เมื่อไปถึงสำนักวิปัสสนา ซึ่งอยู่จังหวัดชลบุรีในเวลาสายนิดๆ แล้ว เพื่อนรุ่นพี่ก็รออยู่แถวนั้น พอลงทะเบียนเสร็จ ก็เอาข้าวของไปเก็บไว้บ้านพัก ซึ่งไม่มีอะไรนอกจากฟูกบางๆ หมอน ผ้าห่ม
แต่เขาไม่เคยหวั่น เพราะชาชินแล้ว ในเมื่อเข้าปฏิบัติธรรมทุกปี เต้ยเองแม้จะอายุน้อย แต่ก็ติดสอยห้อยตามเขามาตลอด เลยรับสภาพได้ไม่แพ้ผู้ใหญ่
เมื่อถึงเวลารวมตัวที่ศาลาปฏิบัติธรรม เขากับทุกคนก็ไปก่อนห้านาที มีผู้คนร่วมร้อย ทั้งชายหญิง อายุน้อยสุดคงเป็เต้ย ส่วนมากสุดเขาเองก็ไม่รู้ และความไม่รู้อีกอย่าง นั่นก็คือ มีคนที่เขาเพิ่งรู้จักได้ไม่กี่วันรวมอยู่ในนี้ด้วย
ความเป็คนมีมารยาทที่ดี บวกกับยังไม่ถึงเวลานัดหมาย ทำให้เขารีบผละจากกลุ่มเพื่อน ไปหาสองยายหลาน ที่นั่งรวมตัวกับคนอื่นอยู่อีกฟากของศาลาทันที
“คุณยาย! สวัสดีครับ”
เขาสะกิดยายบุญมีเบาๆ พอๆ กับน้ำเสียงอันแ่เบาด้วย สองยายหลานหันมาหา แล้วทำหน้าเหมือนคาดไม่ถึง เขายกมือไหว้ แล้วรับไหว้หลานสาวยาย
วันนี้ไม่มีเครื่องแต่งแต้มใดๆ ปกปิดใบหน้าเอาไว้ และเขาก็เห็นว่ายังคงสวยใส หมดจด น่ามองอยู่นั่นเอง มีผู้หญิงหลายร้อยคน ที่ตกม้าตายตอนปล่อยหน้าสดๆ แบบนี้
“คุณเกียร์มาวัดนี้ด้วยเหรอคะ ไหนบอกยายว่าไปทางอีสานไงคะ”
ตอนไปหาที่บ้าน เคยคุยกับยายเื่ธรรมะ เขาบอกว่าจะถือศีลบวชชีพรหมปีละครั้ง ส่วนใหญ่จะไปต่างจังหวัดไกลๆ แต่ยังไม่ได้คุยอะไรกันมากไปกว่านั้น ก็มีเื่อื่นเข้ามาแทรกก่อน
เลยไม่รู้ว่าใคร ตามใครมาที่นี่กันแน่ แต่ถ้าจะให้เดาจากรูปการณ์แล้ว คงจะเป็เขามากกว่า เพราะเห็นสองยายหลาน จะรู้จักมักคุ้นกับผู้คนดีในระดับหนึ่ง
“พอดีผมมาตามคำชวนของเพื่อนครับ ลองดูหน่อย คุณยายมาบ่อยเหรอครับ”
“ทุกปีค่ะ ปีนี้ช้าหน่อย เพราะยัยมัทลาพักร้อนได้ช้า คุณเกียร์พักอยู่เรือนไหนคะ”
เขาชี้บอกทิศทางแบบไม่ละเอียดนัก แล้วก็ต้องรีบเดินกลับไปหากลุ่มเพื่อน เมื่อถึงเวลาต้องเริ่มการวิปัสสนาแล้ว แต่ก็ยังคงเป็เพียงแค่การแนะนำเบื้องต้น ให้ทุกคนรับรู้ถึงกฎปฏิบัติเท่านั้น
เลยมีโอกาสได้แอบหันไปมอง สองยายหลานบ้างเป็บางครั้ง เพราะอยากพินิจพิเคราะห์ให้ถ่องแท้ ว่าที่มาเจอกันครั้งนี้ บังเอิญจริงหรืออะไรกันแน่
ที่ต้องคิดไว้ในหลายๆ แง่นั้น ก็มีสาเหตุคือ เมื่อนานมาแล้ว มีพนักงานสาวสวยมากๆ คนหนึ่งในบริษัท ขับรถเฉี่ยวเขาตรงลานจอดของสนามกอล์ฟที่เขาไปเล่นประจำ เขาะโหลบทันแต่ก็หกล้มอยู่ดี
พนักงานคนนั้นมีท่าทีใและเป็กังวลไม่น้อย แล้วก็รีบพาไปส่งโรงพยาบาล ท่าทีนั้นก็รู้สึกผิดตลอดเวลา ในระหว่างรอตรวจ เ้าตัวก็บอกว่าเป็เ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ในบริษัทเขา
แล้วเขาก็ได้รู้เื่ราวต่างๆ นานา ของพนักงานคนนั้น เพราะหลังจากตรวจแล้ว ปรากฏว่าแขนเขาเกือบหัก ต้องเข้าเฝือกอ่อนราวสองอาทิตย์ พนักงานสาวสวยก็หวังดี รีบพาเขาไปส่งบ้าน
ระหว่างทางก็ขอโทษขอโพย และขอเลี้ยงมื้อเที่ยงเป็การไถ่โทษ เขาเห็นว่าไม่น่าจะมีอะไร อีกทั้งก็หิวไม่น้อยเลยตกลง หลังจากเขาถูกพามาส่งบ้านแล้ว พนักงานสาวก็ขอเอากระเช้าดอกไม้มาเยี่ยมอีกในวันถัดมา
และด้วยความสวยของวัยสาวเต็มตัว กับการมีหุ่นอันอรชรอ้อนแอ้น ทำเอาเขาเคลิ้มไปเหมือนกัน เลยเผลอตกปากรับคำ ว่าให้มาเยี่ยมเขาได้หลังเลิกงานทุกวัน และให้พาไปหาหมอตามวันเวลานัดด้วยทุกครั้ง
แม้เขาจะผ่านโลกมามาก แม้จะผ่านผู้หญิงมาไม่น้อย แต่ก็ไม่วายหลงรูป บวกกับกิริยามารยาทก็เรียบร้อยราวกับผ้าพับไว้ ทำให้ใจเขาเกือบเผลอไปแล้ว ถ้าพ่อไม่มีเข้ามาเตือนสติ
แถมพ่อยังแฉให้ได้รู้ ว่าอุบัติเหตุวันนั้น ถูกพนักงานสาวจัดฉากขึ้นทั้งสิ้น เริ่มั้แ่เขาถูกตามตอนขับรถออกจากบ้านไป จนถึงสนามกอล์ฟแล้ว พนักงานสาวก็รอจังหวะ ที่เขาไปเอาของในรถ ขับชนเขา เพื่อเปิดประตูความสัมพันธ์ระหว่างกัน
และมันก็เกือบเป็ไปตามแผนการนั้นแล้ว ถ้าพ่อแม่และน้องๆ ไม่สงสัย จนตามสืบสาวราวเื่ก่อน โทษฐานของการกระทำแบบนั้น พ่อถึงกับย้ายพนักงานสาว ไปทำงานบริษัทลูกในต่างจังหวัด
และห้ามเข้าสำนักงานใหญ่เป็เวลาสิบปีทันที ั้แ่ตอนนั้นกระทั่งตอนนี้ เขาก็ไม่เคยเห็นหน้าอีกเลย แต่หลานสวยใสและกิริยามารยาทเรียบร้อยราวผ้าพับไว้ของยาย
ก็สะกิดความทรงจำที่จืดจางของเขา ให้เข้มข้นขึ้นมาได้ไม่ยาก เขาพยายามคิด ว่าการมาสำนักวิปัสสนาแห่งนี้ มีใครรู้เื่บ้าง นอกจากพ่อแม่ น้องๆ ผู้ช่วยและเลขาแล้ว ก็ไม่มีใครอีก
เขาคิดย้อนไปวันเ้าลัคถูกชน จุดที่รถเขาจอดติดไฟแดง กับจุดที่มัทรียืนอยู่ โอกาสจะเห็นรถเขามีมากน้อยแค่ไหน แล้วทำไมถึงจะอ่านใจเขาออก ว่าจะวกรถกลับมาช่วย
แต่คิดเท่าไหร่ก็มองเห็นความเป็ไปได้น้อยมาก บวกกับการที่เธอไม่พยายามติดต่อเขา เื่ค่าใช้จ่ายหมื่นกว่าบาท ซึ่งมากสำหรับพนักงานเงินเดือนไม่กี่หมื่น
รวมทั้งเธอไม่ได้ติดต่อ ขอให้เขาพาเ้าลัคไปหาหมอ ทั้งที่เขาเปิดทางให้ขนาดนั้น นี่ยังไม่นับรวมในทุกครั้ง เวลาเขาไปบ้าน เธอก็ไม่เคยมานั่งคุยกับเขาตัวต่อตัวเลย แต่จะหลบไปในบ้าน
แล้วให้ยายมาแทน เขาเองก็ไม่ได้แสดงออก ว่าไปหาเธอ แต่เป็ยายกับเ้าลัคมากกว่า ทั้งหมดนี้ บอกได้ ว่าการพบกันครั้งนี้ หรือตอนเ้าลัคถูกชน คงเป็เหตุบังเอิญอย่างแน่นอน
เมื่อสรุปให้ตัวเองได้อย่างนั้นแล้ว เขาก็ยิ้มด้วยความพึงพอใจ ขั้นต่อไปเขาก็จะเฝ้าดู ว่าหลานยายที่เขาเดาว่า คงจะมีธรรมะในใจไม่น้อยนั้น จะทำให้เขาสนใจ หรือประทับใจได้มากน้อยแค่ไหน
ในระยะเวลาห้าคืนสี่วันนี้ และกับการปฏิบัติธรรมอย่างเข้มข้นของที่นี่ คือจะไม่มีการพูดคุยกันเลยนั้น เขาจะได้เห็นทุกอากัปกิริยา ที่แสดงออกทางสีหน้าล้วนๆ อย่างแน่นอน
ถ้าผลออกมาเป็บวก เขาบอกกับตัวเองไว้ตรงนี้เลย ว่าจะยอมละเมิดกฎเหล็ก นั่นคือ ยินยอมใส่ชื่อไก่ในอาณัฐ เข้าไปไว้ในรายชื่อ รวมกับสาวๆ ที่เขาตัดออกไปหลายต่อหลายรายแล้ว
และสำหรับหลานสาวยาย ผู้ไม่รู้เนื้อรู้ตัว ว่ากำลังถูกหมายหัวไว้นั้น ก็กำลังพบกับความยุ่งยากจิตใจเข้าให้แล้ว เพราะมีชายที่ไม่เคยห่างหายไปจากความทรงจำและหัวใจมาอยู่ใกล้ๆ คอยก่อกวนให้สมาธิที่พึงจะมี แตกกระจายไป
ไม่เข้าใจว่าตลอดสามอาทิตย์ ที่เอาแต่เฝ้าภาวนา ว่าขอให้ได้พบเจอเขาในออฟฟิศบ้าง ทำไมไม่เป็ผลเลย แต่พอตอนตั้งมั่นมาวันนี้ พระผู้เป็เ้ากลับทำร้ายด้วยการส่งเขามา ชนิดไม่คาดคิด และไม่เคยรู้มาก่อนด้วยซ้ำ
ว่าเขาจะเป็คนธรรมะธัมโม ถึงขนาดมาทำวิปัสสนา เพราะดูยังไงก็ไม่เข้ากับเขาเอาเสียเลย ในเมื่อออกจะเป็คนทันสมัย มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ทำให้ไม่เคยวาดภาพเขา มานั่งรวมกับผู้คน ซึ่งจัดอยู่ในชั้นธรรมดาทั่วไป ไม่ใช่เศรษฐีพันล้านหมื่นล้าน
หญิงสาวพยายามสลัดความคิดเกี่ยวกับเขาออกจากใจให้หมด แล้วตั้งมั่นกับภารกิจชำระล้างจิตใจประจำปีให้ดีที่สุด กลับไปแล้วจะได้จิตใจผ่องใส ทำอะไรก็จะไม่ติดขัด หรืออย่างน้อยๆ ก็อิ่มบุญ อิ่มสุข อย่างที่เคยคาดหวังไว้ ั้แ่ตอนก่อนจะมาทำวิปัสสนากับยายและเพื่อนบ้านข้างๆ กัน
เมื่อตั้งมั่นไว้แบบนั้นแล้ว มัทรีก็พยายามทำให้ทั้งหัวใจและความคิดสงบได้ในที่สุด ด้วยการเอาข้อเตือนสติที่ว่า การเพ้อฝันถึงเขา ผู้ซึ่งอยู่สูงเฉียดฟ้า ให้โน้มลงมาหาดอกหญ้าต่ำเพียงดินอย่างตัวเองนั้น มันเป็อะไรที่ไกลเกินตัวมาก ไม่มีทางจะเป็จริง สิ่งที่ทำได้ ก็เพียงแค่เฝ้ารัก เฝ้ามองเขาอยู่ห่างๆ สักวันคงจะลืมเลือนเขาได้ แล้วเปิดหัวใจรับกับชายคนใหม่ที่เหมาะสมกับตัวเอง
พอถึงวันกลับ ก็รู้สึกว่าใจนิ่งขึ้นกว่าเดิมมาอีกนิดหนึ่ง แต่มันก็ยังเต้นเร็วและแรงเสมอ เวลาเห็นเรือนกายสูงใหญ่ของเขา กำลังเดินมาพร้อมกลุ่มเพื่อนนักธุรกิจด้วยกัน
ยิ่งเขาผละออกจากกลุ่ม แล้วมาหาตรงที่ยืนอยู่กับยายรอเพื่อนบ้านอีกคน ซึ่งเป็เ้าของรถกระบะ ที่จะนั่งกลับด้วยแล้ว ก็ยิ่งเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ
“สวัสดีครับคุณยาย แล้วนี่จะกลับยังไงครับ”
ท่าทีที่เขายกมือไหว้ยายนั้น ก็ช่างนอบน้อมเสมอมาไม่มีเปลี่ยนแปลง มัทรีเองก็รีบยกมือไหว้เขาด้วยท่าทีเดียวกัน ส่วนยายนั้นก็รับไหว้ แล้วยิ้มให้อย่างปลาบปลื้มเมื่อเห็นเขาไม่ถือตัวใดๆ
“ยายมากับเพื่อนบ้านค่ะ ตอนนี้ไปเอารถอยู่ นั่นไงคะ ขับมาพอดี”
ยายบุญมีชี้ไปยังรถกระบะ ที่จอดอยู่ใต้ต้นไม้ไม่ห่างนัก จักรภัทรมองตาม แล้วหันกลับมามองจำนวนคนกับรถ ก็รู้ว่าคงนั่งเบียดกันมาแน่
“มากันหลายคนเลย คุณยายกับมัทจะกลับรถผมก็ได้นะครับ เดี๋ยวผมไปส่งให้ถึงบ้านเลย จะได้นั่งไม่เบียดกันไงครับ”
เขาเอ่ย ขณะยื่นแขนให้ยายเกาะ ระหว่างเดินไปหารถ มีคนอื่นๆ ตามไปไม่ห่าง แม้ยายจะแข็งแรง แต่ก็ยังอยากแสดงความเป็สุภาพบุรุษอยู่ดี
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะ เกรงใจ”
แม้ยายบุญมีอยากจะไป แต่ก็รู้สึกไม่ดี เมื่อมาด้วยกันแล้ว พอขากลับตัวเองจะหนีไปนั่งสบายในรถหรูหราราคาแพง
“แต่ผมว่ายายกับมัทกลับรถคุณเขาก็ดีนะ จะได้ไม่เบียดกันเหมือนขามาไง”
ยอดผู้เป็เ้าของรถ เหมือนจะเดาความคิดยายออกเลยรีบเสนอ
“นั่นสิครับคุณยาย ไม่ต้องเกรงใจผมหรอกนะครับ ผมไปส่งได้”
จักรภัทรส่งน้ำเสียงนุ่มนวลไปหายาย แล้วยิ้มให้เพื่อนบ้านยายด้วยความมีไมตรีจิตอันดี มัทรีเองก็รู้ว่ายายคิดอะไรเลยตัดสินใจเอ่ย
“งั้นยายกลับรถคุณเกียร์นะจ๊ะ มัทจะกลับรถน้ายอดเอง”
“อืม! แบบนั้นก็ดีจ้ะมัท ตามนี้นะจ๊ะยาย”
เป้ยผู้เป็เพื่อนบ้านอีกฝั่งรีบสรุป เพราะเห็นด้วยกับความคิดของมัทรี ที่ดูเหมือนจะไม่ทำให้ใครๆ เสียความรู้สึกสักเท่าไหร่ นั่นคือคนในกระบะก็จะไม่รู้สึกว่าถูกยายหนีไปนั่งรถสบายๆ คนเดียว ยายก็จะได้สบายใจ เพราะหลานไม่ทิ้งเพื่อนบ้าน ส่วนเ้าของรถรูปหล่อและร่ำรวย ก็จะได้ไม่เสียน้ำใจที่อุตส่าห์ชวนยาย
“เอาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน งั้นเจอกันที่บ้านนะทุกคน”
ยายบุญมีเองก็เห็นด้วย
“ไม่ต้องห่วงหรอกครับคุณยาย เดี๋ยวผมจะให้มวนขับตามๆ กันไปนี่ล่ะครับ อยากแวะตรงไหน หรือจะซื้ออะไรก็ว่าบอกได้เลยครับ”
จักรภัทรเพิ่มความสบายใจให้ทุกคน ด้วยน้ำเสียงนุ่มหู แล้วกวักมือเรียกให้มวนที่รออยู่ในรถแล้ว ขับมาใกล้ๆ ยายจะได้ไม่ต้องเดินไกล แม้อีกใจจะเสียดาย ที่ไม่มีพนักงานสาวสวยและอาสาจะแยกกับยายนั่งไปด้วย แต่ก็เห็นว่า เป็การหาทางออกที่ชาญฉลาดไม่น้อย
ระหว่างทางก็ให้ประมวนคอยขับตามกระบะคันหน้าเสมอๆ ไม่ว่าจะจอดตรงไหนหรือแวะซื้ออะไร ก็ปล่อยตามสบาย เพราะคุยกับยายเื่นั้นเื่นี้ไปด้วย ก็สนุกอีกแบบ แล้วเขาก็มักจะได้ยินยาย บอกหลานเวลาเดินมาหาตรงหน้าต่างรถเสมอ เวลาจะให้ซื้อของข้างทางว่า
“ซื้อเผื่อสองบ้านกับไว้ตักบาตรด้วยนะมัท”
+++++
E-Book พร้อมโหลดแล้วค่ะ
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ

สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น







































