(มีนาวันนี้อย่าลืมมาให้ได้นะ)เสียงหวานพูดกำชับไม่ให้ฉันลืมงานเลี้ยงวันเกิดในวันนี้ของเธอ
“จ้ามีนาไม่ลืมแน่นอนเนี้ยวันนี้มีนายังเตรียมของขวัญให้บีมเลยนะ”ฉันตอบพร้อมกับหยิบกล่องของขวัญขนาดเล็กน่ารักขึ้นมาตรวจดูความเรียบ
(จร้าถ้าวันนี้ไม่มาบีมจะโกรธมีนาไปเจ็ดวันเจ็ดคืนเลยคอยดูสิ) เสียงขอเพื่อนรักดังออกมาจากโทรศัพท์ไม่หยุด
“จร้าไม่ลืมแน่นอน”ฉันกรอกเสียงลงในโทรศัพท์แล้วกดตัดสายของเพื่อรักทิ้งแล้วหันกลับไปเลือกชุดที่จะใส่ในวันนี้อย่าหนักใจเพราะไม่ว่าฉันจะมองไปที่ชุดไหนก็ไม่สามารถตัดสินใจได้เลยว่าวันนี้จะไปในชุดเดรสสีเขียวจี๊ดหรือว่าจะเป็เดรสสีแดงสีโปรดของเ้าของงานวันเกิดอย่างเพื่อนรักของฉันดี
“เอาชุดไหนดีนะ”ฉันมองไปที่กระจกอย่างตัดสินใจลำบากเพราะไม่ว่าจะชุดไหนฉันในกระจกก็ดูสวยมากอยู่ดี
“เอาชุดนี้ก็แล้วกันเอาใจยัยบีมหน่อยแล้วกัน” เมื่อเลือกชุดได้แล้วฉันก็เริ่มอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวไปงานวันเกิดเพื่อนรักทันที
Rrrr Rrrr Rrrr
“อืม ว่าไง”(- - )( --)ฉันที่มองดูทางเรียบร้อยแล้วจึงได้เดนข้ามทางม้าลายพร้อมกับคุยกับบีมที่โทรจิกั้แ่ฉันเริ่มออกเดินทาง
“ถึงไหนแล้ว”บีมถามเป็รอบที่สามั้แ่ที่ฉันออกเดินทาง
“หน้าร้านแล้วเนี้ยกำลังข้ามทางเดินไม่กี่ก้าวก็เข้างานแล้ว”ฉันตอบพร้อมกับมองไปที่ร้านตรงหน้าด้วยรอยยิ้มกว้างพร้อมกับโบกมือทักทายบีมที่รีบวิ่งออกมายืนรออยู่ที่หน้าร้าน
“กรีดดด มีนา”เสียงบีมกรีดร้องด้วยความใ
โครมเสียงดังของรถยนต์ที่ชนกับวัตถุหนักทำให้คนในงานวันเกิดของบีมออกมามามุงดูอย่างสนอกสนใจ
“มีนา!”บีมที่เห็นว่าเพื่อนรักถูกรถชนต่อหน้าต่อตารีบวิ่งเข้าไปดูอาการของเพื่อรักของเธอด้วยน้ำตานองหน้า
“บีมของขวัญวันเกิดของแกฉันให้”ฉันที่ตอนนี้รู้สึกมึนหัวพร้อมกับเริ่มรู้สึกแน่นที่หน้าอกรีบส่งของขวัญให้บีมเพราะกลัวว่าจะไม่มีโอกาสให้ของขวัญวันเกิดของบีมเองกับมือ
“มันใช่เวลาไหมละมีนาห่วงตัวเองก่อนเถอะพี่เหนือรีบโทรตามรถพยาบาลเร็ว”บีมที่เห็นแฟนหนุ่มยืนดูด้วยความใะโสั่งเสียงดัง
“มีนาอย่าหลับนะ”เสียงของบีมค่อยๆห่างไกลออกมาเรื่อยๆพร้อมกับความมืดและเงียบค่อยๆ เข้ามาแทนที่เสียงและภาพของบีม
ตูมร่างผอมของเด็กหญิงตกลงไปที่สระน้ำด้วยแรงผลักของเด็กหญิงน่ารักคนหนึ่งที่ยืนมองดูผลงานของตัวเองด้วยรอยยิ้มภาคภูมิใจ
“ช่วยข้าด้วยข้าว่ายน้ำไม่เป็”เด็กหญิงตัวน้อยร้องขอความช่วยเหลือจากคนโดยรอบแต่ไม่ว่านางจะร้องขอความช่วยเหลือเพียงใดก็ไม่มีผู้ใดยื่นมือมาช่วยนางเลยแม้แต่คนเดียวร่างผอมที่เหนื่อยจากการพยายามดิ้นรนให้รอดพ้นจากความตาย ค่อยๆจมดิ่งลงไปอย่างช้าๆ
“อะไรเนี้ยทำไมไม่มีใครลงไปช่วยเด็กเลยละนี้มันคือการจงใจฆ่ากันชัดๆ”มีนาที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดเร่งะโลงไปช่วยเหลือเด็กหญิงที่จมลงไปใต้ผิวน้ำอย่างรวดเร็วแต่พอเธอะโลงมาใต้น้ำแล้วมองไม่เห็นร่างของเด็กหญิงเลยแม้แต่คนเดียวไม่ว่าจะกวาดตามองหาร่างนั้นอย่างไรก็ไม่เห็นเธอจึงได้ตักสินใจว่ายขึ้นไปบนผิวน้ำเพื่อสูดลมหายแล้วจะกลับลงมาเด็กหญิงคนนั้นอีกครั้ง
“พี่ใหญ่มันจะตายไหมเ้าคะ”เย่หนิงเหม่ยเด็กหญิงตัวน้อยเงยหน้าขึ้นไปถามพี่สาวของตนเมื่อรางของจิวฝูจมหายไปใต้ผิวน้ำเป็เวลานาน
“เฮือก!”มีนาที่โผล่พ้นผิวน้ำสูดหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่เพื่อจะเตรียมตัวลงไปงมหาเด็กหญิงอีกครั้ง แต่เพราะอยู่ๆเธอก็รู้สึกว่าขาทั้งสองข้างของเธอเจ็บแปลบจนกระดิกไม่ได้เส้นแข็งหนึ่งเส้นพาดผ่านั้แ่ต้นขาด้านในไปจนถึงปลายเท้าของขาทั้งสองข้างทำให้มีนาที่โผล่ขึ้นมาเหนือผิวน้ำเมื่อครู่ค่อยจมหายลงไปในน้ำช้าๆ
“ชะช่วยด้วย”เสียงแหลมของเด็กหญิงหวีดร้องของความช่วยเหลือแต่ผู้คนบนศาลากลับยืนมองมาที่เธออย่างเฉยเมยนั้นจึงทำให้มีนาค่อยจมหายลงไปอีกครั้ง
ตูมเสียงน้ำแตกกระเซ็นพร้อมกับร่างหนาของเย่จิวฝูอดีตคุณชายอนาคตไกละโลงไปในน้ำอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นว่าน้องสาวของตนจมหายลงไปใต้น้ำ
“ชิไม่สนุกเลย พวกเราไปกันเถอะ”เสียงหวานของฟางเซียนเอ่ยพร้อมกับจูงมือน้องสาวของตนกลับเข้าเรือนของตนด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย
“ฮวาเออร์ฮวาเออร์”จิวฝูที่สามารถพาร่างน้องสาวของตนขึ้นมาจากน้ำได้สำเร็จเอ่ยเรียกน้องสาวของตนด้วยน้ำเสียงร้อนรนและเมื่อเขาเห็นว่าน้องสาวยังไม่ฟื้น เขาจึงรีบอุ้มร่างผอมไปหาบิดาของเขาที่เรือนของพวกเขาทันที
“ท่านพ่อฮวาเออร์แย่แล้วขอรับ”จิวฝูเอ่ยเรียกบิดาของตนด้วยน้ำเสียงอันดังทำให้เย่เฟยหลงที่นั่งอยู่บนรถเข็นเร่งมาดูบุตรสาวตัวน้อยของตนทันที
“ฮวาเออร์นางเป็เช่นนี้ได้อย่างไร”จิวฝูที่พอรู้วิชาแพทย์อยู่บ้างเอ่ยถามเสียงเคร่งพร้อมกับการที่เขาแตะมือลงตรวจชีพจรของบุตรสาวของตน
“เป็หนิงเหม่ยผลักนางตกสระบัวขอรับ”จิวฝูเอ่ยตอบบิดาของตนด้วยน้ำเสียงแค้นเคืองด้วยเพราะในอดีตที่รุ่งเรืองของเขาและบิดาคนพวกนั้นมักจะปฏิบัติกับน้องสาวของเขาเป็อย่างดีแต่เมื่อพ่อและเขากลายเป็คนพิการหมดซึ่งอนาคตคนพวกนั้นก็แสดงธาตุแท้ของพวกมันออกมาในทันทีที่รู้ว่าทั้งเขาและบิดานั้นได้กลายเป็คนพิการที่ไม่สามารถใช้พลังปราณได้อีกชั่วชีวิต
“อีกแล้วหรือ”เฟยหรงขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจเพราะนี้มันเป็ครั้งที่ห้าของเดือนแล้วที่หนิงเหม่ยลูกสาวคนเล็กของน้องชายของตนมารังแกจิวฝูบุตรสาวของเขา
“ใช่ขอรับท่านพ่อครั้งนี้พวกเขาทำเกินไปนะขอรับ หากข้าไปช่วยน้องไม่ทันจิวฮวานางก็คงต้องตายจากเราไปแล้วก็ได้นะขอรับ”จิวฝูเอ่ยกับบิดาของตนด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนัก
“เดี๋ยวพ่อจะคุยกับอาเ้าเอง”เฟยหรงเอ่ยพร้อมกับละมือจากบุตรสาวของตน
“เขาจะฟังเราหรือขอรับท่านพ่อ”จิวฝูเอ่ยพร้อมกับกำมืออย่างเจ็บใจเมื่อเหล่าผู้าุโในตระกูลล้วนแต่ผลักดันให้บ้านของท่านอาของเขาเข้ามาแทนที่บ้านของตนในอดีต
“จิวฝูอย่าได้แค้นเคืองไปเลยมันคงเป็ชะตาฟ้าลิขิตยากจะฝืน พ่อว่าเราควรปล่อยวางเื่ในอดีตได้แล้วอย่าไปยึดติดกับเื่พวกนั้นให้เป็ทุกข์เลย”เฟยหรงผู้ปลงในทุกสิ่งเอ่ยปลอบบุตรชายของตนเสียงเรียบ
“ท่านพ่อท่านจะยอมแพ้ก็ยอมไปคนเดียวเถอะขอรับข้าจะไม่ทางยอมให้พวกเขารังแกเช่นนี้หรอกขอรับ”จิวฝูที่รู้ว่าน้องสาวของตนนั้นปลอดภัยแล้วเดินจากไปด้วยความโกรธเคืองทันทีเมื่อคิดถึงเื่ที่เกิดขึ้นกับเขาและครอบครัวตลอดสองปีที่ผ่านมา
“ติ่งติ่ง”เสียงหยดน้ำกระทบลงผิวน้ำทำให้มีนาที่นอนอยู่ค่อยๆลืมตาขึ้นมาด้วยความอ่อนล้า
“ที่นี้ที่ไหนกันนะ”มีนาที่เพิ่งตื่นขึ้นมาถามอย่างมึนงง
“เรามาอยู่ที่นี้ได้ยังไงนะหรือว่าเราตายไปแล้วนะต้องใช่แน่ๆเลย”มีนาที่เห็นว่าตัวเองนั้นในตอนนี้นั่งอยู่บนผิวน้ำได้ราวกับนั่งอยู่บนพื้นดินก็ไม่ปาน
“นี้เราจมน้ำตายหรอเนี้ย”มีนาที่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกมองไปโดยรอบด้วยสีหน้าสงสัยแล้วลุกขึ้นเพื่อหวังจะเดินสำรวจพื้นที่โดยรอบแต่เมื่อเท้าของเธอเหยียบลงบนผิวน้ำร่างทั้งร่างของเธอก็ตกลงไปในผิวน้ำลงไปทั้งตัวทันที
ตูมมผิวน้ำแตกกระเซ็นเป็วงใหญ่ มีนาที่อยู่ใต้น้ำที่ดิ้นรนเมื่อครู่ก็ค่อยๆนิ่งลงเมื่อเธอไม่รู้สึกอึดอัดอะไรเมื่อเป็เช่นนั้นเธอจึงยิ้มออกมาอย่างดีใจเมื่อเธอไม่ได้ทรมานอย่างที่คิดแต่แล้วรอยยิ้มของเธอก็เริ่มเลือนหายไปเมื่ออยู่ๆความทรงจำของเด็กหญิงคนหนึ่งไหลทะลักเข้ามาในหัวของเธออย่างไม่ได้รับอนุญาต
“ไม่นะท่านพ่อท่านพ่อท่านเป็เช่นไรบ้างเ้าคะ”ภาพของเด็กหญิงที่เธอเข้ามาช่วยร้องไห้เสียงดังพร้อมกับก้มลงไปกอดประคองร่างของชายวัยกลางคนที่มีเือาบตัวจนแดงฉานไปหมดทั้งตัว
ตุบเสียงของร่างหนาที่ถูกนำมาโยนอยู่ด้านข้างของร่างชายวัยกลางคนเมื่อครู่เสียงดัง
“ฮึก พี่ฝูพี่ฝูพวกท่านเป็อะไรไปทำไมจึงไม่ตื่นมาพูดกับข้าละเ้าคะ”เด็กหญิงร้องไห้พร้อมกับหันไปถามชายทั้งสองคนที่นอนสลบไสลอยู่อย่างเสียขวัญ
ฟึบ เสียงโยนเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้มากมายทำให้เด็กหญิงตรงหน้าของมีนาหันไปมองอย่างมึนงง
“พี่ฟางเซียนทำอะไรเ้าคะ”เด็กหญิงถามพร้อมกับมองไปที่เด็กสาวตรงหน้าด้วยแววตาใสซื่อ
“ข้าเอาเสื้อผ้ามาให้เ้ากับท่านลุงแล้วก็พี่จิวฝูเช่นไรละ”เย่ฟางเซียนบุตรสาวคนโตของเย่จิ้นหงน้องชายของแย่เฟยหรงบิดาของเย่จิวฮวา(นางเอก)เอ่ยตอบเสียงเรียบ
“หืมทำไมต้องเอามาให้พวกเราด้วยละเ้าคะที่นี้ไม่ใช่เรือนของข้ากับท่านพ่อแล้วพี่ชายนิเ้าคะ”เด็กหญิงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสงสัย
“หึ ไร้ประโยชน์เป็เศษสวะยังไม่พอนี้เ้ายังจะโง่งมอีกหรือจุ๊ๆข้าชักจะสงสารท่านลุงเสียแล้วสิที่ต่อไปจะต้องมีลูกเป็ตัวไร้ค่าถึงสองคน”เย่หลิ่งเหวินบุตรชายเพียงคนเดียวของเย่จิ้นหงเดินเข้ามาเอ่ยกับจิวฮวาแล้วมองไปที่ผู้ที่ยังคงนอนกองอยู่บนพื้นเย็นชืดด้วยรอยยิ้มเหยียดหยันเพราะในอดีตเขามักจะถูกนำไปเปรียบเทียบกับเย่จิวฝูที่ขึ้นชื่อว่าเป็อัจฉริยะแห่งตระกูลเย่เสมอมาวันนี้เย่จิวฝูกลายเป็คนพิการแล้วต่อไปท่านแม่จะไม่สามารถนำเขาไปเปรียบเทียบกับชายตรงหน้าได้อีกต่อไปเมื่อคิดได้เช่นนี้แล้วเขาจึงยกยิ้มขึ้นมาอย่างสาแก่ใจที่ในที่สุดเขาก็สามารถก้าวขึ้นมาอยู่เหนือชายที่ได้ชื่อว่าเย่จิวฝูแล้ว
“พี่หลิ่งเหวินพูดอะไรพี่ชายของข้าคืออัจฉริยะของตระกูลเย่นะเ้าคะ ท่านจะมาบอกว่าพี่ชายของข้าเป็คนไร้ค่าได้อย่างไร”จิวฮวาเอ่ยถามอย่างไม่ยินยอม
“หลิ่งเหวินกลับกันเถอะอย่าลดตัวลงไปสนทนากับเศษสวะอย่างนางเลย”ฟางเซียนเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉยแล้วเดินจากไปทันทีทิ้งให้จิวฮวาเด็กหญิงตัวน้อยยืนมองแผ่นหลังของพวกเขาด้วยความสับสนและจับต้นชนปลายไม่ถูก
ั้แ่วันนั้นพวกนางทั้งสามคนพ่อลูกก็ถูกปฏิบัติราวกับเป็ิญญาในตระกูลเย่แห่งนี้เพราะไม่ว่าจะเป็เงินเดือนที่นางและครอบครัวควรได้เหอฮุ่ยหวงอาสะใภ้ของนางก็งดไม่มีมาให้พวกนางอีกเลยจะมีก็แต่ข้าวสองมื้อที่มีเพียงเศษิญญาของซากผักข้าวต้มที่มีเพียงแค่น้ำกับเศษข้าวก้นถ้วยให้กับพวกนางทั้งสามคนเท่านั้น หากว่านางและพี่ชายอยากได้เงินนางและพี่ชายต้องทำงานแลกเศษเงินของพวกเขาเพียงเท่านั้น
และเหตุการณ์ที่ทำให้มีนารู้ว่าตอนนี้นางได้กลายเป็จิวฮวาเด็กโง่คนนั้นแล้วก็คือภาพเหตุการณ์ที่นางะโลงไปช่วยเด็กน้อยจนทำให้ิญญาของนางบังเอิญเข้ามาอยู่ในร่างของเด็กน้อยอย่างพอดิบพอดีกับตอนที่ิญญาของเด็กหญิงคนนั้นออกจากร่างของนางพอดีและเมื่อมีนารู้เหตุการณ์ทั้งหมดแล้วนางก็ได้แต่ทึ้งหัวของตนเองด้วยความโมโหกับความเป็คนดีมีน้ำใจของตัวเองจนต้องมาตกอยู่ในเหตุการณ์ที่น่าเหลือเชื่อเช่นนี้
“อะไรเนี้ยนึกว่าจะมีแต่ในนิยาย มันเกิดขึ้นจริงๆหรอเนี้ยคนอื่นทะลุมิติไปอยู่ในร่างองค์หญิง คุณหนูผู้สูงศักดิ์ พระาา ราชะนีแต่เราอะไรเนี้ยทะลุมิติมาทั้งทีแต่ดันมาอยู่ในร่างของเศษสวะเนี้ยนะ โอ้ยย มีนาเอ้ย มีนาชาติที่แล้วทำกรรมอะไรไว้หนักหนาวะ”มีนาคิดพร้อมกับใช้มีทึ้งหัวของตัวเองอย่างไม่พอใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเองในตอนนี้นัก
“พี่สาว ฮึกพี่สาว”เสียงหวานดังกังวานพร้อมกับการเกิดระรอกคลื่นบนผิวน้ำอย่างแ่เบาทางด้านมีนาที่ได้ยินเสียงเรียกเมื่อครู่ก็จำได้ในทันทีว่านั้นคือเสียงของเด็กหญิงที่เธอะโลงไปช่วยเมื่อเย็นวันนี้นั้นเองเธอรีบกวาดตามองหารอบตัวด้วยรอยยิ้มยินดีเพราะคิดว่าเด็กคนนั้นจะกลับมาทวงร่างของเธอคืนเพราะหากให้เลือกระหว่างตื่นแล้วไปใช้ชีวิตที่ลำบากแทนเด็กหญิงตัวน้อยคนนั้น เธอย่อมคืนร่างให้เ้าของเดิมแล้วไปเสี่ยงดวงเกิดใหม่จะดีกว่าใครจะรู้ไม่แน่ว่าชาติหน้าเธออาจจะได้เกิดเป็องค์หญิงก็ได้มีนาคิดพร้อมกับหัวเราะออกมาเบาๆอย่างมีความสุข
“พี่สาวเข้าใจผิดแล้วที่ข้ามาในวันนี้เพียง้าฝากให้พี่สาวช่วยดูแลท่านพ่อกับพี่ชายของข้าให้ด้วยเ้าค่ะ”เด็กหญิงเอ่ยพรางร้องไห้ออกมาด้วยท่าทีน่าสงสาร
“ถ้าเป็ห่วงมากนักหนูก็มาดูแลเองเถอะพี่ยอมคืนร่างให้หนูก็ได้นะ”มีนาบอกเด็กหญิงตรงหน้าแล้วเดินเข้าไปหาเด็กหญิงเพื่อขอร้องให้เด็กหญิงตรงหน้านั้นมารับร่างของเธอคืนไป
“ข้าต้องขออภัยท่านจริงๆนะเ้าคะข้าขอฝากครอบครัวข้าด้วย”เด็กหญิงที่รู้ว่าเวลาของตนใกล้หมดแล้วพูดฝากด้วยสีหน้าร้อนรนมีนาที่เห็นว่าร่างิญญาของเด็กหญิงกำลังจะหายไปต่อหน้าต่อตาจึงคิดที่จะวิ่งเข้าไปคว้าตัวของเด็กหญิงเอาไว้อย่างไม่ยอมแพ้
“ดะเดี๋ยวสิเดี๋ยว อ๊อก! แค่กๆ”มีนาที่เห็นว่าิญญาของเด็กหญิงตรงหน้าของตนนั้นกำลังจะเลื่อนหายไปต่อหน้าต่อตาทำให้เธอรีบวิ่งไปหาร่างของเด็กหญิงตรงหน้าด้วยความร้อนใจทันทีแต่ทุกอย่างก็ต้องหยุดชะงักทันทีเมื่อถูกลำแขนผอมบางของเด็กหญิงตรงหน้าฟาดเข้ามาที่ท้องของเธออย่างแรงจนเธอนั้นถึงกับต้องทรุดตัวลงไปนั่งที่พื้นด้วยความจุกแต่ด้วยความพยายามเธอจึงพยายามจะอ้าปากร้องเรียกเด็กหญิงตรงหน้ามีนาก็ต้องตาเหลือกค้างด้วยความใเมื่ออยู่ๆเด็กหญิงตรงหน้านั้นก็นำอะไรบ้างบางยัดเข้ามาในปากของเธอและด้วยความ้าจะร้องเรียกเด็กหญิงตรงหน้านั้นจึงทำให้มีนาเผลอกลืนยาลงไปที่คอของเธอทันที
“แค่กๆหนูเอาอะไรมาให้ฉันกินนะ”มีนาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงใเธอมองไปที่เด็กหญิงตรงหน้าด้วยสายตาหวาดกลัวเพราะไม่รู้ว่าเด็กหญิงตรงหน้านั้นเอาอะไรมาใส่ปากของเธอ
“ข้าต้องไปแล้วพี่สาวต้องช่วยพี่ชายกับท่านพ่อของข้าให้ได้นะเ้าคะ”เสียงใสเอ่ยพร้อมกับร่างกายที่ค่อยๆเลื่อนหายไปจากสายตาของมีนาทันที
“เดี๋ยวเดี๋ยวอย่างเพิ่งไปกลับมาก่อน”ร่างผอมของเด็กหญิงที่นอนอยู่บนเตียงตลอดสามวันร้องเรียกเสียงดังพร้อมๆกับที่นางถลึงตัวลุกขึ้นมานั่งด้วยสีหน้าแตกตื่น
“ฮวาเออร์เ้าฟื้นแล้วหรือ”เย่จิวฝูที่เฝ้าน้องสาวของตนมาตลอดสามวันเอ่ยด้วยสีหน้ายินดี
“ท่านพ่อฮวาเออร์ฟื้นแล้วขอรับ”เสียงทุ่มเอ่ยเรียกบิดาของตนอย่างยินดี
“น้ำขอน้ำหน่อย”เสียงแหบเอ่ยขอน้ำจากพี่ชายของตนเสียงเรียบจิวฝูที่ได้ยินเช่นนั้นจึงรีบรินน้ำให้กับน้องสาวของตนด้วยความเร่งรีบในทันที
“ฮวาเออร์เ้าเป็เช่นไรบ้างไหนมาให้พ่อตรวจชีพจรของเ้าดูหน่อยเถอะ”เย่เฟยหรงเอ่ยที่เพิ่งมาถึงเอ่ยพร้อมกับวางมือลงที่ข้อมือของบุตรสาวตัวน้อยของตนด้วยสีหน้าเป็เคร่งแต่เวลาผ่านไปไม่นานเขาก็ต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัยเมื่ออยู่ๆเขาก็สามารถััพลังปราณได้จากชีพจรของบุตรสาวของตน แต่เพียงแค่ครู่เดียวพลังปราณนั้นก็หายไปนั้นจึงทำให้เฟยหรงนั้นได้แต่ถอนหายใจยาวออกมาเบาๆอย่างเหนื่อยอ่อนเพราะดูเหมือนว่าเขาจะเหนื่อยมากจริงๆจึงได้คิดว่าบุตรสาวของตนนั้นมีพลังปราณโคจรอยู่ในเส้นชีพจรของนาง
“อาการของฮวาเออร์เป็เช่นไรบ้างขอรับท่านพ่อ”จิวฝูที่เห็นว่าเฟยหรงนั่งนิ่งจึงเอ่ยถามบิดาของตนด้วยความสงสัย
“เปล่าไม่มีอะไรฮวาเออร์นางสบายดีพักอีกสองถึงสามวันเดี๋ยวนางก็กลับมาเป็เช่นเดิมแล้ว”เฟยหรงเอ่ยตอบพร้อมกับมองไปที่บุตรทั้งสองคนของตนด้วยความรู้สึกผิดที่ตนนั้นไม่สามารถปกป้องบุตรทั้งสองของตนได้เลยแม้แต่น้อย
“ท่านพ่อเราสองคนพี่น้องไม่เคยนึกโทษหรือโกรธเคืองท่านพ่อเลยแม้แต่ครั้งเดียวเลยนะขอรับ”จิวฝูที่เห็นความรู้สึกผิดผ่านทางสายตาของเฟยหรงบิดาของตนเอ่ยบอกบิดาของตนเสียงเคร่ง
“ถึงเ้าจะบอกเช่นนั้นพ่อก็รู้ดีว่าที่เราต้องมาลำบากเช่นนี้ล้วนเป็เพราะพ่อกลายเป็เช่นนี้”เฟยหรงเอ่ยพร้อมกับใช้มือทุบลงที่ขาทั้งสองข้างของตน
“ท่านพ่อ!ท่านพ่อดูฮวาเออร์สิขอรับ เหตุใดั้แ่ฟื้นขึ้นมานางจึงเอาแต่นั่งเหม่อเช่นนี้ละขอรับ”จิวฝูที่สังเกตมาพักใหญ่เอ่ยถามบิดาของตนอย่างร้อนใจเมื่อจิวฮวานั้นเอาแต่นั่งมองมาที่ตนและบิดาของตนโดยไม่พูดจาอะไร
“ฮวาเออร์เ้าเป็อะไรเหตุใดจึงเอาแต่มองมาที่พ่อกับอาฝูเช่นนี้เล่า”เฟยหรงเอ่ยถามลบุตรสาวของตนเสียงเคร่ง
“ฮวาเออร์เ้าเป็อะไร”จิวฝูเอ่ยพร้อมกับใช้มือสะกิดที่ไหล่ของน้องสาวของตนอย่าง้าให้นางหันมาสนใจตนและบิดา
“ข้าไม่เป็ไรเ้าคะสงสัยข้าจะนอนนานไปหน่อยเลยรู้สึกเวียนหัวอยู่เล็กน้อยเ้าค่ะ”มีนาที่อยู่ในร่างของจิวฮวาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนางมองไปที่คนทั้งสองด้วยสายตาสับสนเพราะถึงแม้ว่านางจะไม่เคยรู้จักชายทั้งสองมาก่อนแต่ทุกครั้งที่นางมองไปที่คนทั้งสองตรงหน้าของตนนั้นนางจะรู้สึกถึงความรักของเ้าของร่างเก่าเอ่อล้นออกมาจากหัวใจดวงน้อยๆของนาง
“นี้มันอะไรกัน”นางเอ่ยถามด้วยความแปลกใจเมื่อตอนนี้นางรู้สึกคุ้นเคยและปลอดภัยเมื่ออยู่ใกล้ๆกับคนทั้งสอง
“มีอะไร ฮวาเออร์เ้าเจ็บตรงใดหรือ”จิวฝูเอ่ยถามน้องสาวของตนด้วยสีหน้าตื่นตระหนกเพราะทุกครั้งที่น้องสาวของเขาป่วยนางมักจะป่วยหนักอยู่เสมอๆ
“ข้าปวดหัวขอนอนพักสักครู่ได้หรือไม่เ้าคะ”จิวฮวาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบ
“ได้สิเ้านอนก่อนนะเดี๋ยวพี่จะไปหาของอร่อยมาให้เ้ากิน”จิวฝูเอ่ยพร้อมกับช่วยประคองตัวจิวฮวาด้วยความระมัดระวัง
“ท่านพ่อข้าฝากจิวฮวาด้วยนะขอรับเดี๋ยวข้าจะออกไปหาของโปรดมาให้กับนางหากฮวาเออร์ตื่นขึ้นมาแล้วพบกับของโปรดนางจะได้ดีใจ”จิวฝูเอ่ยพร้อมกับเร่งก้าวเท้าออกจากห้องของจิวฮวาด้วยท่าทางกระตือรือร้น
โรงครัว
“คุณชายนั้นท่านจะทำอะไรหรือขอรับ”เสียงพ่อครัวใหญ่ตวาดถามอดีตนายของตนด้วยท่าทางขึงขัง
“ข้ามาเอาขนมอบไปให้ฮวาเออร์”จิวฝูเอ่ยตอบเสียงเรียบ แต่กลับทำให้เหล่าคนงานในโรงครัวกลับมองมาที่เขาอย่างขบขันในการวางตัวของจิวฝู
“ฮ่าๆ นี้คุณชายท่านยังคิดว่าขนมพวกนี้เป็ของท่านอีกหรือขอรับท่านในตอนนี้เป็เพียงคนพิการในตอนนี้ท่านเป็สวะเหมือนกับบิดาและน้องสาวของท่านท่านยังคิดว่าสวะอย่างพวกท่านยังจะได้กินขนมราคาแพงพวกนี้อีกหรือขอรับไม่มีทางซะหรอกเด็กลากตัวมันออกไปเกะกะจริงๆ คนกำลังรีบๆอยู่เหตุใดต้องมาเสียเวลากับเ้าเศษสวะอวดดีนี้ด้วยนะ”พ่อครัวตัวอ้วนเอ่ยพร้อมกับหันกลับไปทำงานของตนต่อทันที
“ปล่อยข้านะข้าเพียง้าเอาขนมไปให้น้องสาวของข้าเท่านั้น”จิวฝูที่ถูกลากตัวออกมาะโเสียงดัง
ตุบเสียงตัวของเขากระแทกที่พื้นเสียงดัง
“ฮ่าๆดูสิคุณชายเศษสวะละ เมื่อก่อนเชิดหน้าหยิ่งผยองดีนัก ตอนนี้เป็เช่นไรละ ถุยเ้ามันก็เป็แค่เศษสวะที่ไม่มีลมปราณเท่านั้นแหละพวกเราไปกันเถอะ”ชายคนหนึ่งในกลุ่มคนงานในห้องครัวเอ่ยพร้อมกับถุยน้ำลายลงใกล้ๆกับจิวฝูที่ตอนนี้กำลังมองไปที่คนทั้งสามอย่างเดือดดาล เพราะถึงแม้ว่าเขาจะตกต่ำก็ใช่ว่าจะเคยถูกปฏิบัติอย่างไม่ให้เกียรติเช่นนี้มาก่อน
“ตายซะเถอะ”จิวฝูที่รู้ว่าตนนั้นไม่มีพลังปราณอยู่แล้วเอ่ยพร้อมกับพุ่งเข้าไปะโถีบที่หลังของหนึ่งในคนงานที่ลากเขาออกมาทันที
อ๊อกร่างหนาถลาลงไปนอนกับพื้นอย่างไม่ทันตั้งตัว
“เ้าสวะเ้ากล้าทำข้าหรือดีวันนี้ข้าจะสั่งสอนให้มันรู้ที่ทางของมันเสียหน่อย”ร่างหนาเอ่ยพร้อมกับใช้พลังปราณของตนโจมตีเข้าไปที่อดีตคุณชายของตนทันที
ตูมมเสียงของพลังปราณที่ะเิทำให้เหล่าคนรับใช้ที่อยู่ใกล้รีบมาดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในทันทีแต่เมื่อพวกเขาพบว่าคนที่มีเื่นั้นคือจิวฝูกับคนงานในห้องครัวเท่านั้นกลับไม่มีผู้ใดกลับมาห้ามปรามพวกเขาได้แต่ยืนมองดูความหายนะของจิวฝูจากที่ไกลๆเท่านั้นจะมีบางที่ทนมองไม่ได้ก็ได้แต่หันหลังเดินจากไปด้วยไม่อาจจะเอาชีวิตของคนในครอบครัวมาเสี่ยงช่วยชีวิตคนที่ไม่สามารถคุ้มหัวพวกเขาได้อีกต่อไป
“หลบได้หลบไปข้าจะดูสิว่าเ้าจะมีปัญญาหลบได้อีกกี่ครั้งกัน”ชายร่างหนาเอ่ยพร้อมกับปล่อยพลังปราณไปที่จิวฝูอย่างต่อเนื่อง
“เสียงเอะอะอะไรกันเหตุใดจึงดูวุ่นวายนัก”เสียงเข้มเอ่ยถามเหล่าคนรับใช้ด้วยน้ำเสียงไม่ชอบใจเย่จิ้นหงเอ่ยถามพร้อมกับมองตาไปที่เหล่าคนรับมองไปทำให้พบว่าตอนนี้เ้าหลานชายตัวดีของเขานั้นกำลังสร้างความวุ่นวายให้จวนของเขาอีกแล้วและเขาที่เห็นว่าเย่จิวฝูนั้นสมควรได้รับบทเรียนจึงๆได้ทำเพียงแค่ยืนมองเท่านั้นไม่ได้เข้าไปห้ามปรามเหล่าคนงานจากห้องครัว
ผลักเสียงหมัดหนักของจิวฝูกระทบไปที่แก้มซ้ายของทำให้ร่างหนานั้นเซถอยหลังไปถึงสองก้าวด้วยกัน
“หึๆ”จิวฝูที่ต่อยศัตรูของตนได้หัวเราะออกมาอย่างสาแก่ใจทำให้ชายผู้นั้นตัดสินใจใช้กฎหมาหมู่ในทันที
“รอเฉยอยูทำไมยังไม่รีบเข้าไปจับตัวมันอีกพวกเ้าไม่เห็นหรือว่ามันทำร้ายข้า”หัวหน้าคนงานหันไปะโเรียกลูกน้องอีกสองคนที่เหลือของตนเสียงดัง
ซู่ววลมปราณธาตุลมพัดกระหน่ำมาที่จิวฝูที่กำลังตั้งท่ารอรับการจู่โจมจากคนงานทั้งสองลมลงไปกองกับพื้นในทันที
“ฮ่าๆเหนื่อยแล้วละสิ”ชายคนหนึ่งเอ่ยถามพร้อมกับหัวเราะออกมาอย่าส่าแก่ใจ
“ปล่อยข้านะ ไอ้พวกหมาหมู่หากเก่งจริงก็มาสู้กันตัวต่อตัวสิ”จิวฝูเอ่ยพร้อมกับมองมาที่ไปที่เหล่าคนงานด้วยสายตาเดือดดาลเขามองไปที่เย่จิ้นหงที่มองเขาอยู่ด้วยสายตาแค้นเคืองด้วยเพราะเขารู้ว่าลมพายุที่พัดมาที่เขาเมื่อครู่นั้นคือฝีมือของเย่จิ้นหงผู้เป็อาของเขานั้นเอง
ผลัก! เสียงหมัดของหัวหน้าคนงานกระแทกที่มุมปากของจิวฝูอย่างแรง
“หึคนที่มีพลังปราณเช่นพวกเ้าทำได้เพียงแค่นี้หรือ”จิวฝูที่ถมเืลงพื้นเอ่ยพร้อมกับมองไปที่คู่ต่อสุ้ของตนอย่าง้าท้าทาย
“นี้มันเื่อะไรกันหรือเ้าคะท่านพ่อ”เสียงหวานของฟางเซียนเอ่ยถามบิดาของตนที่อยู่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ก่อนแล้วด้วยสีหน้าสงสัย
“หึจะอะไรซะอีกละก็เ้าจิวฝูนะสิมันอยากจะเอาขนมให้ในห้องครัวไปให้น้องสาวที่เพิ่งฟื้นจากไข้ของมันนะสิ”จิ้นหงเอ่ยตอบพร้อมกับมองไปที่จิวฝูด้วยความสมเพชเพราะตอนนี้สภาพของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยาแจากการถูกชกต่อย
“ดีเลยเ้าค่ะท่านพ่อวันนี้คุณหนูหลินจะมาดื่มชากับเราบ้างทีสิ่งที่เรา้าอาจจะมาถึงในเร็ววันก็ได้นะเ้าคะ”เย่ฟางเซียนเอ่ยพร้อมกับหัวเราะออกมาเบาๆทางด้านเย่จิ้นหงเองก็ถูกใจในสิ่งที่บุตรสาวของตนเอ่ยเขาจึงหัวเราะอย่างอารมณ์ดีแล้วหันกลับไปมองที่จิวฝูด้วยสายตาเป็ประกาย
“ท่านพ่อน้องหลินมาถึงแล้วขอรับตอนนี้นางรออยู่ที่ห้องโถงขอรับ”หลิ่งเหวินเอ่ยพร้อมกับมองมาที่บิดาของตนด้วยสายตาตื่นเต้น
“ดีวันนี้เราจะได้ในสิ่งที่้าเสียที”เย่จิ้นหงเอ่ยพร้อมกับมองไปที่บุตรชายของตนด้วยรอยยิ้มสาแก่ใจ
“ข้าจะได้หมั้นกับน้องหลันฮวาหรือขอรับ”หลิ่งเหวินเอ่ยพร้อมกับหันมามองที่บิดาของตนด้วยความตื่นเต้นยินดี
“เช่นนั้นข้าจะไปตามน้องหลันฮวามาที่นี้เลยนะขอรับ”หลิ่งเหวินเอ่ยแล้วเร่งสาวเท้าของตนไปที่ห้องโถงในทันที
“แล้วท่านลุงกับพี่ฟางเซียนละเ้าคะไม่มาด้วยหรือเ้าคะ”หลินหลันฮวาที่จะมาดื่มชากับฟางเซียนเอ่ยถามหลิ่งเหวินด้วยสีหน้าสงสัย
“ท่านพ่อของพี่ให้มาเรียกเ้านะท่านบอกว่ามีเื่สนุกๆอยากให้เ้าได้เห็นนะ”หลิ่งเหวินเอ่ยพร้อมกับมองไปเด็กสาวตรงหน้าด้วยรอยยิ้มตื่นเต้นเพราะสิ่งที่เขา้านั้นคือหลันฮวายกเลิกการหมั้นหมายกับจิวฝูนั้นเอง
“นี้มันอะไรกันเ้าคะสิ่งที่ท่านลุง้ามาให้หลานเห็นคือการมาดูคนรับใช้ทะเลาะกันหรือเ้าคะ”หลินหลันฮวาที่เพิ่งมาถึงเอ่ยถามอย่างไม่พอใจ
“คนรับใช้ที่ใดกันน้องหลันฮวาดูดีๆสิในนั้นมีพี่จิวฝูอยู่ด้วยนะ”หลิ่งเหวินเอ่ยด้วยรอยยิ้มนึกสนุก
“พี่เหวินหรือ”หลันฮวาที่ได้ยินเช่นนั้นจึงได้กวาดตามองไปที่กลุ่มคนรับใช้ที่กำลังต่อสู้กันนอยู่เบื้องล่างอีกครั้ง
“พี่จิวฝู!”หลันฮวาเอ่ยอย่างในางเร่งเดินไปที่ต่อสู้ในทันทีเมื่อเห็นว่าคนที่กำลังถูกรุ่มทำร้ายนั้นคือจิวฝูคู่หมั้นของนาง
“หยุดมือของพวกเ้าเดี๋ยวนี้นะ”เสียงแหลมเอ่ยพร้อมกับมองไปที่จิวฝูอย่างไม่พอใจ
“คุณหนูหลิน!”เหล่าคนรับใช้ที่เห็นว่าผู้ที่มาเป็ใครจึงรีบปล่อยมือออกจากการเกาะกุมจิวฝูทันที
พลักร่างอ่อนแรงล้มลงมากระแทกพื้นอย่างแรง
“ฮวาเออร์”จิวฝูที่เห็นว่าคนที่มาช่วยตนเอาไว้คือใครเขาจึงได้เอ่ยเรียกด้วยความยินดี
“สวะอย่างเ้าอย่ามาเรียกชื่อข้าเช่นนี้นะ”หลันฮวาเอ่ยพร้อมกับเหลือบตามองไปที่ร่างสะบักสะบอมของจิวฝูอย่างนึกรังเกียจ
“ฮวาเออร์”จิวฝูที่ได้ยินเช่นนั้นก็ให้รู้สึกเ็ปยิ่งนักที่ถูกคู่หมั้นของตนดูถูกเช่นนี้
“ฮวาเออร์ใจเย็นอย่าเพิ่งดุจิวฝูไปเลย พี่ว่าเราไปดื่มน้ำชากันเถอะอีกเดี๋ยวใจเย็นค่อยมาพูดคุยกันใหม่”ฟางเซียนแสร้งเข้ามาเอ่ยห้ามด้วยท่าทีเป็ห่วง
“ไม่เ้าค่ะข้าไม่้าเป็คู่หมั้นกับเ้าคนพิการนี้อีกแล้ว”หลันฮวาเอ่ยพร้อมกับถอดกำไลที่อยู่ในข้อมือโยนใส่จิวฝูที่นอนอยู่ที่พื้นอย่างแรงจิวฝูที่ถูกกำไลหยกกระแทกที่หางคิ้วจนเืไหลเป็ทางได้แต่มองไปที่หลันฮวาด้วยสายตาเ็ปใจแต่เพราะตนนั้นกำลังเ็ปจากอาการาเ็จากการต่อสู้เมื่อครู่จึงทำให้เขาขยับตัวไม่ได้ทำให้เขาได้แต่ทนยอมให้ผู้คนมองมาที่ตนด้วยสายตาดูแคลนอยู่เช่นนี้
“จิวฝู!”เฟยหรงที่เห็นว่าบุตรชายของตนออกมานานผิดปกติเอ่ยเรียกบุตรชายของตนด้วยน้ำเสียงใเมื่อเห็นว่าตอนนี้บุตรชายของเขานั้นกำลังนอนอยู่ที่พื้นอย่างหมดสภาพ
“นี้มันอะไรกันเหตุใดจิวฝูจึงได้ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ได้”เย่เฟยหรงเอ่ยพร้อมกับมองไปที่เย่จิ้นหงน้องชายของตนอย่างไม่พอใจ
“ก็จะอะไรซะอีกละหากไม่ใช่ลูกขายของทะเลาะกับเหล่าคนรับใช้พวกนั้นนะสิ”จิ้นหงเอ่ยตอบด้วยท่าทีเฉยเมย
“จิวฮวาไปดูพี่ชายของเ้าที”เฟยหรงที่อยู่บนรถเข็นหันมาบอกจิวฮวาที่ยืนมองทุกอย่างอยู่ด้วยท่าทีแปลก
“เ้าค่ะ”นางเอ่ยตอบพร้อมกับมองทุกอย่างรอบกายด้วยท่าทีแปลกใจ เพราะทุกคนที่นางเห็นในตอนนี้ล้วนมีกลุ้มก้อนพลังบางอย่างล้อมรอบกายของพวกเขาอยู่จางๆนางค่อยๆเดินเข้าไปดูพี่ชายของนางที่นอนอยู่ที่พื้นด้วยความรู้เศร้าที่กำลังเอ่อล้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจโดยที่นางเองก็ไม่อาจรู้ได้ว่าอาการเหล่านี้มาจากที่ใด
“พี่ชาย”จิวฮวาที่ประคองร่างหนาของพี่ชายของตนขึ้นมาจากพื้นเอ่ยเรียกพี่ชายของตนเสียงเศร้า
“จิวฮวาพี่ขอโทษนะพี่ไม่สามารถเอาอะไรมาให้เ้าได้เลย”จิวฝูหันมาเอ่ยด้วยท่าทีบอบช้ำนั้นจึงทำให้หัวใจที่ด้านชาของนางรู้สึกเ็ปขึ้นมาในทันที น้ำตาของนางค่อยไหลอาบแก้มตอกของนางในทันที
“หลันฮวานี้มันอะไรกัน”เฟยหลงที่สังเกตเห็นกำไลของลู่เสียนที่เขาใช้หมั้นหมายกับเด็กหญิงตรงหน้าเอ่ยถามดสียงเคร่ง
“จะอะไรซะอีกละเ้าคะท่านลุงข้าก็ขอถอนหมั้นกับพี่จิวฝูนะสิเ้าคะ”หลันฮวาเอ่ยพร้อมกับเชิดหน้าขึ้นฟ้าอย่างไม่้ามองสามคนพ่อลูกตรงหน้าของตนแม้แต่น้อย
“นั้นมันเป็เื่ที่ผู้ใหญ่ตกลงกันแล้วเ้าจะมาเปลี่ยนจามใจชอบได้เช่นไร”เฟยหรงเอ่ยด้วยสีหน้าไม่พอใจที่บุตรชายของตนถูกดูถูกเช่นนี้
“ปล่อยนางไปเถอะขอรับท่านพ่อ”จิวฝูที่้าออกจากที่แห่งนี้โดยเร็วเอ่ยบอกบิดาของตนเสียงแ่
“หึ เช่นนั้นแล้วข้าจะถือว่าการหมั้นของเรายกเลิกแล้วนะเ้าคะ”หลันฮวาที่ได้ยินเช่นนั้นแล้วเดินจากไปในทันทีทิ้งให้เฟยหรงและจิวฝูได้แต่กำมือด้วยความเจ็บใจ
“จิวฮวานั้นคือกำไลอีกข้างที่แม่ของเ้าทิ้งเอาไว้เ้าเก็บเอาไว้เถอะ”เฟยหรงเอ่ยพร้อมกับมองไปทางผู้คนที่กำลังเดินจากไปอย่างแค้นใจที่ตนนั้นไม่สามารถปกป้องลูกๆของตนได้เลย
เรือนท้ายจวนตระกูลเย่
“ท่านพ่อเราออกจากตระกูลเย่กับเถอะขอรับ”จิวฝูที่ได้รับการรักษาแล้วเอ่ยกับพ่อของตนเสียงเคร่ง
“เ้าพูดอะไรตระกูลเย่คือตระกูลที่บรรพบุรุษของเราสร้างมานับร้อยปี เ้าจะทิ้งตระกูลเย่เพียงเพราะถูกคู่หมั้นทิ้งเช่นนั้นได้อย่างไร”เฟยหรงที่รักตระกูลเย่เหนือสิ่งใดเอ่ยด้วยท่าทางไม่ยินยอม
“แต่ตอนนี้ตระกูลเย่ไม่มีที่สำหรับพวกเราแล้วนะขอรับท่านพ่อท่านพ่อดูสภาพจิวฮวากับข้าในตอนนี้สิขอรับ นี้ไม่ใช่ฝีมือของคนตระกูลเย่ของท่านหรือขอรับ”จิวฝูเอ่ยพร้อมกับเงยหน้าขึ้นสบตากับบิดาของตนอย่างเ็ปใจที่ตนนั้นถูกคนในตระกูลเหยียดหยามและทำร้ายเช่นนี้
“ตอนนี้เ้ากำลังป่วยจึงได้พูดจาไม่รู้ความเดี๋ยวรอให้เ้าหายดีก่อนแล้วเราค่อยมาพูดคุยกันเื่นี้ใหม่”เฟยหรงที่ถูกคำพูดของบุตรชายของตนทำให้เขาฉุกคิดขึ้นมาได้เขาจึงได้หันกลับออกไปจากห้องในทันที
“ท่านพี่เป็เช่นไรบ้างเ้าคะ”จิวฮวาที่เห็นท่าทางเหม่อลอยของจิวฝูเอ่ยถาม
“พี่ไม่เป็ไรเ้าไปพักผ่อนเถอะเพราะเ้าเองก็เพิ่งหายป่วยไม่นานนัก”จิวฝูเอ่ยพร้อมกับมองมาที่น้องสาวของตนด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“ท่านนอนพักไปก่อนเถอะเ้าค่ะอีกเดี๋ยวข้าจะไปพักเอง”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับนั่งลงที่ข้างเตียงของพี่ชายของตนอย่างช่วยไม่ได้เพราะนางคงไม่อาจจะปล่อยให้คนพิการเฝ้าคนป่วยได้จริงๆ
“ท่านพ่อเป็อะไรหรือเ้าคะ”จิวฮวาที่เดินออกมาจากห้องของจิวฝูเอ่ยถามบิดาของตนอย่างแปลกใจที่เห็นว่าเฟยหรงบิดาของนางนั้นยังคงนั่งอยู่ที่หน้าห้องของจิวฝู
“พ่อไม่เป็ไรเ้าไปพักเถอะ”เฟยหรงเอ่ยพร้อมกับมองมาที่บุตรสาวของตนด้วยสายตาสับสน
“ข้านอนมาสามวันแล้วคงไม่คิดจะนอนเร็วๆนี้เป็แน่เ้าค่ะ”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ด้านข้างของบิดาของนางด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“จิวฮวาเ้าคงเห็นว่าพ่อเป็พ่อที่ไม่ได้เื่แล้วใช่หรือไม่”เฟยหรงเอ่ยพร้อมกับมองมาที่จิวฮวาด้วยแววตาเศร้า
“ไม่ใช่เช่นนั้นนะเ้าคะ”จิวฮวาเอ่ยตออบพร้อมกับมองไปที่เฟยหรงด้วยสายตานิ่ง
“ข้าไม่เคยคิดเช่นนั้นสำหรับข้าท่านพ่อและพี่ชายเป็คนสำคัญและเป็คนปกป้องข้าเสมอมาเ้าค่ะ”จิวฮวาเอ่ยต่อเมื่อเห็นว่าเฟยหรงนั้นไม่เชื่อคำที่นางพูด นางจึงได้แต่มองไปที่ชายตรงหน้าด้วยสายตาจริงจังแล้วเอ่ยความในใจที่จิวฮวาคนเก่าไม่มีทางได้บอกออกไปนั้นจึงทำให้เฟยหรงต้องหันมามองลูกสาวของตนด้วยสีหน้าครุ่นคิด
“เฟิ่งเออร์เ้านั้นเคยคิดที่จะออกจากตระกูลเย่เช่นจิวฝูบ้างหรือไม่”เฟยหรงเอ่ยถามนางพร้อมกับหันมามองที่นางด้วยสายตาคาดหวัง
“ทุกวันเ้าค่ะ”จิวฮวาเอ่ยตอบด้วยท่าทางจริงจัง
“จริงนะเ้าคะข้านะคิดจะออกจากบ้านแห่งนี้วันหนึ่งไม่ต่ำกว่าสิบหนและข้าก็คิดว่าพี่จิวฝูเองก็ต้องคิดเช่นเดียวกันกับข้าอย่างแน่นอนเ้าค่ะ”จิวฮวาที่เห็นว่าเฟยหรงจ้องมองมาที่นางด้วยสายตานิ่งอึ้งนางจึงได้ตอบอธิบายให้บิดาของตนฟังอีกครั้ง
“เ้าเองก็คิดเช่นเดียวกับจิวฝูหรือ”เฟยหรงเอ่ยถามบุตรสาวของตนด้วยสายตายากจะเชื่อ
“เ้าค่ะ ท่านพ่อข้าคิดว่าหากเราออกจากตระกูลเย่อาจจะดีกว่าหรือไม่เ้าคะอย่างน้อยๆที่นอกตระกูลก็ไม่มีการกดขี่เช่นที่ข้ากับพี่ชายถูกทำเช่นในตอนนี้”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับมองมาที่บิดาของตนด้วยสายตาจริงจัง
“เ้ากลับไปพักผ่อนเถอะเดี๋ยวพ่อขอนั่งคิดอะไรคนเดียวหน่อยเถอะ”เฟยหรงเอ่ยพร้อมกับถอนหายใจออกมาอย่างอ่อนอกอ่อนใจ
“เ้าค่ะเช่นนั้นลูกขอตัวนะเ้าคะ”จิวฮวาที่เห็นท่าทีเป็กังวลของบิดาของตนเช่นนั้นนางจึงได้ยอมกลับไปที่ห้องของตน
“พี่เย่”เสียงคุ้นเคยเอ่ยเรียกมาแต่ไกลทำให้เฟยหรงที่นั่งคบคิดอยู่ในห้องโถงต้องหันกลับไปมองตามที่มองเสียงด้วยรอยยิ้มยินดีที่สหายในกาลก่อนมาเยี่ยมเยือนตนในครั้งนี้
“น้องหลิน”เฟยหรงเอ่ยเรียกด้วยรอยยิ้มยินดีที่สหายคนสนิทของตนมาเยี่ยม
“คารวะพี่เย่ขอรับ”หลินเหวินไท่เ้าบ้านตระกูลหลินบิดาของหลินหลันฮวาเอ่ยทำความเคารพเย่เฟยหรงด้วยรอยยิ้มบาง
“ตามสบายเถอะมาเข้านั่งด้วยกันสิ”เฟยหรงเอ่ยพร้อมกับกวักมือเรียกอย่างเป็กันเอง
“พี่เย่สบายดีนะขอรับ”หลินเหวินไท่เอ่ยพร้อมกับมองสำรวจความเป็อยู่ของสหายของตนด้วยสายตาเป็ห่วง
“พี่ก็สบายดีตามที่ควรจะเป็นะ”เฟยหรงเอ่ยตอบเสียงเศร้าเพราะสภาพของเขาตอนนี้ยังถือว่ามีความเป็อยู่ด้อยกว่าบ่าวรับใช้ในจวนตระกูลเย่เสียด้วยซ้ำ
“จิวฮวาฮวาเออร์”เฟยหรงที่เห็นว่าสหายของตนยังไม่ได้รับชาั้แ่ที่มาถึงเรือนของตนเขาเอ่ยเรียกบุตรสาวของตนด้วยน้ำเสียงไม่ดังมากนัก
“เ้าคะท่านพ่อ”จิวฮวาเอ่ยขานรับพร้อมกับเดินออกมาหาบิดาของตนด้วยสีหน้ามึนงงแต่เมื่อสายตาของนางกวาดไปเห็นชายวัยกลางคนที่กำลังมองมาที่นางด้วยสายตาสงสาร
“คารวะท่านอาหลินเ้าค่ะ”จิวฮวาที่อาศัยความทรงจำเดิมเอ่ยทำความเคารพชายตรงหน้าด้วยท่าทีเรียบเฉยเพราะนางเองก็ยังเคืองอยู่หน่อยๆที่บุตรสาวของชายตรงหน้ากระทำต่อจิวฝูพี่ชายของตน
“ตามสบายเถอะหลานสาว”หลินเหวินไท่เอ่ยพร้อมกับมองมาที่จิวฮวาด้วยรอยยิ้มบอบบาง
“ฮวาเออร์ไปเอาชามารับท่านอาหลินสิ”เฟยหรงเอ่ยสั่งบุตรสาวของตนทำให้จิวฮวาที่ได้ยินเช่นนั้นจำต้องเดินเข้าไปที่ห้องของเฟยหรงแล้วหยิบใบชาและชุดชงชาที่ไม่ได้ใช้มานานออกมาเริ่มชงชาให้คนทั้งสองด้วยสีหน้าไม่เต็มใจนัก
“ฮวาเออร์ผู้ใดมาหรือ”จิวฝูที่มีห้องนอนใกล้ๆกับห้องครัวเอ่ยถามน้องสาวของตนด้วยสีหน้าสงสัย
“เป็ท่านอาหลินนะเ้าค่ะ”จิวฮวาเอ่ยตอบแล้วก้มหน้าก้มตาชงชาตรงหน้าของตนต่อในทันที
“ต้องขอโทษด้วยจริงๆที่ทำให้เ้ารอนานเพราะเราสามคนไม่ค่อยได้ดื่มชานานแล้วจึงต้องต้มน้ำใหม่รออีกสักครู่เถอะอีกเดี๋ยวฮวาเออร์ก็คงจะนำชามาต้อนรับเ้าได้แล้ว”เฟยหรงเอ่ยพร้อมกับมองไปที่น้องชายคนสนิทด้วยรอยยิ้มเขินอายที่เขาต้องมาเห็นตนในสภาพความเป็อยู่ที่ตกต่ำเช่นนี้
“ความจริงพี่เย่ไม่ต้องรำบากเช่นนี้ก็ได้ขอรับข้ามาวันนี้เพียงแค่้ามาขอโทษกับการกระทำของหลันฮวาเท่านั้นขอรับ”หลินเหวินไม่เอ่ยพร้อมกับมองไปที่เฟยหรงอย่างรู้สึกผิดแต่เขาก็เห็นด้วยกับที่บุตรสาวของตนทำในวันนี้เพราะเขาเองก็คงไม่อาจทนมองดูลูกสาวที่มีค่าของเขาต้องแต่งให้กับคนพิการเช่นจิวฝูได้เช่นกัน
“ไหนๆเ้าก็มาแล้วเ้าก็มาร่วมฟังด้วยกันเสียเลยสิเื่นี้มันเกี่ยวข้องกับเ้าพ่อไม่ว่าอะไรเ้าหรอก”เฟยหรงที่หันไปพบกับจิวฝูที่ยืนอยู่ไม่ไกลเอ่ยเรียกบุตรชายของตนด้วยท่าทีหนักใจเพราะตอนนี้เขาก็เข้าใจความเสียใจของทั้งสองฝ่ายไม่ว่าจะเป็จิวฝูหรือหลินเหวินไท่ไม่ว่าฝ่ายใดก็มีเหตุผลของตนทั้งสิ้น
“อาฝูอาขอโทษเ้าจริงๆที่อาไม่สามารถปล่อยให้บุตรสาวของอาต้องแต่งให้กับเ้าได้ตามที่เราทั้งสองตระกูลได้ตกลงกันเอาไว้”หลินเหวินไท่ที่เห็นท่าทีเจ็บแค้นของหลานชายจึงได้เอ่ยขอโทษอย่างรู้สึกผิด
“ไม่เป็ไรขอรับท่านอาหลินข้าเข้าใจตอนนี้ข้าเป็คนพิการแล้วคงไม่มีผู้ใดคิดจะให้ลูกสาวมาแต่งกับข้าอีกแล้วละขอรับ”จิวฝูเอ่ยพร้อมกับมองสบตากับหลินเหวินไท่ด้วยท่าทีเฉยชา
“อาฝู”ทั้งเฟยหรงและเหวินไท่ต่างเรียกเด็กชายตรงหน้าอย่างเ็ปใจที่ต้องมาเห็นเด็กชายที่มีอนาคตไกลต้องมาอยู่ในสภาพน่าสมเพชเช่นนี้
“ในเมื่อเ้าไม่คัดค้านอันใดอาจะถือว่าการยกเลิกการหมั้นหมายของเ้ากับหลันฮวาเป็อันเสร็จสมบูรณ์นะส่วนเื่สินสอดที่จ้านำไปขอหมั้นหมายกับหลันฮวาอาจะคืนให้เ้าในเร็วๆนี้”เหวินไท่เอ่ยพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างโล่งอกที่ในที่สุดเขาก็ไม่ต้องทนมองดูลูกสาวเพียงคนเดียวของเขาต้องแต่งงานกับคนพิการเช่นจิวฝูแล้ว
“น้ำชาเ้าค่ะ”จิวฮวาที่เพิ่งชงชาเสร็จเรียบร้อยนำชามารินให้คนทั้งสามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแล้วนั่งลงด้านข้างของพี่ชายของตนอย่างถือวิสาสะ
“นั้นเป็กำไลที่เ้าให้ไว้กับหลันฮวาไม่ใช่หรือ”เหวินไท่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงใเพราะเขานั้นรู้ดีว่ากำไลวงนั้นมันมีอะไรสำคัญๆซ่อนอยู่แต่ไม่คิดว่าลูกสาวที่แสนเอาแต่ใจของเขานั้นจะกล้าทิ้งกำไลวงนี้โดยที่ไม่ได้บอกเขาก่อนล่วงหน้าเช่นนี้
“ใช่เ้าค่ะท่านพ่อยกให้ข้าแล้ว”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับลูบที่กำไลหยกด้วยรอยยิ้มพึงพอใจเพราะไม่ว่าเมื่อใดที่นางััที่กำไลวงนั้นนางจะรู้สึกว่าร่างกายที่หนักอึ้งของนางนั้นจะค่อยๆเบาขึ้นในทุกๆวัน
“หลันฮวานางโยนให้กับจิวฝูคืนในวันที่นางบอกยกเลิกหมั้นหมายกับจิวฝูนั้นแหละ”เฟยหรงเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเรียบ
“เช่นนั้นหรือขอรับ”เหวินไท่เอ่ยพร้อมกับมองไปที่กำไลที่ข้อมือของจิวฮวาด้วยอย่างแสนเสียดาย
“อืม”เฟยหรงพยักหน้าตอบรับอย่างขอไปที
“หากไม่มีอะไรแล้วข้าไม่รบกวนพี่เย่กับเด็กๆแล้วนะขอรับ”เหวินไท่ที่เห็นบรรยากาศอึมครึมของคนทั้งสามเขาจึงเอ่ยขอตัวแล้วเร่งเดินจากไปในทันที
“ท่านพ่อเห็นแล้วใช่หรือไม่ว่าในตอนนี้เราไม่นับเป็อันใดในสายตาผู้ใดเลย ผู้คนที่เคยประจบล้วนแล้วแต่หันหน้าหนีแม้กระทั้งสหายสนิทของท่านเองก็ยังไม่คิดแม้แต่จะดื่มชาที่เราชงให้เขาเลยเสียด้วยซ้ำแล้วเช่นนี้ท่านยังจะดันทุรังอยู่ที่นี้อีกหรือขอรับท่านพ่อ”จิวฝูที่เห็นว่าเหวินไท่ออกไปไกลแล้วหันมาเอ่ยกับบิดาของตนอย่างเหลืออด
“จิวฝู”เฟยหรงที่ได้ยินเช่นนั้นจึงได้เอ่ยเรียกบุตรชายของตนเสียงเข้มอย่างไม่พอใจนัก
“ท่านพ่อข้าเองก็เห็นด้วยกับพี่ชายนะเ้าคะเราสองคนอยู่ที่นี้ไม่นับเป็ตัวอะไรวันๆดีแต่ถูกลูกๆของท่านอาชี้นิ้วกลั้นแกล้งบรรดาผู้าุโก็ล้วนแต่แสร้งทำเป็ไม่เห็นในยามที่ข้ากับท่านพี่ถูกรังแกแล้วเช่นนี้ท่านพ่อยังจะให้ข้ากับท่านพี่ทนอยู่ให้พวกเขาเหยียบย้ำเล่นอีกหรือเ้าคะหรือท่านพ่อไม่คิดเห็นใจพวกข้าเท่ากับความยึดติดเื่ตระกูลของท่านพ่อ”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับมองไปที่บิดาของตนอย่างน้อยอกน้อยใจน้ำตาที่พรั่งพรูออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัวก็ทำให้จิวฝูในตอนนี้มึนงงไม่น้อยเพราะอยู่ๆอารมณ์เศร้าก็ตีตื่นขึ้นมาในจิตใจของนาง
“ฮวาเออร์”เฟยหรงที่เห็นว่าบุตรสาวของตนกำลังร้องไห้ออกมาอย่างทุกข์ทนเขาจึงได้แต่มองไปที่บุตรสาวของตนอย่างทำอะไรไม่ถูกเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาจิวฮวาไม่เคยมีท่าทีเศร้าเช่นนี้มาก่อนเลยแม้แต่ครั้งเดียว
“ท่านพ่อเห็นหรือไม่ละขอรับว่าครอบครัวที่ท่านพยายามปกป้องทำเช่นไรกับพวกเราในยามที่เราตกอยู่ในสภาพตกต่ำเช่นนี้ข้าว่าท่านพ่อยอมตัดใจจากบ้านเย่แห่งนี้เถอะขอรับเพราะตอนนี้ในสายตาของพวกเขาเราไม่ใช่ครอบครัวของพวกเขาแล้วละขอรับ”จิวฝูเอ่ยพร้อมกับมองมาที่น้องสาวของตนด้วยรอยยิ้มเหยียดหยันให้กับชะตาชีวิตของพวกตนสามคนพ่อลูก
“พวกเ้ากลับเข้าห้องไปพักเถอะเดี๋ยววันพรุ่งนี้พ่อจะให้คำตอบพวกเ้า”เฟยหรงจึงได้เข็นรถเข็นของตนด้วยออกไปด้วยท่าทางเคร่งเครียด
“จิวฮวาอย่าร้องอีกเลยพี่เชื่อว่าอีกไม่นานเราจะสามารถหลุดพ้นออกจากบ้านเย่แห่งนี้ได้”จิวฝูเอ่ยพร้อมกับลูบหัวเพื่อปลอบน้องสาวของตนด้วยท่าทีอ่อนโยน
“ข้าไม่เป็ไรเ้าค่ะฮึกแต่ข้าหยุดร้องไม่ได้”จิวฮวาที่ไม่วสามารถหยุดร้องไห้ได้อย่างที่้าเอ่ยตอบพี่ชายของตนอย่างจนปัญญาพรางกับใช้แขนเสื้อซับน้ำตาของตนไปพรางๆ