อยู่ชายแดนมานานต่างรู้กันว่าที่ปรึกษาหานเป็ผู้รักสันโดษน้อยครั้งที่จะพบเขาเดินซื้อของในตลาดเช่นวันนี้ และยิ่งต้องแปลกใจเมื่อข้างกายมีสตรีงดงามเดินเคียงท่าทางอยากรู้อยากเห็นไปทุกสิ่งทำให้ใบหน้าที่มักจะเรียบนิ่งอยู่เป็นิตย์ปรากฏรอยยิ้มที่ยากจะได้เห็น
หากไม่นับเื่สุขภาพแล้วหานหรงเหยานับเป็บัณฑิตรูปงาม รูปร่างสูงโปร่ง ดวงตาแฝงความอ่อนโยนที่ชวนให้สตรีเฝ้าถวิลหา แต่เพราะใช้ชีวิตนับถอยหลังรอวันตายทำให้ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ใครเล่าจะอยากเป็ม่ายแต่เยาว์วัย แต่ยามนี้ข้างกายบุรุษใกล้ตายผู้นั้นมีสตรีเกาะแขนกึ่งลากกึ่งจูงดูข้าวของสองข้างทาง
เดิมทีคิดแค่ซื้อข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวให้หลิวเข่อซิงแต่นางเหมือนเด็กที่เห็นสิ่งใดก็ใคร่รู้ไปเสียหมด นอกจากนางมาจากหุบเขาจื่อ เซ่อแล้วนางยังเป็จิ้งจอกแดงตัวน้อยที่แทบไม่เคยรู้จักมนุษย์รวมทั้งสิ่งที่เรียกว่าตลาดเบื้องหน้านาง
“เข่อซิงเดินดีๆ ประเดี๋ยวหกล้ม”
“ข้าไม่ล้มๆ” นางหันมายิ้มจนดวงตาหยีเล็ก “เ้า เอ๊ย ท่านเอ่อ นายท่าน เดินเร็วๆสิ”
“ข้าวของไม่หนีเ้าไปไหนไม่ต้องรีบร้อนไป” เขาพูดพลางหยิบผ้าเช็ดหน้ายื่นให้เ้าจิ้งจอกแดงตัวน้อยของเขาใบหน้าเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ มือซ้ายมีถังหูลู่ มือขวามีขนมน้ำตาล หลัวเข่อซิงไม่รู้จะเอามือไหนรับผ้าเช็ดหน้าจึงยื่นหน้าไปหาเขา หานหรงเหยานิ่งงันอย่างทำอะไรถูกและเบือนหน้าไปทางอื่น ทว่าปีศาจสาวกลับคิดว่าเขาไม่เห็นหน้าอันชุ่มเหงื่อจึงขยับยื่นหน้าไปใกล้อีก
“มือข้าไม่ว่าง”
หานหรงเหยารู้ว่านางไร้เดียงสาไม่ได้คิดอื่นใดแต่การกระทำเช่นนี้บนถนนและท่ามกลางสายตาผู้คน แต่นางก็ไม่ลดละความพยายามที่จะให้เขาซับเหงื่อให้และหากเขาไม่ทำเสียที นางก็คงยื่นหน้าหาเขาไม่หยุด ชายหนุ่มอับจนหนทางโอดครวญในอกไม่น่ายื่นผ้าเช็ดหน้าให้นางเลย แต่สุดท้ายก็ซับเหงื่อให้นาง
“ขอบคุณ นายท่าน”
ปากบอกว่าจะเป็ ‘สาวใช้’ แต่ออกคำสั่งคนเป็นายทุกคำ หานหรงเหยาโคลงศีรษะแต่กลับไม่อาจบังคับมุมปากมิให้ยกยิ้มไม่ได้
“หิวหรือไม่กินข้าวเที่ยงก่อนค่อยกลับเข้าจวนนะ” อย่างไรเสียวันนี้หยุดงานมาเพื่อนางแล้ว ไม่ต้องรีบกลับก็ได้ ปกติหากไม่จำเป็อะไร แทบไม่เคยหยุดงานถึงขนาดซุนเ้าเฟิงขอร้องให้เขาหยุดคลั่งงานเสียบ้าง
“ได้!” เื่กินหลิวเข่อซิงไม่เคยขัดมื้อเช้าเป็เขาที่ปลุกนางให้ลุกขึ้นมากินอาหารเช้านางเป็ปีศาจแต่ความอยากอาหารเป็เื่พื้นฐานได้ลิ้มรสของอร่อยแม้ไม่เพิ่มพลังให้ตนเองแต่ทำให้นางมีความสุข และนางชอบชีวิตแบบนี้เหลือเกิน! ออกจากหุบเขานี่ดีจริงๆด้วย!
หลิวเข่อซิงรีบกินขนมในมือให้หมดแล้วเดินตามแผ่นหลังของหานหรงเหยาเข้าไปที่โรงเตี้ยมแห่งหนึ่งเพียงแค่ยืนหน้าประตูก็ได้กลิ่นอาหารหอมกรุ่นเรียกน้ำลายเต็มกระพุ้งแก้ม เสี่ยวเอ้อร์เข้ามาต้อนรับด้วยรู้ว่าแขกผู้มาเยือนเป็ใครก็เชื้อเชิญไปมุมที่มองเห็นสระน้ำ
“สวยจัง” นางชะเง้อคอยาวมองไปที่แม่น้ำซึ่งในเวลานี้แสงแดดกระทบผิวน้ำเป็ประกายระยิบระยับ
“หุบเขาจื่อเซ่อไม่มีสระน้ำหรือ?” เขาถามพลางสั่งอาหารแทนนางที่เอาแต่จ้องมองนอกหน้าต่างอากาศเย็นแล้วแต่วันนี้มีแสงแดด ทำให้ทุกอย่างล้วนน่ามอง
“ถ้าไม่มีสระน้ำข้าจะไปซักผ้าที่ใดเล่า” นางหันมามองเหมือนว่าเขาโง่เหลือเกิน“แต่ที่หุบเขาจื่อเซ่อเต็มไปด้วยหมอกทึบตลอดทั้งปี น้อยครั้งที่จะเห็นแสงแดดเช่นนี้ทั้งที่อยู่ไม่ไกลกันมาก”
“มีใครมาจากหุบเขาจื่อเซ่อรึ”
ไม่ต้องหันกลับมามองก็รู้ว่าเ้าของเสียงคือแม่ทัพซุนผู้ที่ไม่ชอบให้ใครเรียกเขาว่าองค์ชายสามชายหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ว่าง หานหรงเหยารินน้ำชาให้สหายแล้วรินน้ำชาให้เข่อซิงซุนเ้าเฟิงเลิกคิ้วเล็กน้อยแล้วยิ้มยั่วล้ออีกฝ่าย
“ข้าไม่รู้ว่าคนเป็นายต้องรินน้ำให้สาวใช้”
เข่อซิงเพิ่งนึกได้นางยื่นมือไปหมายจะแย่งหน้าที่รินน้ำชาเองแต่หานหรงเหยารินเสร็จแล้วและยื่นถ้วยชาให้นาง
“เขาล้อเ้าเล่นเท่านั้น”
“ถูกต้อง ล้อเล่นเท่านั้น”ซุนเ้าเฟิงยกน้ำชาขึ้นดื่ม เขาเพิ่งกลับจากค่ายทหารหางตาเห็นสหายเดินเข้ามาในโรงเตี้ยมจึงหยุดม้าแล้วตามเข้ามาด้วย“ถ้าข้าจริงจังคงถามว่า ทำไมสาวใช้ถึงนั่งกินข้าวร่วมกับเ้านาย”
หลิวเข่อซิงมองซุนเ้าเฟิงสลับกับหานหรงเหยานางเบ้ปากเหมือนจะร้องไห้ นางผู้มั่นใจในการเป็ ‘สาวใช้อันดับหนึ่งแห่งหุบเขาจื่อเซ่อ’ กลับเผลอลืมหน้าที่ของตัวเองไปได้
“เ้าเฟิง”
“โอ้ว เ้าออกหน้าแทนสาวใช้” ซุนเ้าเฟิงยังออกหยอกล้อไม่ได้ เสี่ยวเอ้อร์นำอาหารมาวางบนโต๊ะเมื่อเห็นว่ามีผู้ร่วมโต๊ะเพิ่มจึงรีบไปนำชามและตะเกียบมาเพิ่ม
“อาหารเต็มโต๊ะเช่นนี้ข้ากินด้วยคงไม่ว่ากระไรหรอกนะ”
หลิวเข่อซิงส่ายหน้าไปมา คราวนี้นางไม่กล้ากินก่อนแต่หานหรงเหยาคีบอาหารใส่ชามข้าวให้นาง
“เนื้อแพะตุ๋นที่นี่อร่อยมากเ้าลองกินดูสิ”
“ข้าก็ชอบเนื้อแพะนะ”
“เ้าเฟิง” ชายหนุ่มปรามเบา เหตุใดวันนี้สหายเขาทำตัวเป็เด็ก
เช่นนี้นะ
หลิวเข่อซิงมองเนื้อแพะตุ๋นในชามข้าวตัวแล้วลอบมองเนื้อแพะที่ยังเหลืออยู่ในจาน นางช้อนตาขึ้นมองซุนเ้าเฟิงที่อ้าปากเคี้ยวเนื้อแพะคำโตคนผู้นี้ตัวใหญ่อย่างกับูเา เนื้อแพะจานนิดเดียวเขากินไม่กี่คำคงกวาดหมดจานแน่นางเองก็ชอบกินเนื้อ ก็จิ้กจอกแดงที่ไหนจะชอบกินผักแล้วมีแต่เ้านายของนางที่คีบผัดผักเข้าปากด้วยท่าทีเรียบง่ายงามสง่านางเกรงว่าหานหรงเหยาผู้บอบบางจะไม่ได้กินเนื้อแพะแสนอร่อยจึงรีบคีบเนื้อแพะใส่ชามข้าวของเขาหลายชิ้น และใส่ชามข้าวของนางก่อนจะก้มหน้าก้มตากินไม่สบตากับผู้ใด
หานหรงเหยาอ้าปากค้าง ในขณะที่ซุนเ้าเฟิงกลั้นหัวเราะจนไหล่ะเืเอาเถิด นางเป็ห่วงเ้านายถึงเพียงนี้ก็ดีแล้ว
“ข้าไม่เคยรู้ว่าหุบเขาจื่อเซ่อมีผู้คนอาศัยอยู่” ซุนเ้าเฟิงเปลี่ยนเื่สนทนาวกกลับมาที่หุบเขาจื่อเซ่อ ทำให้หลิวเข่อซิงเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง
“แต่บริเวณรอบนอกมีหมู่บ้านคน” เื่นี้ไม่ใช่ความลับอะไร ใครๆ ก็รู้หานหรงเหยาไม่อยากให้ปีศาจสาวลำบากใจจึงชิงอธิบายก่อน “แล้วเ้าเล่าเหตุใดมากินข้าวเที่ยงในเมืองได้”
“อาวุธตัวอย่างถูกส่งมาแล้ว ข้าให้ส่งไปที่จวนเลยจะกลับไปดู” ซุนเ้าเฟิงคลั่งไคล้อาวุธทุกชนิดเขาเสียเงินทองไปมากมายเกินกว่าจะนับได้หวาดไหว เพื่อซื้ออาวุธชั้นเลิศมาไว้ใน
“เช่นนั้นข้าจะกลับไปดูพร้อมเ้า”
ซุนเ้าเฟิงโบกมือห้าม“วันนี้เ้าหยุดนี่ พาเข่อซิงเที่ยวเล่นเถิด”
“ข้าไม่ได้เที่ยวเล่นนะ”เข่อซิงรีบพูดแก้ไขไม่ให้ซุนเ้าเฟิงเข้าใจผิด ผู้อื่นเกรงกลัวชายผู้นี้ แต่นางไม่เพราะเขาไม่เป็ ‘เ้านาย’ของนางเสียหน่อย
‘ขนาดนี้แล้วไม่เรียกเที่ยวเล่นจะให้เรียกว่าอะไร’
เป็อีกครั้งที่ซุนเ้าเฟิงต้องกลั้นหัวเราะเขารู้ว่าสหายหน้าบางเื่สตรี ั้แ่มีเื่หลัวซู่เหมยกลายเป็พี่สะใภ้เขาก็ไม่เคยเห็นหานหรงเหยายิ้มกับใครอีก โดยเฉพาะกับสตรี แต่พอมีหลิวเข่อซิงเข้ามาในชีวิตหานหรงเหยาก็ทำราวกับเก็บสัตว์เลี้ยงเล็กๆ มาดูแล
ช่างเถอะ นางจะเป็อะไรก็ช่าง แค่ทำให้สหายของเขากลับมามีความสุขอีกครั้งก็พอ
“เข่อซิงซื้อของเสร็จแล้วประเดี๋ยวก็จะกลับ”
“ตามใจเ้า”ซุนเ้าเฟิงกินอาหารวดเร็ว แม้เป็องค์ชาย แต่เขาใช้ชีวิตนอกวังมาั้แ่อายุสิบสามอายุสิบสี่ก็เข้ากองทัพ อายุสิบห้าก็มือเปื้อนเืสังหารคนครั้งแรกแล้วก็รู้ตัวว่าตนเองไม่เหมาะกับชีวิตในวังหลวงผู้อื่นมองว่าเขาเป็ไม่เป็ที่โปรดปรานจึงส่งมาอยู่ชายแดนแต่เขากลับขอบพระทัยเสด็จพ่อที่ทำให้ไม่ต้องอึดอัดใจตายในวัง
หลิวเข่อซิงเบิกตากว้าง ไม่คิดว่าบุรุษร่างใหญ่จะกินข้าวรวดเร็วราวกับกวาดโต๊ะไปอย่างนี้นางกลัวหานหรงเหยาจะกินไม่อิ่มเพราะละเลียดกินที่ละคำ มือเรียวเล็กยื่นไปคว้าจานปลานึ่งยกขึ้นหนีตะเกียบของซุนเ้าเฟิงทันที
แม่ทัพหนุ่มเลิกคิ้วพลิกข้อมือที่จับตะเกียบหมายจะ่ชิงเนื้อปลาแสนโอชะ แต่หลิวเข่อซิงประคองจานยกขึ้นหลบหลีกคล่องแคล่วดูไม่เป็กระบวนท่าแต่อาศัยความว่องไว หญิงสาวที่ปกป้องปลานึ่งด้วยชีวิตถึงกับหมุนตัวหลบชูจานปลาขึ้นสุดแขนเพื่อไม่ให้ซุนเ้าเฟิงได้ปลาไปกิน
“เ้ากินเยอะแล้ว หาน เอ๊ยนายท่านของข้าได้กินแต่ผักเท่านั้น”
ซุนเ้าเฟิงตะลึงงันไปเล็กน้อย เขาสบตากับสหายที่ยังนั่งหน้านิ่งละเอียดกินอาหารอย่างใจเย็นเขาเป็คนไม่ถือยศศักดิ์ก็จริง แต่ไม่ใช่จะให้ใครมาเรียกเ้านั้น เ้านี้ได้แต่นางทำไปก็เพราะเกรงว่าหานหรงเหยาจะกินไม่อิ่ม เขาใช้ชีวิตกับคนผู้นี้มาหลายปีย่อมรู้ดีว่าหานหรงเหยาเป็สัตว์กินพืชนานๆ จะเห็นกินเนื้อสักคำสองคำ จึงไม่รู้สึกผิดที่ตนเองกินไปมาก และที่สำคัญไม่อิ่มก็แค่สั่งเพิ่ม ไม่ได้ยากจนจนต้องแย่งอาหารกันกิน
“เข่อซิงวางจานอาหารลงเถิด”
“แต่นายท่านได้กินนิดเดียวเอง”
“ถ้าไม่อิ่มก็สั่งเพิ่มได้” หานหรงเหยาพูดด้วยรอยยิ้ม“เ้าอยากกินอะไรอีกไหม”
หลิวเข่อซิงส่ายหน้าไปมาแล้ววางจานปลานึ่งลงอย่างเดิม“ที่บ้านข้า ข้ากินไม่ทันผู้อื่น ได้กินแค่ที่เหลือติดถ้วยชาม ข้าก็เลย...กลัวนายท่านจะไม่อิ่ม”
ความห่วงใยของนางทำให้บุรุษทั้งสองซาบซึ้งใจไม่น้อยนางคงประสบเื่ร้ายมามาก ไม่เช่นนั้นคงไม่ไปเป็...หญิงคณิกาที่หอชมบุหลัน หานหรงเหยาช่วยสตรีไร้เดียงสาเช่นนี้ก็นับว่าสร้างบุญกุศลให้ตนเองแล้ว ซุนเ้าเฟิงพยักหน้าให้ความคิดของตนเองแล้ววางตะเกียบยุติศึกชิงปลานึ่งกับนาง เขายกชาขึ้นดื่มแล้วพยักหน้าให้หานหรงเหยาแล้วลุกขึ้นยืน
“เจอกันที่จวน”
“อืม” หานหรงเหยาพยักหน้ารับ
ซุนเ้าเฟิงกวาดตามองหลิวเข่อซิงแล้วยกมุมปากยิ้มไม่ได้อะไรแล้วเดินจากไปเงียบๆหญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วรินน้ำชาให้หานหรงเหยา
“เขาหยอกเ้าเล่นเท่านั้นไม่คิดทำร้ายเ้า”
“ข้ารู้” นางพยักหน้ารับ“คนผู้นั้นมีไอสังหาร ดวงจิตอำมหิต มีพลังชีวิตกล้าแกร่งศิษย์พี่ของข้าหมายปองเขาอยู่”
“ศิษย์พี่ของเ้า ...หลิวชิงเซียงรึ?”
“อื้ม” นางพยักหน้าอีกครั้ง“นายท่านไม่ต้องเป็กังวลไป คนผู้นั้นเป็อะไรไปง่ายๆถ้าเขาเป็ปีศาจก็ระดับจอมมารเลยล่ะ”
หานหรงเหยาเบาใจไปเปราะหนึ่ง“เื่ที่หุบเขาจื่อเซ่อเ้าไม่ต้องพูดออกมาก็ได้ ในการเดินทัพหุบเขาแห่งนั้นเป็สถานที่อันตราย พวกเราไม่มีใครกล้าเฉียดกรายเข้าใกล้...”
“หมอกสีม่วง” หลิวเข่อซิงพูดเสียงเบา“หุบเขาจื่อเซ่อมีหมอกสีม่วงเป็หมอกที่มีพิษตุ่์เท่านั้นแต่ไม่มีผลอะไรกับปีศาจอย่างข้าหรือสัตว์ทั่วไปที่อาศัยในหุบเขาพวกท่านต้องระวังให้ดี”
“ข้ารู้ ขอบใจเ้ามาก”
“ก็นายท่านดีกับข้าข้าก็จะดีกับนาย” นางยิ้มกว้างคิดว่าทำถูกแล้วที่ตนเตือนหานหรงเหยาเื่นี้
แต่ที่นางไม่รู้คือหานหรงเหยาไม่พอใจที่นางเรียกเขาว่า‘นายท่าน’จนเริ่มคุ้นปาก เขาไม่อยากเห็นนางเป็สาวใช้ และไม่อยากเป็เ้านายของนางเขาเองก็ไม่เข้าใจตนเองนัก รู้เพียงแค่ว่าอยากปกป้องเ้าจิ้งจอกแดงตัวน้อยนี้นัก
แม้ว่านางจะเป็ปีศาจที่หมายกินชีวิตของเขาก็ตาม.