"ท่านอ๋องไม่กลับขึ้นเหนือหรือพ่ะย่ะค่ะ" หวั่งซุนมองนายเหนือหัวของตนที่ยังทำตัวเรื่อยเปื่อยอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนนี่ก็นับได้หนึ่งอาทิตย์แล้ว พ่อบ้านหวั่งอดสงสัยไม่ได้เลยเอ่ยถามท่านอ๋องออกไปอย่างกล้าๆกลัว ๆ เพราะั้แ่ออกจากวังมาดูท่าทางท่านอ๋องจะอารมณ์ไม่ค่อยจะดีสักเท่าใดนัก
"ทำไม!พ่อบ้านหวั่งเบื่อหน้าข้าแล้วหรือ"
"ขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋องกระหม่อมไหนเลยจะกล้า แค่ไม่เคยเห็นพระองค์พำนักอยู่วังนาน ๆ พ่ะย่ะค่ะ"
"ข้าต้องรอกลับพร้อมกับรองแม่ทัพกงซานคงจะอยู่ที่เมืองหลวงอีกสักสิบวันพ่อบ้านหวั่งวันนี้ข้าอยากจะเดินตรวจวัง"
"ให้กระหม่อมตามไปด้วยนะพ่ะย่ะค่ะ"
"ตามใจ"
วันนี้ท่านอ๋องมาแปลกนัก ร้อยวันพันปีไหนเลยจะเคยเดินตรวจวังและแล้ววันนี้พระองค์ก็ได้ทำให้หวั่งซุนใไปหลายรอบทีเดียว สองนายบ่าวเดินไปเรื่อย ๆ อย่างไม่เร่งรีบแต่ก็บ่ายหน้าตรงไปยังทิศทางของตำหนักเก่าระหว่างทางก็ไม่คิดจะหยุดดูและตรวจตราตรงไหนเลยและได้เดินไปจนสุดทางที่มีเพียงกำแพงและประตูกั้นระหว่างสองตำหนักจากนั้นก็เดินกลับแล้วก็เดินวนไปอีกจนมาหยุดอยู่สุดทางเดินที่เดิม และมายืนนิ่งอยู่หน้าประตูของตำหนักในแต่ก็ไม่ยอมที่จะเปิดประตูเข้าไปเสียที
"จะเข้าไปหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ" หวั่งซุนถามขึ้นมาในความเงียบเหมือนหยั่งเชิงผู้เป็นาย
หยางเล่อมองข้ามกำแพงเข้าไปจนสุดสายตาจึงจะมองเห็นว่ามีเรือนปลูกอยู่ท่ามกลางแมกไม้ตอนเป็เด็กเขาเคยชอบที่แห่งนี้แต่หลังจากได้เข้ากองทัพไปแล้วและได้รับพระราชทานตำหนักใหม่เขาก็ไม่ได้เข้ามาที่นี่อีกเลย แต่ก็คอยบำรุงดูแลรักษาไม่ให้เสื่อมโทรมไปตามกาลเวลาก็เท่านั้นเองเขาก็อยากจะเดินเข้าไปอยู่หรอกนะแต่ทิฐิในใจมันมีมากกว่าจึงได้หยุดอยู่แค่นี้แค่ประตูของตำหนัก
"เฮ้อ..ไม่ล่ะนางคงอยู่สุขสบายดีกระมัง"
'ท่านอ๋องนี่ก็กระไรช่างปากไม่ตรงกับใจแล้วจะเดินวนเวียนอยู่ตั้งหลายรอบไปเพื่ออะไรกันเฮ้อ..' หวั่งซุนนั้นรู้ดีว่าภายในจิตใจลึก ๆของท่านอ๋องนั้นเป็เช่นไร ภายนอกแม้จะดูแข็งกร้าวแต่ภายในนั้นกลับอ่อนไหวอยู่ไม่น้อยไม่อย่างนั้นก็คงไม่พาเขาเดินวนไปมาเป็สิบรอบหรอก
"หวั่งซุนกลับ"
"พ่ะย่ะค่ะ"
"สำรับกลางวันไม่ต้องเตรียมข้าจะออกไปพบสหาย"
"พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋องให้กระหม่อมเตรียมรถม้าหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ"
"ข้าดูเหมือนบุรุษที่ต้องลมไม่ได้หรือ"
นั่นยังไงล่ะอารมณ์แบบนี้ไงที่หวั่งซุนพูดถึงผู้เป็นายช่างขึ้น ๆ ลง ๆ จนตามไม่ทันและเอาใจไม่ถูกเลยทีเดียว
"ขอประทานอภัยท่านอ๋องกระหม่อมหาได้คิดเช่นนั้นไม่พ่ะย่ะค่ะ" 'เฮ้อ..ก็ใครจะไปรู้เมื่อคราวที่แล้วก็ยังเห็นใช้อยู่เลย' หวั่งซุน อดบ่นให้เ้านายในใจไม่ได้อีกหากท่านอ๋องมีท่านชายและท่านหญิงน้อยเมื่อใดอารมณ์เช่นนี้คงจะหายไปกระมังแต่เมื่อใดจะมีเล่าแค่กำแพงกั้นก็ยังไม่กล้าจะข้ามไปเลย
ย่านการค้าและตลาดในเมืองหลวง...
"พระชายาอย่าเดินเร็วนักสิเพคะ"หมอปินอดเป็ห่วงคนที่เพิ่งจะคลอดบุตรไปไม่นานนี้ไม่ได้
"ท่านหมอข้าบอกแล้วอย่างไร เมื่อยู่ข้างนอกอย่าได้เรียกเช่นนี้"อิงอินปรามหมอปินที่มักจะพลั้งเผลอเรียกนางอย่างเต็มยศอยู่บ่อยครั้ง
"ก็ได้เพคะ โอ๊ะ..ก็ได้เ้าค่ะคุณหนูอย่าเดินเร็วนักสิเ้าคะฮิฮิ มันไม่คุ้นชินเลยเ้าค่ะ"
"ข้าเป็ห่วงสาว ๆ น่ะหากอาเล่ยและอาเอินตื่นพวกนางคงจะรับมือไม่ไหว" หากนางไม่จำเป็จะต้องซื้อของใช้ส่วนตัวคงไม่ต้องออกมาโดยทิ้งลูกไว้ที่ตำหนักหรอกว่าแล้วก็น่าห่วงนักนางจึงเร่งฝีเท้าให้เร็วยิ่งขึ้นจนท่านหมอถงปินวิ่งตามแทบไม่ทัน
"เห็นไหมเ้าคะข้าบอกแล้วว่าไม่ต้องมาให้ข้ามาคนเดียวก็ได้"
"แค่ครั้งนี้เท่านั้นต่อไปท่านหมอก็ซื้อให้ข้าได้แล้วล่ะเรารีบไปกันเถอะ"
กุบกับ..กุบกับ..กุบกับ ม้าศึกตัวใหญ่ได้วิ่งมาในจังหวะที่อิงอินกำลังจะข้ามถนนไปอีกฝั่งพอดี
อ๊ายยย!!
โชคดีที่ม้าไม่ได้วิ่งเร็วนักจึงมันแค่เฉียดนางไปแต่ก็ทำให้นางล้มลงและของที่ถือมาก็ตกเกลื่อนกลาดไปหมดบุรุษชาติทหารอย่างหยางเล่อไหนเลยจะปล่อยผ่านเขาได้ะโลงจากหลังม้าเพื่อเข้ามาสอบถามอาการาเ็ ใจหนึ่งก็คิดว่าอาจจะเป็กลลวงของสตรีเพราะเหตุการณ์แบบนี้เขาเจอมานักต่อนักแล้ว
"คุณหนู! เจ็บไหมเ้าคะ"
"แม่นางข้าขออภัยข้าไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ นะ"
"ไม่เป็ไรเ้าค่ะข้าก็รีบเกินไปเลยไม่ทันมองข้าก็ขออภัยคุณชายเช่นกันเ้าค่ะ" อิงอินกล่าวโดยไม่หันไปมองหน้านางสนใจแค่ข้าวของที่ตกเกลื่อนกลาดเท่านั้น
หยางเล่อเหม่อมองหญิงสาวตาไม่กะพริบบอกตามตรงเขาไม่เคยเจอสตรีเช่นนี้มาก่อน นางไม่ได้มีทีท่าว่าสนใจเขาสักนิดหากจะคิดว่านางเสแสร้งแกล้งวิ่งออกมาบนถนนเพื่อสร้างเื่ก็คงไม่ใช่นางดูเหมือนไม่รู้จักเขาเลย มีจริงหรือที่สตรีในเมืองหลวงจะไม่รู้จักหยางเล่อชินอ๋องแต่นางเป็แบบนั้นไม่ได้ให้ความสนใจและมองหน้าเขาเลยสักนิด
"ไม่มีอะไรแล้วข้าก็ไม่ได้เป็อะไรมากข้าขอตัวลาก็แล้วกันคุณชาย" อิงอินกล่าวลาทั้งยังไม่สนใจที่จะมองหน้าบุรุษผู้นี้เช่นเดิม
"เดี๋ยวก่อนสิแม่นางพอจะบอกชื่อแซ่แก่ข้าได้หรือไม่"
"ขออภัยอีกครั้งเ้าค่ะคุณชายเราก็แค่คนแปลกหน้าข้าต้องขอตัวลาก่อน"
หยางเล่อแทบไม่อยากจะเชื่อที่เขาถูกสตรีปฏิเสธเป็ไปได้อย่างไรกัน 'หึ ๆ อย่างนี้สิค่อยจะคู่ควรกับอ๋องอย่างข้าหน่อย' ชินอ๋องกระหยิ่มในใจนางงดงามแต่การพูดจากลับไม่ได้อ่อนหวานดังใบหน้าเลยเขาชอบสตรีเช่นนี้ 'ข้าจะสืบค้นหาเ้าเองแม่นางและคงจะต้องเข้าเฝ้าเสด็จพี่ก่อนกลับค่ายแดนเหนือแล้วละสิ'เกือบหนึ่งปีที่เขาแต่งงานมา หากว่าชายาของเขาเรียกร้องสิ่งใดเขาจะชดเชยให้นางตามแต่ที่นาง้ายกเว้นตัวและหัวใจของเขาเท่านั้นและตอนนี้หยางเล่อคิดว่าเขาพบนางในดวงใจแล้วหากนางพำนักอยู่ในเมืองหลวงก็ไม่ยากเลยหากเขาคิดจะตามหา
"เ้ายิ้มอะไรนักหนาั้แ่พบหน้าเ้าแล้วได้เข้าหอกับชายามาหรืออย่างไร ถึงได้อารมณ์ดีนัก"
"ปากเสียข้าแค่เจอนางในดวงใจ"
"เ้าเนี่ยนะ! แล้วอย่างไรจะแต่งนางเข้าเป็ชายารองหรือ" กงซานงงเป็ไก่ตาแตก ชินอ๋องนะหรือมีนางในดวงใจตลกสิ้นดีมาเจอก็ต่อเมื่อแต่งงานแล้วเนี่ยนะ
"ใครว่า นางจะต้องเป็หวางเฟยของข้าเท่านั้นเสด็จแม่รับสั่งแล้วว่าจะไม่ยุ่งเื่ของข้าและเห็นชอบหากข้าจะหย่ากับอิงอิน"
"จิ ๆ ๆ เ้าจำชื่อของชายาได้ด้วยประหลาดแท้หึ ๆ ข้าแค่ประหลาดใจน่ะ"
"ก็แค่ชื่อไม่ใช่หรือมันน่าประหลาดตรงไหน"
'ประหลาดสิ หยางเล่อชินอ๋องผู้เกรียงไกรเคยจำชื่อแซ่สตรีได้ด้วยหรือ'
อีกฟากฝั่งหนึ่ง…
"พระชายาเจ็บมากหรือไม่เพคะให้หม่อมฉันเรียกรถม้ารับจ้างดีไหมเพคะ"
"ไม่เป็ไรข้าทนได้ใกล้จะถึงตำหนักแล้วล่ะป่านนี้เ้าแฝดคงตื่นแล้ว" อิงอินกัดฟันเดินนางคิดว่าข้อเท้าคงจะแพลงเป็แน่ นางช่างไม่รู้จักระมัดระวังดีนะที่ไม่เจ็บหนักกว่านี้คุณชายผู้นั้นก็ช่างกระไรในเวลาเช่นนั้นยังคิดจะเกี้ยวพานางอีกช่างมั่นใจในหน้าตาของตัวเองนักฮึ!
อุแว้ อุแว้ อุแว้ อุแว้
"ว่าแล้วเชียว เ้าแฝดตื่นแล้วเร็ว ๆ เข้าเถิดท่านหมอ" เมื่ออิงอินเข้ามาถึงตำหนัก เสียงลูกน้อยก็กำลังแข่งกันร้องไห้เซ็งแซ่นางกำนัลทั้งสองและถิงถิงก็พากันเอาไม่อยู่ เมื่อนางเห็นภาพนั้นแล้ว นางจึงได้สัญญาว่าจะไม่ทิ้งลูกไปไหนอีกเลยอิงอินแม้จะเจ็บข้อเท้าแต่ก็ยังฝืนเดินแกมวิ่งเพื่อจะไปรับลูกน้อยเข้ามาแนบอกนี่คงเป็ครั้งแรกที่นางจะให้นมบุตรพร้อมกันไม่อย่างนั้นเสียงร้องคงจะไม่หยุดแน่เลย
"ไหวไหมเพคะให้หม่อมฉันไปตามแม่นมหรือไม่"
"ไม่ต้องแล้วดูสิสงบลงแล้วล่ะอีกไม่นานหรอกพวกเขาก็จะรู้ความ ต่อไปคงต้องได้วิ่งตามจับกันน่าดู"
"ไม่น่าจะซนนะเพคะดูสิเงียบสงบเหมือนไม่เคยร้องไห้มาก่อนเลย คิก ๆ"
สาว ๆ ทั้งสี่คนไม่ยอมย่างกายไปไหนเลยพวกนางได้แต่นั่งมองท่านอ๋องน้อยและท่านหญิงดูดนมพระมารดาอย่างมีความสุขช่างเป็ภาพที่งดงามเหลือเกิน