อีกด้านหนึ่ง ณ ตระกูลโจว
“พี่ชาย ตื่น เ้าหมูี้เีลุกขึ้นเดี๋ยวนี้” เสียงไร้เดียงสาเปล่งดังั้แ่รุ่งเช้า
โจวเฉินที่นอนอยู่บนเตียงค่อย ๆ ตื่นขึ้นมา เมื่อลืมตาสิ่งแรกที่พบเป็น้องสาวตัวน้อย ที่กำลังปลุกเขาอย่างกระตือรือร้น
จนแม้แต่นายน้อยสามเองก็รู้สึกประหลาดใจเช่นกัน เด็กหญิงตัวน้อยกลายเป็คนตื่นเช้าั้แ่เมื่อใด
“ลุกขึ้นเลยนะพี่สาม เ้าจำไม่ได้เหรอวันนี้วันอะไร” น้องสาวโจวอันฉีพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“วันอะไร”
“วันที่ทุกคนรอคอยยังไงล่ะ” เด็กน้อยตอบอย่างมั่นใจ พลางปรบมือด้วยท่าทางอารมณ์ดี
โจวเฉินที่เห็นความน่ารักก็อดไม่ได้ที่จะจับตัวน้องสาวเข้ามากอด ก่อนที่จะนึกขึ้นได้จริง ๆ ว่าวันนี้เป็วันอะไรกันแน่
หลังแกล้งเด็กน้อยได้สักพัก เขาก็ลุกไปจัดการตัวเองแล้วนั่งร่วมโต๊ะกินมื้อเช้ากับน้องสาว
จากนั้นจึงพานางเดินไปรอที่รวมตัว ซึ่งเป็ลานจัตุรัสที่ใช้สำหรับจัดงานภายในครอบครัวโจวของเขา
ทันทีที่มาถึงสมาชิกทั้งเด็กน้อยเด็กโตต่างเข้ามาทักทายสองพี่น้อง แต่ความจริงพวกเขาเข้ามาพูดคุยกับโจวอันฉีจนนางกลายเป็จุดศูนย์กลาง
เหตุการณ์การพบปะระหว่างเด็กในตระกูลผ่านไปได้สักพัก เหล่าผู้าุโที่มีหน้าที่ดูแลสิ่งต่าง ๆ ก็ทยอยมาปรากฏตัวจนครบทั้งสิบ
โดยหนึ่งในนั้นถูกเลือกให้เข้ามารับตำแหน่งผู้นำตระกูลชั่วคราว แทนที่บิดาของโจวเฉินที่ยังคงปิดด่านบ่มเพาะพร้อมกันกับแม่ของเขา
ขณะนี้ภายในลานกว้างเต็มไปด้วยวัยเด็กไปจนถึงรุ่นเยาว์ มีั้แ่อายุน้อยสุด 4 ขวบอย่างโจวอันฉี ไปจนกระทั่งอายุสูงสุด 20 ปี ซึ่งถือเป็ขีดจำกัดของ่อายุที่รากิญญาจะปรากฏแล้ว
เด็กบางคนตรวจพบรากิญญาั้แ่อายุยังน้อย เขาเ่าั้จึงเริ่มต้นวางรากฐานการฝึกฝนได้ไวกว่าคนทั่วไป
บางคนปรากฏรากิญญาขึ้นมาตามเกณฑ์ โดยอยู่ใน่อายุ 10 ถึง 16 ปี บ้างก็มาช้าแต่สูงสุดจะไม่เกิน 20 ปี
สำหรับขีดจำกัด 20 ปีนี้ นับรวมทั้งรากิญญา กับผู้มีร่างจิติญญาแต่กำเนิดด้วย
อย่างเช่นโจวเฉินในชีวิตก่อน รากิญญาของเขาปรากฏตอนอายุ 10 ขวบ และปลุกร่างจิติญญาได้่อายุ 19 ปีซึ่งเป็เวลาที่เขาจากตระกูลไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม ในสถานที่อื่นอาจกำหนดกฎเกณฑ์ขึ้นมาแตกต่างกันไป
แต่สำหรับตระกูลโจวสมาชิกในตระกูลสามารถเข้าร่วมทดสอบรากิญญาได้ทุกปี จนกว่าอายุจะเกิน 20 ปี
ส่วนประลองภายในสำหรับรุ่นเยาว์จำกัดอายุไว้ที่ 15 ถึง 20 ปีเท่านั้น และการที่เปิดให้มีการต่อสู้ในตระกูลเกิดขึ้น ก็เพื่อเป็การสร้างแรงผลักดันสมาชิกรุ่นใหม่
โดยมีรางวัลคอยกระตุ้นช่วยให้รุ่นเยาว์มีความกระตือรือร้นมากยิ่งขึ้น
สำหรับสมาชิกอายุ 20 ปีขึ้นไปหากไม่เก็บตัวฝึกวิชา ก็จะต้องถูกส่งไปดูแลกิจการต่าง ๆ ของตระกูล หรือบางคนใช้วิธีการจับกลุ่มทำภารกิจเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อแลกกับการสนับสนุน
ในระหว่างนั้นหลังจากผู้นำตระกูลชั่วคราวกล่าวกับรุ่นเยาว์ พร้อมทิ้งทายด้วยการพูดให้กำลังใจ การทดสอบรากิญญาก็เริ่มขึ้น
สมาชิกที่มาร่วมทดสอบยกเว้นโจวเฉินและผู้ที่รอร่วมงานประลอง มีทั้งหมดเกือบ 200 คน
“โจวหยู”
คนแรกที่ถูกขานชื่อก้าวขึ้นไปบนแท่นทดสอบ เขาเป็เด็กชายอายุประมาณ 9 ขวบที่ตัวเล็กกว่าเด็กวัยเดียวกัน
เมื่อเข้าไปใกล้หินทดสอบ โจวหยูก็ทาบฝ่ามือข้างหนึ่งลงไปบนนั้น ด้วยความรู้สึกเปี่ยมล้นหวังว่าตนจะมีรากิญญา
ด้วยเสียงครืนหินทดสอบพลันปรากฏลายเส้นลึกลับ แผ่กระจายราวกับรอยประกายเพลิง
ทันใดนั้นหินทดสอบก็ปลดปล่อยกระแสแสงพุ่งสู่ฟ้า ก่อตัวกลายเป็เสาแสงที่เจือไปด้วยลวดลายเปลวไฟร้อนแรง
ในตอนนี้ทุกสายตาต่างจับจ้องไปยังการทดสอบด้วยความใ พวกเขาคาดไม่ถึงว่าผู้ทดสอบคนแรกของปี จะประสบความสำเร็จมากถึงเพียงนี้
ความสูงของเสาแสงมากถึง 82 ชุ่น บ่งชี้ว่านี่คือรากิญญาชั้นยอด ส่วนลักษณะที่ปรากฏลวดลายเปลวเพลิงนั่นหมายถึงมีคุณสมบัติไฟ
ในโลกแห่งการฝึกฝนหากวัดโดยละเอียดกับการทดสอบรากิญญานั้น ยิ่งมีความสูงมากเท่าใดก็ยิ่งฝึกฝนได้เร็วเท่านั้น
เริ่มจากความสูงรากิญญา 1 ถึง 20 ชุ่นคือระดับด้อยกว่า 21 ถึง 40 ชุ่นก็คือระดับต่ำ 41 ถึง 60 ชุ่นเป็ระดับกลาง 61 ถึง 80 ชุ่นถือเป็ระดับสูง และชั้นยอดจึงมีความสูงั้แ่ 81 ถึง 100 ชุ่น
นอกจากนี้แล้ว ลักษณะของเสาแสงจะปรากฏโดยสอดคล้องกับคุณสมบัติอีกด้วย
“รากิญญาไฟชั้นยอด” ผู้าุโร่างผอมที่ทำหน้าที่ผู้ดูแลประกาศด้วยเสียงแหบพร่า
โจวหยูที่ประสบความสำเร็จหันมาชูมือข้างหนึ่งขึ้น พร้อมะโด้วยความดีใจ
รุ่นเยาว์ในลานหลายคนมองโจวหยูอย่างอิจฉา แต่ส่วนใหญ่โดยเฉพาะคนอายุน้อย ต่างส่งเสียงปลุกเร้าบ้างก็ะโชื่อโจวหยูไม่หยุด
“เงียบ” ผู้าุโท่านหนึ่งส่งเสียงห้ามรุ่นเยาว์ หลังปล่อยให้เด็กเ่าั้แสดงความยินดีผ่านไปสักระยะ
หลังจากนั้นคนต่อมาจึงถูกขานชื่อ แต่น่าเสียดายที่เด็กสาวคนที่สองทดสอบไม่พบรากิญญา
อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็ตระกูลผู้ฝึกฝนแต่อัตราเกิดมามีรากิญญายังค่อนข้างต่ำ
ผ่านไป 50 คนแรก ผู้ที่ทดสอบแล้วพบรากิญญามีแค่ 5 คนเท่านั้น เว้นแต่โจวหยูที่พิเศษคนอื่น ๆ มีรากิญญาปกติ ระดับอยู่ใน่ด้อยกว่าถึงกลางไม่เกินนี้
“โจวหลิงเอ๋อร์” เสียงแหบพร่าของผู้าุโยังคงดังต่อไป
ในตอนนั้น เด็กหญิงอายุ 12 ปีก้าวขึ้นไปทดสอบด้วยท่าทีประหม่า แต่ก่อนที่จะวางฝ่ามือลงบนหินทดสอบ เสียงให้กำลังใจจากเด็กน้อยพลันดังมาจากระยะไกล
“พี่สาวหลิงเอ๋อร์เ้าต้องทำได้ พี่สาวหลิงเอ๋อร์อย่ายอมแพ้นะ”
แน่นอนว่านั่นเป็ของโจวอันฉีตัวน้อย โจวหลิงที่ได้ยินดังนั้นตัวสั่นสะท้านก่อนอาการประหม่าจะดีขึ้น
นางวางมือลงไปทดสอบจนหินมีการตอบรับ ปลดปล่อยเสาแสงพุ่งทะลวงอากาศทะยานสูงขึ้นไป
“พี่สามดูสิ พี่สาวหลิงเอ๋อร์ทำสำเร็จแล้ว” เด็กน้อยปรบมือเสียงดัง นางดีใจมากที่เห็นพี่สาวที่นางรู้จักทำสำเร็จ
“รากิญญาไม้ระดับสูง” ผู้าุโประกาศผลลัพธ์เสียงดัง ใบหน้าเก่าแก่เผยให้เห็นรอยยิ้มยินดี
“ยอดเยี่ยม น้องสาวหลิงเอ๋อร์ของเรามีรากิญญาไม้”
“ฮ่า ๆ เ้าโง่ไม่เห็นความสูงนั่นรึไง นั่นไม่ใช่แค่รากิญญาพิเศษเท่านั้น แถมยังเป็ระดับสูงด้วย” เด็กชายคนหนึ่งหันไปตบศีรษะเพื่อนข้าง ๆ
“สุดยอดไปเลย ปีนี้ในตระกูลของเรามีรากิญญาพิเศษโผล่มาแล้วตั้งสองคน” ชายอายุเกือบ 19 ปีพูดเบา ๆ พลางกำหมัดแน่น
แม้ว่าเขาจะเผชิญความล้มเหลวอีกครั้งในปีนี้ และเหลือโอกาสเพียงไม่มาก แต่เมื่อเห็นคนในตระกูลประสบความสำเร็จก็รู้สึกดีใจไปด้วย
“พี่สาม น้องสาวของเ้าก็อยากลองทดสอบดูบ้าง” โจวอันฉีตัวน้อยเปิดปากเล็ก ๆ พลางเอามือดึงชายชุดของพี่ชายไม่หยุด
โจวเฉินมองลงไปในดวงตาที่มุ่งมั่นตั้งใจของนาง แล้วลูบหัวน้องสาวเบา ๆ “ก็เอาสิ พี่ชายจะพาน้องสาวของเขาไปทดสอบเอง”
“เย้...” เด็กน้อยกอดขาเขาแน่น ก่อนที่นางจะถูกพี่ชายอุ้มไปทางแท่นทดสอบ
และเมื่อสองพี่น้องเดินมาถึง โจวเฉินเลยเอ่ยความ้าออกไป เพราะเกรงว่าโจวอันฉีที่อายุน้อยจะไม่มีชื่อติดในการทดสอบของปีนี้
“ได้สิ ข้าจะเพิ่มชื่อนางเป็คนสุดท้าย” ผู้าุโคนดังกล่าวรับปากจะใส่ชื่อโจวอันฉีเข้าไปให้
“ขอบคุณ ผู้าุโเจ็ด” โจวเฉินเอ่ยขอบคุณก่อนนำน้องสาวถอยห่างออกไป
ระหว่างนั้นการทดสอบยังคงดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ ไม่ถึงครึ่งชั่วยามสมาชิกคนสุดท้ายของปีนี้ก็ทดสอบเสร็จสิ้น
แต่นอกจากรากิญญาพิเศษทั้งสองที่ปรากฏก่อนหน้านั้น คนต่อๆ มาไม่มีใครที่พบรากิญญาประเภทนี้อีกเลย
ทว่าในบรรดาคนเ่าั้ ยังมีผู้ที่มีรากิญญาระดับสูงปรากฏออกมาบ้าง ส่วนเื่จำนวนผู้ทำสำเร็จทั้งหมดยังคงไม่มาก มีแค่ 22 คนจากที่เข้าร่วมเกือบ 200 คน
“โจวอันฉี”
นี่คือชื่อสุดท้ายที่ถูกส่งมาโดยผู้าุโเจ็ด ซึ่งการขานชื่อดังกล่าวทำให้ใครหลายคนประหลาดใจ
ส่วนเด็กหญิงตัวน้อยที่ได้ยินดังนั้น นางยกมือขึ้นสุดแขนเท่าที่จะทำได้ อีกทั้งยังรบเร้าให้พี่ชายของนางเดินเข้าไปเร็ว ๆ
“พี่ชายยืนรอน้องสาวของเขาตรงนี้นะ” โจวเฉินค่อย ๆ ส่งน้องสาวตัวน้อยขึ้นไปบนแท่นทดสอบ แล้วเฝ้ามองจากตรงนั้นโดยไม่สนใจสายตาผู้อื่น
โจวอันฉีที่ถูกนำขึ้นไปไม่แสดงอาการประหม่าแม้แต่น้อย นางใช้ขาอันสั้นวิ่งเข้าหาหินทดสอบด้วยความเร็วราวสายลม
ก่อนจะวางฝ่ามือน้อย ๆ พร้อมใบหน้ามีความสุข ดวงตากลมโตของนางหรี่ลงเป็จันทร์เสี้ยวอย่างน่ารัก
ด้วยเสียงครืนเสาแสงก่อตัวขึ้นในทันที ใช้เวลาพริบตาเดียวความสูงพลันพุ่งทะยานไปถึงผ่าน 80 ชุ่นไปไกลมากแล้ว ภาพนี้ทำให้ทุกคนตกตะลึงอย่างยิ่ง
แต่ทว่าที่ยิ่งน่าใยิ่งกว่า กลับเป็บางสิ่งที่หลายคนไม่เคยเห็นมาก่อน และมีเพียงผู้าุโบางคนกับโจวเฉินที่รู้จักสิ่งนี้เป็อย่างดี
“ความสูง 99 ชุ่น เป็ไปได้ยังไง” ผู้าุโคนหนึ่งอ้าปากตาค้าง
“นี่มัน” โจวเฉินเกือบพูดไม่ออก แต่ในหัวมีถ้อยคำหนึ่งฉายผ่านเข้ามา
ร่างกระบี่สูงสุด
“เยี่ยม ดี ดีมาก อย่างน้อยครั้งนี้ก็มาไม่เสียเที่ยว” ชายหนุ่มผู้หนึ่งผุดลุกขึ้นจากบริเวณใกล้กับตำแหน่งเหล่าผู้าุโนั่งอยู่
เมื่อมองจากลักษณะชุดที่ชายคนนี้สวมใส่แล้ว เห็นได้ชัดว่ามีความต่างกับรุ่นเยาว์ตระกูลโจวชัดเจน แต่บางส่วนอย่างเช่นสัญลักษณ์ตระกูลก็ดูคล้ายกัน
“ข้า้าพานางกลับไปตระกูลหลักกับข้า” ชายคนดังกล่าวประกาศกร้าวเสียงดังขณะชี้นิ้วไปที่เด็กน้อย