้วยทีท่าที่สงบนิ่ง แม้ภายในใจจะโกรธสตรีที่อยู่ตรงหน้ามากก็เถอะ หากจะคิดการแผนใหญ่ จะต้องใจเย็นให้มากกว่านี้...หยู่ถงกระตุกยิ้มที่มุมปาก ทุกอย่างจะเป็ไปตามแผนที่นางได้วางไว้ แต่...สิ่งที่นางเป็กังวลที่สุดในยามนี้ก็คือ ท่านแม่ทัพ
“หม่อมฉันไม่เคยคิดเช่นนั้นเพคะ เวลานี้ มีหม่อมฉันเพียงคนเดียวที่รู้ว่าแผนผังและหยกหงส์นั่นอยู่ที่ใด สิ่งที่หม่อมฉันอยากจะขอนั่นก็คือ ฝ่าาโปรดไว้ชีวิตหม่อมฉันด้วยเพคะ อย่างน้อยหม่อมฉันก็ฆ่าแม่นางลี่หลินผู้นั้นได้ แล้วยังแย่งชิงแผนผังของท่านหญิงหม่าเย่วเล่อมาได้ด้วยเพคะ หากฝ่าาไว้ชีวิตหม่อมฉัน หม่อมฉันสัญญาว่าจะหลบไปใช้ชีวิตที่อื่นไม่ทำให้ฝ่าาเดือดร้อนเพคะ”
“เ้าคิดว่าข้าจะทำตามอย่างที่เ้าบอกอย่างนั้นรึ ?!!! ข้าเป็ใครเ้าก็รู้นิ!!! หากเ้าอยากมีชีวิตอยู่เคียงข้างท่านแม่ทัพ ก็รีบๆ บอกข้ามา!!! ว่าแผนผังสร้างเรืออยู่ที่ใด?!!! มิเช่นนั้นข้าจะสั่งให้คนไปสังหารคนของเ้าทิ้งให้หมด!!!”
ใบหน้าเรียวสวยเงยหน้าขึ้นมองบุรุษที่อยู่ตรงหน้า ด้วยแววตาที่ดูถูกเหยียดหยาม คนที่มีนิสัยละโมบ เห็นแก่ตัวเอง ขึ้นครองราชย์ได้อย่างไรกัน
“หากฝ่าาคิดที่จะสังหารผู้คนที่อยู่รอบตัวของหม่อมฉันก็เชิญตามสบายเพคะ ชีวิตของหม่อมฉันพบเจอผู้คนมามาก หม่อมฉันไม่เคยกลัวผู้ใด ไม่ว่าอย่างไร ฝ่าาก็คิดที่จะกำจัดหม่อมฉันอยู่ดี”
“ได้ !!! ข้าจะทำให้เ้าได้รู้ซึ้งถึงอำนาจของข้า!!!” ร่างกำยำเอ่ยจบ กำลังจะหันกายเดินกลับไปที่ของตน หยู่ถงก็ได้คว้าแขนแกร่งไว้
“หม่อมฉันขอถามฝ่าาหน่อยเพคะ ฝ่าาจะสังหารคนใกล้ตัวของหม่อมฉันคนใดก่อน ? หากหม่อมฉันเดาไม่ผิดฝ่าาคงจะสั่งให้คนไปสังหารพี่สาวของหม่อมฉันใช่หรือไม่? หรือว่าฝ่าาสั่งให้คนไปจับพี่สาวของหม่อมฉันมาขังไว้แล้วเพคะ”
หยู่ถงเอ่ยถามพลางจิกเล็บไปที่แขนแกร่งอย่างแรง สีหน้าของบุรุษที่อยู่ใต้อาภรณ์สีดำยังคงเรียบนิ่งไม่แสดงสีหน้าใดๆ สายตาคมเลื่อนมองต่ำก็เห็นโลหิตกำลังไหลซึมออกมา หยู่ถงรีบผละมือออกด้วยความใ ฮ่องเต้มองปราดเดียวก็รู้ ว่านางเสแสร้ง
“ในเมื่อเ้ารู้ถึงแผนการของข้าดีเช่นนี้แล้ว ข้าก็ไม่อยากจะปิดบังเ้าอีก หากข้าตัดศีรษะพี่สาวเ้าต่อหน้าเ้าล่ะ”
“ดีเลยเพคะ หม่อมฉันกับพี่สาวไม่ค่อยจะลงรอยกัน หากฝ่าาลงมือแทนหม่อมฉันได้จะเป็การดียิ่งเพคะ”
ได้ยินแบบนั้น ฮ่องเต้ถึงกับโกรธเืขึ้นหน้า ไม่เคยมีผู้ใดแสดงกิริยาเช่นนางกับตนมาก่อน ครู่นั้น ใต้เท้าผู้เย่วก็ได้ผลักประตูเข้ามาด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยจะดีนัก ฮ่องเต้ชำเลืองตามองใต้เท้าอย่างเคืองๆ ก่อนจะสะบัดแขนเสื้อ แล้วเดินขึ้นไปนั่งอยู่บนเก้าอี้ัสีทองด้วยสีหน้าที่ไม่สบอารมณ์
“จับนางไปขังไว้ ถ่ายทอดคำสั่งของข้าออกไป พรุ่งนี้ยามเซินให้ทหารลากไป๋ชินอี้ออกมาตัดศีรษะทิ้ง โดยมีฮูหยิน ของท่านแม่ทัพมู่หยางเฝ้าดูอยู่เป็พยาน !!!”
เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้ง เหล่าเสนาบดีไม่รู้ว่าเมื่อครู่ฮ่องเต้กับหยู่ถงได้พูดคุยอะไรกัน ไฉนฝ่าาถึงได้ทรงกริ้วเช่นนี้...มู่หยางที่ได้ยินคำสั่งของฮ่องเต้ ภายในใจก็ยิ่งเป็กังวล หากวันนี้คำสั่งของฮ่องเต้คือปะาชีวิตของนาง ตนจะทำอย่างไร ? หยู่ถงหันไปมองมู่หยางแล้วพยักหน้าให้กับเขาเบาๆ เหมือนเป็การบอกว่าทุกอย่างเป็ไปตามแผนที่นางได้บอกไว้กับเขา
มู่หยางปรายตามองที่แขนของฮ่องเต้ ตนจึงรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาหน่อย แม้ว่าทุกอย่างจะเป็ไปตามแผนที่นางวางไว้ก็เถิด แต่เขามิอาจวางใจได้ ฮ่องเต้เป็คนที่ฉลาดยิ่ง ย่อมต้องรู้ถึงแผนการของนาง เขาได้แต่มองตามแผ่นหลังนางไป คุกที่ใต้ดินอากาศหนาวเย็น มิรู้ว่าฮูหยินของตนจะทนกับความหนาวเหน็บได้หรือไม่ ?
“หมอหลวงตามไปตรวจร่างกายข้าที่ตำหนักที” น้ำเสียงสุขุมดังขึ้น ก่อนจะลุกเดินออกจากท้องพระโรงไป หมอหลวงจึงรีบตามฮ่องเต้ไปที่ตำหนักที่พักทันที
หยู่ถงถูกพาตัวมาขังที่คุกใต้ดินในวังหลวง ที่นี่มืดมิดสุดแสนจะน่ากลัว บรรกาศหนาวเหน็บ กลิ่นคาวและกลิ่นเหม็นอับลอยมาแตะจมูกเข้าอย่างจัง ภายในร่างกายรู้สึกปั่นป่วนแปลกๆ อย่างบอกไม่ถูก...ทหารนายหนึ่ง พานางไปขังไว้อีกห้อง หยู่ถงกวาดตามองดูรอบๆ แล้วเดินเข้าไปข้างในอย่างว่าง่าย
ในยุคที่นางจากมา นางได้รับภารกิจให้แฝงตัวเป็นักโทษเข้าไปอยู่ในคุกบ่อยครั้ง หยู่ถึงจึงไม่มีอาการใใดๆ เลยแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตสำรวจมองดูรอบๆ หาช่องทางหนีออกไปจากที่นี่ ระหว่างทางที่ทหารพานางมาขังไว้ที่นี่ นางได้สังเกตดูโดยรอบแล้ว ทหารที่ยามอยู่ข้างนอกเต็มไปหมด หยู่ถงได้แต่หวังว่า มู่หยางจะจัดการกับทหารที่อยู่ข้างนอกได้อย่างราบรื่น
“เป็เพราะเ้าหยู่ถง ! ข้าถึงได้มาอยู่ในสภาพนี้!” เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากข้างหลัง หยู่ถงรีบหันขวับไปมองทันที แม้ว่าภายในคุกนี้จะมีเพียงแสงเทียนอันริบหลี่ แต่นางก็พอจะเดาได้ว่าสตรีที่เอ่ยว่านางเมื่อครู่เป็ใคร
“ไม่คิดว่าท่านพี่จะถูกจับตัวมาขังไว้ที่นี่”
“เป็เพราะเ้านั่นแหละ หากเ้าไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับแผนผังบ้าบอนั่น ข้าคงไม่ถูกจับมาขังไว้แบบนี้ !!!”
ชินอี้ตวาดต่อว่าหยู่ถงเสียงดัง แต่นางก็ไม่ได้สนใจ เพราะนี่คือแผนที่นางได้วางไว้ ยิงนกทีเดียวได้นกสองตัว พี่สาวต่างมารดาคิดร้ายกับนางมาโดยตลอด จะปล่อยให้ชินอี้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้อย่างไรกัน หลายครั้งที่ชินอี้หวังจะวางยาพิษตน หากไม่กำจัดสิ้นเสียตอนนี้ เกรงว่านางคงจะมีอายุยืนได้อีกไม่นาน
“ไม่ดีเหรอเ้าคะ ท่านพี่จะได้ลิ้มรสความทุกข์ทรมานที่ท่านพี่เคยทำไว้กับข้าอย่างไรเล่า”
มีอยู่คืนหนึ่ง ขณะที่นางกำลังหลับอยู่ ความจำของเ้าของร่างเดิมก็ได้ผุดเข้ามาในหัวนางอีกครั้ง ในความจำชินอี้เคยขังเ้าของร่างเดิมไว้นานหลายวันภายในจวน ชินอี้กลั่นแกล้งนางสารพัด ให้นางอดอาหารนานห้าวัน ตั้งใจให้นางดื่มยาเสื่อมสภาพร่างกาย ไม่ให้นางสามารถมีบุตรกับท่านแม่ทัพได้ โทษปะาชีวิตยังน้อยไปเสียด้วยซ้ำ
“นี่ เ้าพูดอะไรของเ้า !!!”
“ข้าพูดอะไรท่านพี่ย่อมรู้ดีกว่าใคร รีบใช้ชีวิตวันสุดท้ายของท่านพี่ให้ดีเถิด”
“เ้าหมายความว่าอย่างไรหยู่ถง !!! ชีวิตวันสุดท้ายของข้าอย่างนั้นรึ?!!!”
หยู่ถงไม่สนใจว่าชินอี้จะพูดหรือจะรู้สึกอย่างไร สิ่งที่นางจะต้องทำในตอนนี้ก็คือหาทางสะเดาะกุญแจที่ข้อมือให้หลุด จ้องมองดูอยู่นานครู่นาน ก็พอจะรู้ได้ว่าเวลานี้นางควรจะทำอะไร เมื่อคิดได้เช่นนั้น หยู่ถงจึงเดินไปนั่งที่เตียงก่อนจะเอนตัวนอนลงไปเอาแรง นางรู้สึกคลื่นไส้ วิเวียนศีรษะอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน และในยามนี้นางก็รู้สึกหิวแล้วด้วย
มู่หยางได้ส่งเหลียนเปาและหยงโห่วแฝงตัวเข้าไปในราชสำนักเพื่อนำอาหารและสิ่งของที่จำเป็ให้กับหยู่ถง มือหนาควบม้าคู่กายตรงไปสถานที่ฝึกทหารลับของตน ทุกคนรู้เื่แผนผังการสร้างเรือของตระกูลหม่ากันหมดแล้ว อีกไม่นาน คนที่ดูแลท่าเรือตระกูลหม่าจะต้องอยากรู้ว่าใครคือบุตรของท่านหญิงหม่าเย่วเล่อแน่
เมื่อวันนั้นมาถึง จะเป็วันที่รัชทายาทแห่งหนานเจียงนำทัพบุกมาโจมตียึดเมืองหลานชีคืน เขาจะต้องเตรียมแผนการรับมือให้ดีที่สุด มิเช่นนั้นหากฮ่องเต้รู้ว่าทุกอย่างคือแผนการที่หยู่ถงได้วางไว้ นางจะตกอยู่ในอันตราย
หยงโห่วเป็คนดูต้นทางอยู่ด้านนอก ส่วนเหลียนเปาได้เดินถือถาดอาหารเข้าไปข้างในให้หยู่ถง ในตอนแรกนางก็ไม่ได้สนใจ เมื่อเห็นเหลียนเปาขยับหมวกทหารขึ้น หยู่ถงจึงรีบเดินไปรับเอาถาดอาหารจากมือของเหลียนเปา ใต้ถาดอาหารมีลวดเหล็กที่นางได้บอกให้มู่หยางเตรียมไว้ให้ตนก่อนหน้านี้
หยู่ถงยื่นจดหมายลับ ที่ใช้โลหิตของตนเขียนลงไปให้กับเหลียนเปานำมันไปให้มู่หยาง ก่อนจะเดินออกไปเหลียนเปาได้บอกกับนางให้รู้ไว้ว่า
“ฮ่องเต้สงสัยว่าฮูหยินจะวางยาพิษ หมอหลวงกำลังตรวจพระวรกายฝ่าาอยู่ขอรับ”
“อืม เ้าไม่ต้องเป็กังวลไป อย่าลืมนำจดหมายของข้าส่งให้ถึงมือท่านแม่ทัพด้วย”
เหลียนเปาพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนจะหันหลังเดินจากไป...หยู่ถงรีบคิดหาวิธีสะเดาะกุญแจออกไปจากที่นี่ จดหมายลับที่มู่หยางส่งมาให้นางคือแบบกุญแจที่ใช้ล็อกภายในคุกแห่งนี้ ั์ตาคมมองแบบกุญแจในกระดาษอย่างตั้งใจ ใช่ว่านางจะไม่เคยสะเดาะกุญแจมาก่อน กุญแจในยุคโบราณง่ายแสนง่าย ขอเพียงหาจุดล็อกได้เป็พอ
วันต่อมาที่ลานปะา
ฮ่องเต้เลือกที่จะสังหารชินอี้ที่กลางเมือง ลงโทษให้ชาวเมืองได้เห็นเป็บทเรียนจะได้ไม่เอาเป็เยี่ยงอย่าง ชินอี้ถูกทหารคุมตัวออกมายืนตรงกลางที่ลานปะา นางร้องห่มร้องไห้อ้อนวอนขอร้องให้ใต้เท้าเมตตา แต่ไม่มีผู้ใดกล้าขัดคำสั่งฮ่องเต้เลยแม้แต่คนเดียว
ชินอี้หันไปมองหยู่ถงที่จ้องมองตนไม่ละสายตาด้วยแววตาที่อาฆาตแค้น หยู่ถงผุดยิ้มที่มุมปากอย่างชอบใจ นางเคยสัญญาไว้กับตัวเองั้แ่วันแรกแล้วว่า นางจะคิดบัญชีกับคนที่คิดร้ายกับนางให้หมดไม่ปรานีแม้แต่คนเดียว นางจะยอมเป็ฝ่ายถูกกระทำฝ่ายเดียวได้อย่างไรกัน
เมื่อถึงยามเซิน ได้กฎเวลาที่จะต้องสังหารตัดศีรษะของชินอี้แล้ว ทหารก็ไม่ลังเลที่จะสังหารชินอี้ต่อหน้าชาวเมือง วินาทีสำคัญ หยู่ถงจ้องมองไม่กะพริบตา ก่อนจะพึมพำกับตัวเองว่า ตนได้แก้แค้นให้กับเ้าของร่างเดิมแล้ว ไม่มีอะไรให้ต้องเป็ห่วงอีกต่อไป เมื่อนางจัดการกับคนที่คิดร้ายหมดสิ้นแล้ว ต่อจากนี้นางสัญญาว่าจะใช้ชีวิตที่เหลือให้ดีที่สุด
“ศพต่อไปไม่แน่อาจจะเป็เ้า หยู่ถง !!!” ใต้เท้าเดินไปหยุดอยู่ข้างๆ แล้วเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงที่แ่บอก หยู่ถงหันไปมองเห็นริมฝีปากของใต้เท้า ที่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็สีคล้ำม่วง ริมฝีปากบางยักโค้งเล็กน้อย
“ท่านใต้เท้าห่วงตัวเองเถิดเ้าค่ะ หากพยายามถอนพิษเอง ท่านใต้เท้าอาจจะตายเร็วได้นะเ้าคะ !”