ข้าเป็นเพียงอดีตฮูหยิน

    EP : 30 รักแรก




    EP : 30 รักแรก 


    “ข้าสบายดียิ่งนักท่านพี่อี้หยางตามใจข้ามาก” หลี่หรงเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มพลางมองอีกฝ่ายอย่างเยาะเย้ย
    “แล้วสามีเจ้าเล่าเป็นอย่างไรบ้าง” หลี่หรงเอ่ยถามกลับไปด้วยซึ่งเรื่องที่เว่ยลู่เซียนนั้นบังคับให้ผู้ชายแต่งงานด้วยเขารู้กันทั้งแคว้น
    “สบายดีเจ้าค่ะ” เว่ยลู่เซียนเอ่ยบอก เพราะถ้าได้ยินข่าวว่าตระกูลโม่นั้นล้มสลายแล้วนางก็คงไม่ตอบเช่นนี้ ถือว่าพี่ชายของนางปราณีมากแล้วที่ไม่ทำให้ตระกูลโม่ล้มสลายไป
    “ได้ยินเช่นนี้ข้าก็เบาใจ เพราะได้ยินว่าเจ้าบังคับสามีเจ้าแต่งงาน” หลี่หรงยังคงไม่หยุดประจานอีกฝ่ายให้คนอื่นได้ยิน
    โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าเสียงที่ตัวเองพูดออกมานั้นคนอื่นไม่ได้ยินเลยแม้แต่น้อย
    “หลี่หรงอยู่นี้เอง ข้าตามหา ลู่เซียน” อี้หยางที่เดินตามหาหลี่หรงอยู่ก็เอ่ยขึ้น ก่อนจะเห็นหญิงสาวอีกคนที่นั่งอยู่ เขาไม่คิดว่าจะมาเจอนางที่นี่ เขามองนางอย่างตกใจ
    “ลู่เซียนมานั่งกับพี่มา” เว่ยเซี่ยวป้อที่เดินมาก็เอ่ยบอกพลางมองไปที่อี้หยางด้วยสายตาเย็นยะเยือก
    เขารู้ดีว่าเรื่องระหว่างน้องสาวของเขากับอี้หยางมันเกิดอะไรขึ้น และเขาไม่มีวันยกโทษให้อีกฝ่ายที่ทำให้น้องสาวของเขาร้องไห้หรอกนะ
    “เจ้าค่ะ” เว่ยลู่เซียนรับคำอย่างว่าง่ายก่อนจะลุกแล้วเดินไปนั่งกับพี่ชายของนางที่นั่งติดกับสำนักนครเวหา
    “เจ้ารู้สึกดีขึ้นหรือไม่” เว่ยเซี่ยวป้อเอ่ยถามทันที
    “เจ้าค่ะ เรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว” เว่ยลู่เซียนเอ่ยตอบเพราะมันก็ผ่านมามานแล้ว อยากรู้สินะว่ามันคือเรื่องอะไร มันก็ไม่มีอะไรมากหรอก ก็แค่รักแรกของนางเอง
    “น้องรักเจ้าทานนี่ดีกว่านะ” เว่ยเฉินเทียนเอ่ยบอกเมื่อเห็นว่าท่าทีของน้องสาวของเขาเปลี่ยนไป ซึ่งเขาไม่ชอบเลยที่เห็นนางเป็นแบบนี้
    “ขอบคุณเจ้าค่ะ” เว่ยลู่เซียนเอ่ยบอกก่อนจะรับขนมมาทาน
    “อย่าได้อ่านเรื่องอดีตของข้าหลงฉี่” เว่ยลู่เซียนสั่งทันทีเมื่อรับรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังจะทำอะไร
    “ขอรับ” หลงฉี่เอ่ยบอกพลางรู้สึกเสียวสันหลังอย่างไรไม่รู้เมื่อได้ยินเสียงเย็นชาเมื่อครู่ เขาไม่ชินเลยจริงๆ
    “น้องรักน้ำชาบ๊วยที่เจ้าชอบ” เว่ยเฉินเทียนส่งแก้วน้ำชามาให้พร้อมกับเอ่ยบอกไปด้วย
    “ท่านพี่” เว่ยลู่เซียนรับแก้วน้ำชามาก่อนจะเอ่ยขึ้น
    “อะไรหรือ เจ้าต้องการอะไรอีก” เว่ยเฉินเทียนเอ่ยถามอย่างกระตือรือร้น เพราะตอนนี้ไม่ว่าอะไรที่น้องสาวของเขาต้องการเขาก็พร้อมที่จะไปหามาให้
    “ข้ารู้สึกว่าข้าจะเกลียดน้ำชาบ๊วยเสียแล้วเจ้าค่ะ” เว่ยลู่เซียนเอ่ยบอกพลางมองน้ำชาบ๊วยที่อยู่ในแก้วด้วยสายตาเรียบนิ่ง
    “เจ้าอยากลองน้ำชาดอกท้อหรือไม่” เว่ยเซี่ยวป้อเอ่ยถาม
    “ก็ดีเจ้าค่ะ” นางเอ่ยตอบและไม่นานแก้วน้ำชาก็ถูกดึงออกไปเพื่อเปลี่ยนแก้วน้ำชาใหม่
    “งั้นพี่จะไปสร้างโรงน้ำชาเอาไว้ให้เจ้าเอาไว้นั่งเล่นก็แล้วกัน” เว่ยเฉินเทียนเอ่ยขึ้นเมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
    เขายิ้มออกมาเมื่อคิดกิจการใหม่ได้อีกแล้ว ต้องขอบคุณน้องสาวของเขาจริงๆ
    “ก็ดีเหมือนกัน” เว่ยเซี่ยวป้อเอ่ยขึ้นอย่างเห็นด้วย
    “ลู่เซียนพี่เอานี่มาให้” เว่ยเหลียนฉางเอ่ยบอกพลางส่งกล่องไม้ที่มองอยู่ก็รู้ว่ามันมีอะไรอยู่ข้างใน
    “ขอบคุณเจ้าค่ะ” เว่ยลู่เซียนเอ่ยตอบพลางยิ้มให้กับเว่ยเหลียนฉางไปด้วย
    “เปิดดูสิ” เว่ยเหลียนฉางเอ่ยบอกยิ้มๆ
    เว่ยลู่เซียนเปิดฝากล่องออกมาตามที่พี่ชายของนางต้องการ มันคือปิ่นปักผมที่ทำจากผลึก ซึ่งไม่ใช่ของหาง่ายๆ เลย แถมราคามันแพงมากอีกด้วย
    เพราะนี่มันคือผลึกมรกตที่สามารถเอาไปหลอมโอสถได้ และการจะนำมาทำปิ่นปักผมขนาดนี้ต้องเสียผลึกส่วนอื่นๆ ของผลึกไปมากทีเดียว อีกอย่างเมื่อดูดีๆ แล้วปิ่นปักผมชิ้นนี้ถูกลงอักขระชั้นสูงอีกด้วย
    เว่ยลู่เซียนมองอักขระสีขาวที่เคลือบปิ่นปักผลมรกตเอาไว้สีขาวมีระดับเซียนจักรพรรดิ งั้นคนลงอักขระคงเป็นพี่ชายนางเป็นแน่
    “ขอบคุณท่านพี่มากเจ้าค่ะ ข้าชอบมันมากเลยเจ้าค่ะ” เว่ยลู่เซียนเอ่ยบอกพลางยิ้มให้กับเว่ยเหลียนฉางไปด้วย
    “มาพี่ปักให้” เว่ยเหลียนฉางเอ่ยบอกพร้อมกับคว้าปิ่นปักผมมรกตมาปักลงกับผมของเว่ยลู่เซียนที่วันนี้มัดผมครึ่งหัวเอาไว้แบบเรียบๆ
    “ขอบคุณเจ้าค่ะ ดูเหมือนท่านพี่หมิงหย่งจะเรียกท่านพี่กลับนะเจ้าคะ” เว่ยลู่เซียนเอ่ยบอกยิ้มๆ
    “ครั้งหน้าพี่จะหาปิ่นปักผมมาให้เจ้าบ้าง” เว่ยเฉินเทียนเอ่ยขึ้นทันที
    “ปิ่นปักผมข้ามากนัก ข้าอยากได้อย่างอื่นเจ้าค่ะ” เว่ยลู่เซียนกล่าวยิ้มๆ เมื่อรู้ว่าพี่ชายของนางกำลังอิจฉาเว่ยเหลียนฉางอยู่
    “งั้นพี่จะไปทำตุ้มหูให้เจ้า” เว่ยเซี่ยวป้อเอ่ยบอกทันที
    “เดี๋ยวพี่ทำสร้อยให้เจ้าก็แล้วกัน” เว่ยเฉินเทียนเอ่ยบอกเรื่องอะไรเขาจะยอมแพ้พี่ชายของเขากัน
    ส่วนอีกสองคนที่นั่งอยู่ข้างๆ นั้นได้แต่ถอนหายใจอย่างปลงตกกับสองชายหนุ่มที่มีอาการหลงน้องสาวตัวเองเกินไป
    “ถ้ามีสมุนไพรหายากด้วยก็คงดีเจ้าค่ะ” เว่ยลู่เซียนเอ่ยบอก ของพวกนี้นั้นนางไม่ค่อยอยากได้มันมากนัก สิ่งที่นางอยากได้คือสมุนไพรต่างหาก
    “ครั้งหน้าพี่จะขนจากตระกูลมาให้” เว่ยเฉินเทียนเอ่ยบอก
    “เดี๋ยวพี่จะขนของกองทัพมาให้” เว่ยเซี่ยวป้อก็ไม่ยอมน้อยหน้าเช่นกัน
    “ขอบคุณเจ้าค่ะ” เว่ยลู่เซียนเอ่ยตอบยิ้มๆ เรื่องเศร้าใจก่อนหน้านี้นั้นถูกลบหายไปหมดแล้ว
    “เจ้านายเดี๋ยวข้าจะเอาสมุนไพรออกไปให้นะขอรับ” หลงฉี่ที่หายไปก็เอ่ยขึ้นเมื่อรับรู้ได้ว่าตอนนี้เว่ยลู่เซียนกลับมาอารมณ์ดีแล้ว
    “อืม ตอนเย็นก็แล้วกัน” เว่ยลู่เซียนตอบก่อนจะนั่งดูการประลองต่อไปจนถึงเย็น
    พวกนางก็กลับและพากันทานอาหารร่วมกันก่อนที่นางจะแยกตัวออกมาเพื่อเข้าห้องตัวเองจากนั้นก็อาบน้ำ
    “เฮ้อ นอนไม่หลับ” หลังจากอาบน้ำเสร็จเว่ยลู่เซียนก็นอนลงแต่ก็นอนไม่หลับ พอมองออกไปที่หน้าต่างก็พบว่าจะไปนั่งที่ส่วนต้นท้อสักหน่อย ลมน่าจะเย็นดี
    พรึบ!
    เว่ยลู่เซียนกระโดดออกจากหน้าต่างพลางลอยตัวไปยังต้นท้อต้นหนึ่งจำได้ว่าต้นท้อต้นนี้เคยมีชายสวมหน้ากากนั่งอยู่ตรงนี้
    เว่ยลู่เซียนนั่งกับก้านต้นท้อที่ยื่นออกไปพลางเงยหน้าขึ้นไปมองพระจันทร์ พลันดอกท้อก็ร่วงลงมาเมื่อมีลมพัดมาพอดี
    “อ่า เย็นสบายยิ่งนัก” เว่ยลู่เซียนเอ่ยบอกพลางยื่นมือไปคว้าดอกท้อเล่นไปด้วย ก่อนจะยิ้มขมขื่นออกมา พลางนึกถึงเรื่องเก่าๆ อย่างอดไม่ได้
    “เมื่อไรจะลืมมันไปเสียที” เว่ยลู่เซียนเอ่ยบอกถ้าหากนางไม่คิดหาทางลืมเรื่องราวพวกนั้นสักที นางจะต้องจมอยู่กับความเจ็บปวดเป็นแน่
    “เจ้าต้องปล่อยวางมัน”