ฉินเฉากับซูจีพากันเศร้าใจ หลังจากทะยานผ่านลมหนาวมาอย่างยากลำบาก ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงทางเข้าโรงเรียน แต่พวกเขากลับถูกหยุดโดยหน่วยรักษาความปลอดภัยที่ไม่คุ้นหน้า
หน่วยรักษาความปลอดภัยนี้ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของโรงเรียนจริง เครื่องแบบของพวกเขาเป็นสีเทาดำ พร้อมปลอกแขน แล้วโลโก้ที่ติดตรงหน้าอก โลโก้นั้นคือโล่สีฟ้าที่มีคำว่า ‘Blue Shield’ พิมพ์อยู่ใต้ภาพ
“เราเป็นการ์ดแล้วอาจารย์ของโรงเรียนนี้ ทำไมพวกนายถึงมาหยุดเรา?” ที่ตรงหน้าฉินเฉามีชายที่สูงกว่า 180 เซน ที่ดูแข็งแกร่ง เหมือนตึกสูงยืนอยู่
“พวกเราบริษัทรักษาความปลอดภัยโล่สีฟ้า วันนี้ถูกจ้างมาให้ดูแลโรงเรียน ตอนนี้ความปลอดภัยของโรงเรียนอยู่ในความดูแลของเรา” ชายที่มีตารูปสามเหลี่ยมกลับด้านที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉินเฉาพูดอย่างเย็นชา “ยามของโรงเรียนกวงหยวนวันนี้หยุดงานกันหมด ดังนั้นนายกลับบ้านไปซะ สำหรับอาจารย์ท่านนี้ได้โปรดแสดงบัตรประจำตัวให้เราดูด้วย”
“ใครจะไปพกบัตรประจำตัวไว้กับตัวได้ทุกวันกันยะ!?” ซูจีรีบตอบกลับ ดูเหมือนว่าข้อตกลงที่ว่าจะถูกจัดการเพราะเรื่องเมื่อวาน เพราะเธออยู่โรงพยาบาลเฝ้าไข้ฉินเฉาตลอดเวลา ระหว่างที่เขาหมดสติไปหนึ่งวันหนึ่งคืน เธอจะไปรู้ถึงสถานการณ์ตอนนี้ได้อย่างไร?
“งั้น คุณก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไป!”
ชายตาสามเหลี่ยมกลับด้านกอดแขนแล้วยืนขวางพวกเขาทั้งคู่
“ผมเป็นการ์ดโรงเรียนนี้ นี่บัตรฉันผม วันนี้เวรฉันผม ๆ ต้องการเข้าไป ขอบคุณ” ฉินเฉาหยิบบัตรของเขาออกมาจากกระเป๋าเสื้อแล้วส่ายต่อหน้าเข้า
“ผมเตือนคุณไปสองครั้งแล้ว ๆ นี่จะเป็นครั้งสุดท้าย ผมบอกว่าวันนี้ยามประจำโรงเรียนหยุดงาน” ชายตาสามเหลี่ยมกลับด้านเชิดหัวขึ้น ไม่สามารถแม้เห็นสายตาทั้งสอง
ฉินเฉาเก็บบัตร ขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “ทำไมวันนี้ยามถึงหยุด?”
“แกยังกล้าถามคำถามนี้อีกเหรอ?” การ์ดโล่สีฟ้าคิ้วหนาที่อยู่ใกล้ ๆ แสยะยิ้ม “บอสของแกจ้างเราเพราะว่าพวกแกเป็นแค่ขยะใส่ชุดยามน่ะสิ”
ก่อนที่ฉินเฉาจะหมดความอดทน ชายตาสามเหลี่ยมตบไหล่เพื่อนของเขา “เล่ยจื้ออย่าพูดเหลวไหล เรื่องแบบนี้เก็บไว้ในใจก็พอ”
ฉินเฉาขบฟัน โบกมือให้ซูจีหลบไปด้านข้างแล้วพูดว่า “เอาล่ะ...ผมรู้แล้วเป็นแค่ไม้ผุ ๆ ไร้ประโยชน์ แต่ผมก็คิดว่ามันง่ายที่ผมจะจัดการพวกนายสองคน”
“ขยะยังไงก็ยังเป็นขยะ พูดไม่คิด” ชายที่ถูกเรียกว่า เล่ยจื้อ หัวเราะจนหัวสั่น แล้วตบไหล่ชายตาสามเหลี่ยม “พี่ชาน เจ้าหนูนี่ตลก”
“หึหึ...” ฉินเฉาหัวเราะ หยิบบุหรี่ออกมาจากกระเป๋า คาบไว้ในปากแล้วจุด
“สำหรับคนอย่างพวกนาย ผมมีแค่คำพูดเดียวเท่านั้น”
หลังจากที่พูดเสร็จ ฉินเฉายื่นหมัดขวาออกไป จากนั้นยกนิ้วกลางขึ้นตรงหน้าเล่ยจื้อ
ใบหน้ายิ้มของเล่ยจื้อสลายไป ผิวหนังแล้วเลือดเนื้อของเขาสั่นสะท้านด้วยความโกรธ ฉินเฉาเจตนาทำให้ชายคนนี้โกรธ เขาเห็นมัน เทียบกับพี่ชานแล้ว เล่ยจื้อคนนี้อารมณ์ร้อนกว่ามาก
แน่นอนว่ามันไม่สะกดความโกรธของตัวเอง รีบก้าวเข้ามาหาฉินเฉาทันที
“เล่ยจื้ออย่าใช้กำลัง” พี่ชานเหมือนจะพยายามจัดการกับเรื่องนี้ แต่เขาเพียงแค่พูดเท่านี้แล้วหันหน้าหนีไปด้านข้าง
“เจ้าหนู เมื่อกี้แกหมายความว่ายังไง?” หลังจากได้รับอนุญาตจากพี่ชาน เล่ยจื้อกลายเป็นมั่นใจ เขาเดินเข้ามาแล้วถามดัง ๆ เสียงของเขาเหมือนกับสายฟ้าฟาด ถ้าพวกเขาได้เห็นท่าทางน่าประทับใจนี้ของเล่ยจื้อ บางทีเท้าของพวกเขาอาจจะแข็งก่อนที่จะสู้
แต่ฉินเฉาไม่ใช่คนธรรมดา แม้กระทั่งมนุษย์หมาป่ายังถูกเขาจับ แล้วคนที่ถูกเรียกว่าน่าประทับใจในหน่วยโล่สีฟ้านี้จะทำให้เขากลัวได้อย่างไร?
“ความหมายก็ง่าย ๆ ” ฉินเฉาสูบบุหรี่ชิว ๆ แล้วพูดว่า “ฉันพูดว่า นายมันขยะยิ่งกว่าฉันไงล่ะ”
“ไอ้สวะ ให้พ่อแกคนนี้สอนบทเรียนให้แกแทนอาจารย์ของแกเอง!” เล่ยจื้อพูด จากนั้นก็พุ่งหมัดใส่ใบหน้าด้านข้างของฉินเฉา
อย่างคำพูดที่ว่า ‘จะเปิดโปงคนอย่าเปิดเผยข้อบกพร่องของเขา จะตีคนอย่าตีหน้า’ หมัดของเล่ยจื้อนี้กะเอาเข้าที่หน้า ถ้ามันถูก มันจะสร้างความเสียหายทางด้านร่างกายแล้วจิตใจให้ฝ่ายตรงข้ามอย่างมาก
แต่ฉินเฉาจะปล่อยให้ตัวเองถูกซัดได้อย่างไร? เขายื่นมือออกไปรับอย่างชิว ๆ การเคลื่อนไหวนี้เชื่อมต่อกับฝ่ามือที่เหมือนอุ้งตีนหมีของเล่ยจื้อ มือของฉินเฉารีบกวาดมันไปด้านข้าง
จากนั้นย่อเอวลง แล้วใช้ความสูงที่ต่างกันนี้ ใช้ไหล่ของเขากระแทกเข้ากับหน้าอกของเล่ยจื้ออย่างแรง
หน้าของเล่ยจื้อทันใดนั้นก็ซีดขาว เขารู้สึกเหมือนออกซิเจนในปอดกำลังจะหมด การกระแทกที่หน้าอกนี้เหมือนกับถูกรถชน ร่างของเล่ยจื้อหมุนคว้าง แล้วตกลงบนพื้น เขาไม่สามารถลุกขึ้นได้ในเวลาอันใกล้
“เล่ยจื้อ!”
อารมณ์ของใบหน้าของชายตาสามเหลี่ยมที่ถูกเรียกว่าพี่ชานเปลี่ยน ก่อนที่จะเข้าร่วมหน่วยรักษาความปลอดภัยโล่สีฟ้า เล่ยจื้อคนนี้เคยเป็นหน่วยพิเศษมาก่อน เมื่อเข้ามาอยู่ที่หน่วยโล่สีฟ้านี้ เขาก็ยังเป็นหนึ่งในคนที่ดีที่สุด
มันสามารถพูดได้ว่า แค่เขาคนเดียวก็สามารถจัดการกับชาย 5 - 6 คนได้ด้วยตัวคนเดียว
แต่ตอนนี้เมื่อเขาเผชิญหน้ากับการ์ดตัวเล็ก ๆ เขากับนอนหมดสภาพอยู่บนพื้น หลังจากที่เพิ่งเริ่ม?
“แกเป็นใคร?” พี่ชานหันหัวกลับไป เขามองฉินเฉาอย่างระมัดระวัง
“ฉันบอกนายไปแล้ว ฉันเป็นแค่ยามธรรมดา ๆ แล้วฉันทำงานที่โรงเรียนนี้”
“ฉันคิดว่า แกเหมือนนักฆ่าที่พวกสเกลตั้นส่งมามากกว่า!” พี่ชานทันใดนั้นก็หยิบวิทยุสื่อสารออกมาแล้วตะโกนใส่ “มีเรื่องที่หน้าโรงเรียน รีบพาพวกมาจัดการ!”
หลังจากที่พูดเสร็จ กลุ่มชายในชุดเครื่องแบบรักษาความปลอดภัยสีเทา ก็เริ่มหลั่งไหลออกมาจากโรงเรียน พวกเขาตัวสูงใหญ่ล่ำสัน พร้อมกับแผ่ออร่าออกมา
เหล่าการ์ดทั้งสามสิบคน ภายใต้คำสั่งของพี่ชานพวกมันรีบเข้ามาล้อมฉินเฉาไว้
“พวกนายเป็นการ์ดที่ซูเฟยจ้างมาอย่างนั้น ใช่มั้ย?” ฉินเฉาหยุดสูบบุหรี่ ยิ้ม แล้วพูดว่า “ถ้าพวกนายคิดว่าตัวเองเจ๋งนักล่ะก็ งั้นยามคนนี้ขอทดสอบความสามารถของพวกนายหน่อยแล้วกัน”
หลังจากนั้นเขาก็ดีดบุหรี่ทิ้งไป แล้วกระทืบเท้าของเขา
พื้นที่รอบ ๆ เขาสั่น หน่วยโล่สีฟ้าสะดุ้ง ชายคนนี้เป็นป๊อปอายหรือไง? ทำไมเขาถึงแข็งแกร่งอย่างน่ากลัวขนาดนี้?
“อย่าถอย ให้มันรู้ว่าเราเก่งแค่ไหน!” พี่ชานขมวดคิ้ว เขารู้ว่าชายคนนี้ไม่ง่ายที่จะจัดการ เขาเข้าใกล้หมัดฉินเฉาขณะที่วาดแขนแล้วดึงเอากระบองของเขาออกมา
แกร๊ง! ทั้ง 30 คน ดึงเอากระบองออกมาพร้อมกัน กระบองหน่วยโล่สีฟ้านี้เป็นตัวเลือกที่นิยมที่สุด อาวุธชนิดนี้ทำลายแม้กระทั่งพื้นซีเมนต์ได้อย่าว่าแต่กระดูกคนเลย
ฉินเฉาทำเพียงแค่วางแขนเป็นแนวนอนปกป้องร่างกายของเขา ปล่อยให้กระบองเหล่านั้นฟาดใส่แขน
แคล้ง! พี่ชานรู้สึกเหมือนกับว่าเขาเพิ่งฟาดใส่แผ่นเหล็ก ที่ง่ามมือระหว่างนิ้วโป้งแล้วทั้งสี่นิ้วชา กระบองของเขาหักเป็นสองท่อนอย่างไม่คาดคิด ท่อนบนลอยไปแล้วตกลงที่ด้านข้าง
พี่ชานตกใจ เขาคิดว่าแขนของฝ่ายตรงข้ามต้องหักอย่างแน่นอน ‘ชายคนนี้บ้าไปแล้ว! เขาไม่แม้แต่จะหนี เขาป้องกันไม่ใช้การโจมนี้โดนหัว!’
ใครจะรู้ ฉินเฉาสะบัดแขนอย่างใจเย็น ปัดมือขวาของพี่ชานไปด้านข้างด้วยมือซ้าย ขณะที่มือขวา กำเป็นหมัดแล้วกระทุ้งเข้าที่กระเพาะของพี่ชานอย่างแรง
อั่คคค! พี่ชานไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่เขาเจ็บปวดมากมายอย่างนี้ หมัดนี้เหมือนกับจะเป็นความเจ็บปวดที่สุดที่เขาได้รับมาตลอดหลายปีนี้ ท้องของเขารู้สึกเหมือนกับถูกมีดแทงแล้วหมุน เครื่องในของเขาแทบเคลื่อน เขาสูดลมหายใจเข้าปาก ก่อนที่จะนอนลงตรงหน้าฉินเฉา
“เขาโกงพี่ชาน!”
พร้อมเจตนาฆ่า พวกเขายกกระบองแล้วพุ่งเข้าใส่ฉินเฉาพร้อมกัน
ฉินเฉาก็ไม่ยั้งมืออีกต่อไป เขาเกลียดพวกนี้ พวกที่คิดว่าตัวเองเหนือกว่าคนอื่น ต้อนรับพวกเขาด้วยความยินดี ผู้ชมที่อยู่ด้านข้างเห็นแต่ผู้คนที่พุ่งเข้าใส่ฉินเฉา ได้ลอยกลับมาตกลงในจุดที่พวกเขาเคยอยู่ก่อนหน้า คนต่อคน พวกเขาตกลงกับพื้นอย่างงุ่มง่าม
“ทำไมการต่อสู้ของพวกนายแย่อย่างนี้?” ฉินเฉาขยับข้อต่อในร่างของเขา พร้อมเสียงกร็อบแกร็บ “การต่อสู้นี้ห่วยมาก พวกนายโคตรอ่อน นี่ไม่ได้แม้แต่ทำให้ฉันรู้สึกสนใจแม้แต่น้อย”
“พี่ชาน...เรา เราเรียกคนจากหัวหน้ามาเพิ่มอีกดีมั้ย?” เล่ยจื้อที่ถูกอัดก่อนเพื่อน ตอนนี้เริ่มหายใจสะดวกแล้ว พร้อมกับหน้าที่ซีด เขาถามพี่ชาน
“ให้หัวหน้าจัดการ!” พี่ชานจ้องตาเขา พูดว่า “ความสามารถของเราแย่กว่าเขา ตอนนี้ เราต้องรู้ว่าเราแพ้แล้ว!”
พร้อมกันนั้น เขาปัดมือเล่ยจื้อที่ยื่นมาช่วยเขาออกไป แล้วยืนขึ้นตรงหน้าฉินเฉา
“คู่หู บอกชื่อนายมา เราจะได้รู้ว่าเราแพ้ให้กับใคร”
“ฉันชื่อฉินเฉา แล้วฉันเป็นยามของโรงเรียนนี้” ฉินเฉาพูด “คงไม่มีปัญหาอะไรแล้วใช่มั้ย ถ้าฉันจะเข้าไปทำงานตอนนี้?”
“ขอโทษด้วย เรายังต้องเช็กกับบอสก่อน” พี่ชานยิ้ม “ฉันชื่อชูชาน เป็นผู้จัดการหน่วยรักษาความปลอดภัยโล่สีฟ้านี้ วันนี้ฉันรับหน้าที่ดูแลที่นี่ ถ้านายต้องการอะไรบอกฉันได้เลย”
“นายนี่มันดื้อจริง ๆ ” เพราะว่าคนอื่นยิ้มแล้วไม่ได้แสดงความเป็นปฏิปักษ์ ฉินเฉาก็ไม่มีใจอยากจะทำร้าย “ฉันบอกนายไปแล้ว ว่าฉันเป็นการ์ดให้ที่นี่ บัตรก็ให้นายดูแล้ว นายยังต้องการอะไรอีก?”
“นี่เป็นหน้าที่ของหน่วยเราอยู่แล้ว! แถมยังเป็นคำสั่งจากผู้ว่าจ้างอีก!” ชูชานลูบเหรียญตราที่หน้าอกแล้วพูดเสียงดังอย่างภาคภูมิ
“ทำตามคำสั่งของผู้ว่าจ้าง!” เหล่าการ์ดทั้ง 30 คน ไม่ว่าจะยืน หรือว่านอนอยู่บนพื้น ยกมือแตะหน้าอก แล้วพูดคำปฏิญาณเสียงดัง
เมื่อสถานการณ์กลายเป็นน่าอายเล็กน้อย ที่สุดซูเฟยก็ออกมาจากโรงเรียนพร้อมกับกลุ่มบอดี้การ์ด
“ผู้อำนวยการคนสวย ถ้าคุณไม่มา ผมว่าจะฝ่าเข้าไปเองแล้วนะ” เมื่อเห็นซูเฟย ฉินเฉาถอนหายใจด้วยความโล่งใจ แต่ท่าทางที่ซูเฟยมองเขา มันแปลก ๆ เธอไม่แม้แต่จะพูดกับเขา
ซูจีพุ่งเข้าไปกอดแขนพี่สาวของเธออย่างมีความสุข พี่น้องคู่นี้เมื่อยืนด้วยกัน ต่างก็เป็นคนสวยที่โดดเด่น เหล่าผู้ชายที่ได้มองพวกเธอต่างพากันน้ำลายไหล
“พี่ พี่ไปหาบริษัทนี้มาจากไหน? พวกเขาแกล้งฉัน!”
“นี่...” เผชิญกับการตำหนิของซูจี สมาชิกหน่วยโล่สีฟ้าพากันเหงื่อแตก
“การ์ดพวกนี้เป็นมืออาชีพ พวกเขาแค่ทำตามหน้าที่ พี่ไม่อยากให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นในโรงเรียนอีก” ซูเฟยลูบหน้าผากน้องสาวด้วยความรัก “พี่ไม่อยากให้เกิดเรื่องไม่ดีกับเรา”
“ผ่อนคลาย พี่ฉินเฉาอยู่ข้าง ๆ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับฉันหรอก!”
“ใช่... พี่รู้ความสามารถของฉินเฉาดี” ทันใดนั้นซูเฟยก็ถอนหายใจ “แต่เขา ยังไงก็เป็นของเธอ”
“อะไร? พี่ เมื่อกี้พี่พูดอะไร?” คำพูดเมื่อกี้ของซูเฟย อุทานออกมาพร้อมกับถอนหายใจ ซูจีรีบถามเพราะว่าเมื่อกี้เธอฟังไม่ถนัด
“ไม่มีอะไร” ซูเฟยรีบแถ เธอพยายามลบเขาออกไปจากใจ แล้วพูดกับชูชาน
“ผู้จัดการชู ชายคนนี้ไม่เป็นอันตราย คุณสามารถปล่อยเขาเข้าไปได้”
จากนั้น เธอลากน้องสาวออกไปกับเธอ ทิ้งฉินเฉายืนเซ่ออยู่ตรงนั้น
‘ท่าทางของซูเฟยเหมือนจะเย็นชาขึ้น มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นที่นี่?’
จบตอน#